เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เสียงการปะทะดังลั่นไปทั่วบริเวณ จินหยางจับจ้องไปที่ชายฉกรรจ์สวมชุดดำผู้หนึ่งด้านหน้าอย่างไม่วางตา ทันทีที่ชายฉกรรจ์ผู้นั้นถีบเท้าพุ่งเข้ามาพร้อมกับฟาดฟันกระบี่ในมือ จินหยางก้มตัวลงต่ำเพื่อหลบคมกระบี่ถีบเท้าซ้ายไปทางขวาพร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝัก คมกระบี่วาดผ่านหน้าท้องและชายโครงด้านซ้ายเป็แผลฉกรรจ์เืสีแดงพุ่งกระฉูดออกจากาแ จินหยางเหยียบเท้าขวาหมุนตัวฟันกระบี่ไปที่ด้านหลังอีกครั้ง ชายฉกรรจ์ผู้นั้นล้มลงไปนอนกับพื้น จินหยางถึงกับมือสั่นสะท้านแต่ทว่าเขารีบตั้งสติถีบเท้าถอยไปด้านหลังเพื่อหลบกระบี่อีกเล่มหนึ่งที่ฟาดฟันเข้ามาทางขวามือ ความซวยเริ่มมาเยือนจินหยางเพราะเขาถอยไปชนกับต้นไม้ใหญ่ด้านหลัง เขาได้ยินเสียงแว่วดังขึ้นมาในหูรีบยกกระบี่ขึ้นต้านรับ ชายฉกรรจ์ด้านหน้าพุ่งเข้ากระชิดฟาดฟันกระบี่เข้ามาอย่างรวดเร็ว เคร้ง! เพราะพลังปราณที่ต่างกันมากเกินไปทำให้ชายฉกรรจ์ออกแรงกดกระบี่ในมือ จินหยางรีบเอี้ยวตัวหลบไปทางซ้ายหลบคมปลายกระบี่ เตะเท้าขวาไปที่ชายโครงอย่างถนัดถนี่ เปรี้ยง! ชายฉกรรจ์กระเด็นออกไปเป็จังหวะเดียวกับที่เหลาซู่เสือตัวใหญ่กระโจนเข้ามาขย้ำอย่างรวดเร็ว
“เทียนคงเ้ารู้ได้อย่างไรว่าชายผู้นั้นจะฟาดฟันกระบี่มาทางไหน?”
“ข้าเพียงแค่วิเคราะห์จากลักษณะท่าทางขอรับ”
จินหยางแสยะยิ้มชี้กระบี่ไปที่ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งที่กำลังปะทะกับหวังซุน
“เช่นนั้นเ้าสามารถรับรู้ล่วงหน้าได้หรือไม่ว่าชายผู้นั้นจะไปทางไหน?”
ไม่ถึงสองลมหายใจเทียนคงก็เอ่ยวาจาออกมา
“ชายผู้นั้นจะหลบดาบไปทางขวามือขอรับ”
ได้ยินเช่นนั้นจินหยางถีบเท้าขวาด้วยทักษะย่างก้าวพยัคฆ์พุ่งไปดักรอ เป็ดั่งที่เทียนคงกล่าวออกมา ชายฉกรรจ์ผู้นั้นถีบเท้าหลบดาบของหวังซุนมาทางขวาจริง ๆ จินหยางจึงแทงกระบี่ออกไปปลายกระบี่แทงจากด้านหลังทะลุออกไปที่หน้าอก ไม่ถึงหนึ่งเค่อชายฉกรรจ์ชุดดำทั้งแปดก็ถูกสังหารทั้งหมด จื่อห้าวและถังไห่หันไปมองหนุ่มน้อยอายุยังไม่ถึงสิบปีด้วยความแปลกประหลาดใจที่เขาสังหารชายฉกรรจ์ได้ถึงสามคนถึงแม้จะมีเหลาซู่คอยช่วยเหลือก็ตาม
“ขอบคุณพวกท่านทั้งสองที่ช่วยเหลือ ท่านหวังซุนหลานชายของท่านหาได้มีความหวาดกลัวและมีฝีมือไม่น้อยทีเดียว เขาสังหารพวกมันได้ถึงสามคน”
“อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยขอรับ เป็เพราะโชคช่วยหลานชายของข้าฝึกยุทธได้ไม่ถึงสิบวัน”
จื่อห้าวและถังไห่ตื่นใยิ่งกว่าเดิม
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นับว่าข้าได้พบอัจริยะวัยหนุ่มเสียแล้ว ตอนข้าอายุเท่าเขาแม้เพียงสังหารหมูป่าข้าก็าเ็ไปหลายวัน”
จินหยางสะบัดกระบี่รีดเืทำความสะอาดพร้อมเก็บเข้าฝักรีบก้มคารวะ
“ขอบคุณที่ชายจื่อห้าวที่ชมขอรับ”
จินหยางหันไปมองถังไห่
“พี่ชายถังไห่ได้รับาเ็ท่านเป็อย่างไรบ้าง”
จื่อห้าวและถังไห่ตื่นใยิ่งกว่าเดิมรีบหันไปมองจินหยางด้วยความสงสัย
“หนุ่มน้อยเ้ารู้ได้อย่างไรกัน?”
“ตอนที่ท่านต่อสู้ข้ารู้สึกว่าท่านระแวงทางซ้ายมากเกินไป ข้าจึงคิดว่าท่านาเ็”
ถังไห่หัวเราะเสียงดังลั่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้ามีสายตาที่เฉียบคมสามารถวิเคราะห์ได้แม้ในยามต่อสู้เป็ตาย เมื่อเ้าเติบใหญ่เ้าต้องเป็ยอดฝีมือที่เก่งกาจเป็แน่ ใช่ เป็อย่างที่เ้ากล่าวออกมาข้าได้รับาเ็บริเวณชายโครงด้านซ้าย”
จินหยางก้มคารวะถังไห่
“ขอบคุณพี่ชายถังไห่ที่ชื่นชม”
จื่อห้าวเดินไปตรวจสอบศพของชายฉกรรจ์พบขวดยาสีขาวนวลสามขวด เมื่อเปิดจุกขวดยาก็พบว่ามันคือยารักษาอาการาเ็หนึ่งขวด อีกสองขวดเป็เม็ดยาเพิ่มพลังปราณ จื่อห้าวจึงโยนขวดเม็ดยาเพิ่มพลังปราณให้แก่จินหยาง
“หนุ่มน้อยเ้ารับไว้เถอะ จากที่ข้าสังเกตถึงแม้เ้าจะมีสายตาที่เฉียบคมแต่ทว่าพลังปราณในร่างเ้ามีน้อยเกินไป เ้านำมันไปเพิ่มพลังปราณเถอะ”
จินหยางคว้ารับขวดยาทั้งสองขวดหันไปมองหวังซุน หวังซุนเพียงพยักหน้าตอบรับ
“ขอบคุณพี่ชายจื่อห้าวขอรับ”
“ดี ตอนนี้คงไม่มีสิ่งใดแล้วเ้ารีบพักผ่อนเถอะหนุ่มน้อย พรุ่งนี้เช้าเราจะรีบเดินทางเข้าเมือง”
รุ่งเช้าย่างเข้ายามเฉินแสงอาทิตย์กำลังเริ่มทอแสงยามเช้า ทั้งสี่เร่งออกเดินทาง ตลอดทั้งวันพวกเขาหยุดพักเพียงหนึ่งครั้งเพื่อทานอาหาร จนย่างเข้ายามเซินทั้งสี่ก็มองเห็นเมืองด้านหน้าเป็เมืองขนาดใหญ่มีกำแพงที่ทำจากหินสกัดสูงหลายจั้ง ทหารหลายสิบนายยืนประจำอยู่้าของกำแพง ด้านล่างตรงทางเข้าประตูไม้ขนาดใหญ่เปิดกว้างมีทหารสี่นายประจำทางเข้าซ้ายและขวาผู้คนมากมายต่างเดินเข้าออก ทหารนายหนึ่งเมื่อเห็นจื่อห้าวก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“เกิดสิ่งใดขึ้นพี่ชายฉี? เหตุใดถึงได้รีบร้อนยิ่งนัก?”
“เ้าสำนักฟูชินฟานมีจดหมายด่วนแจ้งมา หากพบคุณชายทั้งสองให้รีบแจ้งทันทีว่าให้กลับสำนักโดยด่วน เพราะมีปัญหาจากสินค้าที่ท่านทั้งสองนำไปส่ง”
“เกิดปัญหาสิ่งใด?”
“เื่นั้นข้าไม่ทราบ ในจดหมายไม่ได้แจ้งสิ่งใดเพิ่มเติม”
จื่อห้าวและถังไห่ต่างหันมาสบตากัน
“ขอบคุณพี่ชายฉีมากขอรับที่แจ้งเื่สำคัญแก่ข้า”
จื่อห้าวหันไปมองหวังซุนและจินหยาง
“เรารีบไปที่สำนักคุ้มภัยกันเถอะขอรับ”
ทั้งสี่รีบเร่งฝีเท้าเข้าไปในเมืองทางทิศตะวันออกไม่นานก็มาถึงด้านหน้าของสำนักคุ้มภัย จื่อห้าวและถังไห่ตื่นใไม่น้อยที่พบเห็นคนของสำนักคุ้มภัยบางคนได้รับาเ็ ส่วนป้ายไม้ที่สลักอักษรสำนักคุ้มภัยฟูเวยถูกทำลายกลายเป็เศษไม้กองด้านล่าง
“เกิดสิ่งใดขึ้นน้องิ?”
จื่อห้าวเอ่ยวาจาสอบถามชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งที่ก้าวเดินออกมา
“พี่ใหญ่ห้าวท่านกลับมาแล้ว สินค้าที่ท่านทั้งสองนำไปส่งมีปัญหาขอรับ คนรับแจ้งมาว่ามันเป็ของปลอมเขาจึงจ้างวานยอดฝีมือบุกมาทำลายป้ายสำนัก”
“เป็ไปได้อย่างไรในเมื่อของในกล่องไม้นั่นพวกข้าทั้งสองดูแลอย่างดีไม่แม้แต่จะเอาห่างกาย แล้วมันจะถูกสับเปลี่ยนไปได้อย่างไรนอกเสียจากมันคือของปลอมั้แ่แรก แล้วยอดฝีมือพวกนั้นเป็ใครมาจากไหน”
“พวกเขาอ้างตัวว่าเป็คนจากสำนักัม่วงขอรับ”
หวังซุนตื่นใเล็กน้อย
“สำนักัม่วงแห่งเหอหนานเหตุใดถึงมาที่นี่?”
จื่อห้าว ถังไห่ ชูิหันมามองหวังซุน
“ท่านหวังซุนท่านรู้จักคนจากสำนักัม่วงอย่างนั้นรึขอรับ?”
“พอได้ยินอยู่บ้าง แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?”
ชูิก้มคารวะหวังซุน
“คารวะผู้าุโหวังซุน คนของสำนักัม่วงแจ้งว่าอีกห้าวันจะมาที่นี่อีกครั้ง ตอนนี้ก็เหลือเพียงสามวันที่พวกเขาจะมาที่นี่ขอรับ เชิญผู้าุโด้านในขอรับ”
“เชิญ”
“เหลาซู่เ้ากลับไปพักก่อนเถอะ”
เหลาซู่รีบกระโจนเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ชูิพาทั้งสี่เดินเข้าไปด้านในผ่านลานกว้างที่เอาไว้ฝึกยุทธ มีสวนดอกไม้ปลูกสองข้างทางเดินผ่านประตูไม้อีกแห่งทะลุไปยังห้องโถงใหญ่ มองเห็นชายชราผู้หนึ่งผมสีดอกเลาสวมชุดสีเทานั่งก้มหน้าครุ่นคิดบางอย่างอยู่ตรงกลางห้องอยู่เพียงผู้เดียว
“เ้าสำนักขอรับ พี่ใหญ่จื่อห้าวกลับมาแล้ว”
“คาระวะเ้าสำนักขอรับ”
ฟูชินฟานเงยหน้าขึ้นมาจ้องมอง
“พวกเ้ากลับมาแล้ว”
“ขอรับ”
ฟูชินฟานมองด้านข้างพบเจอกับหวังซุนเขายกยิ้มอย่างดีใจรีบลุกขึ้นยืน
“โอ้! สหายข้า สิ่งใดหอบพาเ้ามาที่นี่กัน?”
หวังซุนยกยิ้มหันไปมองจินหยาง
“นายน้อย ชายชราผู้นี้คือฟูชินฟาน”
จินหยางรีบก้มคารวะ
“คารวะท่านลุงฟูชินฟานขอรับ ข้ามีนามว่าจินหยางเป็หลานชายของท่านลุงหวังซุนขอรับ”
ฟูชินฟานหรี่ตามองจินหยางและหวังซุนสลับกันไปมา หวังซุนยกยิ้มเอ่ยวาจาออกมา
“เื่ของข้าเพียงเล็กน้อย ว่าแต่เื่ของเ้าเถอะชินฟาน เกิดสิ่งใดกับสำนักคุ้มภัยของเ้ากัน? มีสิ่งใดให้ข้าช่วยเหลือหรือไม่?”
“พูดแล้วก็น่าละอายสหายข้า เื่นั้นต้องสอบถามกับจื่อห้าว”
ฟูชินฟานหันไปมองจื่อห้าว
“จื่อห้าวเ้าจะอธิบายเื่ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร”
“เื่นี้ข้าสามารถอธิบายได้ขอรับ สิ่งของที่รับมาอยู่ในกล่องไม้ข้าทั้งสองดูแลอย่างดี อีกอย่างตอนที่ส่งมอบคนที่ออกมารับและยืนยันต่อข้าและถังไห่ว่าสินค้าถูกต้องเป็ของจริงคือพ่อบ้านเก่อคังจวิน”
“เป็ไปได้อย่างไร ในเมื่อพ่อบ้านเก่อคังจวินนั่นแหละที่ส่งคนจากสำนักัม่วงมาที่นี่ บอกกล่าวว่าสินค้าที่ได้รับเป็ของปลอม อีกอย่างเขาไม่พบเจอพวกเ้าทั้งสองพบเพียงกล่องไม้วางอยู่ด้านหน้าของบ้านตระกูลเก่อ”
จื่อห้าวและถังไห่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับขมวดคิ้ว