ตอน มนต์ดำ
เดือนแรมไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนหลงเหลืออยู่อีกชาวบ้านต่างรู้กันดีว่าหล่อนมีเพียงพ่อหมอพรหมเมศเท่านั้นที่เปรียบเสมือนญาติเพียงคนเดียวหลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวไปให้แพทย์ชัญสูตรถึงสาเหตุการเสียชีวิตเสร็จสิ้นร่างของหล่อนก็ถูกส่งมายังวัดซึ่งตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านเล็กๆ เพื่อทำการประกอบพิธี
พิธีการทางศาสนาค่ำคืนแรกผ่านไปด้วยความเงียบเหงาเศร้าโศกมีชาวบ้านที่รู้ข่าวเพียงไม่กี่คนเดินทางมาเพื่อร่วมงาน พอชาวบ้านที่มาร่วมงานสวดอภิธรรมทยอยกันกลับไปศาลาพักร่างของเดือนแรมจึงเหลือเพียงพ่อหมอพรหมเมศกับสัปเหร่อประจำวัดเท่านั้น
“พ่อพรหมว่ามันจะเป็นอย่างที่ลุงคิดไว้เหรอเปล่า”
สัปเหร่อผู้อยู่ในวัยชราผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบทั้งชีวิตเอ่ยถามขึ้นหลังจากพรหมเมศให้เขาเปิดฝาโลงศพของเดือนแรมเพื่อต้องการดูอะไรบางอย่าง
“ผมคิดว่าใช่ครับลุงสัปเหร่อ”
พรหมเมศพูดขึ้นด้วยดวงตาแข็งกร้าวจนคู่สนทนารู้สึกหวาดกลัว
“อีเดือนแรมมันอายุสั้นแท้ๆทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาบอกว่าร่างของอีเดือนแรมมันมีร่องรอยถูกข่มขืนด้วยนะพ่อพรหมตอนนี้ไอ้อินทร์คือผู้ต้องสงสัยเพราะมีชาวบ้านเห็นมันไปหาอีเดือนแรมที่สำนักแล้วยังเป็นคนสุดท้ายก่อนจะพบศพของอีเดือนแรมอีกด้วยลุงได้ข่าวว่าตอนนี้มันยังปากแข็งไม่ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุ”
ลุงสัปเหร่อบอกเล่าในสิ่งที่ตนได้ยินได้ฟังมาให้พรหมเมศฟัง
“แต่ลุงก็คิดอยู่แล้วว่ามันต้องมีอะไรที่มากกว่านี้คนธรรมดาที่ไหนวะจะฆ่าคนแล้วทำให้ตามเนื้อตามตัวของศพเขียวช้ำเป็นจ้ำๆ ไปหมด เลือดไหลออกทางทวารทั้งเจ็ดแถมเครื่องในยังหายไปหมดแบบนี้นอกเสียจาก…”
สัปเหร่อเฒ่าหยุดคำพูดเอาไว้เพียงเท่านั้น
“เดือนแรมมันโดนเล่นงานหนักทีเดียวเรื่องนี้ผมเองก็มีส่วนผิด ผมฝากลุงปิดฝาโลงและช่วยดูแลทางนี้ด้วยนะครับผมมีบางอย่างที่ต้องไปหาคำตอบ”
“แล้วนั่นพ่อพรหมจะไปไหนกันละดึกดื่นป่านนี้แล้ว”
ริมฝีปากของพ่อหมอหนุ่มกระตุกยิ้มน่ากลัว
“ผมว่าจะไปเยี่ยมไอ้อินทร์มันสักหน่อยครับ”
สัปเหร่อเฒ่าพยักหน้ารับรู้
“ระวังตัวด้วยล่ะพ่อพรหม”
“คนที่ต้องระวังตัวต่อจากนี้ไม่ใช่ผมหรอกครับลุงสัปเหร่อแต่เป็นไอ้พวกระยำนั่นตะหาก”
ร่างของพรหมเมศหันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดก่อนความมืดดำของราตรีกาลจะกลืนร่างของเขาไปจนหมด สัปเหร่อเฒ่ายกมือขึ้นลูบท่อนแขนของตนเองที่ขนลุกเกลียวขึ้นมา
“เวรกรรมเวรกรรม”