ขณะที่หวังอี้ หวังลั่ว และหวังซิง กำลังก้มหน้าก้มตาขุดดินตรงทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามคำชี้แนะของเฟยหลง (ที่ได้ยินมาจากเสียงในใจชิงเซียน) ชิงเซียนก็เดินเข้าไปหารินดาที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างหมอผีที่ตอนนี้กำลังซูดกางเกงขึ้นมาอย่างทุลักทุเล
"อ้าว...รินดา ไม่สบายหรือคะ? ทำไมหน้าซีดแบบนั้นล่ะ" ชิงเซียนแสร้งถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
[ฮึๆๆๆ... เตรียมตัวรับผลกรรมของเ้าได้เลยแม่จิ้งจอกพันปี! ข้าจะทำให้เ้าเต้นรำไปจนกว่าิญญาของเ้าจะหลุดออกจากร่างไปเลย!]
รินดาที่เพิ่งถูกหมอผีใช้มือปัดป้องพยายามจะซ่อนตัวหลังชายผ้าเหลืองครึ่งก้นของเขา แต่ไม่ทันแล้ว! ชิงเซียนใช้วิชา "พันธนาการจิต" ด้วยการใช้นิ้วชี้ไปที่หว่างคิ้วของรินดาเบาๆ พลันดวงตาของรินดาก็เหม่อลอยทันที
"กรี๊ดดดดด! อาจารย์! ช่วยรินดาด้วยค่ะ!" รินดาร้องเสียงหลง แต่แล้วร่างกายของเธอก็เริ่มบิดพลิ้วไปตามจังหวะเพลงไทยเดิมที่ไม่มีใครได้ยิน!
"ระบำ... ระบำสยาม! ระบำ! ช่างสง่างาม!" รินดาเริ่มรำไทยอย่างอ่อนช้อยงดงาม ท่าทางพลิ้วไหวราวกับนักแสดงนาฏศิลป์มืออาชีพ ใบหน้าที่ซีดเซียวเมื่อครู่ บัดนี้กลับยิ้มแย้มราวกับกำลังมีความสุขกับการแสดง!
[หึ! นั่นแหละ! รำเข้าไป! รำเพลงหน้าพาทย์ 'โหมโรง' ให้ิญญาที่สถิตในตึกนี้ได้รับรู้ถึงความงามของศิลปะ แล้วค่อยตามด้วย 'เชิดฉิ่ง' แล้วปิดท้ายด้วย 'พญาเดิน' ให้พวกมันได้สงบสักหน่อย! ส่วนไอ้พวกมนุษย์โง่ๆ ที่ยืนดูอยู่นี่ ก็จะได้เห็น 'ความสามารถพิเศษ' ของเ้าซะบ้าง!]
คนงานก่อสร้างที่ยืนมุงดูกันอยู่ต่างพากันอึ้ง เฟยหลงเองก็ถึงกับเบิกตากว้าง 'นี่มันอะไรกันเนี่ย?!' เขาไม่ได้ยินเสียงในใจชิงเซียนบ่นเื่รำ แต่เขาััได้ถึงพลังงานประหลาดที่ออกมาจากตัวรินดา และรอยยิ้มเ้าเล่ห์ของชิงเซียน
"อาจารย์ครับ! ทำไมรินดาถึงรำแบบนั้นล่ะคะ!" หมอผีโวยวาย "มนต์สะกดของผมโดนสวนกลับใช่ไหมครับ!"
[ถูกต้องแล้วเ้าหมอผีจอมปลอม! วิชาของเ้ามันแค่มนต์พื้นบ้านของเด็กทารก สู้พลังเซียนของข้าไม่ได้หรอก! ดูสิ... ท่ารำของนางช่างพลิ้วไหวราวกับนางกินรีเลยทีเดียว! เอาไปเลยสิบเต็มสิบ!]
ขณะที่รินดากำลังรำแก้บนกลางไซส์งานอยู่นั้นเอง...
"เจอแล้ว!!! หม้อดิน!!! เฮ้ย! มีอะไรในหม้อด้วย!" หวังซิงร้องลั่น เขาขุดเจอหม้อดินโบราณขนาดใหญ่ที่ถูกห่อด้วยผ้าแดง
หวังอี้ไม่รอช้า รีบใช้พลั่วฟาดไปที่หม้อดินทันที! เพล้ง!!!
หม้อดินแตกกระจายออก เผยให้เห็นก้อนดินเหนียวสีดำสนิทที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง พลันมีควันดำทะมึนพวยพุ่งออกมาจากก้อนดินนั้น พร้อมกับเสียงหวีดหวิวโหยหวนราวกับิญญานับร้อยกำลังถูกปลดปล่อย!
คนงานก่อสร้างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เฟยหลงรีบวิ่งไปยืนอยู่หน้าชิงเซียนเพื่อปกป้องเธอ
"ผี! ผีจริงด้วย!" หวังลั่วหน้าซีดเผือด
[กรี๊ดดดดด! ผีแค้นที่ถูกพันธนาการไว้! เป็ผีระดับต่ำที่ถูกจองจำนานเกินไปจนกลายเป็ 'มารอสูรจิต' นี่เอง! ยัยจิ้งจอกรินดานั่นมันช่างใจร้ายนัก! พวกแกอย่าเพิ่งไปไหนนะ! ข้าจะแสดงให้เห็นว่าเซียนของจริงเขาจัดการผีแบบไหน!]
ชิงเซียนสะบัดมือ พลันมีแสงสีทองเรืองรองสว่างวาบออกมาจากฝ่ามือของเธอ แสงนั้นพุ่งตรงเข้าใส่กลุ่มควันดำที่กำลังพวยพุ่งออกมาจากหม้อดิน พลังงานบริสุทธิ์ของเซียนปะทะเข้ากับพลังงานด้านมืดอย่างจัง!
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
กลุ่มควันดำถูกแสงสีทองชำระล้างอย่างรวดเร็ว เสียงหวีดหวิวโหยหวนแปรเปลี่ยนเป็เสียงร้องอย่างเ็ป ก่อนที่ควันดำทั้งหมดจะสลายหายไปในอากาศราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
ทุกคนในที่นั้นยืนอึ้ง! พี่ชายทั้งสามคนอ้าปากค้าง ส่วนเฟยหลงจ้องมองชิงเซียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งและชื่นชมอย่างสุดซึ้ง
"คุณ... คุณชิงชิง... ทำอะไรลงไปครับ?" เฟยหลงถามเสียงสั่น
"ข้าก็แค่... ช่วยทำความสะอาดฝุ่นให้มันหายไปเฉยๆ น่ะ" ชิงเซียนตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย (แต่ในใจคือ: [ฮึ่ม! เ้าพวกมนุษย์โง่! แค่นี้ก็ทำเป็ใ! ถ้าเป็ที่วังเซียนนะ ข้าแค่สะบัดพัด ลมปราณก็พัดผีระดับล้านไปถึงดาวอังคารแล้ว!])
ทันใดนั้น รินดาที่กำลังรำอยู่ก็หมดสติล้มพับลงไปกับพื้น หมดสภาพคุณหนูผู้แสนดีกลายเป็แค่ร่างไร้สติที่ยังสวมชุดหรูหรา
เฟยหลงเดินเข้ามาจับมือชิงเซียนเบาๆ "คุณชิงชิงครับ... คุณไม่ได้แค่ทำความสะอาดฝุ่นหรอกนะ คุณช่วยชีวิตทุกคนที่นี่ไว้"
[อุ๊ย! มือของหมอนี่มันช่างอบอุ่นเหลือเกิน! แถมคำชมของเขามันก็ทำให้ใจข้าพองโตอย่างประหลาด! หรือว่า... นี่แหละคือ 'ผลบุญ' ที่ข้าช่วยปราบผีอย่างงั้นรึ?!]
พี่ชายทั้งสามมองหน้ากัน แววตาของพวกเขายิ่งกว่า "เชื่อหมดใจ" แล้วตอนนี้ พวกเขารู้แล้วว่าน้องสาวคนนี้ไม่ใช่แค่เครื่องทำนายอนาคต... แต่เธอคือผู้ที่มาเปลี่ยนโชคชะตาของตระกูลหวังอย่างแท้จริง!