Return for survive ย้อนเวลาเพื่อรอดชีวิต

    Intro

    Intro
    ท่ามกลางสายลมและฝุ่นควันที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พื้นที่ราบแห่งนี้เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน กองสุมๆกันกระจัดกระจายไปทั่ว ห่างออกไปไม่ไกลนักมีกองทรายที่สูงประมาณ 5-7 เมตรนูนขึ้นมาจากพื้นดิน ปรากฏเงาร่างสูงใหญ่กำยำที่สวมชุดแขนยาวสีดำและกางเกงวอร์มสีดำ ชายคนนี้ยืนกอดอกทอดสายตามองไปรอบๆคล้ายกับกำลังหวนระลึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผ่านไปเนิ่นนาน

    ครึก พรืดดดด

    ทันใดนั้นพื้นที่ราบด้านหลังของชายคนนี้ก็พลันยกขึ้นมา กองทรายที่อยู่บนพื้นที่ตรงนั้นพลันร่วงตกลงมาตามความสูง เหตุการณ์ที่แปลกประหลาดเช่นนี้ก็ยังไม่สามารถเรียกความสนใจจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่บนเนินทรายได้ เขายังคงเหม่อมองไปยังวิวทิวทัศน์ที่หาความงดงามจากตรงไหนไม่ได้ ไม่ช้าก็มีร่างของชายสองคนเดินเข้ามาโค้งคำนับทำความเคารพเขา ชายทั้งสองคนนี้มีรูปร่างสูงใหญ่ไม่แพ้กัน ริ้วรอยบนใบหน้าไม่ได้ทำให้พวกเขาทั้งสองคนดูแก่แต่อย่างใด กลับกันยิ่งเสริมให้พวกเขาดูมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ เช่นเดียวกับชายที่ยืนอยู่บนเนินทรายคนนั้น ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ทำให้เขาดูเหมือนคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโชกโชน คิ้วหนา ดวงตาคม ริมฝีปากหนาเล็กน้อย ผิวแทน หากจะบอกว่าชายคนนี้คือนักรบไทยกลับชาติมาเกิดก็คงไม่ผิด

    “ท่านนายพลครับ ใกล้จะถึงเวลาแล้ว รีบกลับฐานกันเถอะครับ”นายพลที่ว่าพลันถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด

    “นี่พวกแกคิดจริงๆเหรอว่าเข้าไปหลบในกรงพวกนั้นมันจะทำให้พวกเรารอดกัน??”เสียงทุ้มต่ำถามกลับมา เป็นน้ำเสียงเรียบๆ ชายทั้งสองคนที่อยู่ด้านหลังพลันเงียบลง ท่านนายพลเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่ไร้ซึ่งเมฆบดบัง เป็นวันที่อากาศไม่ร้อนเกินไป ดูสดใส เสียแต่ว่าบนท้องฟ้ากว้างกลับปรากฏพระอาทิตย์สองดวง ดวงแรกยังคงสว่างสดใสอยู่กับที่ ผิดกลับอีกดวงที่ดูเหมือนจะเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ

    “พวกมึงดูสิ”มือหนาชี้ไปยังดวงอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา พร้อมถามออกมาอย่างลอยๆว่า

    “30กว่าปีที่พวกเราทำกันมา...มันคืออะไรวะ”ดวงตาคมกริบเป็นประกายด้วยความเคียดแค้นชิงชังอย่างพูดไม่ออก


    “คนของกู เพื่อนของกู พี่น้องของกู ...สละชีพเพื่ออะไร?ถ้าตอนจบมันจะเป็นแบบนี้?! ที่กูเพียรพยายามทุกอย่างมันไม่มีค่าอะไรเลยเหรอว่ะ!!”


    “ท่าน...มันไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เรา...ทำอะไรไม่ได้จริงๆครับท่าน!!”


    “พวกมึงไปเถอะ กูอยากยืนอยู่ตรงนี้ กูอยากเห็นทุกสิ่งทุกอย่างกับตาตัวเอง”


    “หากท่านจะอยู่ พวกผมก็จะอยู่ด้วยครับ”


    “ดี ดี!!เกิดเป็นชายชาติทหารไทย เจออะไรมาก็เยอะ จะมากลัวอะไรกับอีแค่ลูกหินไฟ!!ฮ่าๆๆๆ”ท่านนายพลหัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะเงียบไป


    “...บางที กูก็อยากให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นนะ แบบในหนังสือนิยายไง ที่เขาว่าย้อนอดีตได้ ถ้าหากเป็นแบบนั้น พวกเราจะไม่มีจุดจบแบบนี้แน่!!”


    “ใช่ครับท่าน”ดวงตาคมกริบเหม่อมองไปยังดวงอาทิตย์ที่เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆจนเหงื่อแตกพลั่ก มุมปากหนาๆกระตุกยิ้มขึ้นมาเป็นจังหวะเดียวกันกับอุกกาบาตลูกยักษ์ชนลงบนพื้นดิน


    ตู้มมมมม


    “กู...ไม่...ยอม!!”คลื่นความร้อนพลันกระจายออกเป็นวงกว้างโดยมีอุกกาบาตยักษ์เป็นจุดศูนย์กลาง คลื่นความร้อนนี้มีอุณหภูมิสูงถึง 1726.85℃ และเคลื่อนที่เร็วถึง 450 กิโลเมตร/วินาที ทุกๆที่ที่คลื่นความร้อนเคลื่อนผ่านทุกๆอย่างล้วนแตกดับและสลายไปจนหมดสิ้น รวมไปถึงร่างของคนทั้งสามคนที่ยืนนิ่งอยู่กับที่
    *************************************************************************************************************