รถของนนท์นทีแล่นเข้ามาจอด่หกโมงเย็นมีหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบสองซึ่งมีหน้าที่เป็ผู้จัดการของที่นี่ยืนอยู่ตรงจุดบริการหันมามองทั้งคู่ที่กำลังโบกมืออำลากัน
“ไปไหนมาครับคุณวาทคุณวิเนตย์ถามหาใหญ่เลย” เอกวัสยิ้มให้ภรรยาของเ้านายก่อนจะปรายตามองไปยังรถคันที่เพิ่งแล่นออกไปอย่างสงสัย
“ไปบ้านเพื่อนค่ะ”
“เหรอครับ อ้อคุณวิเนตย์นั่งรออยู่ที่บ้านนะครับ”
“รอฉันเหรอคะ”หญิงสาวชี้นิ้วใส่ตัวเองแบบงงๆ แต่ก็อดตื่นเต้นนิดๆไม่ได้ที่สามีมีปฏิกิริยาต่อการหายไปของเธอ
“ครับบอกว่าถ้าเห็นคุณมาก็ให้ไปหาอย่างเร่งด่วนเลยครับ เห็นตามหามาั้แ่ตอนเที่ยงกว่าๆ แล้ว”
“เร่งด่วน ท่าจะเื่ใหญ่นะคะ”วธุกาทำตาโตเหมือนกับได้ยินเื่ราวน่าใ
“อันนี้ต้องลองเข้าไปดูเองนะครับปกติผมเองก็ไม่เคยเห็นคุณวิเนตย์เป็อย่างนี้มาก่อนเหมือนกัน”
“ทำไมคะ อ้อคุณชื่ออะไรนะคะฉันยังไม่รู้จักเลย เสียมารยาทจริงๆ” หญิงสาวเพิ่งนึกได้จึงรีบถามยอมรับว่าเคยเห็นหน้าค่าตาเขามาก่อนแต่ไม่เคยรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันจริงๆ
“ผมชื่อเอกวัสครับเป็ผู้จัดการที่นี่เรียกคุณวัสเฉยๆ ก็ได้ครับคุณวาท”ส่วนอีกคนดูเหมือนจะรู้จักภรรยาเ้านายเป็อย่างดี
“ผู้จัดการคนเก่งของวิเนตย์ธารานี่เองงั้นฉันไปหาคุณวิเนตย์ก่อนนะคะ สงสัยเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากพบเมียคนนี้นักหนา”วธุกาคิดไม่ออกว่าตัวเองจะต้องเผชิญหน้ากับเขาแบบไหน รีบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเหมือนกำลัง้าทำใจก่อนจะเดินเข้าไปในบริเวณบ้าน
“พี่วัสเ้านายเราเป็อะไรไปพี่วันนี้ทั้งวันหงุดหงิดหัวเสียตลอดเลย เพิ่งแต่งงานได้วันเดียวแท้ๆหน้างี้อยากจะหนีให้ไกลๆ เลย” ศิรดาเกาะขอบเคาน์เตอร์ถามเอกวัสเมื่อวธุกาเดินพ้นสายตาไป
“ไม่รู้สิดาพี่ว่านะสงสัยจะหาเมียไม่เจอเลยอารมณ์เสีย”
“ไม่จริงหรอกตอนกลางวันยังพ่นไฟใส่คุณวาทอยู่เลย หาว่ายุ่งกับงานของแก คุณวิเนตย์นี่ก็แปลกเนอะมีเมียแต่ไม่ให้เมียยุ่งกับงานของตัวเอง”
“ไม่ต้องแปลกใจหรอกดาเ้านายเราเขา้าแค่เมีย” เอกวัสพูดแล้วก็อมยิ้มเดินจากไปอย่างเงียบๆ
“้าแค่เมียทำไมต้องมีคำว่าแค่ด้วยพี่วัสบ้าหรือเปล่าเนี่ย” ศิรดามองตามหลังไปอย่างไม่เข้าใจ
ส่วนวธุกาที่กำลังจะเดินเข้าไปในบ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่ของสามีหญิงสาวมองเห็นเขานั่งอยู่ตรงระเบียงสายตามองเหม่อลงไปยังแม่น้ำด้านล่างที่มีบ้านพักบนแพของลูกค้าเรียงรายอยู่นับแปดสิบห้อง หญิงสาวเดินเงียบๆตรงไปหาเขาจนได้ระยะใกล้พอสมควร
“คุณวัสบอกว่าคุณอยากเจอฉันมีอะไรหรือเปล่าคะ” ถามพร้อมกับเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับสามี เขาผินหน้าดุๆกลับมามอง สายตาจ้องเขม็งราวกับเธอไปทำเื่ผิดอะไรมา
“อะไรคะ” ถูกจ้องแบบไม่ละสายตาแบบนี้วธุกาเองก็เริ่มใจคอไม่ดีเท่าไหร่‘คนบ้าอะไรหน้าตาดุชะมัด’
“คุณหายไปไหนมาทั้งวันรู้ไหมผมถามใครก็ไม่มีใครรู้” นั่นปะไรสิ่งที่เขา้าหาเื่เธอหญิงสาวกลอกตาไปด้านข้างก่อนจะตอบเขาตามความจริง
“ฉันไปบ้านเพื่อนที่นนท์นทีรีสอร์ตใกล้ๆนี่เองค่ะ เ้าของที่นั่นเป็เพื่อนฉันเอง”
“แล้วไปกลับยังไง”น้ำเสียงของวิเนตย์ราบเรียบแต่แฝงเอาไว้ด้วยความโกรธอย่างชัดเจน
“ก็ให้นนท์มารับมาส่ง”
“ดีจริงๆแต่งงานวันแรกก็ให้ผู้ชายมารับมาส่งถึงบ้านของผัว” เขาโพล่งอย่างเหลืออดสายตาตำหนิผู้เป็ภรรยาอย่างชัดเจน
“คุณวิเนตย์คุณจะมาโกรธฉันทำไมนี่ก็คุณเป็คนบอกเองว่าให้ฉันออกไปข้างนอกได้ฉันก็แค่ไปว่ายน้ำคลายเครียดที่บ้านเพื่อนแค่นี้มันเลวร้ายนักหรือยังไง”
ปัง!
“ไปว่ายน้ำ!” วิเนตย์ตบโต๊ะพร้อมกับยื่นหน้ามาใกล้ๆภรรยา วธุกาผงะไปด้านหลังอย่างใในท่าทีที่เปลี่ยนไปของสามีนี่เธอพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ
“ใช่! ไปว่ายน้ำ ทำไมต้องเสียงดังด้วย”หญิงสาวทำใจกล้าสู้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดังไม่ต่างไปจากเขา
“คุณออกไปกับผู้ชายทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันได้วันเดียวคุณเอาอะไรคิดคุณวาท ยิ่งไปกว่านั้นคุณ ฮึ่ย!ยังมีหน้าไปใส่ชุดว่ายน้ำแล้วว่ายน้ำในบ้านของผู้ชายคนนั้นอีกคุณคิดที่จะไว้หน้าผมบ้างไหม!” ถึงบางอ้อก็คราวนี้วธุกากลอกตากลับไปมาระหว่างซ้ายขวาและนับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจให้ใจเย็นลง
“เผื่อคุณจะฟังไม่ชัด ฉันจะบอกอีกรอบนะคะคุณวิเนตย์นนท์เป็เพื่อนฉันเราคบกันมานานเป็สามสิบปีแล้วแล้วการที่เพื่อนไปหาเพื่อนสนิทของตัวเองมันเป็การไม่ไว้หน้าคุณตรงไหน”
“ก็มันเป็ผู้ชายยังไงล่ะ”วธุกาได้ยินแล้วก็ลมออกหู อยากพ่นไฟใส่คนพาลไม่เลือกหน้าเสียจริงๆแต่หญิงสาวก็เลือกที่จะฉีกยิ้มกว้างผิดกับดวงตาที่มองนิ่งๆ
“คุณวิเนตย์”เรียกชื่อสามีด้วยเสียงลากยาว
“อะไร” อีกคนก็สะบัดเสียงใส่ราวหงุดหงิดวธุกายื่นหน้าไปใกล้ๆ เขาแล้วถามเสียงนุ่มเบาๆ
“คุณเคยมีเพื่อนไหม”
“นี่คุณวาทอย่ามาย้อนผมนะ”คนถูกถามตวาดกลับจนอีกฝ่ายต้องกลับไปนั่งตัวตรงอยู่ที่เดิม วธุกาเบ้ปากใส่เขานิดๆแบบไม่ให้จับผิดได้ในทันที
“งั้นคุณก็อย่ามีเพื่อนผู้หญิงนะคะอย่าไปมาหาสู่เพื่อนผู้หญิงด้วยเพราะถ้าคุณห้ามฉันไปหานนท์คุณก็ต้องห้ามตัวเองไม่ให้ไปหาเพื่อนผู้หญิงของคุณแล้วก็นี่ไม่ใช่การหึงหวงแต่เป็สิทธิส่วนบุคคล”
“จะมากไปแล้วนะคุณวาท”
“ไม่มากหรอกค่ะแฟร์ดีออก อ้อฉันเหนื่อยและหิวมากอยากจะไปอาบน้ำแล้วกินมื้อค่ำเร็วๆ ขอตัวก่อนนะคะคุณวิเนตย์”วธุกาเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วลุกขึ้นยืนเดินขึ้นบ้านไปโดยที่ไม่คิดเหลียวหลังกลับมามองสามีอีก
หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าการโต้เถียงสามีในตอนนี้จะส่งผลต่อตัวเองในยามค่ำคืนอย่างไรวิเนตย์ไม่ได้ตามขึ้นมาเพื่อทะเลาะกันต่อเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรกแม้แต่ตอนอยู่ในห้องอาหารเขาก็ยังยกจานข้าวมานั่งกินกับเธออย่างเงียบๆไม่พูดไม่จาทำเหมือนกับไม่ได้ทะเลาะกันมาก่อนหน้าและความนิ่งเฉยของสามีนี่แหละที่ทำให้หญิงสาวเกิดกลัวขึ้นมารับประทานมื้อค่ำเสร็จวธุกาก็รีบกลับขึ้นห้องขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วรีบหลับให้เร็วที่สุด ความนิ่งจนผิดปกติของเขามันแปลกชอบกลคิดไปคิดมาก็ผล็อยหลับลงไปในที่สุด
ด้านคนเป็สามีเมื่อจัดการดูแลความเรียบร้อยของรีสอร์ตหมดทุกอย่างแล้วก็กลับเข้ามาภายในบ้านความเงียบสงัดทำให้เขาต้องกวาดสายตามองหาภรรยาเมื่อมั่นใจว่าวธุกาไม่ได้อยู่ชั้นล่างวิเนตย์ก็จัดการปิดไฟหมดทุกดวงแล้วขึ้นบันไดไปชั้นสองตรงไปยังห้องนอนใหญ่ของตนเองเปิดประตูเข้าไปก็พบภรรยาของตนกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงเขาเลือกที่จะเปิดไฟดวงเล็กเพื่อไม่ให้คนหลับรู้สึกตัวตื่น
‘ทำให้ผมโมโหแล้วยังมีหน้ามานอนสบายใจอยู่คนเดียวนะคุณวาท’
วิเนตย์มองคาดโทษก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปใช้เวลาในนั้นไม่นานนักก็กลับออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูพันตัวแค่ผืนเดียวแปลกใจเล็กน้อยที่วธุกายังคงนอนหลับสนิทลงได้ทั้งที่เขาอาบน้ำเสียงดังพอสมควรยืนมองคนหลับแล้วมุมปากก็ยกขึ้นนิดๆ มือกอดอกเอาไว้หลวมๆลูกน้องกับลูกค้าเป็ร้อยเป็พันยังเอาอยู่นับประสาอะไรกับเมียแค่คนเดียวจะทำไม่ได้
“หืม อย่าสิ”คนหลับพึมพำเมื่อผ้าห่มคลุมตัวถูกดึงออกเบาๆ หญิงสาวก็ดึงกลับขึ้นมาห่มใหม่อีกรอบแต่ก็ต้องถูกดึงออกไปอีกครั้งอย่างน่ารำคาญใจ
“บอกว่าอย่าไง”คิ้วเริ่มขมวดแน่นดวงตาเริ่มกะพริบปริบๆ ก่อนจะลืมขึ้นมาอย่างงัวเงียวธุกาแทบกรี๊ดลั่นบ้านเมื่อมองลงด้านล่างกลับเป็ศีรษะของสามีที่กำลังยกขึ้นลงอย่างต่อเนื่องและดูเหมือนเขาจะไม่สนใจรับรู้ว่าเธอตื่นแล้วด้วย
“คะ...คุณวิเนตย์ คุณทำอะไร”วธุกาใช้มือยันที่นอนขึ้นมาดูเขา พอเห็นเท่านั้นล่ะเธออยากจะบ้าตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด อย่างนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกกันว่า ลักหลับ
“ผมเห็นคุณหลับเลยไม่อยากปลุก”คำตอบของเขามันน่าถีบกระเด็นยิ่งนัก
“ฉันอยากนอนคุณก็นอนเถอะนะเอาไว้พรุ่งนี้เราค่อย เอ่อ ทำกันก็ได้” วธุกากลั้นใจบอกเขาสายตาก็พุ่งมองตรงมือของเขาที่กำลังนวดคลึงบางอย่างอยู่
“พะ…พอก่อนนะคุณวิเนตย์อื้อ!”
“คุณเคยได้ยินไหมคุณวาทว่าเวลาคนหิวก็ต้องกินไม่งั้นก็อดอยากปากแห้งตายกันพอดี คำขอของคุณไม่เป็ผลนอนลงที่เดิมนะครับเดี๋ยวผมจัดการเอง” พูดเท่านั้นเขาก็ก้มลงจัดการกับสิ่งที่มือกำรวบต่อ
“คุณวิเนตย์ อื้อ!”
วธุกาสะดุ้งแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิมไม่ได้ทำเพราะคำสั่งของเขาแต่เป็เพราะร่างกายไม่อาจต้านทานรสชาติสวาทที่เขากำลังปรนเปรอให้ได้และมันก็กำลังมากขึ้น มากขึ้น จนอยากจะกรีดเสียงร้องออกมาให้สาสมกับความรู้สึก
‘ไอ้ที่นิ่งๆ มาตลอดนี่จะเอาคืนตอนนี้ใช่ไหม บ้าที่สุด!’
กว่าบทรักของสามีเธอจะจบลงเนื้อตัวก็เจ็บเคล็ดยอกไปหมดวธุกาลืมตาโพลงมองเพดานไม้สีน้ำตาลอย่างเหม่อลอยโดยมีสามีที่ตอนนี้เหงื่อผุดเต็มตัวนอนแผ่หลาอยู่ด้านข้างผ้าห่มคลุมกายสักนิดก็ไม่คิดทำ ยังมีเสียงหอบหายใจเหนื่อยๆของเขาให้ตระหนักถึงเื่ที่เพิ่งจบลงเมื่อครู่วธุกาหน้าร้อนผ่าวเพราะเขาทำมากกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาตั้งหลายท่า ใช่หลายท่า อ๊ายยย!
“คุณวาท”วิเนตย์พลิกตัวมามองดูภรรยาที่คงจะอิ่มอกอิ่มใจกับบทรักแสนเร่าร้อนของเขาไปหมาดๆ
“คะ”
“อาบน้ำกันเถอะ จะได้นอนสบายตัวไง”เขายิ้มล้อคนที่นอนหน้างอหงิกเหมือนกำลังโกรธตนเองอยู่
“คุณไปอาบก่อนเลยค่ะเดี๋ยวฉันอาบทีหลัง”
“ได้ไง ไปอาบพร้อมๆ กันนี่แหละ”
“ทำไมต้องอาบพร้อมกัน”วธุกาหรี่ตามองเขาอย่างหวาดระแวง คนเป็สามียิ้มนิดๆ ตรงมุมปากแล้วเลิกคิ้วขึ้นสูงทั้งสองข้างก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆ กระซิบเสียงแหบพร่าว่า
“ผมยังไม่อิ่ม”
“อ๊ายยย!”คราวนี้ไม่ต้องกรีดร้องอยู่ในใจแล้ววิเนตย์รีบเอามือมาอุดปากภรรยาที่ร้องปานถูกเชือดแล้วลากลงจากเตียงตรงไปเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มจับคนที่โกรธจนตัวสั่นลงอ่างอาบน้ำโดยมีตัวเขาตามลงไปติดๆ น้ำอุ่นถูกเปิดในระดับที่พอเหมาะพอจะทำให้คนโกรธผ่อนคลายลงได้ ไม่มีถ้อยคำหวานหูให้กันและกัน มีเพียงอ้อมกอดแสนอบอุ่นภายใต้สายน้ำที่ไหลวนอยู่รอบกาย
“อย่าทำตัวเป็ผู้หญิงสติไม่ดีอีกนะคุณวาทบอกแล้วไงว่าผมไม่ชอบ กรี๊ดๆ กันอยู่ได้บ้าหรือเปล่า” เขาตำหนิเบาๆคนที่นอนกึ่งนั่งอยู่บนตัวของเขาได้แต่กลอกตาขึ้นลงถ้าไม่ติดว่าที่ตรงนี้อุ่นสบายตัวละก็คงลุกขึ้นจากอ่างแล้วเดินขึ้นเตียงนอนไปตั้งนานแล้ว