“ยูริ”
เซนเรียกอีกฝ่ายทันที เขายังจำหญิงสาวผู้ที่มีหัวใจอันเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญเพื่อที่จะปกป้องครอบครัวและสหายของเธอ เธอยอมแม้กระทั่งเสี่ยงชีวิตของตน หญิงสาวที่ดูเด็ดเดี่ยวและเย็นชาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตอนนั้น ตอนนี้กลับเหมือนกลายเป็นคนละคนกัน
เมื่อยูริได้ยินเสียงของบางคนเรียกชื่อของเธอ หญิงสาวก็ได้เงยหน้าขึ้นทันที ทำให้เซนนั้นสามารถสังเกตเห็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอารมณ์ของเธออย่างชัดเจน ดวงตาของเธอนั้นเมื่อเซนมองลึกเข้าไปเขารู้สึกถึงความโศกเศร้าอย่างถึงที่สุดอยู่ภายใน ความโศกเศร้าระดับนี้นั้นทำให้เซนคิดว่ามันอาจจะเกิดจากการสูญเสียคนสำคัญ
เมื่อเห็นชายหนุ่มนักขุดเหมืองนั้นกล่าวเรียกชื่อผู้ที่ทำหน้าที่แม่ทัพนำนั้น ทหารที่แข็งแกร่งทั้งสามซึ่งพวกมันมีหน้าที่ตามดูและควบคุมยูริก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“เป็นเจ้า…”
แน่นอนว่ายูรินั้นตกตะลึงอย่างมากตอนแรกที่เซนหายตัวไปในตอนที่อยู่โลกใต้พิภพนั้น เธอคิดว่าชายหนุ่มจะจากไปตลอดกาลแล้ว อย่างไรก็ตามเป็นอีกครั้งที่ทั้งสองได้พบเจอกัน อย่างไรก็ตามแววตาของยูริที่เป็นประกายเมื่อครู่นั้นได้หายไปกลับกลายเป็นแทนด้วยความเศร้าอีกครั้ง เซนเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงได้กล่าวถามขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า…แล้วมาเรียอยู่ที่ไหน?”
เมื่อเซนกล่าวถามถึงมาเรียนักบวชสาวผู้มีจิตใจดีงามและบริสุทธิ์เขาก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงท่าทางเงอะงะของเธอ แม้ว่าท่าทางของเธอจะทำให้เขารำคาญอยู่บ้างบางครั้ง แต่ความอบอุ่นของเธอนั้นมันทำให้เขานึกถึงแม่ที่อยู่อีกโลก
“มาเรีย…”
ในขณะที่ยูริต้องการจะบอกกับเซนนั้น เสียงของเธอก็ถูกขัดด้วยการกล่าวแทรกของใครบางคนเสียก่อน
“นังนักบวชสาวนั่นตายห่าไปแล้ว มันโง่นักที่ไม่ยอมทำตามความต้องการของที่ปรึกษาสมิธ ชีวิตของมันอาจจะสบายไปแล้วหากทำสิ่งที่เขาต้องการแค่ความบริสุทธิ์จะห่วงนักห่วงหนาทำไมกัน ข้าล่ะไม่เข้าใจจริงๆ เพราะตอนเป็นศพเธอก็เสียความบริสุทธิ์ให้ท่านสมิธอยู่ดี…”
หนึ่งในกลุ่มทหารที่แข็งแกร่งได้กล่าวขึ้น ชายคนนี้นั้นมีท่าทางเจ้าเล่ห์และมีจมูกที่ใหญ่กว่าคนปกติ เขากล่าวออกมานั้นเพื่อสร้างความขุ่นเคืองให้กับยูริ ซึ่งแน่นอนว่ายูรินั้นโกรธอย่างมากเธอจ้องมองมาที่มันราวกับจะฆ่ามันให้ตายตรงนี้เลย อย่างไรก็ตามเธอนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งพอๆ กับเธอและตอนนี้พวกเธอยังถูกล้อมรอบด้วยกองทหารนับหลายหมื่น หากมีปัญหาภายในจะทำให้เธอถูกลงโทษได้ ซึ่งเธอไม่อยากให้เกิดขึ้นเพราะยังมีครอบครัวของเธอจากบ้านรับเลี้ยงเด็กกำพร้ารออยู่
“งั้นเหรอ…น่าเสียดายนะ”
เซนกล่าวขึ้นแววตาของชายหนุ่มนั้นเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างถึงที่สุด แม้ว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นๆ แต่เซนนั้นก็รู้สึกเสียใจไม่น้อยที่มาเรียนั้นจากไป และดูจากการที่ชายคนนั้นกล่าวแล้วการตายของมาเรียนั้นจะต้องทรมานอย่างมาก
เซนนั้นหลับตาก่อนที่จะมองออกไปเบื้องหน้าของเขาภายในป่าลึกนั้นเขาเห็นทหารบางส่วนกำลังกระทำบางอย่างที่เลวร้ายกับผู้หญิงชาวบ้านคนหนึ่ง มีทหารนับสิบคนกำลังหัวเราะอย่างสนุกสนาน กับการดิ้นรนของพวกชาวบ้าน ดูเหมือนชาวบ้านบริสุทธิ์พวกนั้นจะเป็นชาวเมืองของประเทศนัวร์
“ใครที่เป็นคนฆ่ามาเรีย?”
เซนกล่าวถามด้วยน้ำเสียงสงบ กองทัพทหารเบื้องหน้าเขานั้นล้วนแล้วแต่เลวทรามและต่ำช้า พวกเขาเอาเปรียบผู้บริสุทธิ์ราวกับพวกเขาเป็นทาสชั้นต่ำ แม้ว่าสำหรับโลกใบนี้นั้นการที่ให้ทหารมีความสุขกับเชลยหญิงสาวนั้นเป็นเรื่องปกติและเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจให้ทหารเป็นอย่างดี แต่เซนนั้นไม่เห็นด้วยกับมันแน่นอนมันยิ่งทำให้เขารู้สึกโกรธมากขึ้น
เมื่อเซนกล่าวถามกลับเป็นชายคนเดิมที่กล่าวตอบคำถามเซนด้วยท่าทางสนุกสนานรื่นเริง
“นังนั่นถูกฆ่าสังหารเอง จริงๆ แล้วท่านสมิธนั้นต้องการมันตัวเป็นๆ มากกว่าแต่ข้าดันพลาดรุนแรงไปหน่อยจึงได้สังหารไปโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่านะท่านสมิธเองก็มีรสนิยมทำกับศพเช่นกัน…”
ชายคนนั้นยังไม่ทันกล่าวคำพูดจบมันก็ได้หยุดลงพร้อมกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง เซนนั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้มือข้างเดียวบีบศีรษะของอีกฝ่ายและยกขึ้นมาราวกับวัตถุไร้น้ำหนัก เหล่าทหารและสหายของชายคนนั้นกลายเป็นแตกตื่น พวกมันไม่มีสักคนที่คิดว่านักขุดเหมืองเบื้องหน้าพวกมันนั้นจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ ที่สำคัญมันยังกล้าลงมือท่ามกลางศัตรูนับหลายหมื่นคนบริเวณนี้
ยุริดูเหมือนพึ่งจะได้สติหลังจากเห็นการกระทำของเซน เธอรับกล่าวห้ามทันที
“เซนเจ้าหยุดทำแบบนั้นนะ ถึงแม้ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขา แต่เจ้าไม่สามารถเอาชนะทหารนับหลายหมื่นคนได้…อย่าได้…”
ยูริยังไม่ทันกล่าวจบก็เกิดเสียงบางอย่างระเบิดดังขึ้น
“โพล๊ะ!”
ศีรษะของชายคนนั้นถูกบีบแตกคามือของเซนราวกับบีบไข่ไก่ ร่างที่ไร้ศีรษะของชายคนนั้นร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังก่อเกิดบรรยากาศที่หนาวเหน็บกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ ในขณะเดียวกันเลือดได้อาบย้อมใบหน้าครึ่งหนึ่งของเซนทำให้ตอนนี้ชายหนุ่มนั้นดูน่ากลัวอย่างมาก ชายหนุ่มหันสายตาและกวาดมองทหารทั้งกองทัพซึ่งตอนนี้พวกมันส่วนใหญ่ก็กำลังจ้องมองมาที่เขา
“โคร่มมม!”
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นรบกวนประสาทหูของผู้คน ก่อนที่ฝนจากฝากฟ้าสีเทาจะค่อยๆ ตกลงมาและเพิ่มความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เซนนั้นยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนพร้อมกับใช้ดวงตาที่เย็นชาจ้องมองมาที่ทหารทั้งกองทัพ แม้พวกทหารนั้นจะมีจำนวนมากแต่อย่างไรก็ตามพวกมันล้วนแล้วแต่หวาดกลัวเซนทั้งสิ้น
เหล่าเชลยที่ถูกจับทั้งชายทั้งหญิงนั้นเมื่อเห็นพวกทหารเลิกสนใจที่จะทรมานพวกเขาต่อ พวกเขารู้สึกดีใจเล็กน้อยก่อนที่จะเหลือบไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนและกองทัพ ซึ่งข้างเท้าของเขานั้นมีร่างไร้ศีรษะร่างหนึ่งอยู่ ทันใดนั้นพวกเชลยก็รู้สึกมีความหวังที่จะหลบหนีจากนรกนี้ขึ้นมาเล็กน้อย
“เจ้า…เจ้าฆ่าเขา!”
ทหารที่แข็งแกร่งสองคนนั้นเห็นสหายของตนถูกกำจัดไปได้ต่อหน้าต่อตาก็รู้สึกโกรธอย่างมาก มันมองชายเบื้องหน้าที่ฆ่าเพื่อนมันราวกับบดขยี้มดด้วยความบ้าคลั่งในจิตใจ มันกำลังคิดอยู่ในใจว่าชายหนุ่มเบื้องหน้ามันนั้นต้องกินดีหมีมาอย่างแน่นอน ถึงได้กล้าทำสิ่งบ้าๆ เหล่านี้
“พวกเจ้าคือกองทัพเซนทอร์ที่รุกรานและฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างโหดร้ายใช่หรือไม่? ....ข้าคิดว่าบางทีพวกเจ้าทั้งหมดอาจจะไม่ควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไป!”
เซนกล่าวขึ้นพร้อมกันนั้น ยูริต้องการจะกล่าวห้ามเซนอย่างไรก็ตามเซนนั้นได้ชักดาบออกมาแล้วพร้อมกับกล่าวกับยูริด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“หมอบลง!”
ยูริรีบทำตามเซนทันทีก่อนที่ดาบในมือของเซนที่เป็นของวิเศษระดับแรร์นั้นจะถูกตวัดออกไปด้วยความเร็วที่สายตามนุษย์ไม่สามารถมองทันได้
“ฟ้าววววว!”
เกิดแรงลมอันมหาศาลทำให้ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเปลี่ยนทิศทางไป ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นจากการตวัดดาบครั้งเดียวของเซน
เสียงบางอย่างเสียดสีกับอากาศดังขึ้นอย่างกะทันหันเบื้องหน้าของเหล่าพวกทหารก่อนที่ทหารทุกคนจะรู้ตัวมันก็สายไปเสียแล้ว
“เกิดบ้าอะไรขึ้นนั่นเสียงอะไร…”
ทหารในกองทัพคนหนึ่งได้กล่าวถามขึ้น พร้อมกับหันไปมองสหายของตนและพบว่าในนี้นั้นสหายของตนนั้นร่างกายถูกตัดเป็นสองท่อน ไม่ใช่สหายแค่คนเดียวแต่มันนับไม่ถ้วนที่อยู่รอบตัวเขามีสภาพไม่ต่างกัน ทุกอย่างราวกับถูกตัดให้อยู่ในระนาบเดียวกันเพียงการสะบัดดาบครั้งเดียวของเซน ไม่ว่าจะเป็นหิน ต้นไม้ ภูเขา หรือแม้กระทั่งสายฝนก็ถูกตัดเป็นแนวเดียวกัน
“บัดซบ!”
ทหารคนนั้นกล่าวขึ้นก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงพร้อมกับร่างกายที่ขาดออกเป็นสองท่อน…ทหารนับหมื่นคนถูกสังหารในพริบตาในขณะเดียวกันทหารที่รอดชีวิตมาได้นั้นล้วนแล้วแต่ตกอยู่ในความหวาดกลัวและไม่กล้าขยับไปไหน
ส่วนเซนซึ่งเป็นคนกระทำทุกอย่างในตอนนี้นั้นยืนอยู่อย่างสงบในขณะที่ดาบในมือของเขานั้นค่อยๆ เกิดรอยร้าวและแตกเป็นชิ้นๆ ราวกับมันผ่านการใช้งานอย่างหนักมา มันทนรับแรงเหวี่ยงของเซนไม่ไหวนั่นเอง