ไม่ถึงครึ่งเดือนหลังผ่านพ้นคดีลักพาตัวแสนระทึกที่อารามหลวง ข่าวด่วนทางทหารจากชายแดนเหนือก็ถูกส่งตรงถึงราชสำนัก เมื่อชนเผ่าเป่ยหรงยกทัพรุกล้ำด่านชายแดน เผาทำลายหมู่บ้านและเข่นฆ่าประชาชนไปหลายแห่ง สถานการณ์คับขันเข้าขั้นวิกฤต
ภายในท้องพระโรงอันโอ่โถง เหล่าขุนนางต่างถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนถึงการจัดเตรียมกองทัพไปรับมือ และในจังหวะที่สถานการณ์กำลังชุลมุนนั้นเอง อ๋องรองเซียวจิ่งหรงก็ก้าวออกมาเบื้องหน้าด้วยท่วงท่าสง่างาม
"ขอเดชะ" เซียวจิ่งหรงค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อม ทว่าแววตากลับฉายประกายลึกล้ำ "ศึกชายแดนเหนือครั้งนี้ส่งผลต่อความมั่นคงของแผ่นดิน กระหม่อมขออาสาเป็ผู้ดูแลการจัดสรรกำลังพลและคลังเสบียงทั้งหมด เพื่อให้การศึกครั้งนี้เป็ไปอย่างมีเอกภาพและรวดเร็วพ่ะย่ะค่ะ"
คำกล่าวของเขาฟังดูประหนึ่งการเสียสละเพื่อแผ่นดินอย่างแท้จริง ทว่าซ่งจงอี้ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ในแถวขุนนางกลับลอบแค่นยิ้มในใจ เขามองแผนการของอ๋องรองออกทะลุปรุโปร่ง — นี่คือกลลวงอันแยบยล การได้กุมอำนาจจัดสรรกำลังพลและเสบียงทหาร เท่ากับได้อำนาจสั่งการกองทัพไว้ในมืออย่างเบ็ดเสร็จ และเมื่อมีกองทัพหนุนหลัง อ๋องรองก็จะแข็งแกร่งจนไม่มีใครกล้าต่อกร แม้แต่เื่ชาติกำเนิดอันคลุมเครือก็ไม่อาจทำอะไรเขาได้อีกต่อไป
ที่ร้ายแรงยิ่งกว่านั้น ข่าวกรองลับจากเส้นสายของซ่งจิ้งอันชี้ชัดว่า การเคลื่อนไหวของเผ่าเป่ยหรงในครั้งนี้มิใช่เื่บังเอิญ — มีร่องรอยการติดต่ออย่างลับๆ ระหว่างอัครมหาเสนาบดีหลี่ ขุนนางคู่ใจของอ๋องรอง กับพวกเป่ยหรงล่วงหน้า ราวกับจงใจจุดไฟาขึ้นที่ชายแดน เพื่อเปิดทางให้เซียวจิ่งหรงได้ก้าวขึ้นมากุมอำนาจทหารอย่างชอบธรรม
——————
ค่ำคืนนั้น ณ ห้องโถงลับของจวนตระกูลซ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและกดดัน
"อ๋องรองยอมชักศึกเข้าบ้านเพื่อชิงอำนาจทหาร" ซ่งจิ้งอันกางแผนที่ยุทธศาสตร์บริเวณชายแดนลงบนโต๊ะพลางเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตาเย็นเยียบ "หากปล่อยให้เขาคุมการจัดสรรกำลังพล เขาจะส่งแต่ขุนพลที่เป็คนของตนเองไปคุมทัพ ไม่ช้ากองทัพทั้งหมดก็จะกลายเป็เครื่องมือของเขา เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้เราเปิดโปงหลักฐานเื่ชาติกำเนิดของเขา ก็คงไม่มีใครกล้าแตะต้องเขาได้อีก"
"เช่นนั้นเราควรรับมืออย่างไรดี" ซ่งติ้งหย่วนถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
เจิ้นกั๋วกงลูบเคราขาวช้าๆ ดวงตาของขุนพลเฒ่าผ่านศึกฉายแววเฉียบคม "เราต้องส่งคนของเราเข้าไปคุมทัพชายแดนให้ได้ก่อน เพื่อสร้างขุมกำลังไว้คานอำนาจกับอ๋องรอง และคนผู้นั้น... จะต้องเป็ผู้ที่มีทั้งฝีมือฉกาจและไว้ใจได้ที่สุด"
"แต่การแต่งตั้งแม่ทัพควบคุมศึกใหญ่เช่นนี้ ต้องผ่านพระบรมาานุญาตจากฮ่องเต้เท่านั้น" ซ่งจงอี้เอ่ยเตือน "และอ๋องรองย่อมต้องขัดขวางจนถึงที่สุดแน่"
"เื่นี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้าเอง" เจิ้นกั๋วกงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง
"ข้าในฐานะเจิ้นกั๋วกง ขุนพลเก่าแก่ที่ยังมีบารมีในกองทัพ จะเป็ผู้ทูลเสนอต่อฝ่าาด้วยตนเอง โดยอ้างว่าศึกครั้งนี้้าขุนพลหนุ่มที่เปี่ยมด้วยความกล้าหาญ และตระกูลซ่งของเราก็พร้อมจะส่งผู้สืบทอดไปร่วมรับใช้ชาติ ฮ่องเต้ทรงแคลงใจในตัวอ๋องรองอยู่ก่อนแล้ว ย่อมไม่อยากให้อำนาจทหารตกอยู่ในมืออ๋องรองแต่เพียงผู้เดียว การมีคนของเราเข้าไปคานอำนาจ จึงเป็สิ่งที่ฮ่องเต้ทรงปรารถนาเช่นกัน"
ซ่งจิ้งอันพยักหน้าเห็นด้วย "ท่านตาคิดอ่านทะลุปรุโปร่งยิ่งนัก ฮ่องเต้ทรง้าคานดุลอำนาจ ไม่โปรดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเรืองอำนาจเกินไป นี่คือช่องว่างที่เราจะใช้เล่นงานอ๋องรอง"
สายตาทุกคู่ในห้องพลันหันไปจับจ้องที่ซ่งติ้งหย่วนเป็ตาเดียว
ซ่งติ้งหย่วนในวัยยี่สิบเอ็ดปี บัดนี้เติบใหญ่เป็นายทหารหนุ่มรูปงาม ฝีมือยุทธ์ของเขาล้ำเลิศหลังจากผ่านการเคี่ยวกรำในค่ายทหารมานานหลายปี
เขากำหมัดแน่น แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว "ข้าขออาสาไปชายแดนเหนือเอง! ข้าจะคุมทัพคานอำนาจอ๋องรอง และปกป้องแผ่นดินนี้ด้วยชีวิต!"
ซ่งจงอี้พยักหน้าช้าๆ ในอกพลันบังเกิดความรู้สึกผสมปนเป ทั้งภาคภูมิใจในความกล้าหาญของบุตรชาย และหนักอึ้งด้วยความห่วงใย... การส่งบุตรชายเข้าสู่สมรภูมิรบ ย่อมมิใช่เื่ง่ายดายที่ผู้เป็บิดาจะทำใจได้
——————
ทว่า ณ เรือนชั้นใน เหยาเหยาที่เพิ่งได้ยินแว่วๆ ว่าพี่รองของนางกำลังจะเดินทางไปชายแดนเหนือ พลันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวจนแทบสิ้นสติ
'ไม่ได้นะ! ชายแดนเหนืออย่างนั้นหรือ!' ความคิดอันตื่นตระหนกแล่นพล่านในหัว ใบหน้าน้อยๆ ซีดเผือดจนไร้สีเื 'ในนิยายต้นฉบับ... พี่รองต้องไปตายที่ชายแดนเหนือ! ‘ออกศึกกู้แผ่นดิน ทว่าถูกคนถ่อยหักหลัง ศพห่อด้วยหนังม้ากลับคืนสู่มาตุภูมิ’ นี่คือชะตากรรมอันแสนอนาถของพี่รองที่ข้าต้องเปลี่ยนมันให้ได้!'
'ในนิยาย พี่รองไม่ได้ตายเพราะฝีมือศัตรูในสนามรบโดยตรง แต่ตายเพราะถูกคนชั่วลอบแทงข้างหลัง!' สมองน้อยๆ ของเด็กหญิงขุดค้นความทรงจำจากเนื้อหานิยายอย่างเอาเป็เอาตาย 'เท่าที่ข้าจำได้... พี่รองถูกขุนนางฝ่ายอ๋องรองที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพคอยตัดเส้นทางเสบียงและกักกำลังเสริม แถมยังส่งข่าวลวงล่อลวงให้พี่รองนำทัพเข้าไปติดกับดักของศัตรู! พี่รองเก่งกาจปานนั้น แต่กลับต้องมาตายเพราะคนทรยศในกองทัพแท้ๆ!'
'ข้าต้องเตือนพี่รอง! ต้องระวังคนทรยศในกองทัพ! ระวังเื่การส่งเสบียง และระวังข่าวลวงที่จะล่อให้ไปติดกับดักให้ดี!' เด็กหญิงกรีดร้องในใจอย่างสุดเสียง หวังเพียงให้เสียงความคิดนี้ส่งไปถึงทุกคนในครอบครัว 'พี่รอง! อย่าได้เชื่อข่าวสารในกองทัพง่ายๆ เด็ดขาด! คนที่ผลักพี่ลงสู่หุบเหวแห่งความตาย... ก็คือคนของอ๋องรองที่แฝงตัวอยู่ข้างกายพี่นั่นแหละ!'
เสิ่นว่านอวี๋ซึ่งนั่งอยู่ข้างกายลูกน้อย ได้ยินเสียงในใจของเหยาเหยาอย่างแจ่มชัดทุกถ้อยคำ นางถึงกับมือไม้สั่นเทาด้วยความตระหนก ใบหน้าซีดเผือด ก่อนจะรีบลุกขึ้นและมุ่งตรงไปยังห้องประชุมลับในทันที
——————
"ช้าก่อน!" เสิ่นว่านอวี๋ผลักประตูเข้ามา สีหน้าตื่นตระหนกทว่าแฝงความร้อนรน "เหยาเหยาเพิ่งบอกเื่สำคัญ!"
ทุกสายตาในห้องประชุมลับหันมามองนางเป็จุดเดียว
"เหยาเหยาบอกว่า..." น้ำเสียงของเสิ่นว่านอวี๋สั่นเครือด้วยความกลัว "ในชะตากรรมที่นางมองเห็น ติ้งหย่วนไปชายแดนคราวนี้มิได้ตายด้วยน้ำมือศัตรู ทว่าตายเพราะ 'คนทรยศในกองทัพ' — คนของอ๋องรองที่แฝงตัวอยู่ จะคอยลอบตัดเสบียง กักขวางกำลังเสริม และส่งข่าวลวงล่อให้ติ้งหย่วนนำทัพเข้าไปติดกับดักเพื่อกำจัดเขา!"
ความเงียบงันอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ก่อนที่แววตาของทุกคนจะเปลี่ยนเป็เย็นเยียบและตื่นตัวขั้นสุด
ซ่งติ้งหย่วนกำหมัดจนกระดูกลั่นดังกร๊อบ "ที่แท้หนอนบ่อนไส้ก็อยู่ในกองทัพนี่เอง! ในเมื่อข้ารู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมีการตัดเสบียงและส่งข่าวลวง ข้าก็เพียงแค่ระแวดระวังตัว ตรวจสอบข่าวสารทุกฉบับอย่างละเอียด และเตรียมเสบียงสำรองของตนเองไว้ล่วงหน้า เพียงเท่านี้ แผนชั่วของพวกมันก็ไม่มีวันสำเร็จ!"
ซ่งจิ้งอันพยักหน้า ั์ตาเป็ประกายคมปลาบ "ถูกต้อง และเราจะทำมากกว่านั้น น้องรอง... ก่อนที่เ้าจะออกเดินทาง พี่ใหญ่จะจัดเตรียมคนของเราแฝงตัวเข้าไปในกองทัพเพื่อคอยเป็หูเป็ตา และเราจะสร้างระบบส่งสารลับระหว่างเ้ากับเมืองหลวงขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อยืนยันความถูกต้องของคำสั่งทุกครั้งที่มีสิ่งน่าสงสัย"
"ที่สำคัญที่สุด" ซ่งจงอี้เอ่ยสมทบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "เ้าต้องกระชากหน้ากาก 'คนทรยศ' ในกองทัพออกมาให้ได้ แล้วใช้แผนซ้อนแผนย้อนเกล็ด[1]อ๋องรอง หากเราจับได้คาหนังคาเขาว่าคนของอ๋องรองลอบตัดเสบียงทหารและทรยศชาติท่ามกลางศึกา นั่นคืออาญาแผ่นดินโทษปะาเจ็ดชั่วโคตร และจะเป็หลักฐานชิ้นเอกที่มัดตัวอ๋องรองจนดิ้นไม่หลุด!"
แผนการชั่วร้ายที่ควรจะนำซ่งติ้งหย่วนไปสู่ความตาย บัดนี้กลับถูกแปรเปลี่ยนเป็กับดักอันทรงพลานุภาพที่จะย้อนกลับไปบดขยี้อ๋องรองแทน
——————
และแล้ว วันเดินทางไปชายแดนเหนือของซ่งติ้งหย่วนก็มาถึง…
เหยาเหยาวิ่งกระหืดกระหอบมาส่งพี่รองถึงหน้าจวน ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความห่วงใย นางโผเข้ากอดขาพี่ชายไว้แน่น "พี่รอง... ต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะเ้าคะ เหยาเหยาจะรอพี่รองกลับบ้าน"
ซ่งติ้งหย่วนคุกเข่าลงโอบกอดน้องสาวตัวน้อยไว้แนบอก ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านในหัวใจ เขารู้ดีว่าคำเตือนจากเสียงในใจของน้องเล็กคือสิ่งที่จะช่วยชีวิตเขาไว้ในสมรภูมิ "เ้าตัวเล็ก พี่สัญญา... พี่จะกลับมาหาเ้าอย่างแน่นอน พี่ไม่มีวันทิ้งชีวิตไว้ที่ชายแดนเหนือเด็ดขาด"
'พี่รองต้องกลับมาให้ได้นะ' เหยาเหยาร่ำร้องในใจด้วยความอาลัย 'ในนิยายพี่รองต้องจบชีวิตลงที่นั่น ทว่าชาตินี้ข้าเตือนพี่แล้ว ครอบครัวของเราเตรียมพร้อมรับมือแล้ว พี่รองต้องรอด ต้องชนะ และต้องกลับมาอย่างสง่างาม!'
'พี่รอง... ระวังคนทรยศ ระวังเื่เสบียง ระวังข่าวลวง... ข้าเตือนพี่เท่าที่สมองจะจำได้แล้ว ที่เหลือขอให้ทวยเทพคุ้มครองพี่รองด้วย!'
ซ่งติ้งหย่วนได้ยินคำสำทับในใจน้องสาวตรงๆ ก็คลี่ยิ้มกว้าง ก่อนหอมแก้มนุ่มไปฟอดใหญ่
ไม่นาน ซ่งจิ้งอันก็ก้าวเข้ามา คุณชายรองวางตัวน้องสาวลง หันไปเผชิญหน้ากับพี่ชาย
"น้องรอง จำไว้ให้มั่น คนของพี่ที่แฝงตัวอยู่ในทัพจะคอยส่งข่าวลับให้เ้า หากมีคำสั่งใดที่น่าเคลือบแคลง ให้ส่งรหัสลับกลับมายืนยันกับพี่ที่เมืองหลวงทันที และจงเตรียมเสบียงสำรองซ่อนไว้ส่วนหนึ่งเสมอ อย่าได้พึ่งพาแต่เสบียงหลวงเพียงอย่างเดียว" บัณฑิตหนุ่มกำชับเสียงเข้ม
"และที่สำคัญที่สุด..." ซ่งจิ้งอันเน้นเสียงเข้ม แววตาเย็นะเื "อย่าเพิ่งฆ่าคนทรยศทันทีที่จับได้ จงจับเป็มันไว้พร้อมหลักฐานที่สาวไปถึงอ๋องรอง นั่นคือหมากสำคัญที่จะช่วยปกป้องตระกูลซ่งของเรา"
ซ่งติ้งหย่วนพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น เขาสลักลึกทุกคำเตือนไว้ในใจ เขารู้ดีว่าการเดินทางไปชายแดนเหนือครั้งนี้ มิใช่เพียงการออกรบเพื่อปกป้องแผ่นดิน ทว่าเป็การเดินเข้าสู่กับดักที่เขารู้ทันล่วงหน้า เพื่อพลิกมันให้กลายเป็ชัยชนะอันยิ่งใหญ่
ชายหนุ่มลูบศีรษะน้องสาวตัวน้อยเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะพลิกกายขึ้นหลังม้าอย่างกระฉับกระเฉง เขาหันกลับมามองครอบครัวที่ยืนส่งด้วยสายตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว "ข้าไปก่อน ขอให้ทุกคนรอฟังข่าวชัยชนะของข้า!"
สิ้นคำ ขบวนทัพอันเกรียงไกรก็เคลื่อนออกจากประตูเมืองเซิ่งจิง มุ่งหน้าสู่ชายแดนเหนืออันหนาวเหน็บ ท่ามกลางสายตาแห่งความห่วงใยและเปี่ยมด้วยความหวังของคนตระกูลซ่ง
เหยาเหยายืนมองแผ่นหลังของพี่ชายที่ค่อยๆ ลับสายตาไป มือเล็กกำกำไลกระดิ่งแน่นจนสั่นเบาๆ
'นี่คือด่านเคราะห์ใหญ่หลวงอีกด่านของตระกูลเรา' เด็กหญิงคิดด้วยความมุ่งมั่นลึกล้ำ 'ชะตากรรมของพี่รองในนิยายอาจเป็ความตาย ทว่าในชาตินี้ข้าจะเปลี่ยนมัน... เหมือนที่ข้าเคยเปลี่ยนชะตาของตัวเอง ของท่านแม่ และของท่านตามาแล้ว'
'คอยดูเถอะ หน้ากระดาษแห่งความตายของพี่รอง... ข้าจะฉีกมันทิ้งด้วยมือคู่นี้ แล้วเขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ ให้พี่รองกลับมาในฐานะผู้ชนะที่เกรียงไกรที่สุด!'
ภายนอกกำแพงเมืองอันสูงตระหง่าน ฝุ่นควันจากกีบม้าฟุ้งกระจายไปตามสายลม พัดพาชะตากรรมของซ่งติ้งหย่วนมุ่งสู่สมรภูมิรบ — สมรภูมิที่จะเป็บทพิสูจน์ว่า ตระกูลซ่งจะสามารถพลิกชะตาแห่งความตาย ให้กลายเป็ชัยชนะอันเป็นิรันดร์ได้หรือไม่!
---------------------------------
[1] ย้อนเกล็ด ในที่นี้หมายถึงเกล็ดย้อนซึ่งเป็จุดอ่อนของั