ดวงตากลมโตสั่นระริก พอ ๆ กับร่างกายของหล่อนที่สั่นราวกับลูกนก และยิ่งได้สบตากับั์ตาคมดุของเขาแล้ว ทำให้สติแทบกระเจิดกระเจิงไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย หญิงสาวพยายามเบี่ยงกายเพื่อให้หลุดพ้นจากร่างอันหนักอึ้งที่ทับหล่อนอยู่ อย่างยากลำบาก แต่ไหนเลย ร่างกายที่เล็กกว่า แถมแรงที่จะต่อต้านก็แทบจะไม่มีเมื่อถูกพันธนาการอย่างแ่าอย่างนี้ จะไปสู้เขาได้อย่างไร
ทางด้านชายหนุ่ม เหมือนจะได้ใจที่สามารถทำให้หล่อนสงบนิ่งลงได้แล้ว สังเกตจากแววตา ที่แสดงถึงความประหวั่นพรั่นพรึงของหล่อน แล้วก็ให้นึกสนุก อยากแกล้งให้ใเล่น จึงรวบข้อมือทั้งสองข้างของหล่อนไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา แล้วก็เลยยกไว้เหนือศีรษะ อีกมือที่ว่างค่อย ๆ แกะกระดุมเสื้อเม็ดเล็ก ๆ นั่นออก เริ่มั้แ่เม็ดบนสุด ก่อนจะเงยหน้าไปสบกับดวงตากลมโตสุกใส ที่เบิ่งโพลงแทบทันทีที่เขาแกะกระดุมเม็ดแรกได้ ฮิโรยูกิอมยิ้มอย่างท้าทายส่งไปให้ ซึ่งก็แน่อยู่แล้วว่าหล่อนต้องมีปฏิกิริยาตอบกลับอย่างแน่นอน
“อ๊ะ! นั่นจะทำอะไรน่ะ อย่านะ!อย่าทำอย่างนี้กับฉันนะ! ได้โปรดขอร้อง” น้ำรินออกแรงดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดอีกครั้ง ภายใต้ร่างหนาหนักที่กดทับหล่อนอยู่อย่างนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถขยับตัวไปได้ ก็ตามที ปากเอ่ยขอร้องเขาอย่างน่าเวทนา แต่เขากลับไม่สนใจคำขอร้องของหล่อนแม้แต่น้อย
“หึ..ถ้าเธอตอบคำถามของฉันได้ ฉันจะไม่ทำอะไรเธอ” หญิงสาวพยายามผงกศีรษะขึ้นมามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างตระหนก ระคนแปลกใจ
“แหวนเพชร นั่นอยู่ไหน?” ปากก็พูดไป แต่มือกลับวนเวียนอยู่แถว ๆ กระดุมเสื้อเม็ดที่สองของหล่อน
“แหวนเพชร? แหวนเพชรอะไร ถ้าหมายถึง แหวนที่ห้อยคอฉันอยู่ล่ะก็อยากได้ก็เอาไปเลย ฉันให้คุณแต่คุณต้องปล่อยฉันไปนะ”
“ไหนล่ะฉันยังหาไม่เจอเลย แล้วไหนล่ะ? สร้อยคอที่คล้องแหวนเพชรล้ำค่าอันนั้น หายไปไหนเสียแล้ว สงสัยฉันจะต้องถอดเสื้อเธอออกทั้งตัวซะล่ะมั้ง ถึงจะเจอ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ฟังดูยั่วยวน คำพูดช้า ๆ เนิบ ๆ อย่างใจเย็น หากแฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่เหลือร้าย แถมยังหยอกเย้า ยั่วยุให้หล่อนได้อาย และเพิ่มความหวาดระแวงเป็เท่าตัว
“ฉันไม่รู้ ก่อนหน้านี้มันอยู่กับฉันนี่นา แล้ว ..มันหายไปไหน ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้จริง ๆ”
“เธอไม่รู้จริง ๆ น่ะหรือ? ไม่ใช่ว่าหลอกฉันหรอกนะ”
“ไม่รู้..ไม่รู้จริง ๆ สาบานได้ ได้โปรด ปล่อยฉันไปเถอะนะ แล้วฉันจะไปหาแหวนเพชรวงนั้นมาให้คุณ”
“ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากเสี่ยงปล่อยเธอไปตอนนี้ ตอบมาซะดี ๆ ว่าเธอเอาแหวนเพชรนั่นไปไว้ที่ไหนกันแน่ บอกมา! ไม่อย่างนั้นละก็.. ฉันจะถอดเสื้อผ้า เธอออกทีละชิ้น จนหมดเลยดีมั้ย! ฮึ!” น้ำเสียงที่ดูเหมือนล้อเล่นเมื่อสักครู่ก่อนหน้ากลับค่อย ๆ เข้มขึ้นกลายเป็ตวาดหนักกลับมา จนทำให้หญิงสาวสะดุ้งใกลัวสุดขีดขึ้นมาอีก มือใหญ่ของเขาค่อย ๆ แกะกระดุมเสื้อเม็ดต่อไปอย่างย่ามใจ น้ำรินดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของเขาสุดกำลัง ยิ่งดิ้น ก็ยิ่งถูกกดข้อมือแรงขึ้นเท่านั้น จนรู้สึกเจ็บที่แผลขึ้นมาทันทีทันใด
“ไม่นะ ไม่ อย่า.. ฉันไม่รู้จริง ๆ หยุดเถอะ ฉัน..เจ็บ” น้ำรินร้องพึมพำคำพูดเดิม ๆ น้ำตาเม็ดเล็ก ๆ หยดแหมะลงมาทางหางตา หญิงสาวรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือขึ้นมาเป็ริ้ว ๆ ระคนหวาดกลัวกับการกระทำอันอุกอาจของเขา เนื้อตัวสั่นเทาราวกับลูกนก สะอื้นฮักออกมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี ทางฝ่ายชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ ผละออกจากร่างเล็กทันที เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นจนตัวโยน รู้สึกผิดที่ทำให้หล่อนเจ็บ นี่เขาทำรุนแรงเกินไปหรือเปล่านะ
“อ๊ะ! ขอโทษนะ เจ็บมากหรือเปล่า? ไหนขอดูหน่อยซิ” ทันทีที่ถูกปล่อยให้เป็อิสระ หญิงสาวพยายามลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล เนื้อตัวยังสั่นเทา ขวัญเสียจากเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่หาย พลางเอามือลูบที่แผล ้าให้ทุเลาความเจ็บลง แล้วก็สะดุ้งเฮือกจนตัวเกร็ง พลางกระถดถอยหนีทันที ไม่พูดไม่จา ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา เมื่อเขาแตะที่ข้อศอก ลืมนึกไปว่าตัวหล่อนเองยังไม่ทันได้ติดกระดุมเสื้อที่ถูกแกะออกโดยฝีมือของชายหนุ่ม เมื่ออยู่ในท่านั่งอย่างนี้แล้ว ยิ่งเผยให้เห็นหน้าอกขาวผ่อง ซึ่งถูกรายล้อมด้วยลูกไม้ของบราสีชมพูอ่อน ๆ
“นี่..ว่าไงล่ะเจ็บมากหรือเปล่า ไหนขอฉันดูแผลหน่อยสิ”
“อ๊ะ! มะ..ไม่ ไม่ค่ะ ไม่เจ็บ”
“งั้น..ก็ดีแล้ว เธอควรไปอาบน้ำ แต่งเนื้อแต่งตัวเสียใหม่ เพราะสภาพเธอตอนนี้น่ะ..ดูไม่ได้เลยจริง ๆ” ไม่นานนัก ร่างสูงเ้าของน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงไว้ด้วยอำนาจ ก็เดินหันหลังไปออกคำสั่งบรรดาเมทสี่ ห้าคนให้เข้ามาจัดการกับตัวหล่อนั้แ่อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า สระผม และสุดท้าย ได้ทานอาหารมื้อแรกที่แสนอร่อยนับั้แ่ได้มาถึงโตเกียว เอ๊ะ! นี่มันอาหารไทยนี่นา เป็ไปได้ยังไง อาหารที่ตกถึงท้องมื้อสุดท้ายก่อนที่จะมาถึงที่นี่ ตอนที่อยู่โรงพยาบาลก็ยังเป็อาหารญี่ปุ่นที่หล่อนไม่ค่อยจะถนัดนัก จริง ๆ แล้วไม่ค่อยชอบซักเท่าไหร่ด้วยซ้ำ แต่ก็พยายามที่จะกิน โชคดีที่เมื่อก่อนเพื่อนสนิท พยายามยัดเยียดให้หล่อน กินจนสามารถลำเลียงอาหารจืด ๆ คาว ๆ ลงคอได้บ้างพอประทังชีวิต
น้ำรินถูกจับเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดนอนตัวใหม่เอี่ยม หน้าตาค่อยสะอาด สดใสขึ้นมาบ้าง ผมเผ้าที่เคยยุ่งเหยิง เนื่องจากไม่ได้รับการดูแล กลับนุ่มสลวยและเหยียดตรงเหมือนอย่างแต่ก่อนแล้ว หญิงสาวจึงเดินตรงไปเปิดม่าน เพื่อมองทิวทัศน์ภายนอกผ่านกระจกใส แสงสีของกรุงโตเกียวช่างน่าหลงใหลอะไรเช่นนี้ น้ำรินยกสองมือขึ้นป้องรอบตาทั้งสองข้าง พลางขยับกายเข้าแนบชิดติดกับกระจก พยายามสอดส่ายสายตามองสภาพอาคารโดยรอบ สิ่งปลูกสร้างเบื้องล่างรูปร่างแปลกตา หลากหลาย เมื่อได้มองจากจุดบนสุด อย่างนี้แล้ว ทำให้เห็นแสงไฟของบรรดาตึกสูง และแหล่งบันเทิงต่าง ๆ ประชันกันอวดแสงสีเต็มที่ งดงามเหลือเกิน
“อืมม์..ช่างสวยงามอะไรอย่างนี้นะ สวยสุด ๆ ราวกับเมืองในฝันเลย” น้ำรินถึงกับรำพึงออกมาอย่างลืมตัว อมยิ้มที่มุมปากกับตัวเอง แต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มแทบจะทันที รู้สึก เหงาอย่างประหลาด ที่ตรงนี้ไม่มีคนที่หล่อนรู้จักสักคน ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครเลย หญิงสาวถอนหายใจอย่างอ่อนล้า ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ข่มตาลง ใจยังโหยหาััที่แม่เคยลูบผมแล้วหอมแก้มก่อนนอนทุกครั้ง ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ต่อมาก็มีอีกคนที่ทำให้หล่อนรู้สึกรักและนึกถึงอยู่เสมอ นั่นก็คือท่านที่ให้ความรัก และความเอ็นดูหล่อน ประดุจลูกหลานท่านเสียเอง่เวลานั้นเป็เวลาที่มีความสุขมาก แต่ตอนนี้...จู่ ๆ ก็มีเงาของผู้ชายตัวสูงใหญ่หน้าตาดุดันแวบเข้ามาในความคิด เขาคนนั้น ผู้ชายคนนั้น ทำไมเขาถึงทำกับหล่อนแบบนี้ เขา้าอะไรกันแน่นะ หรือว่าเขา้าแหวนเพชร วงนั้นจริง ๆ แต่แล้วทำไมถึงต้องลงทุน พาตัวหล่อนมาที่นี่ด้วยล่ะ ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ เฮ้อ!... พรุ่งนี้จะเป็ยังไงบ้างนะ จะทำหน้า ทำตัวยังไงเมื่อเจอหน้าเขา แล้วเขาจะเค้นเอาความจริงอะไรจากหล่อนอีกไหม น่ากลัวจังเลย...
หญิงสาวเดินกลับมาที่เตียงนอนขนาดคิงไซส์ ด้วยท่าทางอ่อนระโหยโรยแรง แผลที่หัวยังมีผ้าก๊อซมัดเป็ข้าวต้มไว้อยู่ ไม่ค่อยปวดแผลแล้ว ส่วนที่ข้อมือก็ถูกเปลี่ยนผ้าพันแผลใหม่เรียบร้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ อดยกมือขึ้นคลำแผลที่หัว แล้วก็เลยมาที่ข้อมืออย่างหวาด ๆ ั้แ่เจอกับเขา ทำไมหล่อนถึงได้มีแต่เื่เจ็บตัวอยู่เรื่อยเลยนะ เขาช่างเป็คนที่น่ากลัวเหลือเกิน ทำให้รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างประหลาด เป็ครั้งแรกที่หล่อนต้องเดินทางมาต่างถิ่นไกลแสนไกล ห่างไกลผู้คนที่รู้จัก ที่นี่หล่อนไม่รู้จักใครเลย จะทำยังไงดี หญิงสาวถอนหายใจอย่างอ่อนล้า ก่อนจะทิ้งตัวลงนอน บนเตียงกว้าง หลับตาช้าๆ ส่วนใจกลับโหยหาความอบอุ่นที่เคยได้รับจากแม่ มือเล็กควานหาผ้าห่มนวมผืนหนามาคลุมร่าง ก่อนจะผล็อยหลับอย่างอ่อนล้าในหัวใจ
ทางด้านฮิโรยูกิ หลังจากที่ออกมาจากห้องสูทสุดหรูของโรงแรม ระดับห้าดาว ร่างสูงกลับออกมายืนอยู่ในห้อง วีไอพี อีกห้องหนึ่งซึ่งความหรูหรา ไม่ได้แตกต่างกับห้องแรกมากมายนัก เพียงแต่เขาใช้ห้องนี้เป็ห้องทำงานไปในตัว จึงเต็มไปด้วยเครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ โมเด็มอัญมณีหลากแบบ รวมทั้งตู้ที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือมากมายหลากหลายชนิด
เ้าพ่ออัญมณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เป็ที่กล่าวขานในแวดวงธุรกิจเพชรพลอยล้ำค่า ไม่เพียงเท่านั้นเขายังมีธุรกิจโรงแรม เรือข้ามฟาก และบ่อนกาสิโนที่ถูกกฎหมาย ถึงแม้ว่าในอดีต ผู้เป็พ่อของเขาจะใช้อิทธิพลที่มีมากอย่างล้นเหลือ ใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย เป็ที่น่าหวาดกลัว และมีศัตรูมากมาย จนทำให้ท่านเสียไปในเวลาอันรวดเร็วพร้อม ๆ กับแม่ของเขา ฮิโรยูกิ จึงตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่า เขาจะไม่มีวันเป็อย่างพ่อเด็ดขาด กระทั่งตกมาถึงรุ่นเขาเอง ชายหนุ่มก้าวเข้ามาดูแลกิจการแทนพ่ออย่างเต็มตัว และหันหลังจากธุรกิจในที่มืดสู่แสงสว่าง ธุรกิจนอกระบบต่าง ๆ ถูกบุกเบิกจนถูกกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม อิทธิพลที่กว้างขวางของพ่อ ก็ยังคงส่งผลมาถึงรุ่นของเขาจนได้ คนในวงการจึงไม่กล้าต่อกรด้วย แต่ในอดีตผู้เป็บิดาได้สร้างศัตรูไว้มากมาย ทำให้เขาต้องคอยระแวดระวัง และตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท จึงมีลูกน้องและผู้ติดตามเสมอ
บุรุษหนุ่มมาดเข้ม เมื่อดูจากสายตาโดยประมาณแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะถึงสามสิบเลยด้วยซ้ำ แต่ด้วยลักษณะท่าทาง รวมทั้งการวางตัว ให้เป็ที่น่าเกรงขาม และทรงอิทธิพล เขาจึงดูเป็ผู้ใหญ่เกินอายุ ร่างสูงสง่ากำลังยืนตัวตรงในท่ากางขาเล็กน้อย พลางกอดอก สายตาว่างเปล่ามองผ่านกระจกใสออกไปยังภายนอกตัวตึก ท่วงท่าและกิริยาที่สงบนิ่ง กอปรกับสีหน้าเ็า ไม่เปิดเผยให้ผู้ใดได้ััถึงอารมณ์ของเ้าตัว
ชายหนุ่มกำลังนึกถึงผู้หญิงที่อยู่ในห้องสูทราคาแพง ที่เพิ่งจากมาเมื่อครู่อย่างครุ่นคิด นี่เขาเป็อะไรไป เขาทำรุนแรงกับหล่อนเกินไปหรือเปล่านะ ผู้หญิงหน้าตาธรรมดา ๆ ออกจะมอมแมมด้วยซ้ำ ดูไม่ได้เอาเสียเลย เขาไม่เคยยุ่งกับผู้หญิงเชย ๆ อย่างนี้มาก่อน
หึ! เขาเพียงแค่แกล้งเล่นเท่านั้นล่ะ ถึงยังไงหล่อนก็เป็ลูกไก่ในกำมือของเขาอยู่แล้ว จะทำอะไรกับหล่อนก็ได้ เพราะถึงอย่างไรเสีย ผู้หญิงคนนั้นก็เป็เชลยของเขา สิ่งที่เขา้าจากหล่อน คือ แหวนเพชรวงเล็ก ๆ ที่มีค่าทางใจสำหรับคุณปู่ของเขา และเพื่อตามหาผู้หญิงที่ท่าน้าพบมาตลอดชีวิตให้จงได้ ซึ่งหล่อนเป็กุญแจสำคัญ ที่จะช่วยหาหญิงไทยคนนั้นให้พบได้อย่างแน่นอน
ใช่สินะ ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนนั้น เป็เชลยของเขา ทำไมเขาจะต้องไปพะวักพะวนถึงหล่อนด้วยทำไมต้องเป็กังวลว่าทำรุนแรงกับหล่อนมากไปหรือเปล่า แล้วทำไมเขาต้องปล่อยให้หล่อนนอนบนเตียงใหญ่หนานุ่มของเขาล่ะ แล้วแถมยังมาใช้ห้องของเขาอย่างสบายใจได้อีก...
แกร๊ก ปึง!
เสียงเปิดและปิดประตูดังปัง ด้วยมือหนาใหญ่ แต่ถึงกระนั้นคนร่างเล็กที่ถือสิทธิ์ใช้เตียงนอนของเขา กลับไม่รับรู้อะไรเลย ชายหนุ่มก้าวเข้ามาภายในห้องช้า ๆ ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องทำเหมือนเกรงใจ กลัวหล่อนจะใตื่นขึ้นมาเสียอย่างนั้น ร่างสูงเดินมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ เตียง พลางใช้สายตาคมกริบจ้องมองไปยังดวงหน้าบางใส ใบหน้าขาวสะอาดหมดจด แลดูอ่อนเยาว์นักเมื่อยามหลับ ผมที่เหยียดตรง กลับนุ่มสลวยดูมีชีวิตชีวามากกว่าเมื่อครั้งที่เขาเห็นเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนหน้านี้
ไม่น่าเชื่อว่าหล่อนจะอายุยี่สิบแปดแล้ว มีอาชีพเป็พยาบาล รับเฝ้าไข้พิเศษทั้งที่บ้านและโรงพยาบาลไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ยังโสด หึ ..ยังโสด อายุเท่านี้แล้วยังโสดอยู่อีกหรือ ไม่อยากเชื่อเลยจริง ๆ แน่ล่ะข้อมูลเหล่านี้เขาได้มาจากการ์ดคู่ใจ ไม่มีทางที่ข้อมูลจะผิดพลาดแน่นอน แต่ข้อมูลสุดท้ายไม่เห็นจะเกี่ยวกับเขาเลยสักนิดเลย แค่แปลกใจเท่านั้นเอง
ขอบเตียงหนาใหญ่ยวบลงช้า ๆ อาการผ่อนลมหายใจแ่เบา เหมือนกับว่าคนที่หลับ กำลังอยู่ในห้วงของนิทราอันแสนภิรมย์ หัวใจที่เต้นอย่างสม่ำเสมอ กำลังผ่อนคลายเหลือเกิน
“ปล่อยให้เธอหลับก่อนก็ได้ในคืนนี้ แต่วันพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไป เธออาจจะไม่ได้หลับสบายอย่างนี้เป็แน่ จงเตรียมตัวไว้ให้ดี แม่แมวน้อยขี้เซา หึ หึ”
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ