การโจมตีของนักสู้พันธุกรรมพลังจิต ย่อมต้องรุนแรงมากยิ่งกว่าการโจมตีโดยปกติทั่วไปอย่างมหาศาล
ว่ากันว่าพละกำลังและความรวดเร็วนั้น จะเทียบได้เป็สองและสามเท่าของการโจมตีในระดับขั้นเดียวกัน
ถ้าสามารถควบคุมวัตถุที่ตนเอง้าด้วยพลังจิตได้มากเท่าไหร่ ความแข็งแกร่งของนางก็ยิ่งทบทวีคูณมากขึ้นไปอีกขั้น เท่ากับว่าหญิงสาวที่มีชื่อว่าฟางลู่คนนี้ ย่อมมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าตัวของเต่าหยุนไปถึงหลายเท่าเลยก็ว่าได้ เพราะเหตุนี้เอง นักสู้พลังจิตถึงเป็บุคลากรที่สำคัญมากสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ ฟางลู่ที่มีระดับพลังอยู่ในขั้น 6 อาจมีสถานะและพลังอำนาจมากยิ่งกว่านักสู้พันธุกรรมระดับ 7 ไปเลยทีเดียว
หมาป่าจันทราโลหิตที่มีระดับขั้นต่ำกว่าย่อมไม่อาจต้านทานได้ มีดพลังจิตขนาดเล็กนั้นถึงจะสร้างความเสียหายเป็ช่องโห่วเล็กๆ
ทว่าทุกการโจมตีของนางกลับมุ่งเน้นไปยังจุดตายทั้งหมด หนึ่งใบมีดเจาะบริเวณหัวกระโหลก สามใบมีดทะลวงเข้าสู่ลำตัว แล้วอีกหนึ่งใบมีดมุ่งเน้นไปยังบริเวณหัวใจ การโจมตีคราวนี้ทำให้หมาป่าขนาดใหญ่ต้องจบสิ้นชีวิตลง ไม่มีหนทางในการฟื้นคืนชีพได้อีกต่อไปแล้ว
[ซวยแล้ว! ไอ้พวกมนุษย์ตัวเล็ก พวกมันมาทำไมกันตอนนี้เนี่ย]
ดาวาลที่ลอยไปมาก็เต็มไปด้วยความร้อนรน สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
[ทันย่ากำลังอยู่ใน่วิวัฒนาการ ถ้าเกิดผิดพลาดอะไรขึ้นมา พวกเราจะชิบหายกันหมดแน่ๆ]
บ้างก็ลอยเข้าไปใกล้ๆกับเต่าหยุน ใช้หมัดเล็กๆของเธอในการซัดเข้าใส่บริเวณใบหน้าอย่างต่อเนื่อง ทำเหมือนกำลังระบายอารมณ์ เนื่องจากทั้งห้าคนนั้นไม่อาจมองเห็นในตัวของดาวาลได้ เด็กสาวจึงสามารถทำสิ่งพวกนี้ได้อย่างสบายๆ
ตราบใดที่เธอไม่ยินยอมให้สิ่งมีชีวิตอื่นๆเห็นถึงร่างกายของตนเอง ต่อให้พวกมันจะมีพลังระดับใดก็ไม่อาจััถึงดาวาลได้เด็ดขาด
“น่าเสียดายแฮะ ร่างของหมาป่าจันทราโลหิตถือเป็สิ่งล้ำค่า”
“แต่พวกเรายังคงติดค้างอยู่กับภารกิจต้นไม้เพลิงกัมปนาทนี้”
เต่าหยุนที่เห็นว่ามันตายไปแล้วก็พูดบ่นพึมพำออกมาอยู่นิดๆ ถึงยังไงซากศพของมอนเตอร์ระดับสูงก็ถือเป็ทรัพยากรที่ล้ำค่า ทั้งเส้นขน ทั้งคมเขี้ยว หรือแม้แต่เืโลหิตของมอนเตอร์กลายพันธุ์ สิ่งเหล่านี้สามารถนำไปวิจัยและพัฒนาต่อได้ ทั้งยังมีราคาที่สูงอย่างมาก
“พี่ใหญ่ ฉันสังเกตเ้าสิ่งนี้มาสักพักแล้ว?”
ตอนนั้นเสียงของฟางลู่ก็ได้ดังขึ้น ทำให้ทั้งสี่คนกลับมามีสติขึ้นอีกครั้งนึง นอกจากต้นไม้ที่กำลังลูกโชนไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนระอุ
บริเวณด้านข้างของมันไม่ไกลก็มีบางสิ่งกำลังถูกตั้งวางเอาไว้ ด้านนอกมีขนาดประมาณสองเมตร โดยที่รอบๆของมันก็มีของเหลวที่เป็เมือกไหลออกมา ลักษณะคล้ายคลึงกับดักแด้ของแมลงที่ด้านในมีบางสิ่งกำลังม้วนตัวนอนหลับ ให้ความรู้สึกที่ดูน่าสยดสยองเป็อย่างมาก
“ไอ้นี่มันอะไรกัน ทรัพยากรล้ำค่า?”
ชายหัวโล้นยื่นมือไปััยังผิวนอกด้วยแววตาที่ดูสงสัย ััได้ถึงของเหลวที่ดูเหนียวหนืด ต่อให้ชักมือกลับมาก็ยังคงติดหนึบ
“ฉันััได้ว่าภายในนี้มีสิ่งมีชีวิตกำลังหลับไหลอยู่!!”
คำพูดของฟางลู่ทำให้พวกเขาต่างต้องชะงัก ใบหน้าของแต่ละคนเริ่มแปลกประหลาด โดยเฉพาะกับเต่าหยุนที่เริ่มลูบคางของตนไปมา
“ไม่ผิด! เป็อย่างที่ฟางลู่บอกเอาไว้จริงๆ ด้านในกำลังมีมอนเตอร์และมันก็กำลังเริ่มวิวัฒนาการอยู่เช่นเดียวกัน!!”
“ข้าเคยได้ยินมาว่าเมื่อพวกมอนเตอร์เกิดการยกระดับและกลายพันธุ์ขึ้นอีกครั้ง พวกมันจะสร้างของเหลวขึ้นมาปกคลุมร่างกาย เหมือนพวกแมลงที่ได้เกิดการพัฒนาขึ้น พวกมันจะจำศีลอยู่ในรังไหมที่ตนเองสร้าง ส่วนหนึ่งก็เพื่อปิดกั้นและปกป้องตนเองจากภัยอันตรายโดยรอบยังไงละ”
“ข้าเองก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมเ้านี่ถึงได้มาวิวัฒนาการในสถานที่แห่งนี้ มันอาจกำลังรอคอยต้นไม้เพลิงกัมปนาทอยู่หรือเปล่า?”
“แล้วไม่ต้องให้ข้าอธิบายต่อไปหรอกนะ ยังไงมันก็คือมอนเตอร์ พวกเราควรจัดการสังหารมันใน่ที่กำลังวิวัฒนาการนี้ซะ!”
เมื่อสิ้นคำพูด เต่าหยุนก็ได้เริ่มลงมือ ใบหน้าของเขาดูเฉยชา พร้อมกับใช้โล่ขนาดใหญ่ในมือกว่าสองเมตรเหวี่ยงเข้าใส่ในทันที
[หยุดนะเว้ย!]
ดาวาลเห็นแบบนั้นก็คำรามออกมาด้วยความโกรธ ดวงตาแดงก่ำเหมือนกำลังโกรธแค้นอย่างถึงขีดสุด
ทันย่าเวลานี้กำลังพัฒนาร่างกายไปเป็ระดับขั้นเติบโต ถ้าถูกโจมตีด้วยพลังของนักสู้พันธุกรรมระดับ 6 ร่างกายของเขาที่กำลังเปราะบางจากการวิวัฒนาการ แน่นอนว่าจะต้องาเ็สาหัส ที่สำคัญ กระบวนการทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นจะต้องหยุดชะงักไปในทันที
กว่าที่ทันย่าจะสามารถวิวัฒนาการไปยังระดับขั้นเติบโตได้ พวกเขาทั้งสองจะต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง มันไม่ใช่โอกาสที่จะเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งนัก อันที่จริงนี่เป็โอกาสที่หาได้ยากอย่างมาก ถ้าถูกขัดขวางตอนนี้ ย่อมไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ทันย่าจะได้วิวัฒนาการอีกครั้งเมื่อไหร่
“ตู้มมมมมมมมมมมม!”
ในตอนนั้น โล่ที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลังก็ได้ถูกทุบลงไปยังรังไหมอย่างรุนแรง ทำให้รังไหมที่ม้วนตัวกันเกิดการะเิ สิ่งมีชีวิตภายในที่ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงย่อมต้องได้รับความเสียหาย กระบวนการหยุดชะงัก ยีนส์พันธุกรรมภายในร่างผันผวน ย้อนเข้าทำร้ายตนเองในทันที
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
เสียงคำรามแห่งความเ็ปดังออกมาอย่างทนทุกข์ทรมาณ ทันย่าที่อยู่ภายในรังไหมเกิดการาเ็สาหัส ร่างสีดำทมิฬถูกหยุดกระบวนการที่ยิ่งใหญ่เอาไว้อย่างฉับพลัน ดาวาลเองก็สั่นสะท้านไปด้วยอารมณ์อันแรงกล้า เต็มไปด้วยความโกรธจนถึงขีดสุด
“หลบ!”
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทำให้ทั้งห้าคนต่างต้องะโถอยหนี พวกเขาเริ่มจัดขบวนรบในการต่อสู้ขึ้นอีกครั้ง
“ดัชนีพลังที่ตรวจสอบได้รุนแรงเป็อย่างมาก มันเป็มอนเตอร์ระดับ 6”
อังเดรเลียรีบใช้อุปกรณ์ชิ้นนึงในการตรวจสอบ พลางจ้องมองไปยังสิ่งมีชีวิตด้านในที่กำลังปรากฏตัวออกมาอย่างจริงจัง
“มอนเตอร์ระดับ 6 จริงๆเรอะเนี่ย สายพันธุ์ไหนกันวะ ลักษณะภายนอกของมันข้าอวิ๋นหานไม่เคยเห็นมาก่อนเลยซักนิด”
“ใช่ พวกเราไม่เคยเห็นเ้านี่มาก่อน รูปลักษณ์ของมันเป็สัตว์สี่เท้า แต่ร่างกายเต็มไปด้วยเกล็ดที่ทับซ้อนกันเป็ปล้องๆ”
“ระวังตัวไว้ก่อน! นี่เป็มอนเตอร์ที่ไม่มีข้อมูลอยู่ในบันทึกพันธุกรรม เหมือนพวกเรามาพบเจอกับสายพันธุ์ใหม่เข้าให้แล้ว!”
ทั้งสามคนต่างพูดคุยกันอย่างจริงจัง สีหน้าแววตาเริ่มเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน โดยเฉพาะกับหญิงสาวที่มีชื่อว่าฟางลู่ ในเวลานี้ดวงตาของนางเริ่มสั่นคลอน ร่างกายสั่นสะท้านเหมือนได้พบเจอบางสิ่งที่เป็อันตราย นางไม่รู้เลยว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้มันคืออะไร
“พะ..พี่ใหญ่ ฉันกำลังรู้สึกอาเจียนอย่างหนัก”
“มันเป็กลิ่นอายที่ฉันก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน!”
ฟางลู่ที่มีพลังจิตย่อมััได้ถึงยีนส์พันธุกรรมที่อยู่ในร่างกายของเหล่ามอนเตอร์ แล้วสิ่งมีชีวิตนี้ก็ให้ความน่าสยดสยองอย่างถึงที่สุด
[ทันย่า พวกเราพบเจอปัญหาแล้ว]
ทันย่าได้ยินแบบนั้นก็เดินออกมาจากรังไหม ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความโกรธ พอได้เห็นถึงมนุษย์ ั์ตาสีแดงทั้งหกดวงก็เริ่มเบิกกว้าง
“มนุษย์เช่นพวกแกขัดขวางกระบวนการพัฒนาของฉัน!!”
ขณะที่พูด ทันย่าก็ได้สังเกตไปเห็นถึงซากศพของหมาป่าจันทราโลหิต จิตใจของเขาสั่นไหวและเต็มไปด้วยความโกรธ ราวกับว่าเขาได้สูญเสียบางสิ่งที่สำคัญไป ลูกสมุนถูกสังหาร แล้วตนเองก็ถูกขัดขวางการวิวัฒนาการ ไม่ว่าจะอย่างไหน มันก็ทำให้อารมณ์ของทันย่าต้องจมดิ่ง
“พวกแกไอ้พวกมนุษย์สารเลว อย่าคิดว่าจะได้ออกไปจากสถานที่แห่งนี้ละ เพราะพวกแกทั้งหมดจะต้องตายลงซะเดี๋ยวนี้!!”
...
เฮ้อ เส้นทางลำบากจริงๆน้อทันย่า