ฟังเพลงเพราะๆ ประกอบ นิยาย องค์หญิงใบ้ กับ เ้าชายยาจก
เป็เพียงความบันเทิงในการฟัง เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ รวมถึง เหตุการณ์ของตัวละครในนิยาย เพื่อให้เกิดอรรถรสในการอ่านเท่านั้น ไม่ได้มีผลใดๆกับทางการค้าทั้งสิ้น
.. ด้วยความเคารพ ผู้ประพันธ์นิยาย .. พัชฌา
มีเธอจึงมีฝัน - ไผ่ พงศธร (เพลงประกอบ นิยาย องค์หญิงใบ้ กับ เ้าชายยาจก) พัชฌา
https://youtu.be/upTqraZK-U4

Romance Fiction - นิยายรัก / รักโรแมนติก
ตอนที่ 5 .. “ เื่จริงยิ่งกว่านิยาย ”

นก เมื่อร่างกายเริ่มเป็ปกติดีทุกอย่าง ก็ทำตัวเป็เ้าของบ้าน เ้าของห้องไปซะแล้ว จัดและเก็บกวาดห้อง กวาดบ้านหลังเล็กๆนั้นให้ดูสะอาดอยู่เสมอ ทำหน้าที่แม่บ้านได้ดีที่เดียว ไม่ว่าจะ ซักผ้า,รีดผ้า,ถูบ้าน,กวาดบ้าน,ล้างจาน,รดน้ำต้นไม้ ให้คนในบ้านเสมือนลูกสะใภ้ที่ดีเลยทีเดียว และเมื่อใดที่ธวัชทำตัวสกปรกไม่เรียบร้อย เธอจะต่อว่าและดุธวัชทันที ว่าง่ายๆ เธอยึดอำนาจในบ้านไปหมดแล้ว
“พี่วัช” นกเรียกธวัช และก็จัดการแต่งตัวให้ธวัชเหมือนปกติเช่นเคย จับหมุนตัว หน้าหน้าหันหลัง เมื่อตรวจดูว่าเรียบร้อย ก็ส่งปิ่นโตให้เช่นเดิม ธวัชก็รับไปโดยดี เหมือนสามีที่ดีอยู่ในโอวาทภรรยา ยังไงยังงั้น
“อย่าเกเร อย่ากลับดึก อย่าไปเถลไถลที่ไหน เข้าใจไหมคะ” นกชูข้อความให้อ่าน
“จร้าคุณผู้หญิง” แล้วธวัชก็เดินลงบ้านไป เดินฮัมเพลงไปเรื่อยๆจนเกือบถึงร้าน เจอเมฆกลางทาง
“ขอโทษครับ” ธวัชขอโทษเมฆ เพราะมัวแต่เดินฮัมเพลงแล้วไม่ดูทางจึงชนกับใครที่ไม่รู้จัก
“ไม่เป็ไรครับ ผมก็ผิดเหมือนกันที่ไม่ดูทาง เพราะมัวแต่หาบ้านเพื่อน” เมฆ แกล้งเป็คนผิดเพื่อจะตีสนิทกับคนแถวนี้
“หาบ้านใครอยู่เหรอครับ เผื่อผมรู้จัก” ธวัชยินดีและเต็มใจช่วย โดยหารู้ไม่ว่านี่แหละคือตัวอันตราย ที่ชกกับเขาวันนั้น
“ผมก็จำไม่ค่อยได้ มันนานมากแล้ว ชื่อด้วงหนะครับ” เมฆอ้างชื่อไปเลย แต่ดันมีคนชื่อด้วงที่นี่อีก
“พี่ด้วงเหรอครับ” เมฆ ทำท่าใ มีได้ไง
“ครับๆๆ” แล้วธวัชก็บอกทาง
“เดี๋ยวเดินตรงไปทางนี้นะครับ แล้วเลี้ยวซ้าย คือในนี้มันแยกเยอะนะ สลัมก็แบบนี้ แล้วพี่ก็เลี้ยวขวา บ้านหลังที่ 3 ทางขวามือที่มีกระถางต้นไม้เยอะๆนั่นหละครับบ้านพี่ด้วง ไม่รู้ว่าแกตื่นรึยัง หรือไม่ก็หลับคาวงเหล้าที่ไหนก็ไม่รู้” เมฆเกาหัวเลยมีได้ไง
“ขอบใจมากนะไอ้น้อง” แต่เมฆจำธวัชได้ลางๆว่าน่าจะใช่คนที่ฟัดกับเขา แต่ก็ไม่แน่ใจ เพราะคืนนั้นมันมืด ก็เลยปล่อยผ่าน
แล้วธวัช ก็เดินจากไป เมฆ ไม่ได้สนใจบ้านหลังนั้นหรอก แต่เขาสนใจบ้านของธวัชมากกว่า อยากจะขอดูหน้าของเด็กสาวคนนั้นให้ชัดๆสักหน่อย วันนี้เมฆต้องรู้ให้ได้ว่าใช่องค์หญิงไหม แล้วเมฆก็เดินมาถึงหน้าบ้านธวัชมาแอบดู แล้วโชคก็เป็ของเมฆ นกเดินลงมาตากผ้าข้างบ้าน เมฆเห็นหน้าของนกอย่างชัดเจน ว่าใช่องค์หญิงที่เขาตามหาอย่างแน่นอน เพื่อความแน่ใจเขาเลยหยิบรูปที่องค์ชายให้มาดูเปรียบเทียบอีกครั้ง “Sure” เมฆพูดออกมาเบาๆแล้วมันก็ค่อยๆเดินหลบออกจากตรงนั้นไป
“งั้นไอ้คนที่เราเดินชนเมื่อกี้ มันก็เป็คนที่ช่วยองค์หญิงไว้จริงๆนะซิวะเนี่ย จุดไต้ตำตอเลยมึงเอ๊ย ไอ้เมฆ”
ด้วยความดีใจ เมฆก็เลยตั้งใจจะตามหาธวัชและต้องรู้ให้ได้ว่า ธวัชอยู่ที่ใดนอกจากบ้านหลังนี้ มันเดินมาเรื่อยๆจนถึงร้านซ่อมรถของธวัชตรงปากซอยโดยไม่รู้ตัว เพราะเสียงเพลงที่ดังออกมาและจำนวนคนที่นั่งรอค่อนข้างเยอะมาก มันก็เลยค่อยๆเดินเข้าไปสังเกตุการณ์ ใช่จริงๆมันมองเห็นธวัชกำลังทำงาน ซ่อมรถให้กับลูกค้าอยู่ มันก็เลยจำชื่อร้านและทางเข้าออกเข้าไว้ แล้วก็ค่อยๆถอยห่างจากตรงนั้น แล้วก็โทรหาไอ้โขง
“ไอ้โขง ข่าวดี”
“อะไรพี่”
“กูเจอแล้ว ลางสังหรณ์ กูไม่เคยผิด มึงกลับมารอกูที่ห้องได้เลย หยุดตามหาได้แล้ว”
“ได้เลยลูกพี่ จัดไป”
“เออ แล้วอย่าลืมซื้ออะไรมาเป็กับแกล้มเบียร์ด้วยนะโว๊ย กูจะขอฉลองล่วงหน้าสักหน่อย”
“ได้เลยพี่ ถึงห้องเมื่อไหร่รับรอง เปรมแน่ลูกพี่”
“เออ รับรองงานนี้กูไม่พลาดแน่ เป้าหมายชัดเจนขนาดนี้ รู้ทั้งที่อยู่ รู้ทั้งคนช่วย แล้วจะไปไหนรอด”
หลังจากวางสายกับไอ้โขง เมฆก็เดินกลับไปที่ห้องอย่างช้าๆแบบสบายใจ หายเหนื่อยเลยกับการที่มาในวันนี้
===== ***** =====
เมืองราม เริ่มสนิทกับงามตามากขึ้น แต่ก็ไม่ลืมที่จะสืบข่าวขององค์หญิง จนบางครั้ง อาจจะหลงลืมแม้นมาศไปบ้าง เพราะเขาคิดว่าการที่มาตีสนิทกับคนในชุมชนนี้ไม่ว่าจะงามตาและเพื่อนสนิทอย่างธวัช จะสามารถทำให้เขาได้เบาะแสขององค์หญิงเร็วขึ้น ระหว่างที่เขากลับจากไปส่งงามตาที่โรงเรียน เขาก็ขับรถตรงกลับมาหาธวัช เพราะเห็นว่าเพื่อนเป็คนกว้างขวางอาจจะรู้เื่ขององค์หญิงบ้าง

ก่อนที่จะเลี้ยวรถเข้าซอย เมืองรามก็สังเกตุเห็นเมฆ เขาจำได้ว่าครั้งก่อนคนนี้มาลับๆล่อๆถามหาคนในบริเวณชุมชนนี้และมีาแดูมีพิรุธ ก็เลยหาที่จอดรถและลงไปแอบดูพฤติกรรม เขาแอบถ่ายรูปเมฆไว้ มันไกลแต่ก็พอเห็นหน้าถึงจะไม่ใหญ่ ก็ดูออกว่าใคร เมฆขึ้นรถสองแถวออกไปแล้ว เขาก็เลยกลับขึ้นรถ แล้วเอารูปที่ถ่ายได้มาดู และส่งไลน์ ไปให้เพื่อนที่กองปราบ ช่วยตรวจสอบให้หน่อยว่า คนคนนี้คือใคร แล้วเขาก็ขับรถเข้าไปหาธวัชในซอยทันที เมื่อจอดรถเขาก็เดินเข้าไปในร้าน
“อ้าวไอ้ราม” ธวัช กำลังจะทานน้ำ เห็นเพื่อนเดินเข้ามา
“วันนี้ลมอะไรหอบมึงมานี่ได้วะ เห็นหายไปนาน” ธวัชแซวเพื่อน
“นานพ่อมึงดิ สามวันเอง”
“อ้าวไอ้ห่า เล่นถึงพ่อเลยนะมึง ถ้าพ่อกูเป็ไร กูโทษมึงนะเอ้า” ตาทด ฮัดเช้ย จริงๆกำลังเล่นหมากรุกอย่างสนุกสนานเลย
“คิดถึงมึงไง มาแต่ละทีก็มืด วันนี้ก็เลยมาเช้าๆหน่อย” เมืองรามตอบแบบกวนๆ
“แล้วงานการไม่มีทำรึไงมึงหนะ เงินเดือนมึงหนะ เงินกูทั้งนั้นนะจะบอกให้” เมืองราม ทำหน้าเหวอ
“มึงมาจ้างกูั้แ่เมื่อไหร่วะ ไอ้เ้าชาย” เมืองรามอยากรู้ ธวัชลงมานั่งซ่อมเครื่องต่อ
“อ้าว ก็กูเสียภาษีทุกปีไม่เคยขาด เพราะฉะนั้นเงินภาษีกูก็คือเงินเดือนที่จ้างพวกมึงไง ไม่ใช่รึไอ้ราม”
“เออ..ฟังดูแล้วมีเหตุผลหวะ” แล้วเมืองรามก็ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆธวัช
“เอ้ย ห่างๆก็ได้กูเสียว เล่นซะชิดเลยนะมึง” แล้วเมืองราม ก็กระเถิบออกไปนิดนึง
“มีไรก็พูดมา นั่งที่เดิมกูก็ได้ยิน” ธวัช ไล่ให้ไปนั่งไกลๆเพราะจะทำงาน กลัวชุดเพื่อนเปื้อน
“ถ้าชุดที่มึงใส่มาเปื้อนน้ำมงน้ำมันในร้านกูจะมาโทษกูไม่ได้นะ ขอบอกไว้ก่อน” ธวัช หวังดีกะเพื่อน
“เออๆ กูขอบใจ” แล้วเมืองรามก็เข้าเื่ทันที
“เอ้ย ขอถามอะไรมึงหน่อยดิ”
“ถามอะไร”
“เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆเนี่ย ได้ข่าวว่าที่นี่มีเื่เหรอ”
“เื่อะไรไม่มี ไม่มี” เสียงสูง เมืองรามจับพิรุธ
“ทำไมเสียงสูง” เมืองรามพยายามจับผิดเพื่อน
“อะไรสูง กูก็พูดของกูแบบนี้ตลอด ใช่ไหมไอ้จ้อย ไอ้เอี้ยง” สองคนหันมารับมุขลูกพี่
“จริงจร้า” แล้วก็ทำงานต่อ
“มีไหม มีอะไรไหมไอ้จ้อย”
“ไม่มีพี่”
“แล้วไอ้เอี้ยงหละ มีไหม แถวซอยเรามีอะไรไหม”
“ไม่มี” เสียงสูงเหมือนลูกพี่เปรี๊ยบเลย
“เห็นป่ะ ไม่มี” แล้วหันไปมองหน้าเพื่อน
“แล้วมึงจะมาถามเอาพระแสงของ้าวอะไรวะ ถามจริง”
“ก็ไม่มีอะไร พอดีกูเข้าไปไหว้พระในวัดแล้วได้ยินข่าวมาว่า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมามีคนหลงทางมาและหายมาแถวนี้ ก็เลยอยากรู้ว่ารายละเอียดว่าเป็ใคร หญิงหรือชาย เผื่อกูจะช่วยอะไรได้บ้าง ก็กูเป็ตำรวจมึงก็รู้ ก็เผื่อมึงจะรู้เื่อะไรกะเขาบ้าง เห็นมึงกว้างขวางแถวนี้กูก็เลยอยากรู้ไม่เห็นจะมีอะไรมากเลย อีกอย่างกูก็จะได้ทำงานให้สมกับเงินเดือนที่มึงจ้างกูไงไอ้เ้าชาย”
เมืองรามย้อนธวัชเข้าให้แล้ว แต่ธวัชก็ยังไม่อยากบอกอะไรกับเพื่อน เพราะอยากให้นกพักรักษาตัวให้หายดีกว่านี้ก่อน ไว้ใจใครไม่ได้ในตอนนี้ ถึงจะเพื่อนสนิทก็เถอะ ถ้าไม่จำเป็เื่นี้ไม่อยากให้ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งห่างได้เท่าไหร่ยิ่งดี
“เออ ไอ้จ้อย ไอ้เอี้ยง มานี่ซิ” แล้วทั้งสองคนก็วิ่งมาหาธวัช
“มีไรพี่” ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน
“นี่เมืองรามเพื่อนซี้ข้า รู้จักไว้ เผื่อมัน้าให้ช่วยอะไร ก็ช่วยมันหน่อย เผื่อข้าไม่อยู่ เอ็งจะได้รู้ว่าเป็ใคร”
แล้วทั้งสองคนก็ยกมือไหว้ เมืองรามยิ้มและก็รับไหว้
“มันเป็นายตำรวจหย่าย”
“ไอ้บ้า ทำไมต้องล้อเลียนกูด้วยวะ”
“ยศอะไรนะ กูจำไม่ได้แล้ว”
“ผู้กอง มันใหญ่ตรงไหนวะไอ้นี่”
“เออ นั่นแหละ แค่นี้แหละ เรียกมาบอกแค่นี้แหละ ไปทำงานได้แล้ว” แล้วทั้งสองก็ถอยออกไปทำงานเช่นเดิม
“มีอะไรก็เรียกใช้มันสองคนได้ ไว้ใจได้ ถ้ากูไม่อยู่ ตามสบาย เด็กพวกนี้ เห็นมันแบบนี้แต่มันจริงใจนะโว๊ย ถ้าใครดีกะมัน มันรักตายเลยมึง” ธวัช แนะนำลูกน้องเพื่อให้เมืองรามรู้ว่า ตัวเขาไม่เคยรังเกียจเพื่อน
“กูเชื่อ เพราะเห็นลูกพี่มันแล้ว ดียังไง ลูกน้องก็คงจะต้องดีตามนั้น”
“ขอบใจหวะเพื่อน” แล้วธวัชก็เอื้อมมือไปตบไหล่เมืองราม ไม่แรงมาก แต่เมืองรามก็เอียงไปเลย หยอกล้อตามประสาเพื่อน
“แขนกูจะหลุดไหมเนี่ย”
“เอ้ย กูแรงไม่เยอะขนาดนั้น ไป”
“ไปไหน”
“ไปหาน้ำแข็งใสเย็นๆตรงนี้กินกัน”
“เออ ก็ดีเหมือนกัน” แล้วธวัช ก็ลุกไป
“เฝ้าร้านพักนึงนะไอ้เอี้ยงไอ้จ้อย เดี๋ยวขากลับจะเอาน้ำแข็งใสมาฝาก” ทั้งสองคนยกมือรับทราบ แล้วธวัชก็เดินออกไป
===== ฿฿฿฿฿ =====
พ่อกับแม่ของธวัชเลยมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น เพราะงานบ้านทั้งหมดนกเป็คนทำ ทั้งซักผ้า,กวาดบ้าน,ถูบ้าน,ล้างจาน ตาทดเลยมีเวลาไปนั่งโขกหมากรุกกับเพื่อนที่ลานบุญได้มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน จนเพื่อนๆแซวตาทด กันใหญ่เลย
“ไงตาทด” เฒ่าแก่น เอ่ยปากขึ้นขณะที่โขกหมากรุกกำลังมันส์เข้าได้เข้าเข็ม
“ได้ข่าวว่า ั้แ่ได้ลูกสะใภ้คนนี้มาเนี่ย แกกับยายสะอิ้ง มีเวลาว่างมากเลยใช่ไหม ถึงได้มีเวลามาโขกหมากรุกกะข้าเนี่ย”
“เอ้ย ไปเอาอะไรที่ไหนมาพูดสะพ้งสะใภ้ที่ไหน เด็กมันไม่สบายหลงทางมา เ้าวัชลูกชายข้ามันก็เลยช่วยไว้” ตาทดแก้ข่าว
“อย่ามาเฉไฉพูดกลบเกลื่อนเลยตาทด” ลุงดีพูดไปด้วย ดูเกมส์ไปด้วย < รุก > เฒ่าสุก ะโออกมา กำลังเป็ต่อ
“เค้ารู้กันทั้งสลัม ดังไปถึงซอยโน้นซอยนี้หมดแล้ว” ลุงดีเสริม ตาทด เริ่มไม่สนุก กำลังเสียท่าโดนรุก เลยไม่พูดอะไร
“โชคดีแล้วที่มีสะใภ้ดี หายาก อย่าไปปิดเลย ใครๆเค้าก็มีแต่ชื่นชม” หมอเวก ช่วยให้ตาทดสบายใจขึ้น
ตาทดไม่รู้จะอธิบายยังไง ก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลย
“นี่ไง” ตาทด หาวิธีแก้ได้ “ไหนใครบอกว่าจน รุก บ้างหละเฒ่าสุก”
แล้วก็โขกหมากรุกต่อแบบมีความสุข ตามประสาคนแก่ที่มีเวลา
***** ----- *****

เมื่อเมฆสืบรู้ว่า องค์หญิงหลบซ่อนอยู่กับธวัช เมฆจึงตามรังควานธวัชตลอดเวลา โดยที่ธวัชไม่รู้สาเหตุว่าเพราะอะไร
“อ้าวพี่เจอกันอีกแล้ว ตกลงว่าเจอพี่ด้วงไหมครับ” ธวัชถือน้ำแข็งใสสองถ้วย เมฆมองหน้าธวัชแล้วไม่พูดอะไรและเดินผ่านไป
ไอ้โขงก็ได้แต่มองธวัช แล้วก็ทำเป็กร่างเดินชนไหล่ธวัช เขางง แต่ไม่สนใจอะไร เดินเข้านั่งไปที่ร้าน เมืองรามเดินกลับมานอนรออยู่ก่อนแล้ว เพราะธวัช รอน้ำแข็งใสของจ้อยกับเอี้ยง และก็ยื่นให้ทั้งสองคน ทั้งสองก็รับแล้วไปหาที่นั่งทาน
“เป็ไรวะเ้าชาย” เมืองรามก็ติดปากคำว่าเ้าชายเหมือนทุกคนแล้ว
“ไม่มีอะไรหรอก แต่กูไม่เข้าใจว่าทำไมคนเรานี่ก็แปลก เคยทักเคยคุยกันแท้ๆแต่พอเจออีกที กลับไม่พูดซะงั้นแหละ”
“ใครวะ” เมืองราม อยากรู้
“ก็ไอ้คนที่มีหนวดมีเคราเยอะๆคนนั้นหนะ” เมืองรามลุกขึ้นไปดูที่หน้าร้าน แต่มองไม่เห็นแล้ว เห็นแต่หลังไวๆ
ก็เลยเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้พับ และเอนตัวนอนคุยกับธวัช
“ไหนแกบอกว่าคนมีหนวดมีเคราเยอะๆใช่ป่ะ”
“เออ หูหนวกรึไงวะ กูจะได้เบาเพลง”
“แหม ไอ้นี่ ั้แ่มีเมีย อารมณ์ร้อนจริงวุ้ย”
“แล้ววันนี้ตกลงมาทำอะไรกันแน่เนี่ย มาบ่อยและถี่นะหมู่นี้หนะ”
“ก็บอกแล้วไงว่ามาสืบคดีแถวนี้ มันร้อนก็เลยมาขอหลบร้อนที่ร้านแกซะหน่อย ไม่ได้รึไงวะ”
“ได้ กูไม่เคยหวง ตามสบาย” แล้วธวัชก็เดินข้ามเมืองราม
“เอางี้เลยเหรอวะไอ้วัช”
“ช่วยไม่ได้ ร้านกูมันเล็ก มึงเสือกมานอนขวางทางกูทำไม”
“เจริญหละมึง”
“แล้วว่าแต่มึงเถอะ” ธวัช เดินข้ามอีก
“ตกลงคดีที่มึงตามอะไรนะ คนหายอะไรหนะ มีความคืบหน้าอะไรไปถึงไหนแล้ว”
“ไม่มีเลยหวะ รู้แต่ว่าเป็ผู้หญิงอายุประมาณ 22 ปี เป็คนพิการ กูก็รู้ข้อมูลมาแค่นี้”
“ยังไงวะ ก็เมื่อครู่นี้มึงบอกกูว่าไม่รู้อะไรเลย เป็ใครหญิงหรือชาย ไม่รู้ แล้วคราวนี้มึงกลับมาบอกว่า เป็ผู้หญิงอายุประมาณ 22 ปี เป็คนพิการ ตกลงมึงยังไงเนี่ย ถามจริง”
“มึงนี้จับผิดกูจังเลย มีอะไรกะกูรึเปล่าเนี่ย”
“ไม่มี” ธวัช เริ่มไม่สบอารมณ์กับพฤติกรรมเพื่อน
“แต่ตัวมึงเองแหละมีพิรุธไอ้ราม มึง้าอะไร มึงบอกกูมาตรงๆเลยเพื่อน ถ้ากูรู้กูตอบได้กูจะช่วยมึง ไม่ใช่มัวแต่มาอมพนำ อ้ำอึ้งแบบนี้กูไม่ชอบ” ธวัช วางอะไหล่ดังโครม จ้อยกับเอี้ยงหันไปดู ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ใจเย็นเพื่อน ใจเย็น กูไม่มีอะไร กูไม่ได้โกหกอะไรมึง แค่พูดความจริงกะมึงไม่หมด กูยอมรับเอ้า”
“นั่นไง กูว่าแล้ว” ธวัชลุกขึ้น เดินไปสงบสติอารมณ์หน้าร้าน เมืองราม มองตามออกไป
แล้วก็เดินเข้ามาใหม่ หยุดมองเพื่อนที่นอนอยู่
“ก็ไปหาตามโรงพักในท้องที่ซิวะ มึงไปรึยัง” แล้วก็นั่งลง ทำงานต่อ เมื่อใจเย็นลง
“กูไปมาแล้ว ก็ไม่มี เพราะไม่มีใครไปแจ้งความว่าคนหาย มีใคราเ็หรือตายเลย”
“แล้วมึงไปรู้จักหลวงตาบุญได้ไงวะ”
“ก็เพราะว่ากูตามหาสืบข่าวเื่ของเด็กผู้หญิงคนนี้นะซิ ถึงโดนกลุ่มจิ๊กโก๋ขาใหญ่ประจำซอยไล่กระทืบเอา ก็เลยวิ่งหนีเข้าไปในวัด เจอหลวงตาช่วยชีวิตไว้พอดี”
“โชคดีนะมึง ที่หลวงตามาเจอ กูว่า ไม่งั้นกูคงได้ไปงานศพมึงแทนแล้ว แทนที่จะมานอนคุยกะกูแบบนี้”
“ข้ามอีกและ มึงนี่ กูลุกนั่งก็ได้ กูยอมมึงแล้วไอ้เ้าชาย” แล้วเมืองราม ก็ลุกขึ้นมานั่งพิงเสาแทน
“กูถามอะไรหน่อยดิ”
“มากๆก็ได้กูไม่หวง”
“ไอ้เหี้ย” แล้วก็หยิบกระป๋องว่างๆแถวนั้นปาใส่ธวัช ธวัชหลบ
“อ้าวไอ้ห่า กูพูดผิดตรงไหนวะ..ไอ้จ้อย”
“ครับพี่” ไอ้จ้อยหันมา
“เอ้ากุญแจ เอารถของพี่พงษ์แกไปลองให้หน่อย ถ้าเสียงมันยังดัง ก็กลับมาบอกข้าด้วย ข้าว่าแหวนมันคงหลวมหวะ ควันแม่งขาวฉิบ” ไอ้จ้อยรับกุญแล้วก็เอารถไปลอง
“เอ้า จะถามอะไรว่าไปกูว่างแล้ว” แล้วธวัชก็มานั่งตรงที่เดิมของเมืองราม แล้วเอียงนอนแทน
“เมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่มีงานประจำปีที่วัดแห่งนี้หนะมึงไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยเหรอว่าเขามีการยิงกันในงานด้วย ข่าวออกจะดัง”
“ก็ได้ยินนะ แต่ไม่รู้รายละเอียด เห็นคนที่อยู่หลังวัดหนะ ชื่ออะไรวะไอ้เอี้ยง”
“ยายฉิม จร้าพี่”
“เอ้อ ยายฉิม นั่นแหละ แกเที่ยวไปพูดทั่วสลัม หัวซอยท้ายซอยว่า ได้ยินเสียงปืน สองสามนัดบริเวณเมนเผาศพ และเห็นคนสองคนวิ่งหายวับไปกับความมืด แกพูดเหมือนแกอยู่ในเหตุการณ์เลยหวะ ทั้งๆที่แกก็ไม่อยู่ในเหตุการณ์สักกะหน่อย”
“เหรอ แล้วยายฉิมที่มึงพูดถึงหนะ เขาอยู่ไหนวะ”
“อยู่ท้ายวัดโน้น ถามทำไม”
“ไม่มีอะไร ไปหละ”
“ไปไหน”
“ไปทำงานไง”
“ขยันขึ้นมาเลยนะมึง”
“เื่ของกู” เมืองราม หันหลังเตรียมเดินออกไป แล้วก็ชูนิ้วกลางให้ธวัช
“เก็บของมึงไว้ใช้เถอะไอ้ราม”
“กูมีเยอะ กูแบ่งให้มึง” แล้วก็ ยกมือขวาโบกมือ บ๊ายบาย และจัดแจงจะเดินออกไป
“ไปหายายฉิมเหรอ จะพาฉิมไปเก็บเห็ดรึไงไอ้ราม”
เมืองรามรีบหันหน้ากลับมาหาเพื่อน แล้วก็หยิบกระป๋องน้ำมันเครื่องเก่าๆว่างๆแถวนั้น ปาใส่ธวัชอีกครั้ง ธวัชหลบทัน และเมืองรามก็รีบวิ่งออกจากร้านไปเลยอย่างไว
฿฿฿฿฿ ----- ฿฿฿฿฿

เมื่อเรียนเสร็จ แม้นมาศ ได้แวะไปหายุภาที่มูลนิธิแต่ไม่เจอเพราะยุภาออกไปทำธุระกับริชาร์ด ไม่รู้จะไปไหนจึงโทรหาเมืองราม เป็เวลาเดียวกันกับที่เขากำลังเดินไปหาข่าวจากยายฉิม และก็เป็เวลาเดียวกันอีกที่เขาเห็นเมฆกับไอ้โขง เดินออกมาจากซอยหนึ่งข้างวัด เขารับโทรศัพท์ด้วยและตาก็มองตามไอ้เมฆด้วย
“มีไร ยัยเอ๋อ”
“ไม่มีคำอื่นเรียกแล้วรึไงผู้กอง หนูเสียนะ ขายไม่ออกกันพอดี”
“มีไรด่วนไหม ฉันมีงาน กำลังทำงานอยู่”
“ไม่รู้จะไปไหนหงะ เจ๊ออกไปไหนกะคุณริชาร์ด ก็ไม่รู้ มารับเค้าหน่อยจิ นะนะนะ”
“ยุ่งจริงแม่คนนี้ มาเองได้ไหม ตอนนี้ไม่ว่าง”
“แล้วนายอยู่ไหนหละ”
“ที่เกิดเหตุที่เดิม แค่นี้นะ” แล้วเมืองรามก็วางสายทันทีเพราะเห็นสองคนพูดอะไรกันอยู่ อาจวางแผนทำอะไรที่ไม่น่าไว้ใจสักอย่าง ก็เลยค่อยๆตามไป ไม่ไปหายายฉิมแล้ว
เมฆพาไอ้โขงมาที่บ้านธวัช เพื่อบอกว่า เหยื่ออยู่ที่นี่ คนไหนคือองค์หญิง เมืองรามจำได้ว่าบ้านหลังที่เมฆไปด้อมๆมองๆมันเป็บ้านของธวัชเพื่อนเขานี่หว่า ชักไม่ดีแล้ว ระหว่างที่กำลังซุ้มตาม แม้นมาศก็โทรเข้ามาหาอีก เสียงโทรศัพท์ดัง ทำให้เมฆและโขงหันมาดู เมืองรามหลบแทบไม่ทัน แล้วสองคนนั่นก็หายตัวไปจากตรงนั้นทันที
“โทรมาทำไม” เมืองรามพูดเสียงเบาๆ เอามือป้องปากไว้
“ออกมารับหน่อยซิ หนูมาถึงแล้ว ไม่รู้ว่านายอยู่ตรงไหน”
“แล้วจะมาทำไมหละเนี่ย ยุ่งจริงแม่คุณ”
“บ่นๆๆๆๆๆๆ บ่นอยู่นั่นแหละเค้าร้อนนะตะเอง”
เมืองรามค่อยๆโผล่หน้าไปดูสองคนนั่น แต่ก็มองไม่เห็นแล้ว อารมณ์เสีย หันไปพูดกับแม้นมาศต่อ
“ว่าไง อยู่ไหน ออกมารับเร็วๆ”
“แล้วอยู่ตรงไหนหละหนะ”
“หัวมุมทางเข้าปากซอยนี่แหละ เร็วๆนะ หนูกลัว มีคนจ้องมองหนูด้วย”
“เดินเข้ามาหลบในซอยซิ กว่าฉันจะออกไปมันก็ใช้เวลานานนะ”
“แล้วจะให้หนูไปรอตรงไหนหละ”
“เดินเข้ามาในซอยนะไม่ไกลหรอก ให้สังเกตุทางขวา ตรงข้ามทางเข้าวัดหนะติดคลอง จะมีร้านซ่อมมอเตอร์ไซด์ อยู่ร้านนึง เข้าไปนั่งรอที่นั่นได้เลย เดี๋ยวจะไปรับที่นั่น เข้าใจไหมเนี่ย”
“เร็วๆนะนาย ฉันกลัว”
“กลัวแล้วจะมาทำไมเนี่ย ยุ่งจริงๆ ยัยเอ๋อเอ้ย” เมืองราม เสียดายที่จะได้เบาะแสอยู่แล้ว ไม่น่าเลย อีกนิดเดียวเอง
“รอที่นั่นแหละ ปลอดภัย” แล้วก็พูดโทรศัพท์ต่อ
“แน่นะ” แม้นมาศ ย้ำเพื่อความมั่นใจ
“ครับ กำลังไปแล้ว” แม้นมาศโทรจิก ยังกะเป็แฟนกันยังงั้นแหละ
“เร็วๆนะ หนูหิวด้วย” เมืองราม เอามือกุมกบาลตัวเอง แทบอยากจะะโน้ำตายซะเดี๋ยวนี้เลย
“เออๆๆๆ รออยู่ตรงนั้นแหละ จะออกไปรับแล้ว ยุ่งจริง ไม่รู้จะมาทำไม” แล้วก็วางสายทันที
“นี่มันอะไรกันโว๊ย ทำไม ทำไม วุ๊ย” เขาหงุดหงิด อารมณ์เสีย แล้วเมืองรามก็เดินย้อนออกไปปากทางเพื่อรับ แม้นมาศ
----- ***** -----

นกหลังจากทำงานอะไรหมดแล้ว ก็มานั่งๆนอนๆดู Tv ยายสะอิ้งว่าง ก็เลยจะไปเล่นไพ่คลายเครียดสักหน่อย
“นกเอ้ย” สะอิ้งเรียกนก
“ขา” นกวิ่งออกมาดู
“มีไรคะแม่” นกทำตาวาวๆ
“แม่จะไปเล่นไพ่บ้านยายมา คลายเครียดสักหน่อย แกอยู่เฝ้าบ้านดีๆนะเดี๋ยวแม่กลับมา ขากลับจะแวะซื้อกับข้าวด้วย”
“จร้า..ตามสบายเลยจ๊ะ” พอสะอิ้งเห็นนกยิ้มและพยักหน้า แล้วสะอิ้งก็เดินลงบ้านไป
***** ----- *****
แม้นมาศ ก็เดินมารอยังร้านที่เมืองรามบอก ไอ้จ้อย กับไอ้เอี้ยง เห็นเด็กสาวน่ารักๆมายืนลับๆล่อๆตรงหน้าร้านก็เลยหวังดีจะเข้าไปบริการสักหน่อย ธวัชไม่อยู่ ออกไปธุระเื่ที่จะเรียนสอนภาษามือ หลังจากที่เมืองรามกลับออกไปได้ไม่นาน
“มายืนทำอะไรตรงนี้จ๊ะน้องสาว” ไอ้เอี้ยงทัก แม้นมาศมองหน้า หน้าตาเปื้อนน้ำมันรถ เธอก็ขยับหนี
“ไม่ต้องกลัวพวกพี่หรอกน้องสาว แถวนี้ พวกพี่มีแต่ช่วยไม่เคยทำร้ายใคร” ไอ้จ้อย ช่วยอธิบาย เมื่อเห็นปฏิกิริยาของแม้นมาศ
“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ต้อง ฉันมามา” เอ..จะเอาไงดี คราวนี้ แม้นมาศจะแก้ตัวยังไงกะไอ้สองคนนี้ยังไง
“ฉันมารอแฟน แฟน เออ” แล้วก็หันมาบอกไอ้จ้อยกับไอ้เอี้ยง
“แฟน มารอแฟน ฉันมารอแฟน” กลัวสองคนไม่เชื่อ ก็เลยหลอกอีก
“แฟนฉันเป็ตำรวจนะ ยศใหญ่ด้วยเค้ามาทำธุระแถวนี้ ถ้าไม่กลัวถูกจับหละก็ ก็เชิญเลย” นั่นเบ่งเข้าไป เมืองรามเดินออกมาจากซอยพอดี แล้วเดินเข้าร้านทันที ไม่ได้ดูว่ามีใครอยู่แถวนั้นบ้าง กำลังร้อนเลย จึงะโบอกไอ้จ้อย
“ไอ้จ้อย จ้อยโว๊ย ขอน้ำเย็นๆหน่อย” จ้อยก็เดินเอาน้ำเย็นๆมาให้ แต่ก็ยังมองไปที่แม้นมาศ
“มีอะไร มองอะไรวะ” เมืองรามยังไม่เห็น แม้นมาศ เพราะเธอขยับหนีจ้อยกับเอี้ยงไปอีกทางหนึ่งเสาบังพอดี
“ก็เด็กผู้หญิงคนนั้นนะซิพี่ ผมสองคนอุตส่าห์หวังดี เข้าไปถามนึกว่าจะมีอะไรให้ช่วย ดันทำท่ารังเกียจซะงั้น”
“ไหน คนไหนวะ” แล้วจ้อยก็ชี้ให้ดู
“คนนั้นไง คนที่ยืนอยู่หลังไอ้เอี้ยงหนะ” แล้วเมืองรามก็เอียงตัวไปดู และก็วางแก้วน้ำ เดินไปดูว่าใช่แม้นมาศไหม
พอเข้าไปใกล้ๆใช่จริงๆ เมืองราม ก็เลยสะกิด
“เอ๊ะ..ยังอีก ก็บอกแล้วไง ว่าแฟนฉันเป็ตำรวจ” แล้วแม้นมาศก็หันมา “อุ๊ย”
“แฟนพี่เหรอ” เมืองราม งง กับคำพูดไอ้เอี้ยง
“เอ้ย ไม่ใช่ใครบอก”
“ก็นี่แหละ น้องคนนี้แหละ” เอี้ยงชี้ไปที่ตัวต้นเหตุ
“ก็เห็นพี่สะกิดน้องเค้าและน้องคนนี้เมื่อกี้เขาบอกว่า แฟนเขาเป็ตำรวจยศใหญ่ด้วยและแถวนี้ก็มีพี่ที่เป็ตำรวจอยู่คนเดียว ใช่พี่รึเปล่าหละ ผมสงสัยก็เลยถาม ก็เท่านั้น” ไอ้เอี้ยงอธิบาย
“เครๆขอบใจมากไอ้น้อง เดี๋ยวพี่ Clear เอง
***** +++++ *****

ริชาร์ด เริ่มงานถ่ายทำโษณาทันทีเมื่อ ยุภา ตกลงในไอเดียของเขา และเริ่มญาติดีกัน ในเื่งาน
“ตกลงตามนี้แล้วนะคุณหญิง แน่ใจว่าจะไม่แก้อีกแล้วนะ นี่ก็เป็รอบที่ร้อยได้แล้วมั้ง ผมจะได้เริ่มต้นถ่ายแบบจริงจังเสียที”
“Ok Sure” หญิงยุ มั่นใจเต็ม 100
“ในเมื่อตกลงตามนี้ พรุ่งนี้ผมจะได้นัดทีมงาน ทั้งหมดและเริ่มถ่ายจริงเลย” ระหว่างที่ ริชาร์ด กำลังเก็บอุปกรณ์ หญิงยุเหมือนมีอะไรติดอยู่ในใจ ก็เลยตัดสินใจ ถามริชาร์ดไปตรงๆ
“ริชาร์ด”
“ว่าไง”
“ขอถามอะไรจริงๆเถอะ เอาความจริงนะ”
“ได้ครับ คราวนี้ผมจะตอบจริงๆ แบบไม่เล่นแล้ว”
“วันนั้นคุณโกรธหญิงไหม”
“วันไหน”
“ก็วันแรกที่เราเจอกันหนะที่หญิงเผลอ อารมณ์ร้ายใส่คุณหนะ”
“โกรธ” หญิงยุ ยกมือปิดปากตัวเอง
“แต่ก็ไม่มากหรอก เพียงแค่ไม่ค่อยชอบ พฤติกรรมอะไรแบบนั้น”
“ก็คนมันกำลังหงุดหงิด เจ๊ไก่ ทำอะไรไม่เคยบอก เป็แบบนี้ตลอด”
“ก็ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าเจ๊แกเป็แบบนั้น แล้วจะเอามันมาเก็บเป็อารมณ์ทำไมครับคุณหญิง”
“ก็มันลืมตัวหนะ ขอโทษนะ ยกโทษให้หญิงนะ” แล้วหญิงยุ ค่อยๆก็เอามือน้อยๆมา แตะที่แขนเบาๆ
“ผมลืมมันไปหมดแล้ว” ริชาร์ด หันมามองหน้าหญิงยุ แล้วก็เอามือไปขยับหมวกปีกที่เธอชอบใส่
“อันที่จริงคุณหญิงหนะก็น่ารักนะ ถ้าไม่อารมณ์ร้าย ขอบอกให้รู้ไว้ซะด้วยนะ”
หญิงยุ หน้าแดงเลย เวลาที่ริชาร์ดชม แล้วริชาร์ด ก็หันมาสะกิดหญิงยุอีกครั้ง
“คุณหญิง หญิงยุ” เงียบไม่มีคำตอบ
“หม่อมเ้า วรุณยุภา หัสดี ครับกระหม่อม”
“ขา” พอริชาร์ดเรียกด้วยเสียงที่ดัง แบบเต็มยศ เธอก็เลยตื่นจากภวังค์
“จะกลับเลยไหมครับ”
“ค่ะ กลับเลย”
“แล้วจะให้ผมไปส่งที่ไหน นี่มันก็เย็นมากแล้ว เป็อะไรของคุณเนี่ย ท่าทางจะเป็เอามากนะ”
“ที่ทำงานแล้วกัน เพราะรถหญิงจอดอยู่ที่นั่น มะมะไม่มีอะไรทั้งนั้น ไม่มี” ริชาร์ดหันไปมองหญิงยุ มีอาการอะไรแปลกๆ
“ได้เลย” แล้ว ริชาร์ด ก็เปิดประตูรถให้หญิงยุเข้าไปนั่ง
หญิงยุ นั่งยิ้มหน้าบานเลย ที่ริชาร์ดบอกว่า ก็น่ารักนะ ถ้าไม่อารมณ์ร้าย ทำให้เธอนั่งมีความสุขไปตลอดทาง
----- ***** -----

ทางเสด็จพ่อ ได้ถามข่าวคราวเื่ของลูกสาว จากองค์ชายโกมุท แต่ไม่ได้เื่อะไรคืบหน้า ก็เลยโทรหาหญิงยุภา ทันที
“ขาเสด็จอา” หญิงยุภา ตื่นจากภวังค์ทันที แหมกำลังฝันดี
“พอจะรู้ความคืบหน้าของลูกหญิงบ้างไหมหญิงยุ” เสด็จอา กังวลมาก หม่อม มณีกุล ก็เลยขอเสียมารยาทพูดแทรกเข้าไป
“หญิงยุ รู้อะไรบ้างไหมลูก อาเป็ห่วงลูกหญิงมาก”

“เดี๋ยวใจเย็นๆนะคะ หม่อมอา” ริชาร์ด เห็นหญิงยุคุยโทรศัพท์แล้วเป็ห่วง
“มีอะไรหรือเปล่าครับ จะให้ผมช่วยอะไรไหม”
“ไม่เป็ไรค่ะ” เธอหันมาบอก ริชาร์ด และคุยกับคนในสายต่อ
“ยังเลยค่ะ ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย เดี๋ยวหญิง จะตามเื่ให้นะคะ ปล่อยเป็หน้าที่ของหญิง หญิงจะจัดการให้เอง หม่อมกับเสด็จอาไม่ต้องวิตกกังวลกันนะคะ ดูแลรักษาตัวเองด้วย แล้วว่างๆ หญิงจะเข้าไปกราบทูลกับเสด็จอาเอง แค่นี้ก่อนนะคะ”
ริชาร์ด ไม่เชื่อที่หญิงยุบอกเขามาเธอปิดบังอะไร ริชาร์ดได้แต่มองหญิงยุเป็ระยะๆหรือเป็เพราะยังไม่สนิทใช่ไหม ตอนนี้ริชาร์ด ชักเริ่มที่อยากจะรู้จักหญิงยุให้มากกว่านี้ นอกจากเื่งานแล้ว ต้องรู้เื่นี้ที่เธอปิดบังไว้ให้ได้
หญิงยุภานิ่งเงียบไปพักใหญ่ แล้วก็ตัดสินใจโทรหาเมืองรามทันที เพื่อสอบถามรายละเอียดเื่เพื่อนของเธอ โดยไม่สนว่า ริชาร์ดจะได้ยินหรือไม่ < ตึ๊ดๆๆๆๆ > เมืองราม กำลัง Clear กับแม้นมาศอยู่
“เป็แฟนฉันเหรอ ไหนบอกมาซิ ทำไมไปหลอกเขาแบบนั้น ไม่มีอย่างอื่นที่ดีกว่านี้แล้วไง รอก่อนนะขอรับโทรศัพท์ก่อน”
เมืองราม ชี้หน้าแม้นมาศ เธอก็เลยแลบลิ้นใส่
“สวัสดีครับ”
“หญิงเองนะ ราม”
“อ้าว ว่าไง มีอะไรเหรอ ฟังดูน้ำเสียงไม่ค่อยดีเลย”
“ก็เื่ของหญิงรันนะซิ เป็ไง ได้เื่อะไรบ้างไหม”
“ยังเลย กำลังจะได้ จะได้ ก็มีคนมาคอยขัดจังวะทุกที”
“แล้วใครหละ”
“ก็น้องสาวตัวแสบของหญิงนั่นแหละ”
“อ้าว แล้วไปเกี่ยวอะไรกับยัยเอ๋อหละ”
“โทรมาก็ดีแล้ว ช่วยทีเถอะ ช่วยมารับเอายัยตัวแสบกลับไปที ไม่รู้ว่าจะมาวุ่นวายกับงานผมทำไม”
“แล้วตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนหละ”
“ก็อยู่แถวๆวัดที่เกิดเหตุนั่นแหละ”
“ได้ๆ เดี๋ยวฉันจะไปรับยัยตัวแสบเดี๋ยวนี้เลย แล้วค่อยว่ากันใหม่ คุณจะได้สบายใจ” แล้วก็วางสาย หันไปบอกริชาร์ด
“ริชาร์ด” ริชาร์ดหันมา
“ว่าไงครับ”
“ต้องขอโทษด้วยนะ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมบอกแล้วไง ว่ายินดีช่วยเสมอ ขอให้บอกมา”
“รบกวนช่วยไปส่งหญิงที่วัดแถวๆบางบัวทองได้ไหมคะ รบกวนหน่อย ต้องขอโทษจริงๆ มันคนละทางกันเลย”
หญิงยุพูดเหมือนเกรงใจ แต่มันจำเป็เพราะยัยตัวแสบไปก่อเื่เอาไว้ที่นั่นพอดี ก็เลยต้องไป..ไม่ถึงชั่วโมง ริชาร์ดก็มาถึงวัดที่หญิงยุ้า รถมาจอดเทียบข้างกำแพง เธอเปิดประตูรถลงมา เมืองรามวิ่งเข้ามาหา พร้อมกับสีหน้าที่อมทุกข์นิดหน่อย

“หญิง ต้องขอโทษรามด้วยนะ ที่น้องสาวตัวแสบของหญิงมาวุ่นวายกับรามหนะ”
“ไม่เป็ไรหรอก เล็กน้อย เพียงแต่ผมกลัวว่า มันจะไม่ปลอดภัยเพราะว่า ยิ่งสืบไปมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น”
“แล้วตอนนี้ยัยตัวดี ตัวต้นเหตุอยู่ไหนหละ”
“นั่นไง นั่งทำเป็ทองไม่รู้ร้อนอยู่นั่นไง” เธอมองไป แม้นมาศโบกมือให้ เมืองราม มองเข้าไปในรถ เห็นริชาร์ด
“แล้ว” เมืองรามชี้ไปที่ริชาร์ด
“อ๋อ ลืมแนะนำเลย” เธอมุดเข้าไปในรถ “ริชาร์ดคะ”
แล้วริชาร์ด ก็เปิดประตูรถออกมา
“นี่ริชาร์ดคะ คงจำไม่ได้มั้งคะ วันแรกที่เจอกัน เกิด เอ็กซิเด้นนิดหน่อย”
“อ๋อ ผมจำได้แล้ว คุณนั่นเอง ที่เกิดาย่อยๆในวันนั้น แล้ววันนี้ดีกันแล้วเหรอ ถึงมากันสองคนได้เนี่ย”
“บ้า รามเนี่ย คุณก็พูดเกินไป” หญิงยุ รีบออกตัว
“เอางี้ดีกว่านี่ก็เย็นมากแล้ว ยัยเอ๋อก็บ่นหิว ผมว่าเราไปหาอะไรทานกันตรงโน้นดีกว่า มีร้านอาหารบรรยากาศดีๆอยู่ร้านนึง”
“ก็ดีเหมือนกันนะครับ แล้วถ้าจะคุยปรึกษาอะไร เราก็ทำกันตรงนั้นซะเลย จะได้นั่งคุยกันไป กินกันไปด้วยเลย”
“ไปครับ” แล้วเมืองรามก็กวักมือเรียกแม้นมาศ แม้นมาศก็วิ่งไปกอดหญิงยุทันที
“แสบนักนะเราเนี่ย มายุ่งวุ่นวายกับพี่เค้าทำไม” แล้วหญิงยุ ก็เอามือเขกกะโหลกน้องสาวตัวแสบ
----- +++++ -----
เย็นวันนั้น ธวัช เรียกพวกกลุ่มวัยรุ่นที่เป็หูเป็ตาให้กับชุมชนมาประชุมที่วัด แล้วสั่งกับทุกคนเลยว่า ถ้ามีคนแปลกหน้ามาถามหาคนที่ไม่ได้ได้อยู่ในชุมชนแห่งนี้ ให้ไปรายงานเขาด้วย ห้ามบอกเื่ของนกและถ้าใครมีพฤติกรรมแปลกๆมาถามหาคนต่างถิ่น ให้กระจายบอกพวกเราทุกคนในละแวกนี้ เพราะนกสำคัญกับเขามาก
“จำไว้นะพวกเรา ถ้ามีใครก็ตามที่แปลกหน้าเข้ามา ถามหาคนนั้นคนนี้ หรือใครมีพฤติกรรมแปลกๆลับๆล่อๆ ช่วยไปบอกฉันด้วย เพราะระยะหลังๆหลังจากที่เกิดเื่จากงานวัดเมื่อครั้งที่แล้วเนี่ย มีคนแปลกหน้าเดินเข้ามาในชุมชนของเราค่อนข้างเยอะ ฉันไม่รู้ว่ามาดีหรือมาร้าย เข้าใจไหม”
“เข้าใจครับ / ค่ะ”
ทุกคนรับปากเป็เสียงเดียวกันดังขึ้นไปถึงบนกุฏิ หลวงตาบุญ ท่านก็เดินออกมาดู แล้วก็ยิ้มที่ทุกคนมีใจรักชุมชน
>>>>> ----- <<<<<
เมืองราม พาพวกหญิงยุมานั่งทานที่ร้านอาหารริมน้ำ ที่เคยมานั่งทานเบียร์กับธวัช
“เอ้า นั่งๆบรยากาศยามเย็นที่นี่ สามารถเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้เลยนะครับ”
“เข้าใจหาที่นั่งทานนะครับ” ริชาร์ด มองไปรอบๆก็เริ่มชอบ
“ไอ้เ้าชายเพื่อนมันพามา ก็เลยชอบ คนไม่พลุกพล่านดี อาหารรสชาติใช้ได้ดีทีเดียว”
“ใครคะราม เ้าชายที่ไหน นี่คุณมีเพื่อนเป็เชื้อจ้าวนอกจากหญิงอีกเหรอคะ”
“โอ๊ย เปล่าหรอกครับ..ใครจะสั่งอะไรเชิญตามสบาย..คือยังงี้”
แล้วเมืองรามก็แนะนำธวัชในฐานะเ้าชายยาจกของที่นี่ให้เพื่อนกลุ่มนี้ฟัง ขณะที่ทานไปด้วย ก็เล่าไปด้วย จนทุกคนเข้าใจและรับรู้ว่า “เ้าชาย” ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า คนผู้สูงศักดิ์ จากชาติกำเนิด แต่เราหมายถึง ผู้ที่มีใจโอบอ้อมอารีย์ นิสัย ชอบช่วยเหลือผู้อื่น โดย ไม่หวังสิ่งตอบแทน จนทำให้ผู้คนหลายต่อหลายคน ยกย่องให้เป็ เ้าชายของคนจนๆ จึงเป็ที่มาของการยกย่องให้เป็ “ เ้าชาย ยาจก ”
“เป็ไงครับทุกคน ไอ้เ้าชายเพื่อนผม เท่ห์ะเิเลยไหม”
“ดีจังนะคะ” แม้นมาศ จู่ๆก็โพล่งออกมา ข้าวกำลังเต็มปาก
“ดูทำเข้ายัยเอ๋อ ทานให้หมด แล้วค่อยพูดก็ได้” หญิงยุ เตือนน้องสาว
“ก็จริงนี่คะ พี่หญิง คุณเ้าชายอะไรหนะ ไม่ต้องเกิดมาแบบพี่หญิง ก็ได้เป็เ้าชายขึ้นมาเองดื้อๆ หนูอยากเป็แบบนี้จัง จะได้เป็ เ้าหญิงยาจก กะเขาบ้าง” แม้นมาศ พูดแกมทะเล้น
“เซี้ยวจริงเด็กคนนี้ ไม่ยอมโตเลย” หญิงยุ อบรม
“ใช่ครับหญิง ไม่ยอมโต” แล้วเมืองรามก็ยื่นหน้าไปที่แม้นมาศ
“ชิ” แม้นมาศทานต่อ
“แล้วตกลงเื่ราวทั้งหมดที่เล่ามาเนี่ย ผู้กอง มีแผนอะไรไปถึงไหนแล้ว มีอะไรที่จะให้ผมช่วยไหม ช่วยกันคนละทาง จะได้เจอองค์หญิงรัน เพื่อนคุณหญิงยุเร็วขึ้นนะครับ” ริชาร์ดอยากมีส่วนช่วย
“บอกตามตรงนะครับ มืดแปดด้าน แต่จะว่าหมดหนทางก็คงจะไม่ทั้งหมด เพราะผมพอได้ร่องรอยอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว”
“อะไรคะราม” ดวงตาของหญิงยุ มองรามแปลกๆเหมือนเธอจะชอบเมืองรามยังไงก็ไม่รู้
>>>>>>>>>> ********** <<<<<<<<<<
โปรดติดตามตอนต่อไปใน ตอนที่ 6 .. “ เพื่อเธอ ”

ตอนที่ 5 .. “ เื่จริงยิ่งกว่านิยาย ”
Romance Fiction - นิยายรัก / รักโรแมนติก