Wanwan's Part
“อ้าว คุณ…”
ฉันร้องทักขึ้นทันที หลังจากที่ละสายตาจากลำธาร หันมองด้านหลังแล้วเห็นกลุ่มของผู้ชายที่ฉันเพิ่งชนเขาเมื่อสักครู่นี้เดินตามหลังกลุ่มของฉันมา อุตส่าห์เดินเลี่ยงมาแล้วเพราะความอายก่อนหน้านี้ ทำไมยังมาให้เห็นอีกนะ
"เจอกันอีกแล้วนะครับ” ผู้ชายคนนั้นพูดพร้อมยิ้มให้ฉันหนึ่งที
"สวัสดีค่า พวกคุณก็ขึ้นมาเที่ยวสวนสัตว์มารุยามะเหมือนกันเหรอคะ” ธิชาที่เห็นว่าฉันกำลังทักกับกลุ่มผู้ชายก่อนหน้านั้น ก็รีบเข้ามาเสริมทัพทันที
ผู้ชายกลุ่มนี้หลังจากได้ยินที่ธิชาถามก็พากันทำหน้าเลิกลั่ก ๆ มองกันไปกันมาสักครู่ แล้วก็พากันพยักหน้าแทนคำตอบว่าใช่
"บังเอิญจังเลย ไม่ยักกะรู้ว่าพวกคุณจะมาดูอะไรแบบนี้ด้วย”
ธิชาโยนคำถามไปหนึ่งดอก เสมือนกับรู้ว่าพวกเขาไม่ได้อยากมาดูสวนสัตว์ แค่อยากมาตามดูอย่างอื่นมากกว่า
“เอ่อ…พอดีว่าเพื่อนของผมทั้งสี่คนเป็คนต่างชาติหน่ะครับ นี่เป็ครั้งแรกที่ได้มาที่นี่ เลยกะว่าจะพาพวกเขาเที่ยวเหมือนคนต่างชาติอื่น ๆ สักหน่อย”
เพื่อนผู้ชายอีกคนที่ดูยังไงก็เป็ญี่ปุ่นอธิบาย แต่เอ๊ะ คนที่ฉันชนเขาไม่ใช่คนญี่ปุ่นเหรอ เพราะเมื่อกี้คุณคนนั้นเขาบอกว่าเพื่อนต่างชาติทั้งสี่คน
"อ่อ อย่างนี้นี่เอง งั้นพวกเราเดินขึ้นไปพร้อม ๆ กันเลยไหมคะ”
ธิชาเสนอไอเดีย ที่ฉันไม้าขึ้นมา แกนะแก รู้อยู่แล้วว่าฉันอายเื่เมื่อกี้นี้ ก็ยังจะชวนพวกเขาให้เดินไปด้วยกันอีก
"โอเคครับ”
ผู้ชายญี่ปุ่นคนนั้นผายมือให้พวกฉันเดินนำไปก่อน แล้วพวกเขาก้เดินตามมา แต่ความขายาวของพวกเขาก็จะมีบางจังหวะที่เดินนำพวกเราบ้าง แต่พอพวกเขารู้ว่าเดินนำเราแล้วก็จะลดวามเร็วลงให้เดินในระดับเดียวกัน
แต่ที่สังเกตได้เลยคือ คนที่ฉันชนเขา เขามักจะเดินไปพร้อม ๆ กับฉันเสมอ และย้ายมาเดินข้าง ๆ ฉัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“ขอโทษนะคะ อาจจะดูเป็การเสียมารยาท คุณชื่ออะไรเหรอคะ ฉันชื่อธิชานะคะ”
ธิชาเอ่ยถามหนุ่มญี่ปุ่นคนนั้นพร้อมยื่นไปทำความรู้จัก
“สวัสดีครับ ผมชื่อเอย์จิครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” คนที่ชื่อเอย์จิยื่นมือไปจับตอบ
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่า ว่าแต่ เห็นก่อนหน้านี้คุณพูดว่าเพื่อนทั้งสี่คนเป็ต่างชาติเหรอคะ”
ธิชาที่เดินใกล้ ๆ กับผู้ชายญี่ปุ่นคนนั้นก็ถามขึ้น ดีมากเลยเพื่อนรัก ฉันก็สงสัยเหมือนกัน เพราะคนที่เดินข้าง ๆ ฉันเขาหน้าเหมือนคนญี่ปุ่นมาก ๆ ทำให้ครั้งแรกี่เจอทำให้ฉันเข้าผิดนึกว่าเขาเป็คนญี่ปุ่นซะอีก
“ใช่ครับ พอดีผมและเพื่อน ๆ กำลังเรียนป.โทที่โตเกียวอยู่ครับ พวกเขาอยากมาเที่ยวบ้านเกิดผมสักหน่อย แล้วมีโอกาสได้มา่นี้พอดี”
“สวัสดีครับ ส่วนผมชื่อเลียมนะครับ เป็คนออสเตรเลีย” เพื่อนฝรั่งที่เป็คนพยุงคนที่ฉันเหยียบเท้า อยู่ ๆ ก็มาร่วมในกลุ่มสนทนานี้
“เพื่อนซ้ายมือผมชื่อครอสเป็คนเยอรมัน ขวามือชื่อไทเลอร์เป็เพื่อนสนิทผมที่อยู่ออสเตรเลีย ส่วนคนนั้นชื่อหวัง หวงเซิน เป็คนจีนครับ” ประโยคหลังเขาชี้มาที่คนข้าง ๆ ฉัน อ๋อ…เขาเป็คนจีนนี้เอง แต่หน้าเขาไม่เหมือนคนจีนเลย ฉันนึกว่าคนญี่ปุ่นซะอีก พวกฉันพยักหน้าประมาณว่ายินดีที่ได้รู้จักกับทุกคน
“ฉันนิเน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“เรียกฉันว่าหวานหวานได้ค่ะ”
“หวานหวาน”
หวงเซินที่จากเงียบมานาน ก็พูดชื่อฉันขึ้นทวนอีกรอบ ฉันหันไปมองเขาที่เรียกชื่อฉันซ้ำๆ หลายรอบ พอเขาเห็นว่าฉันหันไปมอง เขาก็แสร้งหันไปมองทางอื่น ๆ ระหว่างทางที่พวกเราเดินขึ้นมายังสวนสัตว์นี้ เราจะได้ยินเสียงธิชา เอย์จิและเลียมพูดคุยกันตลอดทางเดิน
หลังจากที่พวกเราเดินมาถึงหน้าสวนสัตว์แล้ว ทางเอย์จิก็ได้อธิบายเกี่ยวกับสถานที่ และแลกตั๋วเข้าให้พวกเราทั้งสามเผื่ออีกด้วย
“พวกคุณอยากเห็นสัตว์ชนิดไหนเป็พิเศษไหมครับ” เอย์หันมาถามพวกเรา
“พวกเราเพิ่งเคยเที่ยวเมืองหิมะครั้งแรก ก็เลยอยากเห็นเพนกวิ้น,กับหมีขาวค่ะ” ธิชาตอบ
หลังจากนั้นเอย์จิก็ได้พาพวกเราทั้งหมดไปชมสวนสัตว์ในโซนต่าง ๆ ซึ่งพวกเราก็เดินไปด้วย ถ่ายรูปสัตว์ต่าง ๆ ด้วยจนไปถึงจุดชมหมีขาวที่อยู่ชั้นสองของตึกหลังสุดของส่วนสัตว์ พวกเราใช้เวลาในการเดินชมสัตว์ต่าง ๆ ราวหนึ่งชั่วโมง ระหว่างทางกลุ่มพวกเราทั้งสองก็เริ่มได้พูดคุยกันมากขึ้น ธิชากับเลียมก็พูดกันสนุกสนาน ราวกับว่าพวกเขาทั้งสองรู้จักกันมานานแล้วซะอย่างนั้น
“พวกมึงกูหนาวอ่ะ ว่าจะออกไปกดโกโก้ร้อนหน้าประตูโดมมากินหน่อย เอาด้วยไหมจะได้กดมาเผื่อ”
ฉันถามเพื่อน เพราะอากาศที่ติดลบขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ฉันต้องหาอะไรร้อน ๆ มากินสักหน่อย ปากฉันแข็งจนฟันจะกระทบกันอยู่แล้วเนี่ย
“ไม่เอามึงขอบใจมาก”
นิเนบอกพลางเดินไปดูน้องหมีขาวต่อ ส่วนธิชาที่ส่ายหน้าให้ฉันได้แปปนึงก็โดนเลียมลากไปอีกทางแล้ว ส่วนฉันเห็นอย่างนั้นก็ย้อนเดินมาทางเข้าของโดมชั้นสอง จะมีตู้กดน้ำตู้ใหญ่ตั้งอยู่หน้าประตูทางเข้า
ย้อนวัยกันไปอี้กกก