ยอดหญิงงามแม้ฝืนทน แต่ความรุนแรงของยาปลุกกำนัดนั้นช่างรุนแรงนัก แม้แต่นางเองก็สูญเสียความเป็ตัวของตัวเองโดยสมบูรณ์ ปล่อยกาย ปล่อยใจ เข้าหาจ้าวหมื่นมารเพื่อคลายอาการกำหนัด จ้าวหมื่นมารเมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ก็ได้แต่กอดร่างนางไว้แน่น ไม่ให้ยอดหญิงงามเคลื่อนไหวร่างกายได้ ส่วนจิตใจของจ้าวหมื่นมารนั้น ก็สุดทนสุดฝืนกำลังครั้งแล้วครั้งเล่า
พยายามยิ่งเพื่อรักษาเกียรติผู้เป็อาจารย์
เพราะตัวมันไม่มีวันปล่อยให้อาจารย์หญิงของมันต้องมีมลทิน หัวใจของจ้าวหมื่นมารรำลึกความดีของอาจารย์หญิงอยู่เสมอ
จนรุ่งสางยอดหญิงงามได้สติ อีกคราวเห็นตัวเองเปลือยเปล่าแนบชิดจ้าวหมื่นมาร แม้จะอายแสนอายแต่ก็รู้เื่และเข้าใจการกระทำของจ้าวหมื่นมาร
ส่วนจ้าวหมื่นมารเมื่อมันได้สติ จ้าวหมื่นมารรีบคุกเข่าขอโทษเหตุที่ล่วงเกินอาจารย์หญิง บอกเหตุการณ์สุดวิสัยจำต้องกอดร่างนางที่เปลือยเปล่าตลอดทั้งคืนแน่น
แน่นอน...ในใจยอดหญิงงามนางรู้ดี เหตุใดภาพเช่นนี้จึงปรากฏ เมื่อนางต้องยาปลุกกำหนัดนางจึงรู้ดีว่า...ยานี้รุนแรงเพียงใด แม้แต่ตัวนางเองยังครองสติไม่ได้ แรงตัณหาจากยานั้นเกินทน
นางมองไปที่จ้าวหมื่นมาร นางอยากรู้นักว่าใจของจ้าวหมื่นมารทำด้วยอะไรจึงทนไหวกับสิ่งนี้ และทุกๆ เดือน ภาพเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งครบปี นางมารร้ายแม้จะชั่วช้าแต่ก็พอใจกับนิสัยของจ้าวหมื่นมารเป็ที่สุด ปรารถนาอยากได้จ้าวหมื่นมารมาใกล้ชิด รับเป็ศิษย์คนสนิทอย่างมาก
นางจึงได้ต่อรองกับจ้าวหมื่นมาร สำหรับนางแล้วหญิงงามเป็แค่เครื่องมือแก้แค้น ไม่ได้มีคุณค่าเช่นจ้าวหมื่นมาร
จ้าวหมื่นมารพอรู้เช่นนี้จึงเสนอราคาต่อรอง ขอเพียง 2 ข้อ หนึ่งปล่อยยอดหญิงงาม
สองจ้าวหมื่นมารยินดีรับใช้นางมารทุกอย่าง แต่ทุกอย่างที่ทำต้องไม่ผิดหลักคุณธรรมในใจของตัวมัน
นางมารพอใจรับข้อเสนอ จากนั้นจึงปล่อยยอดหญิงงามกลับสำนักพร้อมรับของขวัญล้ำค่ามากมาย เพราะการต่อรองกับสำนักต่างๆ เพื่อให้ปล่อยหญิงงามนั้น ก็มีมาต่อเนื่องตลอดทั้งปีแต่นางไม่ใส่ใจ เหล่าสำนักน้อยใหญ่แม้พวกมันจะแอบบุกมาอยู่ตลอด โดยจับได้บ้าง ติดกับดับตายบ้างมากมาย
หากแต่ก็ไม่มีใครช่วยนางได้สำเร็จ จนหลายคนคิดว่า...หมดหวังแล้ว จนกระทั่งครบหนึ่งปีกว่าได้รับการติดต่อกลับมา การปล่อยตัวแลกของวิเศษจึงเกิดขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้นางมารราวได้กำไรหลายชั้นนัก
…หลังจากเหตุการณ์นี้จบลงเฉียวเฟิงถามจ้าวหมื่นมารอย่างสงสัย
"เ้าไม่เคยผิดต่อยอดหญิงงาม เหตุใดจึงมีแต่ข่าวเสียหายของเ้ากับนาง และนางก็แค้นเ้ามากนัก"
จ้าวหมื่นมารส่ายหัวแล้วกล่าวคำ
“ข้าผิดต่อนางหากแต่ไม่ใช่เื่ที่เ้ารู้… นั่นเพราะว่าต่อจากนั้นมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย” ตอนนี้ร่างกายของจ้าวหมื่นมารสั่นเทาล้มลง
“ดูเหมือนว่าร่างิญญาของข้าจะมาถึงขีดจำกัดเร็วกว่าที่ข้าคิดมาก การใช้พลังของศิลาผนึกเทพในร่างนี้เปลืองพลังของข้าอย่างยิ่ง” จ้าวหมื่นมารยกตัวขึ้นยืนตรงมองไปที่เฉียวเฟิง “ข้ามีเื่จะขอร้องเ้า”
“มันคืออะไร” เฉียวเฟิงกล่าวอย่างแปลกใจ
“ทำความหวังของข้าให้เป็จริง” ตาของจ้าวหมื่นมารเป็ประกาย “ข้ามาที่นี่เพราะสิ่งนี้ ข้าโหยหาพลังก็เพราะสิ่งนี้”
“โหยหาพลัง… มาที่นี่ความหมายของเ้าคืออะไร” เฉียวเฟิงถามอย่างสงสัย
“อย่าใละ” จ้าวหมื่นมารยิ้มและตาเป็ประกาย “เ้าก็คือข้า”
ดวงตาของเฉียวเฟิงเบิกกว้างพร้อมทวนคำพูด “เ..จ้า..ก็..คื..อ..ข้า” ไม่ใช่ว่าเฉียวเฟิงไม่เข้าใจความหมาย แต่เขาไม่รู้ว่าเื่แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
“จำได้หรือไม่ครึ่งปีก่อนที่เกมสังหารเทพอนันต์ภพจะเปิด เ้าซึ่งเป็หน่วยพิเศษเกือบตายในซากตึกเพราะทำภารกิจลับเพื่อประเทศ”
ตาของเฉียวเฟิงเบิกกว้างกว่าที่เคยอีกครั้ง นั่นเพราะเื่นี้เป็เื่ที่แทบไม่มีใครรู้เกี่ยวกับตัวเขา ประวัติของเฉียวเฟิงหายากและไม่สามารถถตรวจพบได้ นั่นก็เพราะตัวเฉียวเฟิงคือ นายทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษลับสุดยอดของประเทศ ขึ้นตรงต่อผู้นำสูงสุดเท่านั้น และทุกอย่างที่เขาทำก็เพื่อประเทศชาติซึ่งเป็ความลับสุดยอดยากที่ผู้ใดจะล่วงรู้
ในตอนนั้นเฉียวเฟิงทำภารกิจแทรกแซงพิเศษ ป้องกันการล้วงข้อมูลความลับจากต่างชาติ แม้เื่นี้จะไม่มีใครรู้เพราะไม่เป็ข่าวแต่เฉียวเฟิงรู้ดี อีกฝ่ายบุกมาด้วยกำลังคนที่มากกว่า และฝ่ายของเฉียวเฟิงก็คาดว่าจะมีคนหักหลังในกลุ่มด้วย
ภารกิจลับๆ จึงถูกส่งมาให้เฉียวเฟิงสังหารเพื่อนพี่น้องทั้งหมด เฉียวเฟิงรู้ดีถึงความสำคัญของภารกิจนี้และการปกป้องข้อมูลทางยุทธศาสตร์ทางทหารของประเทศ ถ้าหากข้อมูลนี้หลุดออกไป แม้าจะไม่เกิดขึ้นทันที แต่โอกาสจะเกิดก็มีมากเหลือเกิน เมื่ออีกฝ่ายรู้จุดอ่อนของกำลังรบ และฐานกำลังด้านคลังแสงอย่างละเอียดช่องว่างเหล่านี้ หากสบช่องจริงๆ มีหรือที่จะไม่มีา เขารู้ดีแก่ใจ จึงตัดสินใจล้างสังหารผู้คนทั้งหมดเพื่อประเทศชาติ โดยตัดสินใจยอมตายพร้อมเพื่อนทหารทั้งหมดและศัตรู แต่เื่เหลือเชื่อก็เกิดขึ้นเขาเป็คนเดียวที่รอดจากเหตุการณ์นี้จากแรงะเิ “นั่นเป็เพราะเ้ารึ” เฉียวเฟิงถามอย่างสงสัย
“ใช่” จ้าวหมื่นมารตอบพร้อมพยักหน้า
“ทำไมเ้าต้องช่วยข้า” เฉียวเฟิงสงสัยและมองไปที่จ้าวหมื่นมารอย่างแน่วแน่
“เพราะข้าไม่้าให้มีจ้าวหมื่นมารอีกคน” ดวงตาเฉียวเฟิงเปิดกว้างราวกับว่าจับทางเื่ราวทั้งหมดได้ “เ้าคือข้า…” จ้าวหมื่นมารยกแขนซ้ายขึ้นพร้อมเกร็งพลัง จากนั้นก็มีแท่งศิลาสีใสดุจเพชรสว่างจ้า ปรากฏออกมาพร้อมกัน 4 ชิ้น มันลอยเหนือมือของจ้าวหมื่นมาร “นี้คือศิลาผนึกเทพของข้า ข้ามา ณ ที่แห่งนี้ได้เพราะมัน ข้าสร้างโลกที่พวกเ้าเรียกมันว่าเกมนี้ได้ก็เพราะมัน”
เฉียวเฟิงเริ่มเข้าใจอย่างท่องแท้และเริ่มไม่แปลกใจเท่าไหร่ นั่นเพราะว่าเกมสังหารเทพอนันต์ภพนั้นสมจริงจนเกินไป ทั้งความรู้สึกและการใช้ชีวิต มันดูเหมือนไม่ใช่เกม ข้อมูลและเื่ราวต่างๆ ราวกับว่า...เป็อนันต์ระบบกราฟฟิกที่สมจริง ััใดๆ ก็ราวมีชีวิตอยู่ตรงนั้นมันไม่เหมือนเล่นเกมอยู่แม้แต่น้อย
มันคือประสบการณ์จริงในอีกโลกหนึ่ง
นอกจากนั้นมันเหมือนไม่ใช่เทคโนโลยีที่มนุษย์ในปัจจุบันจะสร้างได้เลย และข้อมูลต่างๆ ของเกม ไม่ว่าจะตัวเครื่องหรือระบบต่างๆ เพื่อสร้างเกมนี้ ก็ไม่มีคนขุดค้นได้เลยถึงความพิเศษของอุปกรณ์การเชื่อมต่อต่างๆ เหมือนมันจะเป็ของธรรมดา ไม่มีใครรู้เลยว่าเพราะเหตุใดจึงสร้างเกมที่สมจริงเช่นนี้ได้ ตอนนี้เฉียวเฟิงเข้าใจแล้ว… นั่นเพราะมันไม่ใช่แค่เกมั้แ่แรก...