เสียงกริ๊กแกร๊ก! มากมายประทุออกมาเต็มอากาศราวกับ จะปริแตกออกมา ทว่าสิ่งที่ปรากฏกลับเป็นคริสตันมากมายแตกตัวออกมาจากเส้นขนมากมายทั่วอากาศบริเวณการปะทะของ สองหญิงสาวจนเกาะกลุ่มปั้นเป็นโดมคริสตันขนาดย่อมที่มีความสูงเท่ามนุษย์ สองคนต่อตัวกันเพียงเท่านั้น ทำหน้าที่กักขังสิ่งที่อยู่ด้านในนั้น ปิดกั้นสิ่งรอบนอกด้วยชั้นความหนาของตัวคริสตันที่เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ หัวอู่เหริน พยายามรวบรวมโคจรพลังปราณสายลมธรรมชาติหากแต่ไม่สามารถทำได้ มีเพียงต้องใช้ปราณประจำตัวเหนี่ยวนำการหมุนวนของอากาศภายในที่มีอยู่จำกัด
"ไม่นึกเลยว่าอสูรเช่นเจ้าก็รู้จักการใช้กลยุทธ์ต่อกรกับมนุษย์อย่างนั้นหรือ" นางที่ประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นท่าทีสบาย ไม่ได้รุกเข้ามาต่อของอสูรจิ้งจอก ที่ยังยืนลูบไล้หางของนางพลันยังส่งยิ้มกลับมา
"ข้าเองก็ปะทะกับมนุษย์หลายต่อหลายครั้ง คราแรกๆ ก็แอบหวาดกลัวหากแต่เมื่อลองเปิดใจศึกษาเรื่องพลังยุทธและวิธีการพลิกแพลงของพวกเค้า ก็ทำให้ข้าเริ่มคิดค้นและปรับตัวตามเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว แม้ข้าไม่มีหัวเรื่องการรังสรรค์วิทยาการที่ปรากฏขึ้นใหม่ๆ ขึ้นทุกปีๆ แต่ข้าก็ปรับตัวเข้ากับสิ่งเหล่านั้นได้ไม่ยากเห็นเพียงต้องใช้เวลา ข้ามิได้มีดีใช้เป็นเพียงกล้ามเนื้อเหมือนเจ้าโง่ตัวอื่นๆ ที่เจ้าเจอมาหรอก"
ว่าแล้วนางก็สบัดหางที่นางเล่นไปคุยไป เกิดลมตัดแผ่วเบาบางอย่างเข้าหา อาวุโสอู่ นางพลักฝ่ามือเข้าต้านพลังนั้นจากสัมผัสความหนาเน้นที่เบาบางและความคมที่ส่งออกมา อยู่ในระดับที่ต่อต้านไม่ได้ยากเย็นทว่า สิ่งที่ตามมาเบื้องหลังคมลมดาบเบาบางนั้นกลับทำให้นางเปลี่ยนท่วงท่า ฝืนใช้ร่มสบัดรับปราณนั้นโดยตรงเพื่อปัดป้อง คมขนที่ปลายแหลมเป็นพิเศษ เสริมปราณเจาะทะลวงเข้าหา ทะลุผ้าร่มบางส่วน แม้นางจะโคจรปราณครอบไว้แล้วก็ตาม หากแต่ก็ยังสามารถฝ่าทะลุ สร้างรอยแผล ตัดเฉือนรอบเอว รอบแขน นางไปเกิดรอยเลือดปริ ออกทันที
นางที่หมุนตัวหลบออกมาแม้ไม่พ้นแผลเล็กแผลน้อย หากแต่กลิ่นหอม ประหลาดกลับโชยต้องเข้าจมูกนางในที่สุด พื้นที่โดมคริสตันที่มีอากาศภายในอย่างจำกัดอยู่แล้ว ยิ่งเสียเวลาสนทนายิ่งเปลืองอากาศ ลมร้อนปราณบางอย่างเป็นฝีมือของอสูรจิ้งจอกที่ในที่สุด นางก็ปรากฏออกมา ทำท่าคว้าจับลำคอนางอีกครั้ง ฮึ่ม! นางฟาดฝ่ามือไปพร้อมปรานสายลมที่กักเก็บไว้ หมุนวนส่งทำลายกายจำแลงเบื้องหน้า ร่างอสูรจิ้งจอกบิดม้วนตามแรงหมุนหากแต่สลายกลายเป็นขนอีกครั้งและแตกสลายย่อยๆ เป็นคริสตันครอบร่างของนางไว้ทันที ก่อนจะเผยร่างนางที่ซ่อนขนปุยนุ่น จากจุดที่ห่างออกไป
"หัวเสียสะแล้ว สมาธิเจ้าดูเหมือนจะเริ่มน้อยลงแล้วนะ"
หัวอู่เหรินตอนนี้ถูกคริสตันพัธนาการไว้ อย่างแน่นหนา นางติดกำแพงคริสตัน ผมเผ้าเริ่มยุ้งเหยิงเล็กน้อย ก่อนปิดใบหน้านางทันที อาการเหนื่อยหอบเริ่มแสดงให้เห็นชัดเจนมากขึ้น อากาศเริ่มน้อย ก่อนนางจะเข้าใจมากที่สุด นางต้องมนต์สะกดอสูรจิ้งจอกเข้าให้แล้ว ไม่ว่าจะจัดการร่างไหนก็ล้วนแล้วจำแลงเป็นปุยนุ่นน่ารังเกียจมากมาย สัมผัสของนางถูกหันเห สับสนไม่อาจแยกแยะร่างไหนร่างจริง นางจิ้งจอกนับ 10 คนเริ่มปรากฏออกเดินเข้าหานางในท่วงท่าที่เหมือนกัน
"จบแล้วอย่างนั้นเหรอ น่าเบื่อจัง" นางพูดพางจ้องมองไปที่หัวอู่เหรินที่เหนื่อยหอบ ดวงตานางเริ่มพร่าเรือน เล็กน้อยอาการวิงเวียนเริ่มแสดงออกมาชัดขึ้นๆ ก่อนนางจะค่อยๆ พูดช้าๆ
"พอแล้ว"
"ฮึ่ม? เจ้าพูดว่าอะไร หูจิ้งจอกกระดิกเล็กหน่อยก่อนจะโงนเงนเข้าหาร่างนาง เพื่อรับฟังอีกครั้งเนื่องจากเสียงของนางเบาบางอย่างมาก เหมือนอำอึ่งในลำคอเสียมากกว่า เมื่อร่างทั้งสิบของนางเข้าหา พร้อมกันต่างแสดงสีหน้าเย้ยหยัน รับฟังนางอีกครั้ง นางก็ค่อยเชิดหน้าขึ้นอย่างลำบากช้าๆ "ข้าเบื่อจะเล่น กับพวกเจ้ามากพอแล้ว คลิก! แกร๊ก ฟุบ ฟุบ ฟุบ
เสียงเหมือนกลไกบางอย่างถูกปลดล้อค พร้อมรูปสัญลักษณ์เหยี่ยวที่อยู่รอบร่ม เปิดปากออกมี ร่องบางอย่างอยู่ในปากและลายอักขระที่กำกับก็เปร่งแสงเกิดแรงขับเคลื่อนบางอย่างในตัวร่ม พร้อมเสียงปลดล้อคสิ่งที่ซ่อนภายใน กระหน่ำยิงออกมาจากร่องในนั้น นับสิบ นับร้อย ในจังหวะเดียวกลับที่หัวอู่เหรินฝืนตัวยก ร่มกางออกมาพอดี ร่างอสูรจำแลงมนุษย์นับ สิบตน ส่ายไปมารับคมแหลม
ร่องรอยพลังทำลายไร้ที่มาถูกส่งยิงออกไปไม่ยั้ง ร่องรูมากมายปรากฏเต็มไปหมด พลังทำลายทะลุทะลวงร่างทั้งหมด พุ้งเข้าติดกำแพงตรงข้ามอย่างรวดเร็ว เสียงยิงอัดไม่ยั้งยังคงอยู่ก่อนร่างเหล่านั้นจะสลายไปเป็นขน เหลือไว้เพียงร่างเดียว ที่ฝืนตัวหลบไม่พ้นคมแหลมที่ยังเหลืออยู่มาก แม้จะหันหางทั้ง สี่เข้ารับ พลิขนพองตัวเสริมปรานสรรพสัตว์เข้าเกื้อหนุน หากแต่แรงทะลวงมหาศาลเข้าเจาะมาไม่หยุด จนนางเองก็ได้รับบาดเจ็บ ร่องรอยแผลบาดเฉือดเฉือนเต็มตัวที่มากกว่า อาวุโสหัวอู่เหรินมากกว่าทวีนับ 10 เท่า
แม้ไม่สามารถทะลวงจุดสำคัญแต่ ก็สำเร็จในเรื่องทำให้อสูรจิ้งจอกจอมผยองตนนี้ ได้รับบาดเเผลประดับ ร่างของนางทั่วกายไปแล้ว อารมณ์นางที่พุ้งพร่านอย่างรวดเร็ว เมื่อมองภาพสะท้อนคริสตันที่ปรากฏร่างของนางที่เต็มไปด้วยบาดแผล ความรู้สึกคับแค้นก่อตัวอย่างรวดเร็ว บาดแผลนี้ไม่อาจให้อภัย นางยอมโดนฟันแผลยาวแผลเดียว ดีกว่าทำให้นางต้องเสียความงามนี้ไป แม้ร่างอสูรจะมีความสามารถในการรักษาตัวเป็นเลิศแต่ ถ้าต้องสมานแผลบางอย่างที่ไม่อาจคืนรูปได้ มันก็อีกเรื่องดั่งบาดแผลฉกรรจ์ที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต เช่นอสูรเสือดำหน้าบาก