บทที่ 41 หนิงเย่ากังถูกหมายหัว
ในขณะที่รถยนต์หนิงเย่ากังเคลื่อนตัวออกไป ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีรถอีกคันที่สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วขับตามหลังรถของหนิงเย่ากังออกไป
ภายในรถคันนั้นมีชายร่างกำยำคนหนึ่งหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรออกแล้วพูดกับปลายสายว่า
“นายใหญ่ พวกเราเจอหนิงเย่ากังแล้ว! คราวนี้เขากล้าออกมาโดยไม่พาลูกน้องมาด้วย!”
ทันใดนั้น ปลายสายก็ส่งเสียงยินดีออกมา
“ฮ่าๆ หนิงเย่ากัง! มันคงคิดไม่ถึงล่ะสิ! วันนี้แหละที่ฉันจะเล่นงานแก! อย่ามาโทษทีฉันโหดร้ายล่ะกัน! ไปโทษตัวเองที่ประมาทออกมาคนเดียวเถอะ!”
ชายคนนั้นพูดพลางหัวเราะ “รีบจัดหนิงเย่ากังให้เรียบร้อย! หลังจากที่แก๊งเสวียนอู่ถูกกำจัดสิ้นซาก ถึงตอนนั้นเจียงหนานก็จะเป็นของพวกเรา!”
“ถูกต้องครับ นายใหญ่! โอกาสทองแบบนี้ หาไม่ได้ง่าย ๆ ”
ชายกำยำประจบประแจงอย่างนอบน้อมทันที
“ถ้าทำสำเร็จ งานเลี้ยงฉลองเย็นนี้ก็เป็นงานเลื่อนตำแหน่งของแก!”
เสียงปลายสายพูดเสริมเขาคนนี้คือ ‘หูเจิ้นเทียน’ หัวหน้าแก๊งมาเฟียอีกคนหนึ่งในเจียงหนาน ที่ผ่านมาหนิงเย่ากังได้รับการสนับสนุนจากโจวสุ่ยหนิวตลอด เลยทำให้เขามักจะถูกหนิงเย่ากังกดหัวอยู่เสมอ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาวางแผนลอบสังหารหนิงเย่ากังในวันนี้!
ในเวลานี้หนิงเย่ากังกำลังขับรถให้หลัวเซิงอย่างตั้งใจ จึงไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังถูกหมายหัวจากกลุ่มคู่อริอยู่ ในยามปกติเวลาเขาออกไปไหนจะต้องพาบอดี้การ์ดไปด้วยเสมอ
แต่ทว่าวันนี้ สถานการณ์คับขันและกะทันหันเกินไปเขาไม่กล้าทำตัวชักช้า จึงรีบออกมาทันทีไม่เช่นนั้นเสวียนอู่ของพวกเขาต้องถูกทำลายล้างแน่!
เพราะฉะนั้นหนิงเย่ากังที่ร้อนใจจึงไม่ได้พาบอดี้การ์ดออกมาด้วย
หนิงเย่ากังพูดกับหลัวเซิงด้วยสีหน้าสำนึกผิด “บอสหลัว ผมขอโทษจริง ๆ ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะผมสั่งสอนลูกไม่ดีเอง!”
“พอเถอะ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้แล้ว”
หลัวเซิงไม่ได้ติดใจเอาโทษจึงพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
รถสองคันจึงขับมุ่งหน้าไปยังทิศทางบ้านของหลัวเซิง แต่ทว่าเมื่อหลัวเหลือบมองกระจกหลังก็พบว่ามีรถตามหลังมา
หลัวเซิงสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเจ้านายใหญ่ของหลัวเซิงเหมินได้ ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย!
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเขา ล้วนถูกหล่อหลอมมาจากวิกฤตชีวิตและความตาย ครั้งแล้วครั้งเล่า!
“หนิงเย่ากัง มีคนตามเรามา”
น้ำเสียงของหลัวเซิงเรียบเฉย
“ครับ?”
ได้ยินคำพูดของหลัวเซิง สีหน้าของหนิงเย่ากังก็เปลี่ยนไปเขารู้ดีว่าตอนนี้ข้างกายเขาไม่มีบอดี้การ์ดอยู่เลย!
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าบนรถมีแค่เขาก็ยังดี 'เดินเลียบ ๆ แม่น้ำก็ต้องมีบ้างที่เปียกน้ำ' *[1] หนิงเย่าเตรียมใจรับมือกับการถูกลอบสังหารทุกวันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้หลัวเซิงกลับมาอยู่บนรถกับเขาด้วย!
แน่นอนว่าเขาไม่ได้กงัวลที่ตัวเองจะเป็นอะไรไป แต่ถ้าหลัวเซิงต้องมาเดือดร้อนเพราะเขา ต่อให้ฆ่าล้างตระกูลเขาก็คงจะไม่เพียงพอ!
โจวสุ่ยหนิว ไม่มีทางปล่อยครอบครัวของเขาไปแน่!
“บอสหลัว ผมจะโทรเรียกคนมาเดี๋ยวนี้!”
หนิงเย่ากังที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเรื่องราวโชกเลือดมามากมายไม่นานเขาก็ตั้งสติได้แล้วพูดกับหลัวเซิงทันที
“ไม่มีเวลาแล้ว”
น้ำเสียงของหลัวเซิงเย็นชาลงทันที เขารู้ดีว่าในเมื่ออีกฝ่ายตั้งใจจะลงมือ แสดงว่าเตรียมการมาอย่างดีแล้ว ตอนนี้จะเรียกคนก็ไม่ทันแล้ว
ด้วยความสามารถของเขาการรับมือกับคนพวกนี้ มันง่ายเหมือนบดขยี้มด ต่อให้อีกฝ่ายส่งมือสังหารมาก็ไม่มีทางทำร้ายเขาได้แม้แต่ปลายเล็บ!
ตอนนี้เขากังวลแค่ลูกสาวสุดที่รักของเขาเหยาเหยา เท่านั้น
หลัวเซิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา โทรหากัวหว่านฉีทันที “กัวหว่านฉี เธอพาลูกสาวฉันกลับบ้านก่อน ฉันมีธุระต้องจัดการ”
กัวหว่านฉีไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงตอบกลับทันที “เข้าใจแล้วค่ะท่านหลัว”
วางสายโทรศัพท์ หลัวเซิงหันไปพูดกับหนิงเย่ากัง “ไปที่เปลี่ยวที่สุด ใกล้ ๆ นี้”
หนิงเหยาได้ยินคำสั่ง แม้จะไม่ทราบว่าหลัวเซิงต้องการทำอะไรแต่ก็ทำได้เพียงเชื่อฟังคำสั่ง หักพวงมาลัยรถมุ่งหน้าออกสู่ชานเมือง
เมื่อรถของหนิงเย่ากังเปลี่ยนเส้นทาง ชายที่นั่งอยู่ในรถที่ขับตามมาข้างหลังก็เผยสีหน้าเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที
“ดูเหมือนหนิงเย่ากังจะรู้ตัวแล้ว พี่ใหญ่เอาไงดี?”
ลูกน้องคนหนึ่งถามชายร่างกำยำทันที
แต่ทว่าชายร่างกำยำกลับหัวเราะออกมาทันที “ฮ่า ๆ รู้ตัวแล้วมันยังไง? หนิงเย่ากังโง่จริง ๆ! วันนี้มันซวยแน่! ข้างหน้าเป็นชานเมือง! ไม่มีคนสักคน!”
ได้ยินชายร่างกำยำพูดแบบนี้ ลูกน้องคนอื่น ๆ ต่างก็พากันหัวเราะลั่น พอไปถึงชานเมืองต่อให้พวกเขายิงหนิงเย่ากังตายตรงนั้น ก็ไม่มีใครรู้!
“จัดการให้จบในครั้งเดียว แล้วกลับไปรับรางวัล!”
น้ำเสียงของชายร่างกำยำเต็มไปด้วยความมั่นใจ ในสายตาของเขา ครั้งนี้เขาเลื่อนขั้นแน่นอน!
ในรถ ขณะที่กำลังมุ่งหน้าไปยังชานเมืองที่ไม่มีผู้คน หลัวเซิงก็เอ่ยปากขึ้นอย่างเฉยเมย “พอแล้ว จอดรถ”
ได้ยินคำพูดของหลัวเซิง สีหน้าของหนิงเย่ากังก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าหลัวเซิงต้องการทำอะไร “แต่ว่า…”
“ไม่เป็นไร จอดรถ”
หลัวเซิงพูดซ้ำอีกครั้ง
“ครับ”
หนิงเย่ากังไม่กล้าชักช้า จึงจอดรถข้างทาง
ไม่ถึงนาทีรถที่ตามหลังมาก็ตามมาทัน คนบนรถมองเห็นหลัวเซิงและหนิงเย่ากังที่ยืนอยู่ข้างทาง พวกเขาไม่สนใจหลัวเซิงแม้แต่น้อย ในสายตาของพวกเขา ชายหนุ่มคนนี้คงเป็นแค่คนขับรถของหนิงเย่ากังเท่านั้น!
“ฮ่า ๆ พี่น้อง! ไปกันเถอะ! พวกเราก็จอดรถ!”
ชายร่างกำยำหัวเราะเสียงดัง
ในไม่ช้ารถที่ตามมาก็จอดสนิท คนเจ็ดแปดคนที่อยู่บนรถต่างก็กระโดดลงมาทุกคนถืออาวุธอยู่ในมือครบ
มองดูภาพตรงหน้า หัวใจของหนิงเย่ากังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาไม่รู้เลยว่าหลัวเซิงต้องการทำอะไร!
นี่มันหาเรื่องตายชัด ๆ
หนิงเย่ากังพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา กับคนกลุ่มนั้น “หูอวี่ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แก๊งตี้ซาพวกแกถึงได้กล้าขนาดนี้?”
หนิงเย่ากังรู้จักคนพวกนี้ดี แก๊งตี้ซ่ากับแก๊งเสวียนอู่ของพวกเขาเป็นศัตรูกันมาตลอด
แม้ว่าเขาจะเป็นถึงหัวหน้าแก๊ง แต่เผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้เขาก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง
ตัวเขาเองกว่าจะขึ้นมาถึงจุดสูงสุดที่มีทั้งเงินและอำนาจเช่นทุกวันนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาไม่อยากมาจบชีวิตลงตรงนี้!
“ฮ่า ๆ หนิงเย่ากัง คาดไม่ถึงสินะ ว่าวันนี้แกจะมาตายด้วยน้ำมือของแก๊งตี้ซาพวกเรา ฉันจับตาดูแกมาหลายเดือนแล้ว! ไม่คิดเลยว่าแกจะกล้าออกมาข้างนอกโดยไม่พาใครมาด้วย!”
“ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวก็เสร็จ หลับตาแป๊บเดียว พอฉันได้เลื่อนตำแหน่งฉันจะเอาเหล้าไปไหว้หลุมศพแกเอง!”
หูอวี่พูดอย่างลำพองใจ ในสายตาของเขาหนิงเย่ากังคือคนตายไปแล้ว!
หนิงเย่ากังหันไปมองหลัวเซิงที่อยู่ด้านข้าง ในใจมีแต่คำขอโทษ เขาอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “บอสหลัว ผมต้องขออภัยด้วยที่ทำให้ท่านต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ วางใจเถอะ วันนี้ต่อให้ผมต้องตายก็จะพาท่านออกไปอย่างปลอดภัยให้ได้ เพียงแต่ขอให้ท่านช่วยแก้แค้นให้ผมด้วย!”
ได้ยินคำพูดของหนิงเยากังหลัวเซิงกลับหัวเราะออกมาอย่างผ่อนคลาย มองไปยังคนกลุ่มตรงข้ามแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ขยะอย่างพวกแก กล้ามาอวดต่อหน้าฉันได้ยังไง? คุกเข่าลงตอนนี้ก็ยังพอมีโอกาสรอด”
ได้ยินคำพูดของหลัวเซิง ทุกคนต่างก็หันมามองทันที
ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ คาดไม่ถึงว่าแค่คนขับรถจะกล้าพูดจาอวดดีขนาดนี้!