“นี่คุณเรียกความห่วงใยของคนเป็แม่ว่าคือความบ้าจี้หรือค่ะ และขอโทษ...คุณจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายให้ดิฉัน หาเงินได้ด้วยตัวเองั้แ่เมื่อไหร่ไม่ทราบ เพราะเท่าที่จำได้ก็มีดิฉันนี่แหละที่ทำหน้าที่นำเงินจากท่านประธานไปโอนเข้าบัญชีให้คุณได้ใช้อยู่ทุกเดือน”
“ ปั๊ดโธ่ ยัยบ้าเอ๊ย”
เขาปราดเข้ามาจับสองไหล่ของฐิตาภาเขย่าแรงๆด้วยความโกรธจนลืมตัว คงจะเพราะถูกจี้ใจดำแบบสุดๆนั้นเอง หญิงสาวใไปเหมือนกันเมื่อเห็นเขาเข้ามาถึงตัวได้ แต่ก็ต้องรีบควบคุมสติแล้วสอดสองมือเข้าไปใน่แขนด้านในของเขาแต่ละข้างแล้วผลักออกเต็มแรง พร้อมกับสะบัดตัวหนีอย่างว่องไว ตามหลักการป้องกันตัวที่เรียนมาพอสมควร
ชนกันต์งงไปเมื่อเจอการกระทำของหญิงสาว แต่ตอนนี้ความโกรธกำลังอยู่เหนือสิ่งใด
“ฉันสั่งให้เธอเลิกยุ่งกับชีวิตของฉันเดียวนี้”
“เผอิญดิฉันรับเงินค่าจ้างโดยตรงจากท่านประธานค่ะ คุณไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่ง”
หญิงสาวย้อนอย่างไม่หวาดหวั่น แต่ก็ยังรักษาระยะห่างจากเขาไว้ราวห้าเมตรครึ่งเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
“ แน่จริงก็อย่าหนีสิ”
เขาพาลเมื่อเข้าใกล้เธอไม่ได้
“ คนที่แน่จริงเขาต้องรู้จักเอาตัวรอดได้ต่างหาก”
เธอลอยหน้าเถียงอย่างไม่ลดละ
“ ฮึ่ม...ฝากไว้ก่อนเถอะ”
ชนกันต์คำรามอย่างโกรธจัด หันกลับไปเปิดประตูรถเสียงดังโครมคราม ก่อนจะขับออกไปด้วยความเร็วสูง ฐิตาภารีบวิ่งมาขึ้นคันของตนแล้วขับตามไปอีก
และมาทันเขาที่หน้าคอนโดหรูริมน้ำแห่งหนึ่ง แต่กว่าที่เธอจะหาที่จอดรถได้ เขาก็หายตัวเข้าไปในตึกใหญ่สูงยี่สิบชั้นนั้นแล้ว ซึ่งเป็เื่ยากในการที่ตามหาให้พบได้ แต่คนอย่างฐิตาภามีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ ยังไงก็ต้องวัดดวงกันดูก่อนล่ะ หาที่จอดรถได้หญิงสาวก็ก้าวฉับๆไปที่ประตูทางเข้า แต่ก็ดันมียามตัวโตสองคนเข้ามาขวางหน้าไว้
“ ขอโทษนะครับ คุณเข้าไปในนี้ไม่ได้”
หนึ่งในนั้นกล่าว
“ ทำไมค่ะ”
หญิงสาวถามอย่างแปลกใจ
“ คือ คุณชนกันต์ ผู้ชายคนที่เดินเข้าไปก่อนหน้าคุณเมื่อครู่สั่งไว้ เขาบอกว่าคุณสะกดรอยตามเขามาตั้งนานแล้ว อาจมีเจตนาไม่ดี”
นายนั้นวางยาเธออีกจนได้ ฮึ..ร้ายนักน่ะ...
ฐิตาภานึกในใจแล้วตีหน้าบริสุทธิ์ใจกับยามหน้าโหดทั้งสอง
“ โอ คงจะมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้นแล้วละค่ะ ดิฉันไม่รู้จักเขา และไม่ได้เจตนาตามเขามา แต่ดิฉันมีเพื่อนพักอยู่ในคอนโดนี้ เพื่อนกำลังเจ็บท้องคลอด ดิฉัน้ารีบพาเพื่อนไปส่งโรงพยาบาล”
เหตุผลของหญิงสาวทำให้ยามหันไปมองหน้ากันเองอย่างลังเล ฐิตาภาฉวยโอกาสนั้นวิ่งผ่ากลางเข้าไปทันที แล้ววิ่งเข้าไปซ่อนตัวในลิฟต์พร้อมกับครุ่นคิดว่าจะออกไปตามหาเขาที่ชั้นไหนก่อนดี ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรูหราสวยงามกลุ่มหนึ่งก้าวเข้ามาในลิฟต์ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาจับกลุ่มคุยกันอย่างไม่สนใจฐิตาภาที่ยืนตัวลีบอยู่อีกมุมหนึ่ง
“ปาร์ตี้คืนนี้ฉันจองเต้นรำกับคุณกันต์ทั้งคืน”
หนึ่งในนั้นกล่าวด้วยสีหน้ากระหยิ่ม แต่ชื่อคนที่พวกเธอกล่าวถึงมันทำให้ฐิตาภาหูผึ่ง
“ บ้าเหรอ ของอย่างนี้จองกันล่วงหน้าได้ไง ใครดีก็ใครได้สิ”
อีกคนแย้งอย่างมีจริต ฐิตาภายืนฟังอย่างนึกสมเพชผู้หญิงพวกนั้นที่ช่างบ้าผู้ชายได้ขนาดนี้ หญิงสาวทนฟังอย่างไม่แย้งอะไรออกไปจนประตูลิฟต์เปิดออก ผู้หญิงพวกนั้นพากันเดินออกไปเป็แถว ฐิตาภารีบตามไปห่างๆพร้อมกันภาวนาขอให้คนที่พวกเธอพูดถึงเป็คนเดียวกับที่เธอกำลังตามหา
แล้วคำภาวนาของฐิตาภาก็เป็ผลเมื่อได้หลุดเข้ามาในงานปาร์ตี้ที่จัดอยู่บนชั้นที่สิบห้าของคอนโดแห่งนั้น แล้วเธอก็เห็นร่างสูงสง่าของชนกันต์โดดเด่นอยู่ในกลุ่มหนุ่มสาวราวสี่สิบคนที่กำลังสนุกสนานไปตามบทเพลงที่เร้าใจ บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้นอย่างผิดปกติ และแม้จะพยายามทำตัวลีบสักเท่าใดแต่การแต่งกายด้วยรองเท้าผ้าใบ กางเกงยีนส์และเสื้อเชิ้ตที่พับแขนมาถึงข้อศอกก็ทำให้เธอกลายเป็จุดเด่นไปได้อย่างไม่ตั้งใจ ทุกคนมองมาที่ฐิตาภาเหมือนเป็ตัวประหลาด แต่ไม่มีใครพูดอะไรเพราะไม่รู้จัก และคนเดียวในกลุ่มนั้นที่รู้จักก็ปราดเข้ามาถึงตัวแล้วคว้าแขนของเธอลากเร็วเกือบเป็วิ่งออกไปทางด้านหลังห้องจัดเลี้ยงซึ่งเป็ระเบียงยื่นออกไปให้เห็นวิวของแม่น้ำเ้าพระยา ช่างเลือกที่ปะทะคารมกันได้โรแมมติกดีแท้
“ เธอตามเข้ามาในนี้ได้ไง จะบ้าแล้วเรอะ จะทำให้ฉันอับอายไปถึงไหน”
เขาว๊ากใส่อย่างไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว
ฐิตาภาสบัดแขนให้หลุดจากมือเขาก่อนตอบ
“แต่ถ้าคุณอยู่เฉยๆไม่กระโตกกระตากแบบนี้ ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันเป็ใคร”
“ นี่เธอโทษว่าเป็ความผิดของฉันงั้นเรอะ แล้วดูสารรูปการแต่งตัวสินั้น”