อาจารย์วินัย ในระหว่างเขายังรออุปกรณ์ที่ทางหน่วยงานจะเตรียมมาให้เขา ของก็อดใจไม่ไว้ เขาเลยตรวจตอบอุปกรณ์รุ่นนี้ในอินเตอร์ แล้วพบว่ามีการขายทางออนไลน์ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาเลยสั่งซื้อไป แนวนอนว่าอาจารย์เองก็ค่อนข้างกังวลต่อข้อมูลอุปกรณ์ชิ้นนี้มากๆ เพราะเราเขาไม่คิดว่าหน่วยงานความมั่นคงจะของบประมาณเพื่อสั่งซื้ออุปกรณ์โดยไม่มีการตรวจสอบ แต่ตามหลักวิชาการที่เขารู้แนวทางการทำงานของอุปกรณ์ชิ้นนี้มันไม่น่าจะเป็นไปได้ตามหลักการทำงานทางวิทยาศาสตร์ จากข้อมูลที่ได้มาอุปกรณ์ชิ้นนี้จะมีการ์ดที่มีชิมอ่านค่าที่แต่ต่างกัน เมื่อนำการ์ดใส่ในอุปกรณ์ทรงกระบอกที่มีเสาอากาศนี้ มันจะอ่านค่าแล้วเสาอากาศจะชีไปทางสสารหรือวัตถุที่ต้องการค้นหา ไม่ว่าคิดยังไง อาจารย์วินัยก็คิดไม่ออกว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้การทำงานมันเป็นไปไม่ได้ในทางวิทยาศาสตร์
อาจารย์วินัยเริ่มกังวลมากขึ้นถ้าเกิดอุปกรณ์ชิ้นนี้มันใช่งานไม่ได้จริง หน่วยงานความมั่นคงจะทำยังไงกับเขา ด้วยความกังวลเขาก็นึกถึงชายวัยกลางคนที่มาหาเขาบอกว่าเป็นคนของสส.กร อาจารย์วินัยเลยติดต่อไปหาบก.กิจ เขาอยากรู้ว่าชายที่มาหาเขาเป็นคนของสส.กรจริงรึเปล่า แล้วสส.กรเป็นคนที่เชื่อได้มากแค่ไหน ด้วยความสนิทสนมกันแถมอาจารย์วินัยของยอมออกมาพูดเรื่องนี้เพื่อให้เป็นข่าว บก.กิจเองก็เป็นห่วงความปลอดภัยของเพื่อนของเขาเหมือนกัน เขาเลยเรียกนักข่าวแยมเพื่อให้ปตรวจสอบเรื่องที่เพื่อนเขาขอมา สส.กร นั้นสร้างความน่าตกใจในการอนุมัติการตั้งกรรมการตรวจสอบการฆ่าผู้ประท้วง ถึงแม้เขาจะรู้ว่ามีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกัน เพราะตามความเป็นจริงสายข่าวของเขาบอกว่ารัฐบาลจะไม่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ แต่สส.กรกับโหวตสวนมติของพรรค
ในระหว่างที่ผบช.กำลังทำงาน ก็มีนักการเมืองเดินทางมาหาเขา ในตอนแรกเขาคิดว่าคงเป็นนักการเมืองของฝ่ายรัฐบาล แต่คนที่มากลับเป็นฝ่ายค้าน ผบช.กำชับไม่ให้มใครเข้ามาในห้อง ผบช.เขาก็เดินไปชงนํ้าขิง ก่อนที่เขาจะถามสส. " เอานํ้าขิงด้วยไหมครับ " " ผมอยากได้กาแฟมากกว่านะครับ " " น่าเสียดายช่วงนี้หมอให้ผมงดกินกาแฟ งั้นเอาเป็นรังนกแท้ไหม " ผบช.ไม่ได้รอให้อีกฝ่ายตอบรับแต่เขาก็เอารังนกแท้มาให้สส.แล้ว " ไม่ต้องกล้าใจ ผมได้เป็นของขวัญตอนมาประจำการที่นี้นะ " สส.รับไปดื่มอย่างสบายใจ " อร่อยดีนะครับ ถ้าจะราคาแพง " เมื่อสส.พูดจบผบช.ก็หัวเราะ " ฮะฮ่า ฮะฮ่า ไม่เอานะท่านสส.ท่านเกรงใจกันเกินไปถ้ารังนกนี้แพงแล้วไวน์ที่ท่านดื่มจะเรียกว่าอะไร ผมไม่กล้าหรอก " " มันแพงจริงๆ ผลตรงคณะกรรมการออกมาแล้ว เรารู้หมดแล้วมันเกินอะไรขึ้น " " ..... " เมื่อผบช.ได้ยินแบบนั้นก็เงียบขึ้นมา " ใจเย็นๆ ตอนนี้ลมกำลังจะเปลี่ยนทิศ อีกไม่นานกลุ่ผู้ประท้วงจะเริ่มกดดันให้เลือกตั้งใหม่ และจากเหตุการณ์การนองเลือดที่เกิดขึ้นฝั่งผมชนะ แน่นอน " สส.พูดพร้อมกับดื่มรังนกต่อ " แล้วท่านต้องการอะไร " ผบช.ถาม " ผมบอกว่ารังนกแก้วนี้มันแพง แน่นอนว่ารัฐบาลนี้ต้องเก็บกวาดให้คุณอยู่แล้ว แต่ผมมาที่นี้เพื่อบอกคุณว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับท่าทีของคุณหลังจากนี้ " " คิดหรอว่าแค่คุ้มตำรวจได้แล้วมันจะจบ " ผบช.พูด " เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงคุณคิดว่าพลโทในประเทศมันมีกี่คน เอาละผมพูดเรื่องที่ต้องพูดจบแล้วคุณตัดสินใจที่เหลือเอาเอง " เมื่อสส.พูดจบเขาก็เดินออกไป
เมื่อสส.เดินพ้นสายตาของผบช.แล้วเขาก็เดินไปหยิบรังนกทิ้งลงถังขยะทันที สำหรับเขาพวกนักการเมืองพวกนี้ไม่ต่างอะไรกับพวกปลิ้นปล้อนตลบตะแลง ถ้าพูดว่าตัวเขาเป็นพวกรับสินบนเรียกส่วย แต่พอเอามาเทียบกับเงินที่พวกนักการเมืองกอบโกยไปก็ไม่ต่างจากเศษเงิน ถ้าเขาไม่รับส่วยจะเอาเงินที่ไหนมาดูแลลูกน้องเวลาสืบคดี แค่เงินสำหรับค่ากระดาษในสำนักงานยังไม่มีให้พวกเขาด้วยซํ้า นักการเมืองผู้บริหารประเทศหรอก ผบช.อยากหัวเราะให้ฟันหัก นโยบายส่วนใหญ่คนทำก็ข้าราชการในหน่วยงาน พวกนั้นก็แค่หลอกคนไปวันๆและทำตัวเหมือนเป็นคนบริหารเท่านั้นแหละ
แสงกับหมอกที่กำลังเก็บร้านขายข้าวราดแกงอยู่นั้น ชายผมขาวสวมหน้ากากราหูเดินมายืนหน้าร้านของแสง แสงและหมอกทั้งสองคนรู้สึกถึงสถานการณ์ที่ตึงเครียดและอันตรายขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ " ฉันไม่ได้เพื่อสู้ " ชายสวมหน้ากากพูด " หรอ พอดีตอนเราเจอกันครั้งนายอาจจะลืมไปแล้วว่านายคิดว่าฆ่าพวกฉัน " แสงพูด " นั้นเพราะพวกนายกำลังขวางทางฉัน " ชายสวมหน้ากากพูด " ฟังแล้วชื่นใจซะไม่มี " แสงยังไม่เลิกกวนประสาทฝั่งตรงข้าม " ผมรู้ว่าศัตรูของพวกคุณคือใคร เลิกทำอะรไร้สาระได้แล้ว สิ่งที่คุณต้องการมันเป็นไปไม่ได้ " ชายสวมหน้ากากพูด " เรื่องนั้นฉันจะตัดสินใจเองว่าเป็นไปได้หรือไม่ได้ " แสงตัดบทอย่างทันควัน " จัดการกับลูกน้องเขาซะ ต้นไม้ที่ไม่มีราก มันก็มีแต่รอวันเน่า " ชายสวมหน้ากากพูดจบก็เดินจากไป แสงรู้สิ่งที่ชายสวมหน้ากากพูดมาดี ทุกวันนี้เขาไม่อยากลากคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับพัวพันกับการแก้แค้นของเขา สำหรับเขาคนที่เป็นศัตรูคือคนที่ฆ่าน้องชายและน้องสะใภ้ของเขา แต่ตอนนี้ไม่มีข้อมูลอะไรสืบถึงตัวอีกฝ่ายเลยนอกจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มรัฐประหาร และหนึ่งในคนเหล่านั้นที่ใกล้ตัวเขามากที่สุดก็คือ ผบช. ตำรวจ เกียรติศักย์ เรื่องเดียวที่สามารถพุ่งไปหา ผบช.โดยตรงมีเพียงคดีสังหารกลุ่มผู้ประท้วง แต่คดีนี้ใหญ่เกินไปที่ตัวแสงจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยได้ อย่างมากเขาก็เป็นได้เพียงพยานในเหตุการณ์เท่านั้น แต่นั้นก็ไม่มีหลักฐานไปถึงผบช.การอยู่นี้ เหตุผลที่แสงรู้ว่าผบช.มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ก็มาจากเอกสารสั่งการปฏิบัติการ แต่นั้นก็เป็นเพียงแค่การแอบดูเอกสารของหมอกเท่านั้น วิธีการของชายสวมหน้ากากก็ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ ยังไงการที่ตำรวจอย่างผบช.จะมีการรับส่วยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร จริงอยู่พวกนี้รับสินบนก็สมควรโดนลงโทษ แต่การลากคนพวกนั้นเพียงเพื่อต้องการแก้แค้น ความขัดแย้งในใจของแสงไม่สามารถปิดบังหมอกได้ สำหรับหมอกไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจความขัดแย้งในใจของลุงของเขา แต่การปล่อยให้คนพวกนั้นลอยหน้าลอยตาแบบนี้มันจะดีจริงๆหรอ นับวันเขายิ่งไม่รู้ว่าเส้นความยุติธรรมมันอยู่อยู่ไหนกันแน่ โลกที่เขาเห็นในตอนนี้มันชั่งแปลกจากโลกที่เขาเคยเข้าใจมาเหลือเกิน ความคิดของเขากำลังบิดเบี้ยวหรือสังคมนี้มันกำลังบิดเบี้ยว
ภาพคาแรคเตอร์ สส.กร และ คุณนายหงส์

มุมมองนักเขียน
เอาละครับแสงจะเลือกยังไงก็ติดตามกันในตอนหน้า สวมชายสวมหน้ากากเขาต้องการอะไรกันแน่ และหมอกเขาจะเลือกทางเดินแบบไหน ภาค 2 นี้ใกล้จะถึงตอนจบแล้ว ส่วนภาค 3 ทไวซ์และคลับกาลาปากอสของเขาคงจะได้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง และถ้าไม่มีอะไรผิดจากที่คิดไว้ภาค 3 จะมีจุดเปลี่ยนสำคัญต่อตัวหมอกอย่างมาก ถึงแม้ในภาคนี้เขาจะลงสนามกับแสงได้แล้วแต่เรียกได้ว่าสบประการณ์ยังห่างจากแสงมาก แต่ก็พูดได้ว่าเขาเป็นกำลังช่วยแสงได้มากเลยทีเดียว