วันนี้…เป็วันที่ลินินรู้สึกไม่ยุติธรรมมากที่สุดในชีวิต เริ่มั้แ่เช้าก็โดนเพื่อนร่วมชั้นเรียนแพทย์กลั่นแกล้งแอบล็อกประตูไม่ให้เธอเข้าคลาส จนถูกลงโทษอย่างไม่เป็ธรรมด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียวคือ ‘เธอไม่สวย!’
ไม่ยุติธรรม…์ช่างไม่มีความยุติธรรมเลย เพราะถึงแม้เธอจะต้องใช้ความทุ่มเทอย่างหนักในการเรียนกว่าจะสอบชิงทุนของมหาวิทยาลัยมาเรียนต่อในคณะแพทยศาสตร์ที่เป่ยต้าหรือก็คือมหาวิทยาลัยปักกิ่งซึ่งต้องเรียนด้วยภาษาจีนทั้งหมดแล้ว เธอยังต้องพยายามปรับตัวกับวัฒนธรรมใหม่ สิ่งแวดล้อมที่แปลกตา และที่สำคัญคือเหล่าบรรดาเพื่อนนักศึกษาแพทย์ด้วยกันที่ชอบแกล้งเธอต่าง ๆ นานาอย่างสนุกสนานเป็ประจำเพียงเพราะเห็นเธอมีรูปร่างอวบอ้วน จนทำอะไรเชื่องช้าไปเสียหมด
ทีแรกลินินไม่เคยคิดว่าเื่เล่านี้เป็เื่ใหญ่โตอะไร เพราะตอนอยู่ที่เมืองไทยเธอก็เคยถูกเพื่อนแกล้งอยู่บ่อย ๆ คิดในใจว่าอีกไม่นาน คนพวกนั้นคงเบื่อแล้วเลิกรังแกเธอไปเอง
ลินินจึงเลือกที่จะอดทน ไม่ปริปากบ่นกับใคร โดยเฉพาะกับ ‘พ่อ’ ที่เมืองไทย เพียงแต่เธอคิดไม่ถึงว่าจากวันนั้นจนถึงวันนี้ผ่านมาแล้วหลายปี คนพวกนั้นกลับยังคงเห็นการได้กลั่นแกล้งเธอเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวันเป็เื่สนุกสนานคลายเครียดไม่เปลี่ยนเลยสักนิด
แต่กระนั้น์ก็ยังไม่ตัดหนทางจนเกินไปนัก ยังดีที่เธอยังมีจางเหว่ย นักศึกษาแพทย์รุ่นพี่ที่คอยปลอบประโลมปรับทุกข์ หลังจากเขามีท่าทีสนใจเธอเมื่อหลายเดือนก่อน
ตอนแรกหญิงสาวยังคงหวาดระแวง เพราะไม่เชื่อว่าผู้หญิงอย่างเธอจะมีใครมาชอบจริงจัง แต่อาจเป็เพราะความเอื้ออาทร การดูแลปกป้องที่ได้รับจากเขา (เป็คนแรกและครั้งแรก) ท้ายที่สุดลินินเริ่มใจอ่อนปจนล่อยให้เขาก้าวเข้ามาพื้นที่ในหัวใจจนหมดสิ้น
ครั้งนั้นเป็ครั้งแรกที่เธอได้เรียนรู้ความรู้สึกพิเศษอย่างหนึ่งที่เรียกว่า ‘ความรัก’ แบบหนุ่มสาวที่ไม่ใช่ความรักเหมือนคนในครอบครัวอย่างที่เธอมีให้กับพ่อ
แต่แล้วความรู้สึกนี้ก็หายไปอย่างรวดเร็วราวกับน้ำค้างที่กำลังระเหยกลายเป็ไอ ใน่เย็นของวันนี้ เมื่อเธอได้ยินจางเหว่ยพูดกับเพื่อนสาวของตัวเองด้วยประโยคที่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึก
‘พี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับยัยอ้วนนั่นเลย แค่อยากลองแกล้งเล่นสนุก ๆ เท่านั้น ไม่คิดว่ายัยนั่นจะจริงจังขนาดนี้’
‘สงสัยคงคิดว่าตัวเองเป็หวังเจาจวิน [1] หรือไง’ พูดพร้อมเสียงหัวเราะ
‘ไม่เจียมตัวเอาซะเลย หน้าตาน่าเกลียดอย่างนั้นอย่างมากก็เป็ได้แค่ยอดหญิงอัปลักษณ์อย่างจงหลีชุนเท่านั้นแหละ’
ตอนนั้นเธอทั้งเสียใจและเจ็บใจ…เสียใจที่ถูกหลอก เจ็บใจตัวเองที่ดันไปตกหลุมรักผู้ชายใจร้ายอย่างจางเหว่ย และเหนือขึ้นไปกว่านั้นคือคิดแค้นเคืองโทษฟ้า โทษ์ที่ช่างอยุติธรรมเสียเหลือเกิน
‘ทำไม…ทำไมผู้หญิงอย่างเธอกับจงหลีชุนซึ่งแม้จะตายไปแล้วหลายพันปีถึงยังได้รับคำดูถูกเช่นนี้ ทั้งที่จงหลีชุนเองก็ได้ชื่อว่าเป็สตรีที่มีทั้งความสามารถและความกล้าไม่ต่างอะไรกับหวังเจาจวินเลย
ทำไม…ทำไม์ถึงไม่ยุติธรรมกับเธอและจงหลีชุนด้วย เพียงเพราะเกิดมาอ้วนหน้าตาไม่ได้สวยผิวไม่ได้ขาวผ่องเหมือนคนอื่นเท่านั้นเหรอ
ทำไมเธอต้องถูกรังแกครั้งแล้วครั้งเล่า หรือต่อให้ใช้ความพยายามมากแค่ไหนก็ไม่มีทางเอาชนะใจผู้ชายคนไหนได้ มีแต่ถูกดูถูกซ้ำเติมให้เจ็บช้ำหนักกว่าเดิม’
ลินินได้แต่กล่าวโทษความลำเอียงของเหล่าเทพเซียนบน์ด้วยความแค้นใจ และปล่อยให้เนื้อตัวเปียกปอนจากสายฝนที่เริ่มลงเม็ดหนักขึ้นพร้อมกับท้องฟ้าที่กำลังมืดลงอย่างช้า ๆ
หญิงสาวพาร่างที่อ่อนระโหยโรยแรงของตัวเองเดินมาตามท้องถนนใจกลางกรุงปักกิ่ง ใช้หลังมือปาดหยดน้ำตาที่กำลังไหลรินมาเป็สายรวมไปกับน้ำฝน ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองฟ้าด้วยสายตาตัดพ้อต่อว่า
และตอนนั้นเองท้องฟ้าซึ่งมืดมิดก็เกิดแสงประกายจัดจ้าพร้อมเสียงกัมปนาทดังสนั่นราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย !
“เปรี้ยง !!!”
“………”
“….…..”
ไม่มีแม้เสียงกรีดร้องหลุดออกมา ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ทันทีที่สิ้นเสียงฟ้าผ่า ลินินทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่กำลังหลุดลอย
‘นี่เธอกำลังจะตายแล้วใช่มั้ย…ตายไปก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องรู้สึกเ็ปแบบนี้อีก…พ่อจ๋า นิลขอโทษ…ขอโทษที่กลับไปหาพ่อไม่ได้อีกแล้ว!!!’
[1] หนึ่งในสี่ยอดหญิงงามของจีน ผู้ได้ฉายาว่า “ปักษีตกนภา” หมายถึง ความงามที่ทำให้แม้แต่ฝูงนกยังต้องร่วงหล่นจากท้องฟ้า