“บอสคะ เ้านี่ไม่ใช่ว่าต้องได้รับแสงบ้างเหรอคะ”
เมิ่งเซียนพูดขึ้นในเย็นวันหนึ่งที่เธอซื้อของใช้ทั่วไปเข้าคอนโดให้เ้านาย สายตาเธอเจอกับเ้าพืชอวบน้ำที่ค่อนข้างคุ้นตา เพราะว่าห้องทำงานของเธอกลายเป็ห้องนอนอีกห้องของเฉินรุ่ย โต๊ะทำงานจึงถูกนำมาจัดมุมใหม่ในห้องนอน ส่วนตู้หนังสือถูกนำมาจัดไว้ในห้องโถง บนชั้นวางมีแคคตัสรูปทรงแปลกตาอยู่ต้นหนึ่ง บางวันมันก็อยู่ที่มุมหนังสือ บางครั้งมันก็ถูกพาไปรับแสงแดด ดูมีชีวิตชีวามาก ต่างจากต้นนี้ลิบลับ เฉาเชียว เมิ่งเซียนมองมัน
คาร์ลที่นั่งอยู่บนโซฟาเช็กข่าวสารตลาดหุ้นเหลือบตาไปมองเมิ่งเซียนสลับกับแคคตัสในมือเธอ เด็กคนนั้นหายไปเลย
เขาคิดว่าจะให้คนขับรถประจำได้ใช้วันหยุดกับครอบครัว่สุดสัปดาห์ และให้เด็กหนุ่มพาเขากลับบ้านแทน แต่กลายเป็ว่าเฉินรุ่ยขอหยุดใน่นั้น หัวหน้าแผนกบอกว่าอีกฝ่ายติดธุระสำคัญ
“เธอจะไปรู้อะไร” พูดเสร็จก็หันกลับมาสนใจหน้าจอ
“ที่บ้านฉันก็มีแบบนี้ ในหนึ่งสัปดาห์ฉันเห็นน้องเขาพามันไปรับแสงอยู่บ่อยครั้งนะคะ ให้ฉันเปลี่ยนมุมให้มันไหม”
“ไม่เป็ไร ช่วยสั่งเก้าอี้ที่เหมาะกับห้องนี้สักตัว ฉันจะหามุมพามันไปรับแสงเอง”
เมิ่งเซียนหลุดทำหน้าโง่งมไปชั่วครู่ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็ปกติ พอเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วกำลังจะอ้าปากขอตัวกลับแต่ก็ต้องหุบปากฉับ
“เฉินรุ่ยคือเด็กคนนั้นใช่ไหม”
“อ่า ใช่ค่ะ คนเดียวกับที่เคยพาคุณไป ZE2” เมิ่งเซียนรู้ั้แ่วันที่เธอโทรหาเฉินรุ่ย ผู้บริหารที่จะไปเมืองนั้นในสุดสัปดาห์ก็มีอยู่คนเดียว คาร์ลกลับบ้านทุกอาทิตย์เป็ปกติ
“การสอบเขาถึงไหนละล่ะ” ถามเหมือนถามเื่ลมฟ้าอากาศ เมิ่งเซียนอดแปลกใจไม่ได้ที่เ้านายก็รู้เื่นี้ เด็กคนนั้นพูดไม่เก่งและเ้านายเธอก็ดูไม่ค่อยเป็มิตรกับคนแปลกหน้า กลายเป็ว่ารู้ถึงขั้นนี้
“เขาสอบผ่านแล้วค่ะ ได้คะแนนดีมาก แต่ว่าปีนี้คงยื่นเรียนต่อไม่ทันแล้ว” คาร์ลพยักหน้า เมิ่งเซียนแอบมองใบหน้าที่ดูเหมือนจะเรียบนิ่งตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือการถามเื่ของคนอื่น ขนาดเื่ของตัวเธอซึ่งเป็เลขาของเขาร้อยวันพันปี เขาสนใจเสียที่ไหน
“เื่ลูกพี่ลูกน้องเธอล่ะ” เมิ่งเมิ่งหรือ?
“เธอถูกย้ายไปประจำที่ ZF9 ที่นั่นจะเปิดประมูลที่ดินในอีกไม่กี่วันถ้าคุณจะไปแทน ฉันจะติดต่อทางนั้นให้ค่ะ”
“ไม่ต้อง อเล็กเซย์ว่าอย่างไรบ้าง”
เมิ่งเซียนหยุดคิดคำตอบ จากล่าสุดที่เธอได้รับข่าวในแผนกเลขามาดูเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังพิสูจน์ตัวเองอยู่ในด้านการทำงาน ส่วนเื่ส่วนตัวเมิ่งเซียนไม่อยากวิจารณ์ อย่างไรเื่ความสัมพันธ์ส่วนตัวฝ่ายหนึ่งที่เข้าไปพัวพันก็เป็ลูกพี่ลูกน้องของเธอเอง ถึงแม้ทั้งชีวิตคุยกันเเบบนับคำได้ก็ตาม
“โครงการที่เขาทำดำเนินการไปได้ดีเลยค่ะ คงเห็นผลเป็รูปธรรมมากขึ้นในไตรมาสหน้า ส่วนเื่อื่นไม่ได้ต่างจากเดิมมากนักค่ะ”
“ถ้าทางบ้านใหญ่ติดต่อเข้ามาก็แจ้งเขาไปตามนั้นล่ะ”
“ได้เลยค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะคะ”
“อืม”
พอเมิ่งเซียนออกไป คาร์ลก็วางมือถือลงก่อนจะเดินไปยังกระถางแคคตัสที่มุมห้อง มันดูสดใสน้อยลงจริงๆ ต้นไม้ที่บ้านเขามีคนดูแลพวกมันถึงได้มีชีวิตจนถึงทุกวันนี้ แต่กับเ้านี่ที่อยู่ในมือเขาดูเหมือนว่าพลังชีวิตจะลดน้อยลงไปทุกวัน
คาร์ลเดินไปเอาเก้าอี้ที่ปูด้วยขนแกะเทียมมาวางไว้ข้างผนังกระจก แล้วนำกระถางเซรามิกอันน้อยไปวางไว้บนนั้น เขาไม่อยากให้มันโดนแสงแดดมากเกินไป ที่นี่แดดแรงจนเขากลัวว่ามันจะตายไปก่อน พรุ่งนี้เขาหวังว่ามันจะได้รับแสงแดดเต็มที่และกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นสักหน่อย
เสียงแจ้งเตือนในมือถือดังขึ้น เขาไม่ได้สนใจ จนการแจ้งเตือนในโปรแกรมแชทดังอีกครั้ง เขาละสายตาจากสิ่งมีชีวิตตรงหน้า เมื่อหยิบมือถือขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็เงินไม่กี่เหรียญที่ถูกโอนเข้ามา กับรูปซึ่งส่งมายืนยันจากเฉินรุ่ยว่าเ้าตัวโอนเงินคืนเขาแล้ว คาร์ลหลุดขำออกมา ถ้าเดาไม่ผิดเมิ่งเซียนน่าจะพูดอะไรเกี่ยวกับเขาให้เด็กคนนั้นฟัง
⚖️
เมิ่งเซียนพูดถึงคาร์ลจริงนั่นแหละ เฉินรุ่ยหยุดชะงักหลังจากที่กำลังออกแบบเว็บไซต์ให้กับร้านอาหารที่จ้างเขามาผ่านทางเพจ เพราะอยู่ดีๆ ยอดคนติดตามเพจก็พุ่งไปหลักแสน ทำให้มีลูกค้าบางส่วนติดต่อเข้ามาให้โปรโมตร้าน บางส่วนก็ให้ลงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตนเอง บ้างก็้าให้เขาสร้างข้อมูลคล้ายกันกับบนเพจส่งไปให้ เพื่อนำไปลงในเว็บไซต์หรือเพจของตนเอง รายได้ส่วนหนึ่งของเขาเลยมาจากการรับทำงานพวกนี้ งานค่อนข้างเยอะจนลืมไปเลยว่าเขายังไม่ได้ใช้เงินคืน
“นอกจากเื่เรียน เขาไม่ได้ถามเื่อื่นใช่ไหมครับ”
เมิ่งเซียนที่กำลังจะดื่มน้ำหยุดแก้วไว้แล้วหันไปมองเฉินรุ่ย เื่อื่นที่เธอหมายถึง มันอะไรกันล่ะ
“ไม่นี่” เธอตอบ
เฉินรุ่ยเม้มปากก่อนจะยกมือถือขึ้นมากดดูรายชื่อผู้ติดต่อที่เคยเด้งขึ้นมา เขากดเพิ่มเพื่อนแล้วรีบโอนเงินคืนไป จากนั้นก็พิมพ์ขอโทษที่โอนเงินคืนช้า ไม่นานนักข้อความก็ถูกอ่าน
มือถือของเฉินรุ่ยสั่นเมื่อยกขึ้นดูถึงเห็นว่าเป็รูปแคคตัสบนพรมขนสัตว์สีขาว มันดูผิดจากวันแรกมากจริงๆ เฉินรุ่ยเสมองต้นที่ตัวเองดูแลอยู่ มันถูกเทรนแดดจนเห็นผิวแว๊กซ์สวยสดใสผิดกับวันแรกเช่นกัน เขาลุกขึ้นไปถ่ายรูปมันสองสามภาพ แล้วยืนค้างอยู่ตรงนั้น
เมิ่งเซียนเลิกคิ้วขึ้น วันนี้เธอทักเื่แคคตัสเ้านายไป มาตอนนี้เฉินรุ่ยก็ถ่ายรูปมันก่อนจะกดยิกกับมือถือ เมิ่งเซียนยกมือถือขึ้นเช็กในโซเชียลมีเดีย ยังไม่มีรูปนั้นโผล่มาสักนิด เผลอวางมือถือก่อนจะหันกลับไปมองเฉินรุ่ยที่กลับไปนั่งที่เดิม มือถือบนโต๊ะสั่นอีกครั้ง เ้าตัวยกมันขึ้นมากดพิมพ์ข้อความลงไป
คาร์ลที่ได้รับข้อความตอบกลับเป็รูปแคคตัสแบบเดียวกันแต่ดูดีกว่าก็นิ่งไป ไม่มีข้อความ นี่ไม่ใช่ว่าเด็กคนนั้นกำลังอวดตัวเองอยู่ใช่ไหม อดคันยุบยิบในใจไม่ได้ เขาเลยบอกไปว่าเขาไม่แน่ใจว่ามันจะตายเมื่อไหร่ แคคตัสไม่ใช่ต้นไม้เลี้ยงง่ายสำหรับเขาเลย ไม่นานอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาว่าจะทำคู่มือการเลี้ยงแคคตัสที่เข้าใจง่ายให้เขาในคืนนี้
“เธอทำปลาร่างกระรอกเป็ไหม”
เมิ่งเซียนพูดขึ้นเพราะเห็นเฉินรุ่ยเอาแต่ก้มหน้าอยู่กับจอมากเกินไป เธออยากให้เขาพักจากหน้าจอบ้าง เฉินรุ่ยหันไปมองเมิ่งเซียนที่อยู่ๆ ก็พูดขึ้นมา เธอเลิกคิ้วข้างหนึ่งให้เขา
“ทำได้ครับ ถ้าพี่อยากกิน ผมจะไปซื้อของพรุ่งนี้แล้วทำเป็มื้อเย็นให้ทาน”
“ดี พรุ่งนี้เดี๋ยวชวนฮ่าวกงมาด้วย ถ้าได้เมนูต้ม ทอดแล้วก็นึ่งอีก คงเป็วันหยุดที่มีความสุขมากจริงๆ” เมิ่งเซียนยิ้มมุมปาก เฉินรุ่ยเห็นเธอยิ้ม เท่านี้เขาก็พร้อมทำตามที่เธอ้าเเล้ว เธอช่วยเขาไว้มากมายอะไรที่เขาพอทำให้ได้เขาก็อยากทำมันให้เธอ
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมทำให้ทั้งหมดเลยครับ”
“อืม เป็เด็กดีจังเลยนะ” พูดด้วยความเอ็นดู
เฉินรุ่ยขอบคุณรับคำชมนั้นเบาๆ ก่อนจะสนใจกับงานตรงหน้า จนเกือบเที่ยงคืน เมิ่งเซียนก็ลุกนำแก้วนมแก้วหนึ่งวางไว้บนโต๊ะให้เขา
“เธออายุยังน้อยอย่าหักโหมเกินไปนักเลย”
“ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมก็เข้านอนแล้ว”
เมิ่งเซียนเข้านอนไปก่อน สักพักเฉินรุ่ยก็ปิดหน้าต่างงานลง แล้วสร้างวิธีการดูแลแคคตัสแบบย่อขึ้นมา เขาส่งกลับไปให้คาร์ลหลังจากทำมันเสร็จ ข้อความถูกอ่านทันที
‘เธอควรเข้านอนได้แล้ว’ เฉินรุ่ยเห็นแล้วก็ตอบกลับไป
‘ผมกำลังจะนอน ฝันดีครับ’
⚖️
วันต่อมา เฉินรุ่ยยังคงตื่นด้วยสาเหตุเดิม เขานั่งนิ่งบนเตียงอยู่นานเพื่อปรับจิตใจตัวเองจากความฝันเ่าั้ พอจิตใจกลับมาเป็ปกติก็ลุกขึ้นมาทำอาหารเช้า และจัดการงานที่ค้างให้เสร็จก่อนจะส่งมันกลับไปยังผู้ว่าจ้าง รอการตรวจเช็กเพื่อแก้ไขปรับปรุงต่อไป จากนั้นก็เริ่มทำงานใหม่ ไม่ใช่งานยากอะไรเขาจึงใช้เวลากับมันไม่นานนัก
ในวันหยุดเมิ่งเซียนจะตื่นสายกว่าปกติ ระหว่างนั้นเฉินรุ่ยก็ไปยืนมองเ้าแคคตัส แล้วย้อนนึกถึงรายละเอียดสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุของคาร์ล
มันเป็หลุมที่นักเขียนไม่ยอมกลบ ไม่ได้ระบุตัวผู้บงการ อุบัติเหตุเกิดหลังจากที่อเล็กเซย์ทำโปรเจกต์ใหญ่สำเร็จทำให้ได้รับความไว้วางใจจากกรรมการผู้บริหารส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันปัญหาด้านความรักของเขาก็ย่ำแย่ลงเพราะผู้หญิงที่เขาชอบตัดความสัมพันธ์อย่างชัดเจนไม่เหลือความหวังใดให้เขาเลย เพื่อปูทางให้อเล็กเซย์กลายเป็ตัวร้ายที่สมบูรณ์แบบ คาร์ลต้องตายเพื่อให้อำนาจต่อกรกับตัวเอกอย่างสมน้ำสมเนื้อตกอยู่ในมืออเล็กเซย์ต่อไป
เฉินรุ่ยไม่อาจรู้เื่ความรักของอเล็กเซย์จากวงนอกได้ แต่เขาหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์นั้นได้ เฉินรุ่ยชะงักไปเมื่อคิดถึงตรงนี้ แล้วเขาจะทำไปทำไมกัน
ต่อให้คาร์ลตาย เขาก็สามารถหนีจากจุดนี้ไปได้ด้วยตัวเองอยู่ดี
แต่ว่า แต่ว่าเขาไม่เคยมีเพื่อนเลย
ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะอายุมากกว่า ทว่าดูจากการแสดงออกของฝ่ายนั้นแล้ว ตัวเขาในสายตาคาร์ลก็น่าจะมีน้ำหนักในใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ไม่ว่าในฐานะลูกน้องหรือคนรู้จักก็ตาม แล้วในโลกใบนี้เขาไม่ได้คิดจะเข้าไปทำความรู้จักใครอีก มันเป็เื่ยากมากสำหรับคนที่มีบุคลิกภาพแบบเขา
เฉินรุ่ยเดินย้อนกลับมาที่โซฟา มองนาฬิกาดิจิตอล ก่อนจะลุกเดินหายเข้าไปในห้องของเมิ่งเซียน พอคิดจะทำอะไรเขาก็ทำมันทันที เมิ่งเซียนยังคงหลับสนิท ลมหายใจผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอ เฉินรุ่ยกวาดสายตามองก่อนจะหยิบมือถือของเธอขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก หลังจากนั้นก็เดินไปหยิบแล็ปท็อปที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานออกมาจากห้อง ทำทุกอย่างแบบเบามือและไม่รีบร้อน
เฉินรุ่ยค่อยๆ เข้าไปดูในแต่ละส่วน เข้าไประบบของบริษัท ดูมูลค่าการลงทุนใน่ที่ผ่านมารวมถึงโปรเจกต์ต่างๆ จนเจอกับโปรเจกต์หนึ่ง เขาถ่ายโอนข้อมูล จากนั้นก็ลบประวัติการเข้าใช้ระบบทิ้ง เฉินรุ่ยมองนาฬิกาดิจิตอลอีกครั้งก่อนจะนำแล็ปท็อปเข้าไปเก็บที่เดิม
งานย่องเบาหรือโจรกรรมข้อมูลล้วนเป็งานที่เขาถนัด เฉินรุ่ยไม่รู้สึกว่าเขาจำเป็ต้องกระวนกระวายอะไรเพราะค่อนข้างชำนาญกับมัน เมื่อเก็บทุกอย่างเข้าที่เดิมแล้วเขาก็ออกไปจากห้องนอนเธอ รอเมิ่งเซียนตื่นขึ้นมาเองเท่านั้น
“เธอทานข้าวเช้าหรือยัง ขอโทษที วันนี้พี่ตื่นสายไปหน่อย” เมิ่งเซียนบิดี้เีออกมาจากห้องนอน เธอป้องปากหาว ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะอาหาร
“ผมเรียบร้อยแล้วครับ พี่ทานเลย”
“ข้าวผัดเหรอเนี่ย หน้าตาน่าทานมาก ไม่ได้ละ” เธอลุกขึ้นไปนำมือถือมาถ่ายรูปอาหารเช้าเก็บไว้ ก่อนจะเริ่มลงมือทาน
“จริงๆ แล้วเงินเดือนเชฟก็ดีมากเลยนะ ถ้าเธอสนใจจะเรียน พี่สามารถหาโรงเรียนดีๆ ให้เธอได้”
เฉินรุ่ยส่ายหน้า เขาไม่ได้รักการทำอาหารขนาดจะอยู่กับมันไปทั้งชีวิต เขาทำเพราะอยากทำ ไม่ได้้าให้ใครมากะเกณฑ์ว่าต้องทำอะไรตอนไหน อีกอย่างการเป็คนขับรถทำให้เขาพอจะมีเวลาทำอย่างอื่นบ้าง แต่ถ้าเป็พ่อครัว เขาน่าจะหาเวลาได้ยาก
“อร่อยมาก เดี๋ยวบ่ายๆ พี่จะให้ฮ่าวกงเข้ามารับ แล้วเราไปซื้อของสำหรับมื้อเย็นกัน”
เฉินรุ่ยตอบรับคำเธอ ขณะเดียวกันก็วางแผนจะเคลียร์งานที่รับมาในเดือนนี้ จากนี้เขาจะรับแต่งานเล็กๆ แม้เงินจะน้อยกว่าแต่เขาคิดว่าหลังจากนี้จะใช้เวลา่สุดสัปดาห์ในการเป็คนขับรถให้คาร์ล เขาอยากลองเสี่ยงดู จะเกิดอะไรขึ้นหากพวกเราสามารถรอดไปด้วยกันได้ทั้งคู่ ว่าแล้วก็กดส่งข้อความหาคาร์ล
‘คุณยัง้าคนขับรถ่สุดสัปดาห์ไหม ั้แ่เดือนหน้าเป็ต้นไป ผมสามารถขับให้คุณได้ ถ้าตำแหน่งนั้นยังว่างรบกวนตอบกลับด้วยครับ ขอบคุณครับ’
คาร์ลซึ่งเห็นข้อความที่ถูกส่งมาเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ยิ้มออกมา
“คุณได้ฟังที่ผมพูดบ้างหรือเปล่า” คาร์ลเหลือบตามองอเล็กเซย์ที่กำลังยืนขมวดคิ้วอยู่ ดูเหมือนว่าจะมาบ่นเื่ที่เขาไปวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัว
คาร์ลลุกจากโซฟา เแล้วตบบ่าของหลานชายเบาๆ ก่อนจะเดินไปยังมุมที่มีต้นไม้ขนาดเล็กวางอยู่ เขาเกลียดการวุ่นวายกับชีวิตคนอื่น แต่ว่าเื่บางเื่ถ้าปล่อยให้ถึงมือคนในครอบครัวเขา จากเื่เล็กน้อยก็สามารถทำให้กลายเป็โศกอนาฏกรรมได้ เขาจึงต้องชิงลงมือทำบางอย่างลงไปก่อนที่เื่
ของอเล็กเซย์จะบานปลาย อะไรที่เขาลงมือไป อย่างน้อยก็จะมีคนเกรงใจและไม่เข้ามาวุ่นวายอีก
“ดีเท่าไหร่แล้วที่ฉันเป็คนจัดการเื่นี้ นายก็รู้ว่าคนบ้านใหญ่นั้นทำอะไรได้บ้าง ตอนนี้ก็แค่ต้องอดทนต่อไป ในวันที่นายยืนได้ด้วยตัวเอง นายจะทำอะไรก็จะไม่มีใครยื่นมือเข้ามาวุ่นวายอีก เข้าใจที่พูดไหม”
“น่าเบื่อเป็บ้า” อเล็กเซย์เดินไปนั่งบนโซฟาแล้วเหลือบมองน้าตัวเอง
“นั่นอะไร”
“แอสโตรไฟตัม”
อเล็กเซย์ทำปากยื่นเมื่อได้ยินชื่อเ้าต้นแคคตัสที่ได้รับความสนใจมากกว่าตัวเอง
“เดี๋ยวมันก็ตาย” ทันทีที่ได้ยินคาร์ลก็มองตาขวางทันที เอาล่ะวันนี้ทำให้คนหงุดหงิดได้ อเล็กเซย์ก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว
“ไม่มีอะไรแล้วก็เชิญนายกลับไปเลยแล้วกัน”
“โอ้ นี่ไล่กันเลยเหรอ พนันได้เลยว่ามันอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์หรอก” อเล็กเซย์ลุกขึ้นจากโซฟา เดินถอยหลังออกจากห้องขณะต่อปากต่อคำ แน่นอนทำแบบนี้เพราะเขากลัวมีของแข็งลอยมาปักหัว ขณะเดียวกันการได้ยั่วโมโหชาวบ้านนี่มันรู้สึกดีไม่น้อยจริงๆ คาร์ลไม่ได้โต้ตอบอะไร
พออเล็กเซย์ลงมาถึงลานจอดรถ เขาก็พบว่ารถเขาหายไป พอจะโทรเรียกคนขับรถก็ไม่มีใครรับสาย ได้แต่สูดหายใจเข้าลึกแล้วเดินไปเตะผนังระบายอารมณ์ น้าบ้านั่นไม่เล่นกันซึ่งหน้าแต่ว่าชอบตลบหลังเขาประจำ น่าโมโหเป็บ้า จะเดินย้อนกลับไปลิฟต์ของคอนโดก็เข้าไม่ได้แล้วเพราะลิฟต์ที่เขาออกมาเป็ลิฟต์ส่วนบุคคลต้องได้รับคำสั่งจากเ้าของชั้นนั้นๆ หรือมีคีย์การ์ดถึงจะเปิดมันออกได้
นอกจากฟึดฟัดกับตัวเองแล้วเขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะรีบออกจากคอนโดตัวเองมาแต่เช้า ไม่ได้คิดว่าจะไปที่ไหน เสื้อผ้าที่เขาใส่มาเลยค่อนข้างทำลายภาพลักษณ์ที่สร้างไว้อยู่มาก เสื้อยืดคอกลมลายการ์ตูนกับกางเกงนอนลายสก๊อตขายาว อเล็กเซย์กดโทรหาคาร์ล ฝากหมายเลขโทรกลับงั้นเหรอ? อเล็กเซย์หัวฟัดหัวเหวี่ยงขึ้นมาอีก น้าบ้าปิดเขาทุกทางเลย
หลังจากโมโหจนจะบ้า สุดท้ายเขาก็ได้แต่ทดไว้ในใจแล้วก็เดินลงบันไดมาเองเกือบสิบชั้นถึงจะไปต่อลิฟต์ที่ใช้ร่วมกันเพื่อลงมาชั้นล่างสุดได้ แน่นอนล่ะว่าต้องถูกมอง มีใครในที่นี้ไม่รู้จักอเล็กเซย์จอมสร้างเื่บ้าง เขาขอให้คอนโดช่วยเรียกแท็กซี่ก่อนจะนั่งกระดิกเท้ารอตรงล๊อบบี้
อเล็กเซย์มองรองเท้าแล้วก็ถอนหายใจ รองเท้าแตะรูปหมีของขวัญวันเกิดราคาเป็หมื่นเหรียญจากแม่เขาเอง เห็นแบบนี้ก็เป็ของดีใส่สบายนุ่มเท้านา เดินตั้งหลายชั้นก็ไม่รู้สึกปวดเมื่อย แต่ทำลายภาพลักษณ์นิดหน่อย คิดกับตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนที่กำลังจะเดินเข้ามาพอดีโดยบังเอิญ
“อเล็กเซย์?”
สามภพนิ่งไปก่อนจะเห็นว่าอีกฝ่ายแกล้งทำเป็ไม่ใช่ตนเอง ก้มหน้าก้มตาปิดบังใบหน้า นี่มันต่างอะไรจากการตอบว่า ใช่ ฉันเองแหละ แต่ฉันไม่อยากให้ใครรู้อย่ามาคุยกับฉันนะกันล่ะ จังหวะเดียวกันนั้นพนักงานก็เดินมาเชิญให้อเล็กเซย์ไปขึ้นรถที่ทางคอนโดเรียกมาให้พอดี เสียงรองเท้าแตะลายหมีดังขึ้นแล้วค่อยๆ ห่างออกไปอย่างรวดเร็วตามจังหวะการสาวเท้านั่นแหละ
...คาร์ล โกลเดนเบิร์ก เพราะน้าคนเดียวเลยยยยยยย…
⚖️