จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 123 งานพิธีกรครั้งแรกของไป่ฉี Re

            ตอนเช้า

            ไป่ฉีตื่นขึ้นมา  เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้เมิ่งชิงชิงที่นอนอยู่บนตัวเขารู้สึกตัวตื่นขึ้น  ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ขยับลงไปจากตัวเขา  ตอนนี้เธอเหมือนแมวน้อยขี้เซาที่ยังงัวเงียเสียจนเขาอยากแกล้งขึ้นมา


            “พี่ชิงชิง  ตื่นเถอะครับ  ลืมแล้วเหรอว่าวันนี้ผมมีงานพิธีกรเสริมของรายการแอดเวนเจอร์น่ะ” ไป่ฉีกระซิบข้างหู


            เมิ่งชิงชิงนิ่งอยู่สักพัก  ก่อนจะดีดตัวขึ้นเพราะนึกเรื่องงานของวันนี้ขึ้นได้


            “เอ้า  แล้วทำไมนายยังไม่ไปอาบน้ำอีกล่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าวด้วยอารมณ์หงุดหงิด  เพราะเพิ่งตื่นนอน


            “ผมอยากอาบกับพี่นี่นา....นะ” ไป่ฉียกยิ้ม  ส่งสายตาออดอ้อนให้กับเมิ่งชิงชิงทันที


            “อะ...อือ ก็ได้ ๆ” เมิ่งชิงชิงลุกขึ้นคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป  โดยมีไป่ฉีตามเข้าไปติด ๆ


            พ่อกับแม่ของไป่ฉีโผล่หน้ามาดูเล็กน้อย  ก่อนจะได้ยินเสียงลูกชายของตนกำลังแหย่ว่าที่ลูกสะใภ้ในห้องน้ำ


            “อ๊ะ ไป่ฉี....อ๊า  อย่าจับ....ตรงนั้น  อื้อ  อ๊า”  เสียงของเมิ่งชิงชิงดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ ๆ


            “ที่รัก  เราทำแบบนั้นบ้างดีไหม” ไป่ชิงหยุนกล่าว


            “ตาเฒ่าอายุเยอะแล้ว  ที่ทำอยู่วันละครั้งก็เหนื่อยแล้วนะ  แล้วก็ลุกมาช่วยฉันหน่อย  ฉันจะทำอาหารให้หนูชิงชิงก่อน  อาบน้ำแต่งตัวเสร็จจะได้มากินข้าวเลย” ไป่เหลียนฮวาลุกขึ้นแล้วเดินไปล้างหน้าที่อ่างล้างจาน  ก่อนจะจัดแจงนำของในตู้เย็นออกมาเตรียมทำอาหารเช้า


            “ว่าแต่ไอ้ลูกชายเราเดี๋ยวนี้ไม่ทานข้าวบ้านเลย  มันเป็นอะไรของมันนะ” ไป่ชิงหยุนกล่าว  แต่ก็ถูกภรรยาตีที่ต้นแขน


            “ลูกเป็นนายแบบ  ก็ต้องคุมอาหารสิ  จะให้มากิน ๆ นอน ๆ จนกล้ามเหลวแบบคุณได้ยังไงกันล่ะ” ไป่เหลียนฮวากล่าว


            “ใครว่าฉันกล้ามเหลว  ดูนี่เห็นไหม  ยังแน่นเหมือนตอนได้กับคุณใหม่ ๆ เลยเห็นไหม ไม่เชื่อลองจับดูสิ” ไป่ชิงหยุนถอดเสื้อแล้วโพสท่าให้เห็นกล้ามเนื้อของเขาที่ยังดูเหมือนสมัยหนุ่ม ๆ  ทำเอาเธอหน้าแดงด้วยความเขินอาย  เมื่อนึกถึงครั้งแรกของเธอกับสามี


            “รู้แล้ว ๆ รอลูกออกไปก่อนนะคะ  แล้วเรามารำลึกความหลังกันสักหน่อย” ไป่เหลียนฮวากล่าว


            “ยินดีครับ คุณผู้หญิง” ไป่ชิงหยุนเดินเข้าไปโอบไป่เหลียนฮวาจากข้างหลัง  เขางับหูเธอเล็กน้อย  ตามด้วยการเย้าแหย่อีกนิดหน่อย


            หลังมื้อเช้า  เมิ่งชิงชิงไปส่งไป่ฉีที่สตูดิโอรายการแอดเวนเจอร์  วันนี้อลิซไม่มีงาน  ที่จริงต้องเรียกว่างานของอลิซน้อยมาก  หากเทียบกับไป่ฉีตอนเข้าวงการใหม่ ๆ ต่างกันราวฟ้าอันกว้างใหญ่กับเหวลึกอันคับแคบ  ถ้าจะให้พูดคือไป่ฉีนั้นน่าจะเรียกว่าทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ  แต่อลิซนั้นมีแต่ความผิดพลาดให้เห็นเป็นประจำ  เมิ่งชิงชิงคิดว่าคงอีกสักพักกว่าอลิซจะคุ้นชินกับงานของตัวเอง


            ขณะที่ไป่ฉีไปที่ห้องแต่งตัว  เมิ่งชิงชิงก็เปิดดูเว็บของ LSA  เพื่อดูความคิดเห็นในโปรไฟล์ของไป่ฉี  เพราะนิตยสารที่ไป่ฉีไปถ่ายนั้นออกวางจำหน่ายแล้ว  อีกทั้งเมื่อวันก่อนเทปรายการราชานักกินเทปสุดท้ายก็ออกอากาศจบไปแล้ว  เธอจึงคิดว่าควรจะตรวจดูเสียหน่อย


            [ไป่ฉีหุ่นน่ากินมาก]


            [ภาพสามารถสื่ออารมณ์ออกมาได้ดีมาก]


            [งานดีเหมือนตอนที่ร่วมงานกับซีโม่เลย]


            [แต่ฉันว่าพอเอาซีโม่มาเทียบกับไป่ฉีแล้ว  อารมณ์ที่สื่ออกมาของไป่ฉีมันดีกว่านะ]


            [หุ่นน่ากินทั้งคู่เลย  ใครได้เป็นแฟนคงโชคดีมาก]


            'ฉันนี่ไง  โดนกวนตอนอาบน้ำตลอดตั้งแต่มาอยู่ด้วยกันเนี่ย' เมิ่งชิงชิงคิด (ไป่ฉี : พี่ชิงชิงลืมไปรึเปล่าว่าพี่ก็กวนผมตอนหลับนอน  เอ้ย นอนหลับทุกคืนเหมือนกัน)


            [เมื่อคืนใครได้ดูเทปรายการราชานักกินตอนสุดท้ายบ้าง]


            [ฉันได้ดู  ไป่ฉีได้แชมป์แบบทิ้งห่างเลย]


            [น่าจะต้องไปออกกำลังกายเอาออกเยอะอยู่นะคะ  กินไปขนาดนั้น]


            [งี้ปีหน้าไป่ฉีก็ต้องมาป้องกันแชมป์น่ะสิ]


            [น่าจะนะ  แต่ว่าเรื่องนั้นไว้ก่อน  รายการแอดเวนเจอร์กำลังจะถ่ายทอดสด]


            [แล้วมันยังไงคะ]


            [ฉันเห็นในเว็บของรายการโปรโมตว่า โปรเจคแอดเวนเจอร์ สตาร์  จะเชิญไป่ฉีมาร่วมเป็นพิธีกรเสริมด้วย]


            [จริงอ่ะ  รอช้าไม่ได้  รีบเปิดรออย่างไวค่า]


            เมิ่งชิงชิงเงยหน้าขึ้นจากจอโน้ตบุ๊ก  เธอก็เห็นไป่ฉีเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้ว


            ไป่ฉีสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว และสวมทับด้วยเสื้อยีนส์สีฟ้าซีด  ซึ่งแตกต่างกับพิธีกรหลักที่สวมสูทอย่างเห็นได้ชัด


            “ทำไมเขาไม่ให้นายใส่เสื้อสูทล่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “เดี๋ยวผมจะต้องไปโชว์การผ่านด่านในวันนี้น่ะ” ไป่ฉีตอบข้อสงสัยของเมิ่งชิงชิง


            “เอ๋  แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ  ได้เงินพิเศษด้วยล่ะ” ไป่ฉียิ้มสดใสออกมา


            “ได้เงินมันก็ดีหรอก  แต่ว่าทำไมต้องทำขนาดนั้นล่ะ” เมิ่งชิงชิงอดเป็นห่วงไป่ฉีไม่ได้


            “ก็ที่มาร่วมรายการวันนี้มีแต่พวกดาราจากสาขาต่าง ๆ ทางรายการบอกว่าในฐานะที่ผมเองก็เป็นดาราสายการแสดง  ก็น่าจะโชว์การผ่านด่านให้คนอื่น ๆ ดูก่อน  เพื่อแสดงให้เห็นว่าผมที่เป็นดาราเหมือนกันยังสามารถทำได้เลย” ไป่ฉีกล่าว


            “สร้างความเชื่อมั่นสินะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ครับ ใช่แล้ว” ไป่ฉีพยักหน้า


            “ไป่ฉี เดี๋ยวจะเริ่มรายการแล้วนะ  มาซ้อมสคริปกันหน่อย” พิธีกรหลักของรายการเรียกไป่ฉีไปนัดแนะสคริปให้เรียบร้อย


            “ได้ครับ  จะไปเดี๋ยวนี้ครับ  ขอโทษนะพี่ชิงชิงเดี๋ยวค่อยคุยนะ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะเดินไปหาพิธีกรหลัก


            “ที่นายต้องทำคือหลังจากเริ่มรายการแล้ว  พอฉันบอกให้นายเป็นคนสาธิตให้ทุกคนดู  นายก็ไปประจำที่เหมือนกับแข่งคราวที่แล้ว” พิธีกรกล่าว


            “น่าเสียดายนะครับ  ผมอยากได้เงินรางวัลจัง” ไป่ฉีส่งยิ้มให้กับพิธีกร


            “น...นาย  แค่นี้โบนัสพวกเราก็หายไปหลายเดือนเลยนะ” พิธีกรหน้าซีดทันที  คราวที่แล้วที่ไป่ฉีมาคว้าเงินรางวัลใหญ่ไปทำให้พวกเขาต้องรับแต่เงินเดือน  ไม่มีเงินพิเศษใด ๆ ให้แม้แต่น้อย


            “ล้อเล่นน่ะครับ  นี่เป็นเทปพิเศษเพื่อหาเงินเข้าการกุศลนี่ครับ  เงินครึ่งหนึ่งที่ดาราทำได้จะเข้าการกุศล  แต่ผมก็หวังว่าจะหาบอลเงินรางวัลที่มีรางวัลสูง ๆ ไม่ยากเท่าตอนที่ผมเล่นนะ” ไป่ฉีมองไปยังด่านแต่ละด่าน  เขาพบว่าความยากนั้นแทบจะเรียกได้ว่าถูกลดระดับลงจนดูง่ายไปจนถึงยากเล็กน้อย  แต่สิ่งสำคัญที่ทางรายการยังทำคือการสร้างด่านให้แขนขาอ่อนล้าก่อนจะมาถึงด่านน้ำ


            “ทุกคนพร้อมนะสัญญาณกำลังจะมาแล้ว” ผู้กำกับรายการตะโกนบอก  ไป่ฉีกับพิธีกรหลักยืนอยู่ด้วยกัน  มีกล้องหลายตัวที่ถ่ายพวกเขาจากมุมที่แตกต่างกัน


            ทุกคนสังเกตว่าหลังจากเริ่มรายการ  ไป่ฉีสามารถเข้าคู่กับพิธีกรหลักได้อย่างลื่นไหล  เมื่อพิธีกรเล่นมุก  ไป่ฉีสามารถตบมุก หรือขัดมุกของพิธีกรเพื่อให้เกิดเสียงหัวเราะขึ้นในสตูดิโอถ่ายทำ  แน่นอนว่าคนที่ดูอยู่ผ่านสื่อต่าง ๆ ก็กำลังหัวเราะแบบเดียวกับคนในสตูดิโอรายการเช่นกัน  เมิ่งชิงชิงเองก็กำลังดูการแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางไลฟ์บนอินเทอร์เน็ตของรายการ


            [มุกนี้ไป่ฉีทำพิธีกรหน้าทิ่มเลย  ชอบมากค่ะ]

            [ไป่ฉีเล่นมุกตลกได้ด้วยเหรอ] 


            ความคิดเห็นส่วนใหญ่ไปในทางที่ดี  เมิ่งชิงชิงมองไป่ฉีด้วยสายตาชื่นชม  ขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกหนักใจกับอลิซที่เธอกำลังดูแลอยู่เช่นกัน


            “กติกาที่ผมได้อธิบายไปแล้วคราวนี้  เราจะเพิ่มกฎพิเศษเข้าไป  เนื่องจากนี่เป็นเทปพิเศษเพื่อการกุศลหาเงินสมทมทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลที่ห่างไกล  จึงได้ทำการเพิ่มเงินรางวัลเป็น 2 เท่าจากที่เปิดได้  นอกจากนี้เงินที่ดาราสามารถทำได้  ครึ่งหนึ่งจะสมทบเข้ากองทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์นะครับ  สำหรับวันนี้ผมมีตัวช่วยให้กับพวกคุณทุกคน” พิธีกรมองไปยังกลุ่มดาราที่มาร่วมรายการในครั้งนี้  ก่อนจะผายมือไปหาไป่ฉี


            “นั่นคือพิธีกรเสริมของเราคราวนี้จะเป็นคนตะลุยด่านให้ทุกคนได้ดูก่อน 1 รอบ  แต่ว่าบอลรางวัลที่เขาหยิบมาจะไม่มีผลต่อเงินกองทุนนะครับ” พิธีกรกล่าว


            ไป่ฉีถอดเสื้อยีนส์สีฟ้าซีดที่เขาสวมออกเหลือแต่เพียงเสื้อยืดสีขาว  ก่อนจะเดินขึ้นไปยังจุดเตรียมตัว  เขายืดเส้นยืดสายอีกเล็กน้อย และย่อตัวลงเตรียมที่จะพุ่งไปข้างหน้า


            “พร้อม.......เริ่มได้” หลังได้ยินเสียงพิธีกร  ไป่ฉีพุ่งไปด้วยความเร็วที่เร็วกว่าครั้งก่อนที่มาร่วมแข่ง  ด้วยเพราะร่างกายของเขาตอนนี้นั้นเป็นร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิ และยังสำเร็จเคล็ดรากฐานกายาโพธิสัตว์ขั้นสูงอีกด้วย  การเคลื่อนไหวของเขาใช้แรงไม่ถึง 5 ใน 10 ส่วนด้วยซ้ำ


            “ไป่ฉีผ่านด่านไปได้เร็วมากเลยครับ  นี่น่าจะเร็วกว่าครั้งที่แล้วที่เขามาร่วมแข่งขันซะอีก” กว่าพิธีกรจะพูดจบไป่ฉีก็ผ่านด่านไม้ไปเรียบร้อยแล้ว


            “เร็วขนาดนั้นพวกเราจะไปทำได้ยังไงกัน”


            “ที่ไม่ให้หมอนั่นลงแข่งเพราะกลัวเสียตังเยอะใช่ไหมน่ะ”


            “ถึงจะเป็นดาราด้วยกันแต่เขาเท่มากเลย  ฉันตัดสินใจแล้ว ว่าจะเป็นแฟนคลับของเขา”


            หลังผ่านไปเพียง 2 นาทีไป่ฉีก็สามารถผ่านด่านทั้งหมดได้  ส่วนพิธีกรนั้นเพราะต้องรีบบรรยาย  ทำให้เขาหายใจแทบไม่ทัน  ยืนหอบตัวโยนอยู่


            กล้องนั้นจับไปที่ไป่ฉีที่ตอนนี้กำลังเช็ดผมของเขาที่เปียกน้ำอยู่  ซึ่งผู้กำกับนั้นรู้ว่าจะต้องสร้างเรตติ้งจากผู้ชมสาว ๆ ได้แน่  แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา


            'จะถ่ายทำไมกัน  ไป่ฉีกำลังเช็ดตัวอยู่  อย่างน้อยน่าจะให้ความเป็นส่วนตัวกันบ้าง  กางเกงในเขาเปียกจนเห็นอะไรต่อมิอะไรหมดแล้ว  นี่เบลอภาพรึเปล่าเนี่ย' เมิ่งชิงชิงเริ่มนั่งไม่ติด  เธอสังเกตเห็นทีมงานผู้หญิงหลายคนจ้องเป้ากางเกงในของไป่ฉีตาไม่กระพริบ  เธอจึงรีบเดินไปหาผู้กำกับทันทีเพื่อบอกเรื่องนี้


            “ไม่ต้องห่วง  ถ่ายเฉพาะลำตัวช่วงบนเท่านั้นแหละ  ตอนแรกว่าจะถ่ายสภาพของไป่ฉีหลังผ่านด่านว่าสะบักสะบอมขนาดไหน  แต่ก็นะ ไป่ฉีดูจะแข็งแรงมาก  เขาแทบจะไม่เหนื่อยเลย  หากเขาไปทางสายกีฬาคงเป็นดาวรุ่งของประเทศแน่ ๆ” ผู้กำกับรายการกล่าว ก่อนจะให้สัญญาณว่าให้ตัดภาพไปที่พิธีกร


            “เอาล่ะครับ  เราจะให้ไป่ฉีได้พักสักครู่หนึ่ง  ตอนนี้ขอเชิญ.......” พิธีกรเริ่มเรียกดาราที่จะต้องมาแข่งขันคนแรกไปเตรียมตัว  ระหว่างนั้นก็นำบอลรางวัลที่ไป่ฉีนั้นหยิบมาจากแต่ละด่านมาเปิด และแน่นอนว่ามันคือลูกบอลเงินรางวัลสูงสุดหมดทุกลูก  สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนทั้งสตูดิโอ


            ทีมงานรายการยังโล่งใจได้อยู่  เพราะถึงจะได้บอลเงินรางวัลสูงสุดมาหมดทุกลูก  แต่นี่เป็นการสาธิตให้ผู้เข้าแข่งขันดู  ดังนั้นเงินรางวัลที่ไป่ฉีทำได้จึงไม่นับ


            ไป่ฉีแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย  แม้เสื้อยืดสีขาวจะเลอะไปบ้าง  แต่เขาไม่ต้องการจะเปลี่ยนมัน  เพราะเขาคิดว่ามันให้อิมเมจดูเป็นผู้ชายลุย ๆ ดี


            “เป็นไงบ้างไป่ฉี” พิธีกรถาม


            “ครับ เหนื่อยพอสมควรเลย  แต่ผมก็ไม่ค่อยถูกชะตากับด่านน้ำของทางรายการสักเท่าไหร่  เพราะมันทำให้เปียกไปทั้งตัวนั่นล่ะครับ” ไป่ฉีตอบ


            “แต่สาว ๆ ทางบ้านเขาอยากเห็นนะครับ” พิธีกรแซว


            “งั้นก็ตามสบายเลยครับ ยังไงพวกคุณก็ได้เห็นจากนิตยสารที่ผมไปถ่ายแบบมาอยู่แล้ว” ไป่ฉีตอบแบบสบาย ๆ


            รายการแอดเวนเจอร์วันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี  เพียงแต่เงินรางวัลที่ดาราทำได้นั้นค่อนข้างน้อย  แต่ด้วยเพราะต้องสร้างภาพ  พวกเขายอมกัดฟันไม่เอาเงินรางวัลในส่วนของตัวเอง  เพื่อสมทบเข้ากองทุน  ไป่ฉีได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะพูดขึ้น


            “ดูเหมือนว่าเงินสมทบจะได้ไม่เยอะเลยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ก็แหม  ลูกบอลที่สุ่มได้มามันได้เงินรางวัลน้อยนี่ครับ” พิธีกรกล่าว


            “พี่ชิงชิงขอสมุดเช็คหน่อยครับ” ไป่ฉีหันไปหาเมิ่งชิงชิง


            เมิ่งชิงชิงรีบหยิบสมุดเช็คของไป่ฉีมาให้  ไป่ฉีเริ่มเขียนเช็ค  พิธีกรก็ชะเง้อมองอย่างอยากรู้ว่าไป่ฉีจะร่วมบริจาคเท่าไหร่


            'หึ ดาราที่มาร่วมแต่ละคน  พวกแกสร้างภาพให้ตัวเองดูดีโดยการยกเงินทั้งหมดที่ได้ให้กองทุนใช่ไหม  ดี  ข้าจะสอนให้รู้จักกับคำว่า การแย่งซีน' ไป่ฉีตวัดปากกาอย่างต่อเนื่อง


            'ลายมือไป่ฉีเหรอเนี่ย  สวยมาก  อ๊ะ กำลังเขียนตัวเลขแล้ว' พิธีกรจ้องตาไม่กระพริบ  ไป่ฉีเริ่มเขียนเลขศูนย์จากหลักหน่วยแล้ว


            เลขศูนย์ตัวที่ 1...2...3 พิธีกรเริ่มดวงตาเบิกกว้าง เพราะหลังจากไป่ฉียกปากกาขึ้น  ตัวเลขทั้งหมดที่เขาเห็นทำให้เขาต้องอ้าปากค้าง  แต่ด้วยความที่เป็นพิธีกรมาหลายปี  เขารีบสงบสติอารมณ์และรับเช็คจากมือของไป่ฉี า  ก่อนจะหันหน้าเช็คไปทางกล้อง


            “ไป่ฉีบริจาคเงินจำนวน 2 ล้านหยวนให้กับกองทุนครับ” พิธีกรถือเช็คด้วยมือที่สั่นเทิ้ม  เขาไม่คิดว่าไป่ฉีจะบริจาคเงินมากขนาดนี้ในคราวเดียว


            ทุกคนต่างอ้าปากค้าง  ตัวเลขที่เขียนบนเช็ค  พวกเขาต้องทำงานหลายปีหรือหลายสิบปีถึงจะสามารถเก็บได้  แต่ไป่ฉีกลับจ่ายมันออกมาราวกับมันเป็นเศษกระดาษ  ทั้ง ๆ ที่ไป่ฉีเพิ่งเข้าวงการมาได้ไม่นาน


            ส่วนพวกดาราที่มาร่วมรายการต่างหน้าเขียวคล้ำ  เงินรางวัลที่พวกเขาได้ทั้งหมดถึงจะนำเข้ากองทุน  แต่ก็เทียบไม่ได้กับเงินที่ไป่ฉีบริจาคแม้แต่น้อย


            จากนั้นพิธีกรก็กล่าวปิดรายการพร้อมกับไป่ฉี  หลังสัญญาณตัดไป  ทุกคนต่างเข้าไปเพื่อดูว่าเรตติงรายการที่เพิ่งจบไปนั้นเป็นอย่างไร  ซึ่งผลที่ได้น่าตกใจอย่างมาก  เรตติงนั้นสูงกว่า 2 เท่าจากปกติ


            “ไป่ฉี  เจ้าเด็กนี้ร่ำรวยกว่ารุ่นพี่คนนี้แล้วเหรอหา” พิธีกรคว้าคอของไป่ฉีทันที


            “พี่ก็อย่าทำงานอย่างเดียวสิครับ   เงินเอาไปลงทุนให้มันงอกเงยขึ้นมาบ้าง  ดอกเบี้ยเงินฝากมันไม่ได้ทำให้รวยขึ้นมาหรอกนะ” ไป่ฉีกล่าว


            หลังคุยกันสักพักไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงขอตัวกลับก่อน  เขาเห็นว่าวันนี้ตอนช่วง 1 ทุ่ม  งานประมูลที่เขาใช้โอสถทะลวงราชันย์ล่อพวกที่มาจากต้าเซียน  จะมีการประมูลกันวันนี้  ดังนั้นเขาจึงต้องเข้าร่วมเพื่อไปดูให้เห็นกับตาว่าพวกนั้นใช่เบญจดาราจากต้าเซียนจริง ๆ รึเปล่า


            'วันนี้คงต้องบอกพ่อกับแม่  แล้วก็พี่ชิงชิงว่าจะไปทำธุระ  ครั้งนี้พาพวกไป่ชิกับไป่เชอะ และไป่โม่ลี่ไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย  อ้อ ต้องพาเจ้าศิษย์โรคจิตนั่นไปด้วยสินะ' ไป่ฉีคิด


            “พี่ชิงชิงครับ  วันนี้ตอนเย็นผมมีธุระ  อาจจะกลับดึกหน่อยนะครับ  ผมโทรบอกพ่อกับแม่แล้ว” ไป่ฉีกล่าว


            “ไปไหนเหรอ  ฉันไปด้วยได้ไหม” เมิ่งชิงชิงถาม


            “พอดีญาติของคุณพ่อพักอยู่ที่บ้านในเมืองหลวงน่ะครับ  พี่ชิงชิงอยู่ที่ห้องแล้วนอนพักผ่อนดีกว่า  ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ไป่ฉีกล่าว


            “ขอบใจนะ” เมิ่งชิงชิงยิ้ม  แก้มของเธอแดงเล็กน้อย  ไป่ฉีที่เห็นถึงกับชะงักค้างจนทำสมาร์ทโฟนตัวเองตก เขาถึงได้สติ ก่อนจะก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยความเขินอาย


    (ใช้ มุก ที่เป็น ก.ไก่ ตาม สนง. ราชบัณฑิตยสภา  ด้วยเพราะ มุข ที่เป็น ข.ไข่ ในพจนานุกรมภาษาบาลีสันสกฤตให้ความหมายของคำว่า มุข ไว้ว่า  หน้า  ปาก  ประธาน  ส่วนในพจนานุกรมภาษาเขมรให้ความหมาย  มุข  ไว้ว่า  หน้า  ปาก  ประธาน  ที่  หน้าที่  แผนก  แบบอย่าง  ทางสาธารณะ  ไม่พบความหมายของคำว่า  มุข  ที่หมายถึง  เจรจาหรือพูด)

    _____________________________

    ฝากเพจนิยายด้วยนะครับ


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน