ตอนที่ 13 ฝันร้ายอีกครั้ง
สามวันต่อมาบทลงโทษของโรงเรียนก็ประกาศออกมา
โจวเจี้ยนเฟิงละเมิดกฎของโรงเรียนซ้ำยังพกอาวุธติดตัวมาโรงเรียน ดังนั้นเขาจึงถูกไล่ออก ส่วนทางด้านของโจวซ่านซ่านและโจวเทารุ่ยนั้นถึงแม้ว่าจะเป็การป้องกันตัวแต่ก็ทำให้มีคนได้รับาเ็ ดังนั้นจึงถูกขึ้นบัญชีดำหนึ่งครั้ง
เหยียนฮุ่ยกับโจวหรูไห่โล่งอกถึงแม้จะถูกขึ้นบัญชีดำแต่ก็ยังดีที่ได้เรียนที่โรงเรียนต่อไปดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้พูดอะไรอีก วันนั้นก็เลยไปส่งลูกๆ ของตัวเองไปโรงเรียนตามปกติ
หวังเฟิ่งสยากับโจวหมินไห่ไปอาละวาดที่โรงเรียนอยู่หลายวันแต่ก็ไม่เป็ผลอะไร สุดท้ายก็ยอมแพ้ ในใจของสองสามีภรรยาคู่นี้จึงยิ่งเกลียดโจวซ่านซ่านและโจวเทารุ่ยขึ้นไปอีก
ถ้าให้โจวซ่านซ่านพูดละก็การใช้ก้อนอิฐทุบในวันนั้น เพียงเวลาไม่นานก็ทำให้เธอกลายเป็คนดังของโรงเรียน ไม่ว่าเธอจะเดินไปทางไหนก็มีแต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเื่ของเธอเต็มไปหมด
“ดูสิ นั่นโจวซ่านซ่านนี่เธอเป็คนเอาอิฐตีหัวโจวเจี้ยนเฟิงแตกละ!”
“ใช่แล้วๆ วันนั้นฉันก็เห็น โจวเจี้ยนเฟิงเืไหลเต็มเลยฉันใแทบแย่”
“นี่ พวกเธอได้ยินข่าวกันไหมโจวซ่านซ่านไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม่ตัวเอง ได้ยินมาว่าเธอถูกเก็บมาเลี้ยงอย่างนี้แสดงว่าเธอก็ไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ ของโจวเทารุ่ยน่ะสิ”
“จริงด้วยๆฉันก็ได้ยินเพื่อนโต๊ะข้างๆ พูดมาเหมือนกัน แม่แท้ๆ ของโจวซ่านซ่านรวยมาก แถมยังมีบริษัทของตัวเองด้วยนะ!”
ตอนที่โจวซ่านซ่านกับโจวเทารุ่ยเดินเข้ามาในโรงเรียนก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากกลุ่มนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งจากด้านหลังพวกเขาถึงแม้ว่าเสียงจะไม่ดังมากนัก แต่ก็ได้ยินถึงเนื้อหาที่พวกนั้นคุยกัน
โจวซ่านซ่านได้ยินคำนินทาเ่าั้ก็หัวเราะออกมาทว่าไม่ได้โกรธอะไรราวกับว่าเสียงนินทาของคนกลุ่มนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอ
กลับกันเป็โจวเทารุ่ยที่สีหน้าเปลี่ยนไปเขาหยุดฝีเท้าแล้วหันไปพูดด้วยความโกรธ “พวกเธอมันปากมาก ไม่นินทาคนอื่นแล้วจะตายหรือไงแม่ของพวกเธอส่งมาโรงเรียนเพื่อให้มาเป็นกแก้วสอดรู้หรือ”
กลุ่มนักเรียนหญิงพอถูกโจวเทารุ่ยพูดใส่แบบนี้ก็เงียบลงทันที
“โจวเทารุ่ยโมโหอะไรกัน แค่คำพูดไร้สาระไม่กี่คำ ฉันไม่สนใจหรอก นายจะโกรธอะไรนักหนา” โจวซ่านซ่านดึงแขนเสื้อโจวเทารุ่ยหัวเราะแล้วพูดออกมา
โจวเทารุ่ยมาส่งโจวซ่านซ่านถึงที่นั่งในห้องเรียนถึงค่อยจากไป ก่อนไปก็หันมากำชับว่าใช้ชีวิตให้เหมือนกับเป็ลูกแม่ไปอย่างเดิม
กระทั่งโจวเทารุ่ยจากไปเพื่อนร่วมห้องของโจวซ่านซ่านอย่างเหมยอวี่ก็เข้ามาถามด้วยความเป็ห่วง “ซ่านซ่านเธอดีขึ้นหรือยัง จริงๆ ฉันก็อยากไปเยี่ยมเธอ แต่ก็กลัวจะไปรบกวน...”
โจวซ่านซ่านหันมามองเหมยอวี่ใจก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา ในชาติที่แล้วท่ามกลางชีวิตที่โดดเดี่ยวของเธอเหมยอวี่เป็คนที่อยู่ข้างเธอเสมอ ร้องไห้กับเธอ หัวเราะกับเธอ หลังจากเธอถูกแม่สามีขับไล่ออกมาเหมยอวี่ก็เป็คนขับรถไปรับเธอท่ามกลางสายฝน
ตอนนี้เวลาถอยกลับมายี่สิบกว่าปีเธอกับเหมยอวี่ได้มาพบกันอีกครั้ง ตอนนี้พวกเธอไม่รู้สึกถึงความเศร้าเสียใจอะไร ภายในใจของพวกเธอเต็มไปด้วยมิตรภาพที่จริงใจต่อกัน
“เหมยจื่อ...ได้รู้จักเธอนี่ดีจริงๆ”
โจวซ่านซ่านจับมือเหมยอวี่มองเข้าไปในดวงตาที่กระจ่างใสของเหมยอวี่ การได้มีชีวิตอีกครั้งเื่ที่ดีที่สุดคงจะเป็เื่ที่ได้รู้ทางเดินในอนาคต ได้รู้ว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรู
เหมยอวี่รู้สึกใที่โจวซ่านซ่านพูดประโยคแสดงความรักออกมาเธอรีบเอามือมาจับหน้าผากของโจวซ่านซ่าน พูดด้วยความเป็ห่วง“เธอยังไม่หายดีใช่ไหม”
โจวซ่านซ่านหัวเราะออกมาเธอกลับไปทำตัวตามปกติ ก่อนจะหัวเราะและพูดเสียงดุ “เหมยจื่อพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร คิดว่าสมองฉันมีปัญหาหรือ”
เหมยอวี่หัวเราะเสียงดังรีบพูดแก้ตัว “ไม่กล้าหรอกไม่กล้า ฉันจะกล้าทำอะไรเธอได้ล่ะ ตอนนี้เธอกลายเป็สาวอิฐแดงของโรงเรียนเราแล้วขออภัยๆ!”
โจวซ่านซ่านหัวเราะออกมากระแอมในลำคอแล้วพูดออกมาอย่างเคร่งขรึม “เช่นนั้นข้าจะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเ้าแล้วนางข้ารับใช้เอ๋ย หยิบสมุดจดวิชาภาษาจีนออกมาให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้!”
เหมยจื่อทำท่าเหมือนสุนัขรับใช้โค้งคำนับและตอบกลับ “รับทราบ น้อมรับบัญชา ท่านหญิง ขอความเมตตา!”
ทั้งสองคนพูดคุยหัวเราะกันจนกริ่งโรงเรียนดังขึ้นพวกเธอจึงกลับไปนั่งที่ของตัวเองและเริ่มเรียน
ภาษาจีนคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เคมี...
โจวซ่านซ่านกลับมาเรียนมัธยมปลายอีกครั้งตรงหน้าของเธอคือวิชาเคมีที่เธอเคยเกลียดที่สุด ตอนนี้กลับรู้สึกน่าสนใจขึ้นมาไม่เข้าใจก็ถาม และร่วมยกมือตอบคำถาม
อาจารย์วิชาเคมีหัวโล้นมองไปที่โจวซ่านซ่านด้วยสีหน้าว่า‘รู้ว่าทำผิดก็แก้ตัวใหม่ให้ถูกต้อง’หลังจากมื้อกลางวัน จึงเรียกโจวซ่านซ่านไปหาที่ห้องพักครู สอนเพิ่มเติมเธอเป็การส่วนตัวกว่าครึ่งชั่วโมงซ่านซ่านดีใจน้ำตาไหล...
โจวซ่านซ่านคุ้นชินกับการไปโรงเรียนแล้วทุกวันตอนหกโมงเช้าต้องตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัวกินข้าวเช้าและยังต้องไปปลุกโจวเทารุ่ยที่นอนี้เีไม่ยอมลุกอยู่บนเตียง
เหยียนฮุ่ยยินดีกับการเปลี่ยนแปลงของโจวซ่านซ่าน
เป็ที่รู้กันว่าเมื่อก่อนโจวซ่านซ่านนั้นนอนี้เียิ่งกว่าโจวเทารุ่ย ทุกๆ ครั้งเหยียนฮุ่ยต้องไปดึงเอาผ้าห่มออกแต่เธอก็ยังไม่ยอมลุกจากเตียง
แต่เวลานี้โจวซ่านซ่านเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคนรู้เื่เชื่อฟังดี ไม่ทันลุกจากเตียงดี ก็วิ่งออกมาจากห้องและพุ่งมากอดเหยียนฮุ่ยที่กำลังชงนมอยู่
“แม่คะหนูรักแม่นะ!”
โจวซ่านซ่านกอดเอวของเหยียนฮุ่ยเอาคางเกยหัวไหล่เหยียนฮุ่ยเพื่อออดอ้อนด้วยน้ำเสียงแหบๆ จากอาการเพิ่งตื่นนอน
เหยียนฮุ่ยหัวเราะ“ขนลุกจริงๆ เมื่อวานพ่อยังพูดเลย ว่าลูกทำตัวแปลกๆ”
แม้ว่าจะบอกว่าขนลุกแต่เหยียนฮุ่ยก็ยังยกมือขึ้นลูบผมดำยาวของโจวซ่านซ่านอย่างอ่อนโยนด้วยความเอ็นดู
โจวหรูไห่ที่อาบน้ำเสร็จออกมาเห็นแม่กับลูกสาวกอดกันเขาก็ยิ้มออกมา ตั้งใจพูดน้ำเสียงงอนๆ “ซ่านซ่าน ลูกลำเอียงแบบนี้ พ่อน้อยใจนะ!”
โจวซ่านซ่านหัวเราะออกมาปล่อยมือจากเหยียนฮุ่ยแล้ววิ่งมาหาโจวหรูไห่ กอดเขาไปหนึ่งที ก่อนจะยิ้มออกมาและไปอาบน้ำ
โจวหรูไห่มองตามหลังโจวซ่านซ่านที่เดินเข้าห้องน้ำไปเขาถอนหายใจออกมายาวๆ “ั้แ่ที่โหวกุ้ยจือมาหาเื่ผมก็กลัวมาตลอดว่าซ่านซ่านจะอึดอัดกับพวกเรา...แต่เด็กคนนี้รู้เื่ยิ่งกว่าพวกเราอีก!”
เหยียนฮุ่ยขานรับ‘อืม’ ออกมา “แต่ฉันคิดว่า ลูกกลัวว่าพวกเราจะเสียใจซึ่งพวกเราก็เศร้าและเสียใจจริงๆ นั่นแหละ”
วันนี้เป็วันศุกร์คาบสุดท้ายคือให้ทบทวนบทเรียนเอง โจวซ่านซ่านรู้สึกง่วงนอนมาก ราวกับมีอะไรมากดศีรษะเธออยากจะเงยหัวก็เงยไม่ขึ้น
อดทนจนกระทั่งเลิกเรียนพอกลับมาถึงบ้าน เธอก็โยนกระเป๋าไว้ข้างๆ แล้วล้มลงบนเตียงทันทีแม้แต่ขนมแป้งทอดที่ชอบกินที่สุดก็ไม่ได้กัดสักคำ
โจวซ่านซ่านตกเข้าไปอยู่ในห้วงความฝัน
เธอกลับมาในชาติที่แล้วอีกครั้งกลับมาตอนที่ผลอัลตราซาวนด์ออกมาแล้วถูกโหวกุ้ยจือกับจางอวี้เฟินจับบังคับให้ทำแท้งเธอหมดหวังและกลัวมาก
เธอเห็นซ่งเหยี่ยน
ซ่งเหยี่ยนยังคงดูดีเหมือนกับที่เคยพบเขาครั้งแรกเขาสวมแว่นกรอบทอง ยืนอยู่เงียบๆ สวมเสื้อคลุมสีขาวมือทั้งสองสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อ มองเธอที่ดิ้นรนตลอดเวลาราวกับเป็คนนอก
“ซ่งเหยี่ยนช่วยฉันด้วย ช่วยลูกด้วย!”
เธอขอร้องอย่างทุกข์ทรมานทว่าซ่งเหยี่ยนก็ยังคงไร้อารมณ์ ขณะที่จะหมุนตัวกลับ ก็ทิ้งคำพูดเ็าเอาไว้“ทายาทรุ่นที่สามของตระกูลซ่ง ต้องเป็ลูกชายเท่านั้น ฉันไม่้าลูกสาว!”
ท่ามกลางความสิ้นหวังภายในใจความฝันก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
บนเตียงผ่าตัดร่างของเธอชุ่มไปด้วยเื ดูน่าเวทนาเหลือเกิน เสิ่นจ้านตงที่โกรธจนตาแดงคุกเข่าอยู่หน้าเตียงผ่าตัดคุกเข่าอยู่ตรงหน้าก้อนเืที่แข็งตัวแล้ว เขาค่อยๆ วางทารกไว้ในอ้อมกอดของเธอหลังจากนั้นก็โอบกอดเธอขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
“ซ่านซ่าน พี่จะพาเธอกับลูกกลับบ้านเอง! หากชาติหน้ามีจริงเธอไม่ต้องไปแต่งงานกับซ่งเหยี่ยนแล้ว พี่จะมาขอเธอแต่งเอง!”
“เสิ่นจ้านตง!เสิ่นจ้านตง...”
ภายในความฝันอันน่าหดหู่นั้นโจวซ่านซ่านส่งเสียงกรีดร้อง และร่ำไห้ออกมาอย่างเ็ปรวดร้าว เปล่งเสียงเรียกชื่อสามคำนั้นออกมาซ้ำๆอย่างเต็มไปด้วยเศร้าโศก
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/47bf20e5d76e59aa0c6e1272c50d9d1a