เสียงเด็กร้องไห้ดังอยู่ข้างๆ หูหลันหลัน แม้จะรู้สึกแปลกใจแต่หลันหลันกลับมิได้ลืมตาขึ้นในทันทีหญิงสาวที่ยังคงนอนอยู่รู้สึกปวดระบมเนื้อตัว สมองค่อย ๆลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตนถูกผลักตกจากบันได
‘ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ สำรวจร่างกายก่อนว่ามีจุดใดที่หักบ้าง’
หญิงสาวค่อยๆ ใช้ความรู้สึกสำรวจร่างกายของตนอย่างช้า ๆ ก่อนจะยกยิ้มอย่างพอใจ ‘ดีที่ไม่มีจุดใดหัก’แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวกลับพบเื่ราวที่น่าประหลาดใจจนทำให้ตนเองต้องลืมตาโพลงขึ้นในทันที
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน”
หญิงสาวยกมือน้อยๆ ของตนขึ้นมาดูอย่างพิจารณา ‘ฉันอายุ 30 กว่าๆ แล้วแต่ทำไมตอนนี้มือของฉันถึงได้เล็กลงเท่ากับเด็กอายุ 8 ขวบเช่นนี้’เสียงร้องไห้ข้าง ๆ ยังคงดังไม่มีหยุดจนหญิงสาวต้องขมวดคิ้วน้อย ๆแล้วหันไปมอง
“น้องสามเ้าเป็อย่างไรบ้างพี่รองผิดเอง ต่อไปพี่รองกับพี่ใหญ่จะไม่ขัดใจเ้าอีกแล้ว”
หลันหลันมองไปยังเด็กหนุ่มน้อยที่นั่งอยู่ข้างตนสองคนก่อนจะกระพริบตาถี่ๆ อย่างไม่เชื่อกับภาพที่เห็นตรงหน้า หนุ่มน้อยอายุราว ๆ 14 ปีและ 18 ปีในชุดแต่งกายจีนโบราณนั่งหน้าซีดอยู่ข้างตนด้านหลังของพวกเขามีเด็กหนุ่มที่แต่งกายเรียบ ๆ ยืนสำรวมอยู่ด้านหลังแต่ใบหน้าของพวกเขาดูใไม่ต่างจากเด็กหนุ่มด้านหน้าที่นั่งข้างหญิงสาว
“เกิดอะไรกัน”
หลันหลันเอ่ยถามด้วยความรู้สึกงุนงง
“คุณหนูฟื้นแล้วฮือ ๆ ๆ บ่าวผิดเองเ้าค่ะ บ่าวทำให้คุณหนูต้องเป็อันตราย”
เด็กหญิงตัวน้อยที่เรียกตัวเองว่าบ่าวนั่งร้องไห้อยู่ด้านข้างหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มเปรอะไปด้วยน้ำตาและน้ำมูก
“เ้าหยุดร้องไห้ได้แล้ว”
“เ้าค่ะอึก ๆ”
เด็กหญิงตัวน้อยวัยไล่เลี่ยกับตนกลั้นน้ำตาแต่ยังสะอื้นอยู่ตรงนั้นข้างๆ หลันหลัน หญิงสาวที่ตอนนี้กลายเป็เด็กตัวน้อยค่อย ๆยันตัวลุกนั่งโดยมีเด็กชายที่มีหน้าตาคล้ายกัน 4-5 ส่วนคอยประคอง
“เป็พี่ใหญ่กับพี่รองที่ผิดเองพวกเรามัวแต่ซ้อมดาบจนมิได้ใส่ใจเ้าทำให้เ้าที่อยากกินลูกพลับหวานต้องขึ้นเก็บลูกพลับเอง”
“ต่อไปพวกเราจะไม่ละเลยเ้าเช่นนี้อีกแล้ว”
เด็กหนุ่มสองคนเอ่ยขึ้นก่อนจะมองจ้องมาทางหลันหลันหญิงสาวนั่งทบทวนเื่ราวต่าง ๆ ในใจกับความทรงจำที่ติดมาจากเ้าของร่างเดิม
ถิงหลันเป็บุตรีคนเล็กเพียงคนเดียวของของราชครูถิงหลงและไป๋จื่อมีพี่ชายร่วมบิดามารดาชื่อ ถิงโม่หานที่มีอายุ 18 ปีและมีพี่ชายต่างมารดาคือถิงอู่ ที่มีอายุ 14 ปีทุกคนต่างรักและตามใจถิงหลันเป็อย่างยิ่งต่างเรียกเด็กหญิงด้วยชื่อเล่นว่าหลันหลัน
หลันหลันมองไปทางทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก่อนจะพยุงกายลุกขึ้น
“ตอนนี้ข้าไม่เป็อะไรแล้วพี่ใหญ่กับพี่รองซ้อมดาบกันต่อไปเถิดเื่นี้ข้าไม่ฟ้องท่านพ่อกับท่านแม่อย่างแน่นอนพวกท่านพี่ไม่ต้องห่วง”
พูดจบเด็กหญิงตัวน้อยค่อยๆ เดินกลับไปยังเรือนของตนโดยมีสายตางงงวยจากเด็กหนุ่มทั้งสองที่มองตามเด็กหญิงพร้อมกับบ่าวรับใช้จนหายไปลับสายตาตนเอง
“พี่ใหญ่ท่านว่าหลันหลันแปลกไปหรือไม่”
“เ้าคิดมากเกินไปแล้ว”
ถิงโม่หานเอ่ยขึ้นแต่ถึงกระนั้นเขาเองก็คิดไม่ต่างจากน้องชายของเขามากนักเดิมทีถิงหลันที่ได้รับความรักความเอาใจใส่จากทุกคนในบ้านไม่เว้นแม้แต่ตัวพวกเขานางจึงเป็เด็กที่เอาแต่ใจชอบร้องไห้โวยวายเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ขี้ฟ้อง และชอบแกล้งเมื่อนางฟื้นขึ้นมาจากการตกต้นไม้ในครั้งนี้นางกลับไม่ร้องไห้โวยวายอีกทั้งยังไม่ให้บอกท่านพ่อกับท่านแม่แน่นอนย่อมทำให้พวกเขาแปลกใจเป็ที่สุด เพราะแค่เพียงนางเอ่ยออกไปเท่านั้นหลังพวกเขาทั้งสองต้องลายอย่างแน่นอน
เด็กหญิงตัวน้อยค่อยๆ เดินกลับเรือนพร้อมกับบ่าวรับใช้ สมองน้อย ๆของหญิงสาวในตอนนี้กำลังประมวลผลเื่ที่เกิดขึ้นนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่สมเหตุสมผลและไม่สามารถอธิบายได้ แต่ตอนนี้สิ่งที่ยืนยันได้ก็คือนางได้มาอยู่ในร่างเด็กน้อยที่มีชื่อเหมือนกับนางนั่นเอง
“คุณหนูจะให้ตามหมอหลวงไหมเ้าคะ”
“ไม่ต้องข้าไม่ได้เป็อะไร”
“แต่..”
“หากทำเช่นนั้นท่านพ่อกับท่านแม่ต้องเป็ห่วงอย่างแน่นอนอีกทั้งจะทำให้พี่ใหญ่และพี่รองเดือดร้อน”
จางจูบ่าวรับใช้คนสนิทของหญิงสาวทำหน้างงๆ แต่ก็มิได้พูดอะไรเมื่อถึงเรือนหญิงสาวนั่งลงบนโต๊ะก่อนจะถามหากระดาษและหมึกเขียนเด็กรับใช้คนสนิทของถิงหลันได้เดินไปหยิบมาให้หญิงสาวในทันที
“จางจูเดิมทีข้าเป็คนเช่นใด”
หลันหลันเอ่ยถามเด็กรับใช้คนสนิทจางจูที่อยู่กับถิงหลันมานานย่อมรู้จักนิสัยใจคอตนเองอย่างแน่นอน
“คุณหนู...”
“พูดมาเถอะข้าไม่ลงโทษเ้าหรอก”
แม้จะกล้าๆ กลัว ๆ แต่เมื่อนายของตนรับปากแล้วเด็กหญิงตัวน้อยจึงพูดออกไปในที่สุด
“คุณหนูเป็คนที่ทุกคนรักและเอาใจดังนั้น...”
“ข้าจึงเป็คนที่เอาแต่ใจใช่หรือไม่”
“เ้าค่ะอีกทั้งยังชอบแกล้งคนนี้คนนั้นไปทั่ว”
“ท่านพ่อกับท่านแม่มิดุข้าหรือ”
“นายท่านและฮูหยินรอมีคุณหนูมานานหลายปีจนเมื่อมีคุณหนูนายท่านและฮูหยินดีใจจัดงานเลี้ยงฉลองถึงสามวันสามคืนเช่นนี้แล้วพวกนายท่านและฮูหยินจึงไม่เคยดุด่าคุณหนูเลยสักครั้ง แม้กระทั่งคุณหนูซื่อเหยาญาติของคุณหนูและคุณหนูซื่อหยางที่มาเยี่ยมนายหญิงพร้อมกับฮูหยินซื่อที่เป็น้องสาวนายหญิงก็เคยถูกคุณหนูแกล้งมาแล้วทั้งนั้น”
หลันหลันส่ายหัวให้กับนิสัยของเด็กถิงหลันอย่างช่วยไม่ได้แต่จะโทษถิงหลันก็ไม่ถูกแพราะทุกคนต่างตามใจย่อมทำให้เด็กถิงหลันกลายเป็เด็กเช่นนี้นั่นเอง
“เฮ้ออออ”
หลันหลันถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างได้
“จางจูเ้าว่าข้ามีลูกพี่ลูกน้องชื่ออะไรนะ”
“คุณหนูซื่อเหยาเ้าค่ะคุณหนูซื่อเหยาเป็บุตรฮูหยินซื่อ ซึ่งก็คือน้องสาวของฮูหยิน นามไป๋ซื่อเป็ภรรยาเสนาบดีซื่อหย่ง มีน้องสาวต่างมารดาก็คือซื่อหยางและน้องชายต่างมารดาคือซื่อิเ้าค่ะคุณหนูถามทำไมหรือเ้าคะ”
มือที่เขียนชื่อคนเ่าั้ในกระดาษสั่นน้อยๆ ‘บังเอิญเกินไปหรือไม่ ทำไมชื่อของพวกเขาถึงเหมือนกับ......’
“เอ่อออตระกูลเรารู้จักองค์ชายรองหรือไม่”
“แน่นอนย่อมต้องรู้จักสิเ้าคะก็นายท่านเป็ราชครูของพวกองค์ชายย่อมต้องรู้จักกับเหล่าองค์ชายอย่างแน่นอน”
ถิงหลันกุมขมับตัวเองในทันที‘ตาย ๆ ๆ หลันหลันนี่เธอเข้ามาอยู่ในนิยายที่พวกเซียวเซ่าและฮัวฮู่อ่านหรอกหรือนี่อยู่ในร่างนางเองเสียหน่อยก็ไม่ได้ ดันมาอยู่ในร่างของนางร้ายอีกแต่ก็ยังนับว่ายังโชคดีที่ดันมาเข้าร่างนี้เมื่อตอนยังเด็กอาจจะพอแก้ไขอะไรในอนาคตได้บ้าง’
“องค์ชายรองมาจวนเราบ่อยหรือไม่”
“แน่นอนว่ามาบ่อยมากเ้าค่ะเพราะคุณชายใหญ่ของเราเป็เพื่อนเรียนกับองค์รัชทายาทและคุณชายรองก็ยังเป็เพื่อเรียนขององค์ชายรองอีกด้วย”
หลันหลันพยักหน้าน้อยๆ ในทันที ‘มิน่าล่ะเป็เพราะพวกเขาพบเห็นกันบ่อยจึงทำให้ถิงหลันแอบหลงรักองค์ชายรองและเป็เหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นนี่เอง’