ผ่านไป2เดือน
หลังจากที่เฟยหรงและคนอื่นๆได้ร่วมสองเดือนทางท่องเที่ยวในอาณาจักรัไร้พ่ายตอนนี้พวกนางก็ได้ท่องเที่ยวไปยังเมืองต่างๆภายในอาณาจักรเกือบจะครบทุกเมืองแล้วเฟยหรงเลือกเมือง หังโจว เป็เมืองสุดท้ายในการเดินทางครั้งนี้โดยที่เฟยหรงเมื่อมีมิติพิเศษที่สร้างขึ้นมาก็ง่ายต่อการพักแรมในป่าเพราะไม่ต้องนอนคุดคู้กันในรถอีกแล้ว แถมยังได้ฝึกฝนวิชาระหว่างเดินทางอีกด้วย
ขณะนี้เฟยหรงมีพลังอยู่ในระดับราชันย์ขั้นแรกแต่ปกปิดไว้ในระดับปรานนภาขั้น2เท่านั้นเพราะหากผู้อื่นรู้ว่าเด็กสาวอายุเพียง16ปีนั้นมีระดับพลังขนาดนี้แถมยังใช้อักขระได้ถึงขั้นเทวารวมถึงสามารถหลอมโอสถได้คงทำให้เฟยหรงและคนอื่นๆมีเื่ปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันแน่นอน
ส่วนระดับพลังของจิ้นฝานเองก็ก้าวหน้าไปมากโดยมีเทียนหลงเป็อาจารย์ฝึกสอนวรยุทธ์ต่างๆและได้ทะลวงเข้าสู่ระดับราชันย์ขั้น3ได้ไม่นานมานี้ แต่เฟยหรงก็ไม่ได้ให้ปกปิดระดับพลังแต่อย่างใดดังนั้นตลอดการเดินทางจึงไม่มีใครกล้าเข้ามาโจมตีหรือหาเื่พวกนางเลยเพราะเกรงกลัวระดับพลังของจิ้นฝาน
แม้มี่ถงจะเพิ่มระดับช้าไปบ้างแต่ก็สามารถทะลวงระดับถึงปรานจอมทัพขั้น2ได้เช่นเดียวกันด้วยโอสถของเฟยหรงที่ให้นางได้มาบ่มเพาะพลังนั้นเองซึ่งตอนนี้มี่ถงเองก็เรียนรู้เื่สมุนไพรต่างๆกับเฟยหรงอีกด้วย เพราะนางอยากเป็ผู้ช่วยเฟยหรงในการหาสมุนไพรแต่ละครั้งด้วยความสามารถในการจดจำของมี่ถงเองก็เป็เลิศเฟยหรงสอนไม่นานก็จำตัวยาและสมุนไพรต่างๆได้กว่าหนึ่งพันชนิดแล้ว
จิวหูเองก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับจอมทัพขั้น5ได้แล้วและอีกไม่นานคงจะทะลวงเข้าสู่ระดับจักรพรรดิได้ ตอนนี้มันตัวโตกว่าตอนแรกนักเฟยหรงจึงให้มันเข้าไปอยู่ในมิติพิเศษของนางเพื่อไม่ให้ผู้คนเกิดความหวาดกลัวต่อจิวหูนั้นเองโดยที่เฟยหรงให้เยียนฉือออกมาจากดวงจิตและอยู่ในมิตินี้ได้เช่นเดียวกันมันค่อนข้างตะลึงในความสวยงามแปลกใหม่ของมิตินี้ไม่น้อย
รถม้าของเฟยหรงกำลังเดินทางด้วยความเร็วคงที่บนถนนเปียกแฉะเล็กน้อย ดูเหมือนว่าฝนพึ่งซ่าไปเมื่อไม่นานมานี้เอง
"คุณหนูขอรับใกล้จะถึงเมืองหังโจวแล้วขอรับ" จิ้นฝานเอ่ยขึ้นขณะที่ควบคุมรถม้า
เฟยหรงยิ้มร่าแล้วเปิดหน้าต่างออกมาดูด้านนอกเมืองหังโจวนั้นอยู่ใกล้เมืองหลวงซึ่งเป็ที่ตั้งจวนตระกูลเว่ยของนางที่สุดด้วยสภาพแวดล้อมที่มีฝนตกชุกตลอดทั้งปีชาวเมืองหังโจวจึงทำทางถนนด้วยปูนเข้ามาในตัวเมืองทำให้รถม้าและผู้คนจะได้เดินทางเข้าไปยังตัวเมืองได้สะดวกเฟยหรงเงยหน้ามองขึ้นบนท้องฟ้าที่มีเมฆฝนครึ้มอยู่แต่ไม่มีทีท่าว่าจะตกในตอนนี้
เปรี้ยงงง
เพียงไม่นานก็เกิดสายฟ้าขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวรถม้าของนางม้าสองตัวสะดุ้งแล้วออกวิ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วด้วยความใ จิ้นฝานจึงพยายามดึงบังเหียนไว้ไม่นานตัวม้าก็สงบลง
"เป็อะไรหรือไม่ขอรับคุณหนู"จิ้นฝานเอ่ยถามขึ้น
"ไม่เป็ไรเ้าบังคับรถต่อเถอะ" ถึงแม้จะเอ่ยไปแบบนั้นแต่เฟยหรงก็แทบจะจับเก้าอี้ไว้ไม่อยู่ถ้าหากไม่ได้เทียนหลงและมี่ถงจับตัวเอาไว้ก็คงเสียหลักกระแทกพื้นไปแล้ว
"เจ็บตรงไหนหรือไม่เ้าคะคุณหนู"มี่ถงถามขึ้นแล้วดึงตัวเฟยหรงให้เข้ามานั่งพลางมองสำรวจเ้านายของตนว่ามีอะไรฟกช้ำหรือไม่
"ข้าไม่เป็อะไรมากหรอก"เฟยหรงกลับมานั่งที่เดิมแล้วเอื้อมมือไปปิดหน้าต่างเพราะตอนนี้ฝนกำลังตกลงมาสายใหญ่
ซ่าาาา
เสียงฝนตกกระทบตัวรถม้าไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงหนึ่งเค่อผ่านไปตัวรถม้าก็แล่นเข้ามาสู่ตัวเมืองหังโจวเป็ที่เรียบร้อยจิ้นฝานบังคับม้าให้ไปยังโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
"ยินดีต้อนรับครับคุณหนูทั้งสองและคุณชาย"เมื่อเสี่ยวเอ้อเห็นกลุ่มคนเดินเข้าร้านก็รีบออกมาต้อนรับทันที
"พอจะมีห้องว่างหรือไม่"เฟยหรงถาม เสี่ยวเอ้ออีกคนจึงเดินมา
"วันนี้โรงเตี๊ยมของเราเหลือห้องเล็กเพียงห้องเดียวไม่ทราบว่าคุณหนู้าจองหรือไม่"เสี่ยวเอ้อคนนั้นเอ่ยถาม แต่ถ้าหากดูจากจำนวนคนแล้วก็คงไม่น่าจะพักได้หมด
"เอาห้องเดียวนั่นแหละข้าจองสัก3คืนแล้วกัน อ้อ สั่งอาหารสำหรับ4คนด้วยนะ" เฟยหรงเอ่ยจากนั้นเสี่ยวเอ้อจึงเดินเข้าไปเตรียมห้องพักให้แล้วทั้งสามจึงเดินเข้าไปนั่งในร้านที่มีคนนั่งไม่กี่โต๊ะ
แม้เฟยหรงจะไม่ได้มีใบหน้าที่งดงามปานล่มเมืองแต่ผิวกลับเรียบเนียนหมดจดใบหน้ารูปใขถูกแต่งแต้มไว้อย่างพอดิบพอดี หางคิ้วชี้ขึ้น ดวงตาดำขลับให้ความรู้สึกดุดันมั่นคงริมฝีปากอมชมพู และผิวเรียบลื่นสวยงาม ดังนั้นไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ล้วนถูกจับจ้องเมื่อคนภายในร้านเห็นสตรีทั้งสองก็อยากจะเข้ามาทักทาย
เมื่อเวลาผ่านไปสักพักจิ้นฝานที่นำม้าไปเก็บก็เดินเข้ามาจากนั้นเสี่ยวเอ้อก็ยกอาหารมาให้ เพียงไม่นานอาหารที่อยู่เบื้องหน้าก็หมดลงหมดลง
"แล้วนี่เ้ามาทำอะไรที่เมืองนี้หรือฝนตกแทบจะทั้งวันคงไม่สามารถออกไปเที่ยวที่ไหนได้หรอก"เทียนหลงเอ่ยเพราะั้แ่ตนร่วมเดินทางมากับเฟยหรงก็ได้ค้นพบว่าที่เ้าตัวออกเดินทางนั้นก็เพราะว่ามีจุดมุ่งหมายทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็การหาสมุนไพร หาวัตถุโบราณหน้าตาประหลาดๆหรือแม้แต่กระทั่งตามล่าสัตว์อสูรที่ออกอาละวาดในเมืองก่อนหน้านี้
"ฮะ ฮะ ตอนนี้ข้ายังบอกไม่ได้เดินทางมาเหนื่อยๆขึ้นไปพักผ่อนกันเถอะ" เฟยหรงหัวเราะเบาๆจากนั้นทุกคนก็ขึ้นไปยังห้องพักเมื่อเข้ามาในห้องนางก็นำทุกคนเข้าไปอยู่ในมิติพิเศษแล้วกางม่านอักขระป้องกันรอบห้องจากนั้นก็เข้าไปพักผ่อนในมิติเช่นเดียวกัน
เท่าที่เฟยหรงนับ่ระยะเวลาที่ทุกคนเข้ามาฝึกในมิติแห่งั้แ่ก่อนหน้านั้นก็กินเวลา30วันในโลกจริง หรือก็คือ300วันในมิติแห่งนี้นั้นเอง
จิ้นฝานขอแยกตัวไปฝึกกับเทียนหลงในลานประลองส่วนมี่ถงเองก็นั่งดูดซับไอปรานในมิติเงียบเมื่อจิวหูและเยียนฉือเห็นว่าเฟยหรงเข้ามาในมิติก็วิ่งมาหา
"เ้านายๆวันนี้เ้านายมาฝึกกับข้าเถอะ ตาแก่นี่ชอบเล่นสกปรกโจมตีข้าทีเผลอ!"จิวหูเอ่ยขึ้นตอนนี้มันพูดได้แล้วเพราะสัตว์ที่มีพลังในระดับจอมทัพขึ้นไปจะสามารถพูดหรือสื่อสารกับมนุษย์ได้
"เ้าอย่าใส่ร้ายข้านะไอ้เด็กบ้า"เยียนฉือคำรามใส่จิวหู แต่มันก็ไม่ได้สนใจมากนัก
"โหย แก่แล้วทำเป็เข้ม"จิวหูแลบลิ้นใส่เยียนฉือไม่นานสัตว์อสูรทั้งสองตัวก็วิ่งไล่กันโดยที่จิวหูหัวเราะอย่างสนุกสนานส่วนเยียนฉือก็ได้แต่วิ่งตามกัดฟันกรอดๆด้วยความโมโหยิ่งตอนไล่ทันแต่จิวหูะโหลบด้วยความรวดเร็วแล้วก็ยิ่งทำให้เยียนฉืออารมณ์ร้อนหนักขึ้นไปอีก
"เห้อ"เฟยหรงส่ายหน้ายิ้มๆให้สัตว์ทั้งสองตัว
"เอาล่ะวันนี้ข้าจะฝึกอะไรดี" เฟยหรงนั่งเลยแล้วทบทวนความรู้ในหัวเนื่องจากมิติแห่งนี้เป็มิติที่นางสามารถทำอะไรก็ได้การเสกสิ่งของเล็กๆน้อยๆหรือไปไหนภายในมิติแห่งนี้ได้ก็เพียงนึกคิดเท่านั้น นางนำดินสอและกระดาษแผ่นใหญ่ขึ้นมาแล้วขีดเขียนลงไป
"รู้สึกว่าผลึกปรานก็สามารถสร้างด้วยอักขระได้สินะ...อืมแต่ต้องมีแหล่งกำเนิด"เฟยหรงยิ้ม แล้ววาดรูปผลึกปรานขึ้นมาบนกระดาษ
[ ผลึกปรานหรือผลึกหินที่เกิดจากปรานธรรมชาติมีลักษณะคล้ายแท่งคริสทัลมีหลายสีด้วยกันเช่นสีแดงสีฟ้า สีใส และอื่นๆ ซึ่งแต่ละสีบ่งบอกว่าเป็ผลึกชนิดไหน เป็3ประเภทย่อยด้วยกัน
1 ผลึกปราน เกิดจากการสะสมปรานบริสุทธิ์ในสถานที่นั้นๆซึ่งมนุษย์สามารถดูดซับพลังจากผลึกนี้ได้มีลักษณะสีใส สามารถมองทะลุผลึกได้
2 ผลึกธาตุเกิดจากปรานธาตุในพื้นที่นั้นๆสามารถเอามาหลอมโอสถหรือสร้างสิ่งอื่นได้
แบ่งเป็5ธาตุด้วยกันดิน(สีน้ำตาล) น้ำ(สีฟ้า) ลม(สีเขียว) ไฟ(สีแดง) น้ำแข็ง(สีขาว) สายฟ้า(สีเหลือง)แสง(สีขาวขุ่น) ความมืด(สีดำ)
3 ผลึกอสูรเกิดจากการบ่มเพาะพลังของสัตว์อสูรสามารถให้สัตว์อสูรบ่มเพาะได้เท่านั้นลักษณะสีคล้ายผลึกธาตุตามธาตุของสัตว์อสูรนั้นๆแต่แผ่กลิ่นอายของสัตว์อสูรในแต่ละระดับออกมา]
"สถานที่กำเนิดผลึกปรานต้องมีปรานที่อัดแน่อยู่ในตัวกลางอย่างเช่นอากาศ...น้ำ...ดินและหิน..."เฟยหรงพึมพำแล้วเขียนองค์ประกอบแยกย่อยออกมาจากผลึกปราน
"คล้ายกับผลึกหินอัคนีที่สะสมปรานความร้อนจากูเาไฟอืม..." เฟยหรงนึกแล้วนำผลึกหินอัคนีสีแดงขึ้นมาหนึ่งก้อนขนาดเท่าฝ่ามือ
"ผลึกหินอัคนีเกิดจากปรานความร้อนธาตุไฟมีแหล่งกำเนิดคือลาวาจากูเาไฟ"
"ไหนลองดูหน่อยซิ"เฟยหรงยืนขึ้นแล้วทะยานขึ้นไปบนอากาศ คิดโครงสร้างไว้ในหัวและวาดอักขระขึ้นมาทุกคนในมิติเห็นภาพเฟยหรงสร้างสิ่งต่างๆในมิติจนชินแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักกลับไปทำธุระของตัวเองต่อ
ใช้เวลาเพียงหนึ่งวันนางก็ได้สร้างูเาไฟขึ้นมาลูกหนึ่งขึ้นมาเฟยหรงทะยานเข้าไปสำรวจด้านใน นางมองไปรอบๆก็เห็นผลึกสีแดงเกาะติดอยู่ในผนังถ้ำูเาไฟจากนั้นเฟยหรงก็กลับมานอนพักผ่อนในบ้านเพื่อฟื้นฟูกำลัง กว่า2ชั่วยามนางจึงลุกขึ้นมาอีกครั้งแล้วทะยานขึ้นฟ้าไปอีกเฟยหรงสร้างน้ำตกขนาดใหญ่ถัดออกไปจากูเาเล็กน้อยเมื่อลงไปสำรวจก็พบผลึกธาตุน้ำมากมายกองอยู่ด้านล่างแอ่งน้ำตก
ผ่านไปกว่า6วันเฟยหรงทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนมีสถานที่ผลิตผลึกทั้งหมด8แห่งด้วยกันโดยไม่ได้พักทุกสถานที่ที่นางสร้างล้วนมีปรานของแต่ละธาตุอยู่ ทั้งูเาไฟ ูเาน้ำแข็งแอ่งน้ำตก บึงโคลนดูด ทุ่งหญ้าสายลม เกาะสายฟ้า ถ้ำความมืด ถ้ำแสงสว่าง และสุดท้ายนางสร้างน้ำพุขนาดใหญ่ขึ้นมาโดยนางวาดอักขระใส่มันเพื่อให้มีปรานบริสุทธิ์อัดแน่นไหลเวียนในน้ำพุแห่งนั้นไม่นานก็เกิดก้อนผลึกใสขึ้นภายในบ่อน้ำพุขนาดใหญ่
ทุกคนมองดูรอบๆด้วยความอัศจรรย์ใจในตัวเฟยหรงแม้จะเคยเห็นนางสร้างอะไรมามากมายแต่ก็ไม่นึกเห็นว่าจะสร้างเยอะขนาดนี้
"คุณหนูนี่มันอะไรกันคะ" มี่ถงเดินมาถามพลางมองลงไปยังบ่อน้ำพุที่มีความใสมากชนิดที่ว่ามองลงไปถึงก้นบ่อทันใดนั้นก็รู้สึกถึงพลังปรานบริสุทธิ์ที่อัดแน่นอยู่ภายใน นางเบิกตากว้างเมื่อเห็นการตกผลึกใต้น้ำ
"กว่าจะเสร็จแทบแย่ข้าตั้งชื่อมิตินี้ได้แล้วละ...ชื่อนั้นคือมิติธาตุ! " เฟยหรงยิ้มจนตาหยีไม่นานก็ล้มพับลงไป
"คุณหนู!!!"มี่ถงเอ่ยขึ้นอย่างใแล้วรีบนั่งลงประคองเฟยหรง เมื่อเห็นว่านางหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอดูเหมือนจะหลับไปแล้ว มี่ถงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พลางมองใต้ตาที่คล้ำขึ้นคอย่างเห็นได้ชัดนั่นแล้วทำให้สาวใช้ข้างกายเ็ปยิ่งนัก
"ทำอะไรไม่ดูสังขารตัวเองอีกแล้วเหรอ"เทียนหลงเดินมาดูเฟยหรง
"เฮ้อเมื่อไหร่คุณหนูจะเลิกทำตัวให้น่าเป็ห่วงสักทีเ้าคะ" มี่ถงบ่นพึมพำแม้จะรู้ว่าเ้านายของตัวเองเก่งแค่ไหนแต่ยังไงเฟยหรงก็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น