ฉีซิ่นขณะนี้ร่างกายเหมือนไม่ฟังคำสั่ง มันนึกเสียดาย ขณะอยู่ในเมืองหากมันมีสติ ควบคุมตนเองได้มากกว่านี้ คงจะรับมือเื่เหล่านี้ง่ายดายขึ้น แต่ทั้งโกว่เหลียงที่ปรากฏตัว ทั้งเสวียนเจินที่หักหลังรุมฆ่าเหล่าบริวาร ทำให้ความแค้นเข้าครอบงำจนเสียการ
สิ่งที่ทำให้มันต้องกัดฟันประคองสติไว้คือแผ่นหลังที่ยังอุ่นของซูิ ทำให้ยังรู้สึกมีชีวิตอยู่บ้าง ธาตุไฟที่เข้าแทรกยิ่งเพิ่มความเ็ปอีกหลายส่วน
บัดนี้ม้าวิ่งเข้ามาสู่เขตป่า เหล่ามือธนูนับว่าไร้ความหมาย เหลือเพียงเหล่าทหารม้า เหล่าหกขุนพลั และสิบมือกระบี่ที่ยังติดตามมันได้ทันอยู่บ้าง
ภายใต้การนำทางของฉีซิ่น แม้ทำให้ซูิมึนงง แต่มันก็เชื่อฟัง ฉีซิ่นบางคราสั่งให้เลี้ยวกลับ ขวาบ้าง ซ้ายบ้าง หยุดบ้าง เร่งบ้าง ทำให้สลัดหลุดจากการตามล่าได้หลายครา
ั้แ่เข้าป่ามายังไม่พบเจอผู้ใด ทำให้ซูิโล่งใจขึ้นหลายส่วน
“เราถือว่าสลัดพ้นแล้วหรือไม่?” ซูิเอ่ยถามด้วยลมหายใจที่หอบถี่
ฉีซิ่นแม้มีคำพูดมากมาย แต่เหน็ดเหนื่อยเกินจะตอบอันใด เขาพยายามคิดว่าควรไปทางใดต่อ แม้ตอนนี้ยังไม่พบเจอใคร แต่ฉีซิ่นรับรู้ว่าอีกไม่นานคงถูกพบ
เหล่าทหารหลายพันนาย เรียงหน้ากระดานแบ่งกำลังเป็ตาข่ายค่อยๆรุกคืบอย่างช้าๆปิดกั้นทางกลับ เหล่าทหารม้าหลายร้อยนายไม่ค้นหาอันใด มันเพียงเร่งม้านำหน้าไปหลายลี้เพื่อโอบล้อมกลับมาดั่งกรงขังที่บีบเข้ามาเรื่อยๆ
ส่วนเหล่าจอมยุทธ์มือดีไม่ทราบจำนวนแบ่งกันค้นหาตามอำเภอใจ หากผู้ใดพบเจอฉีซิ่นจะส่งพลุสัญญาน วิธีการค้นหาเช่นนี้แม้เรียบง่ายแต่ทรงอนุภาพยิ่ง
“อ๊าก!” ความเ็ปจากธาตุไฟทิ่มแทงมันอีกคราร่างกายร้อนผ่าวจนสั่นกระตุก
ซูิมิทราบต้องทำอันใด สิ่งเดียวที่มันนึกออกคือการกำหนดลมหายใจฟ้า ที่มันมักใช้เวลาเหน็ดเหนื่อย หรือถูกทุบตี ไม่ทราบจะช่วยฉีซิ่นได้หรือไม่ แต่ซูิไร้ทางเลือก ขณะซูิจะเอ่ยปาก เสียงของฉีซิ่นกลับแทรกขึ้นมา
“เลี้ยวขวา!แล้วมุ่งตรงไปเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าพบกับอะไรห้ามเปลี่ยนเส้นทาง!” อยู่ดีๆฉีซิ่นตะคอกออกมา ซูิรับคำสั่ง ปฎิบัติตามอย่างรวดเร็ว ม้าถูกบังคับตะบึงออกอย่างมุ่งมั่น
เวลาผ่านไปเพียงชั่วน้ำเดือด ที่เบื้องหน้าซูิปรากฏจอมยุทธสามคนอยู่ในเส้นทาง ซูิไม่มีเวลาลังเล มันปฏิบัติตามคำสั่งควบม้าตรงไปห้ามหยุด!
สามจอมยุทธควักดาบใหญ่พุ่งเข้าใส่ ซูิบัดนี้เด็ดเดี่ยวยิ่ง ดวงตาไม่กระพริบ ไม่แม้แต่จะเหลียวมอง แม้ดาบใกล้เข้ามาเพียงใด
ตึง! ตึง! ตึง! เม็ดกรวดหินถูกดีดออกจากฉีซิ่น กระแทกดาบใหญ่ออกไป สามจอมยุทธ์แตกตื่นเล็กน้อย พวกมันจุดพลุส่งสัญญาณก่อนร่ายกระบวนท่าใหม่พุ่งตามมา ใน่เป็ตายลมปราณฟ้าของซูิทำงานหนักยิ่งโดยที่มันไม่รู้ตัว สิ่งรบกวนเบื้องนอกถูกตัดออกไป สมาธิมันจดจ่อกับการควบคุมม้าเพียงอย่างเดียว
เมื่อพลุส่องประกายเป็แสงไฟอยู่เบื้องบน ตำแหน่งก็ถูกเปิดเผย
ที่เื้ัมีอีกสามมือกระบี่โผล่พุ่งเข้ามา
ตึง! ตึง! ตึง! ก้อนกรวดถูกดีดอีกครา สองมือกระบี่ถูกดีดออกไป เว้นแต่เพียงผู้หนึ่งปัดป่ายอย่างง่ายดาย กระบวนท่ามิสั่นคลอน มันพุ่งตรงเข้ามาหาฉีซิ่น ขณะที่ฉีซิ่นจะยกมือปัดป่าย
กระบี่คล้ายมีดวงตางอกเงย วิถีเบี่ยงไปหาซูิฉับพลัน กระบวนท่านี้แม้แต่ฉีซิ่นยังแปลกใจ
ฉีซิ่นเบี่ยงตัวคราหนึ่ง ซูิที่ถูกมัดติดอยู่ด้วยกันพลันโยกตาม กระบี่เฉือนลงไหล่ซูิเป็แผลยาว มันกัดฟันโยกตัวกลับมาควบม้าดังเดิม
มือกระบี่ผู้นั้นไม่ยอมเลิกลาเร่งฝีเท้าติดตาม
ซูิมองไปเห็นใบหน้ารูปงาม และผิวขาวดุจหิมะของมันถึงกับจำได้ทันที เป็หวังเฉียน! คุณชายที่เคยตบตีมัน
หวังเฉียนที่พุ่งกระบี่เข้ามารอบใหม่ พอเห็นว่าเป็ซูิ ก็แปลกใจอย่างยิ่ง มันหดกระบี่กลับ วิ่งตามม้าซูิไม่ห่าง เอ่ยว่า
“หากเ้าถูกบังคับก็จงหยุดม้า การหยุดกระบี่เมื่อครู่คือการขอขมา ที่เราลงมือตบตีโดยไม่ถามไถ่”
ซูิไม่ตอบอันใด มันเพียงเหลียวมามอง ละควบม้าต่อ ดวงตามันบริสุทธิ์ยิ่งนัก
หวังเฉียนถอนหายใจรอบหนึ่ง
“กระบี่เมื่อครู่ถือว่าหมดบุญคุณคว้ามแค้น กระบี่ต่อไปคือการสังหารฏ”
ลมปราณพวยพุ่งออกจากกระบี่ หวังเฉียนเร่งฝีเท้าติดตาม
เป็จังหวะเดียวกันที่ซูิควบม้าหลุดออกจากป่า ที่เบื้องหน้าไร้เส้นทาง เป็เพียงหน้าผาใหญ่ ม้ายิ่งวิ่งขึ้นยิ่งชัน เมื่อเบื้องหน้าเป็หุบเหว ม้ากลายเป็ไม่ฟังคำสั่ง มันหยุดวิ่งอย่างทุลักทุเล กลีบเท้าถีบยันพื้นดินดิ้นรนเอาชีวิตรอด
ด้านหลังถูกตามติดมาด้วยจอมยุทธ์มากหน้าหลายตา ระยะห่างเพียง
สิบศอก….
แปดศอก…..
สี่ศอก….
ฉีซิ่นถอนหายใจเบา ในลำคอ
“ฟู่ว….จับข้าไว้แน่นๆ!”
เสียงออกมาจากฉีซิ่นแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ท่านว่าอะ..”
ซูิยังมิทันพูดจบ ตัวมันลอยออกจากหลังม้า ทิ้งเหล่าจอมยุทธ์ไว้เบื้องล่าง มองไปเห็นวิวทิวทัศน์กว้างไกลสุดตา สายลมเบื้องบนพัดไปมาโปร่งสบาย คล้ายโลกหยุดนิ่งไปชั่วครู่ เกิดมามันพึ่งเคยรู้สึกเช่นนี้นับว่าสวยงามแปลกใหม่ยิ่งนัก ก่อนที่ตัวมันจะตกลงอย่างรวดเร็ว ดั่งมือจากขุมนรกฉุดดึง
“อ๊ากกกก!!!” ซูิล่วงหล่นพร้อมฉีซิ่นที่หมดสติไป ลงสู่หุบเหวเบื้องล่างที่มองไม่เห็นก้นขอบ……