บทที่ 2
องค์หญิงชั่วที่ไม่มีวันได้รับความรักจากสวามี
เพียงแค่คิดว่าอยากเป็เ้าหญิง ก็ได้มาเกิดใหม่เป็องค์หญิงสมใจเลยเหรอ?!
นี่มันเป็เื่จริง หรือยมทูตยังไม่มารับดวงิญญาฉันไปกันแน่ จนทำให้ดวงจิตต้องมาติดอยู่ในซีรีส์เื่ล่าสุดที่ดูก่อนตาย
จิตสุดท้ายสินะ...
เธอลองหยิกตัวเองแล้วกว่าสามครั้งก็พบว่ามันเจ็บสุดๆ นั่นหมายความว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้วงฝัน แต่มันเป็เื่จริงต่างหาก!
แบบนี้มันจะดีจริง ๆ รึเปล่านะ ในโลกคู่ขนานนี่จะเป็ยังไงบ้างก็ไม่รู้ หลังจากนี้จะต้องใช้ชีวิตยังไงต่อไปล่ะ?
เมื่อรู้สึกตัวหูฟางเหมยในร่างองค์หญิงฟางเหม่ยจินก็ผลักประตูไม้บานใหญ่ที่สลักลวดลายวิจิตรออกจากเรือนโดยมีเยว่หลิงวิ่งตามออกไปติดๆ
“องค์หญิงเพคะ! องค์หญิงจะเสด็จที่ใด?!”
เธอไม่ตอบแต่ออกมายืนเคว้งคว้างกลางพื้นที่โล่งกว้างของจวนที่ราวกับยกโปรดักชันกองถ่ายทำซีรีส์เื่องค์หญิงชั่วมาตั้งไว้ ไม่สิ มันคือสถานที่จริงต่างหาก แถมยังดูสวยงาม ระยิบระยับและอลังการกว่าที่เห็นในจอเล็ก ๆ นั่นเสียอีก
มีสิ่งปลูกสร้างด้วยไม้คุณภาพสูงเป็อาคารสองชั้นรายล้อมอยู่หลายหลังตั้งกระจายตัวกันอย่างหลวมๆ พอให้มีสีเขียวขจีของต้นสนและต้นไผ่สลับซับซ้อนกันกับต้นหลานฮวาดูสวยงามร่มรื่นแทรกตัวอยู่ เบื้องหน้าคือสระดอกบัวกว้างสุดลูกหูลูกตา สายลมเย็นพัดโชยเอื่อย ๆ อากาศบริสุทธิ์และปลอดโปร่งกว่าบ้านที่ต่างจังหวัดมากนัก
หูฟางเหมยยืนอึ้ง
กว่าจะรู้ตัวก็มีเด็กสองคนมาคุกเข่าตัวสั่นอยู่ตรงหน้าแล้ว
“ข้าเป็คนชวนน้องมาเล่นซนตรงนี้เอง ขอพระมารดาอย่าตำหนิเขาเลย หากจะลงโทษก็ลงโทษข้าเถิดเพคะ”
หญิงสาวกะพริบมองเ้าของเสียงเจื้อยแจ้วตาปริบๆ
‘เสิ่นฮุ่ยชิง’ และ ‘เสิ่นฮุ่ยหรง’ เหรอ?
“น่ารักจัง...” เธอเผลอพึมพำพร้อมรอยยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นตัวจริงของลูกติดพระเอก “แก้มกลมเหมือนซาลาเปาเลย” ว่าพร้อมกับก้าวเข้าไปหมายจะเล่นด้วย
แต่เด็กหญิงวัยแปดขวบกลับรีบกางตัวเองปกป้องน้องชายวัยห้าขวบของตัวเองไว้ ดวงตาเรียวเล็กของเธอแข็งกร้าวขณะจ้องตอบกลับมา
“...!”
จริงสิ เด็กสองคนนี้ไม่ชอบแม่เลี้ยงตัวเองนี่นา พอ ๆกับที่ตัวนางเองก็ไม่ชอบมารหัวขนสองคนนี้ด้วย
“คุณหนูทั้งสองฝ่าฝืนรับสั่งขององค์หญิง ไม่ยอมเก็บตัวอยู่ในเรือนหลังเล็กท้ายจวน แต่กลับมาเที่ยวเล่นในพื้นที่ด้านหน้าให้เกะกะสายพระเนตรพระกรรณ แสดงความไม่กตัญญูต่อบุพการีเช่นนี้องค์หญิงจะให้หม่อมฉันลงโทษพวกเขาทั้งสองคนเหมือนอย่างเคยรึไม่เพคะ?” เยว่หลิงถามเสียงเข้มด้วยหน้าตาดุดัน ผิดกับประกายตากลมโตน่ารักราวกระต่ายน้อยจนทำเอาสองพี่น้องหันไปกอดกันเกลียวด้วยความหวาดกลัว
“แค่ออกมาเที่ยวเล่นในบ้านตัวเองนี่ก็มีผิดเหรอ? จริงด้วย... นางเป็คนไม่ชอบเด็กและรำคาญเสียงเจี๊ยวจ๊าวจึงสั่งขังพวกเขาไว้ในเรือนเก่าหลังจวน นี่ก็น่าจะอีพีหก... เป็ตอนที่พระเอกไปรบอยู่สินะ อาศัย่ที่พ่อเขาไม่อยู่กลั่นแกล้งลูกเขา ร้ายกาจจริง ๆ”
“ตรัสว่าอะไรนะเพคะองค์หญิง?”
“ปละ เปล่า เ้าจะทำโทษพวกเขายังไงเหรอ?” หูฟางเหมยเอียงคอถาม
“ปกติพระองค์จะให้หม่อมฉันใช้ไม้ไผ่เหลาเรียวตีที่น่องพวกเขาสิบที่เพคะ”
“นั่นมันไม่เจ็บแย่เรอะ!”
เยว่หลิงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง “ก็ทรงสั่งทำโทษเช่นนี้เองนี่เพคะ” นางลอบพึมพำ
หูฟางเหมยหันกลับไปยังเด็กทั้งสองคนอีกครั้ง แล้วค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาพวกเขาช้า ๆด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่ต้องกลัว...” เธอพยายามใช้น้ำเสียงที่ฟังดูใจดีที่สุดขณะมองพวกเขากอดกันตัวสั่นอย่างน่าเวทนา
สองคนนี้ยังเด็กนัก ทำไมจะต้องมาตกเป็ที่ระบายความโกรธแค้นของผู้ใหญ่นิสัยไม่ดีด้วย
“เรือนหลังเล็กนั่นทั้งคับแคบ ทั้งมืดและน่ากลัวใช่หรือไม่?”
เสิ่นฮุ่ยชิงผู้พี่ผงกศีรษะน้อย ๆตอบอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“พวกเ้าทั้งสองจึงไม่อยากอยู่ในนั้นสินะ...” ว่าแล้วเธอก็ถอนหายใจ “เฮ้อ... ก็ไม่ควรอยู่ั้แ่ทีแรกอยู่แล้วนี่นา...”
เยว่หลิงมองนายหญิงของตนเองด้วยสายตาประหลาด
“เอาเถอะ ๆ ต่อไปนี้ถ้าอยากออกมาเล่นก็มาเล่นได้ ไม่ต้องไปอยู่ในที่แบบนั้นอีกแล้ว แต่สิ่งที่แม่เป็ห่วงคือกลัวว่าพวกเ้าสองคนจะตกลงไปในสระบัวนั่นแล้วไม่มีใครมาช่วยได้ทันนี่สิ”
แม่... แม่เหรอ? เธอพูดคำว่า ‘แม่’ ออกมาได้เต็มปากเต็มคำ ไม่ใช่จิตใต้สำนึกจากเ้าของร่าง แต่เป็หัวใจอันอบอุ่นของเธอเองต่างหาก
“จริงหรือเพคะพระมารดา?” เสียงเจื้อยแจ้วย้อนถามอย่างไม่สู้จะมั่นใจนัก
“อื้อ!” หูฟางเหมยผงกศีรษะตอบพร้อมยิ้มกว้างอย่างจริงใจ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวบางเพื่อไปััที่ข้างแก้มกลมเต่งนั้นอย่างนึกเอ็นดู
“ท่านแม่ทัพกลับมาแล้ว!”
“หยุดนะ!”
สิ้นเสียงตวาดฝ่ามือนั้นก็ถูกกระตุกกลับมาอย่างอัตโนมัติ
“เ้าจะทำอะไรลูกของข้าอีก?” เสียงทุ้มคำรามถามอย่างโกรธเกรี้ยว
พร้อม ๆกับที่เด็กทั้งสองคนก็รีบลุกขึ้นแล้วปรี่ไปหาเขา
“ท่านพ่อ!”
หญิงสาวมองตามไปก็พบกับร่างสูงใหญ่ตระหง่านในชุดเกราะสีเงินยืนจังก้าอยู่พร้อมดาบเล่มยาวในฝักข้างกาย
“เสิ่นอี้เฉิง...!”
หูฟางเหมยตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะเมื่อได้พบกับสามีของตัวเอง
เพราะเขาหล่อเกินกว่าที่กล้องวิดีโอจะเก็บรายละเอียดได้หมด แถมยังมีออร่าสว่างสไวอยู่รอบตัว นักรบอะไรผิวพรรณขาวละเอียด ใบหน้านั่นก็ใสกิ๊งทีเดียว
เรียวคิ้วหนาเข้มที่กำลังขมวดยุ่งอย่างขัดใจ พร้อมดวงตาเรียวซึ่งกำลังจ้องสบมาอย่างแข็งกร้าวนั้นดูร้าวใจสุด ๆ ไหนจะสันจมูกโด่งคมกับริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อนั่นอีก
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฟางเหม่ยเจินถึงอยากแต่งงานกับเขานักหนาจนถึงขนาดต้องลอบฆ่าเหยียนเจียวอันภรรยาสุดที่รักของเขา
แต่ว่า... ทำไมไม่เห็นมีความทรงจำนี้ในหัวเลยล่ะ?
ที่รู้ก็เพียงเพราะว่าเนื้อเื่ถูกปูมาเช่นนี้ในตอนต้น แต่ความรู้สึกของฟางเหม่ยเจินกลับไม่ได้ส่งต่อความเป็ฆาตกรมาเลยสักนิด
“นางทำร้ายอะไรพวกเ้ารึไม่?” เ้าของร่างใหญ่ก้มลงไปถามลูกทั้งสองซึ่งกำลังพันธนาการแข้งขาเรียวสูงของเขาเอาไว้
“ยังไม่ได้ทำเ้าค่ะ” เด็กหญิงผู้พี่เป็คนตอบ “แต่นางบอกว่าข้าสองคนไม่ต้องไปอยู่ในเรือนเล็กหลังจวนแล้วเ้าค่ะ แถมยังให้ออกมาเล่นข้างนอกได้แล้วด้วย”
“ที่พวกเขาพูดหมายความว่าอย่างไร? เหตุใดจึงฟังดูราวกับขาดอิสรภาพนัก”
หูฟางเหมยยืนเลิ่กลั่กเหลือบมองนางกำนัลทีอย่างวางตัวไม่ถูก
ก็เพราะไม่รู้จะพูดอะไรนี่นา นั่นไม่ใช่คำสั่งของเธอสักหน่อย เป็คำสั่งของยัยตัวร้ายฟางเหม่ยเจินโน่น!
“เ้ากักขังและทรมานลูกข้าขณะที่ข้าออกไปราชการเพื่อปกป้องประเทศที่ชายแดนงั้นรึ?!”
“เอ่อ เื่นั้นคือ...”
“เ้ามันต่ำช้านักฟางเหม่ยเจิน!”
“...!”
“กับเด็กไร้เดียงสาเช่นนี้เ้าก็ยังไม่ละเว้น เสิ่นฮุ่ยชิงและเสิ่นฮุ่ยหรงคือลูกของข้า คือสายเืที่ข้ารักมากที่สุด แต่เ้ากลับยังทำร้ายพวกเขาได้ลงคอ เ้ายังมีความเป็คนอยู่รึเปล่า!”
เสียงตวาดดังกึกก้องไปทั่วจวนจนแม้แต่บ่าวไพร่และนายทหารอารักขาก็ยังแทบจะหยุดหายใจตามไปด้วย
“หากไม่ใช่เพราะพระบัญชาของฝ่าา ข้าไม่มีทางชายตามองสตรีเช่นเ้าเป็แน่ ไม่มีสักเพียงเสี้ยวเดียว! อย่าได้หวังว่าการเป็สามีภรรยาระหว่างเราสองคนในชาตินี้จะทำให้พระองค์มีความสุขเลยพะย่ะค่ะองค์หญิง...!”
“...!”
ทั้งสายตาและน้ำเสียงของเขาที่ทิ้งไว้ก่อนจะอุ้มลูกทั้งสองเดินจากไปช่างเ็ปรวดร้าวนัก ขนาดคนที่ไม่เคยมีสัมพันธ์กันมาก่อนยังอยากร้องไห้
ฟางเหม่ยเจินผู้นี้ใช้ชีวิตอยู่ในจวนแม่ทัพอย่างมีความสุขได้ยังไงกันนะ หรือเพราะไม่ได้รับความรักจากสวามีแต่ต้นจึงทำให้นางต้องระบายความทุกข์ตรมนี้ออกมาเป็ความร้ายกาจต่อผู้คนที่รายล้อมรอบตัวแทน
จะว่าไปพฤติกรรมนี้ก็น่าสนใจทีเดียว
แต่ว่าตอนนี้เธอต่างหากที่จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร บ่าวไพร่เองก็เริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทา ว่าเธอคือ ‘องค์หญิงชั่วที่สามีไม่รัก’ ซึ่งเป็สมญาที่น่าหดหู่ยิ่งนัก
เห็นทีเื่นี้จะยุ่งยากกว่าที่คิดเสียแล้ว ไหนจะเื่จดหมายสนเท่ห์ก่อนหน้านี้อีก ดูเหมือนว่าการแต่งงานครั้งนี้จะต้องรับมือกับศึกทางการเมืองอีกด้วย
ไอ้หยา...!
เสี่ยวเหมยนะเสี่ยวเหมย ได้เกิดเป็เ้าหญิงทั้งที ก็เป็เ้าหญิงหรูเลิศอย่างในยุโรปหน่อยก็ไม่ได้ ก่อนตายก็ว่าใช้ชีวิตยากแล้ว เกิดใหม่ยังวุ่นวายกว่าเดิมอีก โฮ!