ตอนที่ 13
“องค์ราชินี ประตูมิติเกิดขึ้นมาแล้วขอรับ” หลังจากลูเซียสจากไป ในที่สุดประตูมิติก็เปิดขึ้นอีกครั้งจนได้ แน่นอนว่าการมีเกทปรากฏขึ้นมามันกลายเป็เื่ปกติไปแล้ว แต่การปรากฏของเกทครั้งนี้กลับทำให้เหล่าซอมบี้รู้สึกตื่นเต้นกันมาก เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่มีเกทปรากฏขึ้นมาหลังจากพวกเขาได้รับการตัดแต่งพันธุกรรมจนแข็งแกร่งขึ้นแล้ว
“ทุกคนเตรียมตัว” ไม่ใช่แค่เหล่าซอมบี้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้นที่รู้สึกตื่นเต้นกับเกทครั้งนี้ แม้แต่จูนเองก็มีท่าทีตื่นเต้นไม่ต่างกัน นอกจากเื่กำลังรบที่เพิ่มขึ้นของฝั่งเธอแล้ว ลูเซียสยังเตือนเธอเอาไว้ด้วยว่าหลังจากนี้การต่อสู้จะดุเดือดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะยิ่งระดับโลกสูงมากเท่าไหร่ ความรุนแรงของมานาที่ััได้จากอีกฝั่งของเกทก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้เกทของจูนไม่มีทางแสดงผลเป็เกทแรงค์ต่ำได้แน่นอน และกองกำลังที่จะเข้ามาโจมตีเกทของจูนก็จะแข็งแกร่งขึ้นและมีจำนวนมากขึ้นอย่างแน่นอน ทว่า…
ตุบ…
เหล่าซอมบี้ที่กำลังก้าวเดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าเกทนั้นดูยินดีเป็อย่างมากเมื่อคิดถึงศัตรูที่กำลังจะเข้ามา ยิ่งมากันเยอะเท่าไหร่พวกเขาก็ยิ่งยินดี เพราะตอนนี้ร่างกายของพวกเขาเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ค่าสเตตัสที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าจากการผสมพันธุกรรมขององค์ราชินีทำให้พวกเขาแต่ละคนแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าตอนยังมีชีวิตเสียอีก พอได้ััพลังอันเหลือล้นแล้วพวกเขาก็้าทดสอบฝีมือกันทั้งนั้น เรียกได้ว่าตอนนี้เหล่านักรบซอมบี้ต่างก็กระหายการต่อสู้กันทั้งนั้นเลยก็ว่าได้
“องค์ราชินี ข้าทราบดีว่าท่าน้าจะเจรจากับอีกฝ่ายก่อนเป็อย่างแรก แต่หากอีกฝ่ายไม่ยินดีจะสานไมตรีหวังว่าพระองค์จะสั่งให้พวกเราได้ต่อสู้นะขอรับ” ชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีม่วงเข้มคนหนึ่งคุกเข่าลงต่อหน้าจูนก่อนจะกล่าวขอโอกาสจะได้ต่อสู้กับจูนออกมาอย่างห้ามใจไม่อยู่ ตอนนี้เผ่าพันธุ์ส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนรูปร่างให้เหมือนกับมนุษย์กันหมดแล้ว ทำให้พวกเขาดูเป็เผ่าเดียวกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ท่าทางสัญชาตญาณกระหายการต่อสู้จะยังรุนแรงอยู่แน่ๆ เพราะเผ่าของเขาก็ชอบท้าพี่นิลสู้อยู่บ่อยๆนี่นา
“ข้าเองก็อยากจอขอร้ององค์ราชินีเหมือนกันขอรับ” พี่นิลที่อยู่ในรูปลักษณ์ของชายหนุ่มผิวสีเข้มที่มีร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามหันมาก้มหัวให้จูนเล็กน้อยพร้อมสนับสนุนความ้าของลูกน้องตนอย่างหนักแน่น ความจริงคนที่อยากจะทดสอบสกิลเต็มแก่ก็ไม่ได้มีแค่พวกเผ่านักสู้หรอก เพราะแม้แต่จูนเองก็อยากจะทดสอบสกิลบัญชาโลหิตเหมือนกันว่ามันจะใช้ในการต่อสู้ได้แค่ไหน
“ท่านนิลไม่ต้องรบกวนองค์ราชินีหรอก โลกที่สามารถเลื่อนจากระดับหนึ่งมาเป็ระดับสองได้ย่อมแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว การจะหาโลกที่ยอมสงบศึกได้คงยากเต็มที” พี่หยกที่ยืนอยู่ข้างหลังส่ายหน้าช้าๆก่อนจะบอกให้พี่นิลและชายหนุ่มผมม่วงให้รอรับคำสั่งขององค์ราชินีเท่านั้น แต่สิ่งที่พี่หยกพูดก็ทำให้พวกพี่นิลเลิกรบเร้าจูนแต่โดยดี เพราะพวกทั้งพี่นิล ทั้งชายหนุ่มผมม่วงเองต่างก็เคยอยู่ในโลกที่แข็งแกร่งทั้งนั้น ในโลกแบบนั้นพวกเขาไม่ได้มองเกทเป็ภัยคุกคามอีกต่อไปแล้ว แต่พวกเขามองว่ามันเป็การเก็บเกี่ยวทรัพยากรมากกว่า ถ้าเข้ามาในเกทแล้วจะให้เลิกราเสียเฉยๆโดยไม่ได้อะไรกลับไปเลยก็คงหาคนที่ยอมรับได้น้อยนิดจริงๆ
วูบ…
การห้ามปรามของพี่หยกเพิ่งจบลงได้ไม่นาน ในที่สุดประตูมิติก็เริ่มมีปฏิกิริยาเสียที เท่านี้พวกเขาก็ไม่ต้องลุ้นอีกต่อไปแล้วและรอดูดีกว่าว่าผู้บุกรุกจะมาในรูปแบบใด
ซ่า!!!
สิ่งแรกที่พุ่งทะลักออกมาจากประตูมิติไม่ใช่ร่างของมนุษย์อย่างที่เคยเจอ แต่สิ่งที่ทะลักออกมาจากประตูมิตินั้นกลับกลายเป็น้ำจำนวนมหาศาลที่ไหลบากเข้ามาอย่างกับสึนามิกำลังจะถล่มเมืองรกร้างไม่มีผิด เผลอเพียงพริบตาเดียวพื้นที่รอบๆเกทก็กลายเป็แอ่งน้ำไปซะแล้ว
จ๋อม…
การเปิดตัวที่อลังการว่าที่คิดทำให้เหล่าซอมบี้นักรบพากันเฝ้ารอผู้บุกรุกอย่างใจจดใจจ่อ และสิ่งที่ปรากฏขึ้นหลังจากพื้นที่รอบๆเกทกลายเป็แอ่งน้ำไปแล้วนั้นก็คือร่างของสิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายผสมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ทะเลหลากหลายชนิดที่กำลังเดินลงมาในแอ่งน้ำเบื้องหน้าเกทด้วยท่าทีน่าเกรงขาม มนุษย์มัจฉาที่สวมชุดเกราะทั้งตัวจับจ้องมาทางเหล่าซอมบี้อย่างดุดันพร้อมชี้ปลายหอกมาทางพวกซอมบี้อย่างกล้าหาญอีกต่างหากทั้งๆที่จำนวนของซอมบี้และเหล่ากองทัพสัตว์ทะเลต่างกันเกือบสิบเท่าแท้ๆ
“ไอ้พวกสัตว์บก วันนี้พวกข้าจะขนสมบัติจากโลกของพวกแกไปให้หมดเอง” มนุษย์ปูตัวใหญ่ที่มีกระดองหนาอย่างกับมนุษย์สวมใส่เกราะหนักพูดออกมาผ่านเครื่องแปลภาษาที่มันสวมใส่เอาไว้ก่อนจะถือเอาโล่กระดองปูเดินนำหน้ากองทัพของมันที่ยกกันมานับร้อยเข้ามาหาพวกจูนอย่างมั่นใจ
วูบ…
พริบตาที่เกทถูกเปลี่ยนเป็สีแดงบนร่างกายของจูนก็ปรากฏแสงสีน้ำเงินขึ้นมาพร้อมเสียงแจ้งเตือนจากระบบว่าเธอกำลังโดนสกิลชี้เป้าเสียแล้ว ท่าทางเ้าพวกนี้จะคุ้นเคยกับการต่อสู้ระหว่างมิติเป็อย่างดีแน่ๆ เพราะหาก้าจะเก็บเกี่ยวทรัพยากรให้ได้มากที่สุดก็ต้องเหลือบอสเอาไว้แล้วเก็บเกี่ยวทรัพยากรระหว่างที่บอสยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น
“แบบนี้คงไม่ได้มาดีแน่ๆ” จูนถอนหายใจออกมาก่อนจะมองเหล่านักรบสัตว์ทะเลที่กำลังเดินหน้าเข้ามาพร้อมๆกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทั้งๆที่ประตูมิติปิดไปแล้วแท้ๆ ดูเหมือนในหมู่พวกมันจะมีคนที่พยายามจะใช้สกิลเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้พวกตนได้เปรียบแน่ๆ
“องค์ราชินี โปรดออกคำสั่งให้พวกเราได้สู้เถิดขอรับ” พี่นิลท่าทางจะดีใจมากที่เห็นศัตรูไม่มีท่าทีจะสมานฉันท์เลยแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นพวกมันมีท่าทีหยิ่งผยองเท่าไหร่พี่นิลก็ยิ่งรู้สึกยินดีเสียอย่างนั้น
“อนุญาตให้โจมตีได้”
ทันทีที่คำสั่งขององค์ราชินีดังขึ้น เหล่านักรบซอมบี้ก็พากันกระโจนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวแผนการของศัตรูเลยแม้แต่น้อย แต่…
ตูม!!
ทันทีที่ฝั่งซอมบี้บุกเข้าไป เ้าาาปูก็เปิดใช้งานสกิลบางอย่างทำให้พื้นน้ำที่เคยสูงแค่เอวพุ่งสูงขึ้นจนเกือบจะสูงกว่าตึกร้างเสียอีก ท่าทางสกิลของมันจะทำให้พื้นที่รอบๆกลายเป็โลกใต้น้ำแน่ๆ เพราะตอนนี้เบื้องหน้าจูนมันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในอควาเรียมเลย เพราะตอนนี้ตรงหน้าเธอคือโลกใต้ทะเลที่ไร้ซึ่งกระจกกั้น แถมภายในพื้นที่น้ำสีฟ้าครามตรงหน้าก็ยังมีเหล่าทหารสัตว์ทะเลว่ายอยู่เต็มไปหมดอย่างกับตู้ปลาขนาดใหญ่ไม่มีผิด หากต้องต่อสู้กับพวกมันภายในพื้นที่ราวกับโลกใต้น้ำแบบนั้นคงจะเสียเปรียบมากแน่ๆ
ตูม!!
น่าเสียดาย ต่อให้ตัดเื่ที่ซอมบี้ไม่จำเป็ต้องหายใจก็ได้ออกไปพวกนักรบซอมบี้ก็ไม่ได้อ่อนแอขนาดจะสู้ใต้น้ำไม่ได้หรอก แม้สกิลที่าาปูใช้ออกมาจะน่าสนใจดี แต่เหล่านักรบซอมบี้ที่มีร่างกายแข็งแกร่งสุดๆกลับสามารถเคลื่อนไหวภายในโลกใต้น้ำได้อย่างรวดเร็วเสียยิ่งกว่าพวกทหารซีฟู๊ดเสียอีก แถมคนที่บ้าพลังที่สุดอย่างพี่นิลยังพุ่งเข้าไปตรงๆแล้วเหวี่ยงดาบทีเดียวผ่าเอาพวกทหารมัจฉาที่สวมเกราะทั้งตัวโดนบดขยี้ร่างกายจนแหลกคาดาบอย่างกับแรงดันน้ำไม่มีผลอะไรเลยเสียได้
ฟุบ!!
ส่วนคนที่ท่าทางจะสนุกไม่แพ้พี่นิลเลยกลับกลายเป็พี่ฝนเสียอย่างนั้น ั้แ่ได้ร่างกายที่ครบสมบูรณ์กลับมา พี่ฝนก็ถือเป็คนที่จูนตั้งอกตั้งใจตัดต่อพันธุกรรมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ยิ่งพี่ฝนมีสภาพร่างกายที่เข้ากับพันธุกรรมที่จูนแบ่งให้ได้มากที่สุดทำให้ค่าสเตตัสที่พี่ฝนได้รับจากการตัดแต่งพันธุกรรมนั้นสูงกว่าซอมบี้คนอื่นๆมาก ตอนนี้ค่าสเตตัสโดยรวมของพี่ฝนน่าจะสูงกว่าพี่นิลเสียอีกมั้ง
ฉับ!!
เพียงแค่พริบตาเดียวพี่ฝนก็แล่ปลาไปหลายตัวทำเอากองกำลังของาาปูลดหายไปอย่างรวดเร็วจนเ้าาาปูถึงกับพ้นฟองออกมาจากปากเหมือนกำลังตื่นตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า
“อะไรกัน พวกแกเพิ่งจะเลื่อนขึ้นมาเป็ระดับสองไม่ใช่หรือไง ทำไม…” ระดับการต่อสู้ของโลกระดับ 2 นั้นท่าทางจะน่ากลัวกว่าที่คิด เพราะเ้าาาปูนั่นสามารถแยกแยะได้ด้วยว่าโลกของจูนเพิ่งจะขึ้นมาระดับ 2 ได้ไม่นาน บางทีที่โลกของมันอาจจะมีอะไรสักอย่างช่วยวัดระดับของโลกฝั่งตรงข้ามได้อย่างแม่นยำละมั้ง
“น่าเสียดายที่พวกเราเพิ่มเลเวลไม่ได้ แต่ด้วยความเมตตาขององค์ราชินีพวกเราจึงมีหนทางแข็งแกร่งขึ้นได้แม้จะเลเวลเท่าเดิมก็ตาม” ชายผมม่วงหัวเราะออกมาระหว่างกำลังใช้กรงเล็บฉีกกระชากร่างของทหารกุ้งตัวหนึ่งจนขาดเป็ชิ้นๆ แม้จูนจะไม่ทราบว่าทำไมค่าประสบการณ์ที่จูนได้รับจากการฆ่าของเหล่าซอมบี้ภายใต้คำสั่งของจูนจะถูกส่งมาให้จูนทั้งหมดก็ตาม แต่เพราะแบบนั้นเหล่าซอมบี้ทุกคนเลยยังมีเลเวลเท่าเดิมมาตลอด และด้วยเหตุผลนั้นพวกเขาก็เลยตื่นเต้นกันมากๆหลังจากได้รับการตัดแต่งพันธุกรรมแล้วนั่นเอง
“หน็อย..” ลูกน้องของาาปูโดนเหล่าซอมบี้สังหารภายในพริบตาจนเ้าาาปูรู้ตัวแล้วว่าพวกมันสู้เหล่าซอมบี้ของโลกนี้ไม่ได้แน่ๆ และพริบตานั้นเ้าาาปูก็ขยับดวงตาที่งอกอยู่บนหัวของมันมาทางจูนจนได้
ฟุบ!!
ทั้งๆที่สวมใส่เกราะหนาอยู่แท้ๆ แต่เวลาพุ่งตัวผ่านกระแสน้ำเ้าาาปูกลับพุ่งตัวได้อย่างรวดเร็วกว่าที่จูนคิดเสียอีก แต่ความเร็วของเ้าาาปูท่าทางจะไม่สามารถเทียบกับพี่ฝนได้แน่ๆ เพราะทันทีที่มันพุ่งตัวเข้าใส่จูน ร่างของพี่ฝนก็ฝ่ากระแสน้ำมาดังอยู่ข้างหน้าของาาปูเสียแล้ว
“พี่ฝน หนูยังไม่ได้ทดลองสกิลเลยนะ” ปริมาณลูกน้องของาาปูลดลงอย่างรวดเร็วจนแม้แต่จูนเองก็คาดไม่ถึง เผลอแค่อึดใจเดียวก็เหลือพวกทหารสัตว์ทะเลไม่กี่ตัวแล้ว ถ้าขืนปล่อยไปแบบนี้มีหวังจูนไม่ได้ทดลองสกิลกันพอดี
ซ่า!!
ร่างของาาปูพุ่งผ่านพี่ฝนมาอย่างง่ายดายก่อนจะพุ่งตัวออกมาจากตู้ปลาเพื่อจะเข้าไปจัดการบอสของเกทอย่างจูนให้เร็วที่สุด เพราะทางรอดของมันแทบจะเหลือแค่ทางนั้นทางเดียวซะแล้ว เพียงแต่คนที่แข็งแกร่งขึ้นมากที่สุดหลังจากการมาถึงของลูเซียสนั้นกลับไม่ใช่ทั้งพี่นิล หรือ พี่ฝน แต่มันคือจูนต่างหาก
“...” ดวงตาสีดำที่งอกอยู่บนหัวของาาปูกำลังจดจ้องไปยังเป้าหมายของมันอย่างจูนอย่างแน่วแน่ แต่ระหว่างที่ร่างของมันกำลังลอยอยู่บนอากาศสายตาของมันก็เหลือบไปเห็นหยดน้ำสีแดงเม็ดหนึ่งที่กำลังลอยอยู่ตรงหน้าเข้าเสียก่อน ของเหลวสีแดงที่มันไม่คุ้นเคยนั้นทำไมถึงดึงดูดสายตาของมันขนาดนี้กันนะ…
ฉึก!!
เพียงแค่อัดมานาลงไป หยดเืที่จูนควบคุมเพียงหยดเดียวก็แตกแขนงออกอย่างกับรากไม้ก่อนจะกลายเป็หอกเืขนาดใหญ่พุ่งเข้าบดขยี้ร่างของาาปูจนแหลกเละในพริบตา ในฐานะองค์ราชินีจูนนั้นกลับมีความสามารถด้านการรบต่ำกว่าทหารของตัวเองเสียอีก แม้สเตตัสจะสูงกว่าแต่เชิงดาบของพี่นิลก็แข็งแกร่งกว่าจูนมากเพราะเดิมที่จูนก็เป็จอมเวทไม่ใช่นักดาบเสียหน่อย และการที่จูนได้รับสกิลที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์มาเสียทีนั้นก็ทำให้จูนเหมือนได้ทำการล้างคำสาปออกไปเสียที เพราะตลอดมาจูนที่มีค่าสติปัญญาเกือบจะแตะหนึ่งหมื่นอยู่แล้วนั้นไม่มีสกิลโจมตีที่เกี่ยวกับเวทมนตร์เลยถือเป็สิ่งที่น่าเสียดายอย่างที่สุด เพราะยิ่งค่าสติปัญญามากเท่าไหร่ความรุนแรงของสกิลเวทมนตร์ก็มากขึ้นเท่านั้น เพียงแค่อัดมานาลงไปในหยดเืเล็กๆ จูนก็สามารถเพิ่มปริมาณของมันแล้วควบคุมมันให้โจมตีได้ดั่งใจ แถมความรุนแรงของมันยังน่าหวาดกลัวจนจูนไม่กล้าทดลองกับเหล่าซอมบี้ของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
“ในที่สุด… ในที่สุดก็ได้ใช้สกิลโจมตีสักที” คนที่ปลื้มปริ่มกับผลลัพธ์ที่สุดก็คือตัวจูนเองอย่างไม่ต้องสงสัย ดวงตาที่กำลังส่องประกายระยิบระยับออกมานั้นช่างเหมือนกับเด็กๆที่กำลังตื่นเต้นกับของเล่นใหม่ไม่มีผิด
“ยอดเยี่ยมมากเ้าค่ะองค์ราชินี” พี่หยกที่ยืนอยู่ด้านหลังกล่าวชื่นชมองค์ราชินีออกมาทันทีหลังจากผลการต่อสู้ปรากฏออกมาแล้ว พริบตาที่เ้าาาปูตายตู้ปลาที่สร้างขึ้นมาจากสกิลของมันก็ทิ้งตัวลงมากองอยู่กับพื้นจนกลายเป็แอ่งน้ำปกติอีกครั้ง และเหล่าทหารสัตว์ทะเลที่เสียพื้นที่ใต้น้ำไปก็โดนเหล่าซอมบี้จับตัวอย่างรวดเร็วทำให้การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วเช่นเดิม
“ขอบคุณค่ะพี่หยก” จูนฉีกยิ้มออกมาอย่างสดใสก่อนจะเหลือบไปมองพี่หยกที่ยืนอยู่เฉยๆครู่หนึ่ง เื่หนึ่งที่จูนเสียดายที่สุดก็คือ ไม่ว่าเธอจะตัดต่อพันธุกรรมอย่างไรก็ไม่สามารถเพิ่มค่าสติปัญญาที่ติดลบอยู่ของเหล่าซอมบี้ได้เลย ทั้งๆที่เธอพยายามผสมพันธุกรรมที่ช่วยเพิ่มค่าสติปัญญาให้กับพี่หยกแต่การผสมก็ผิดพลาดทุกครั้งทั้งๆที่จูนสามารถรับค่าสติปัญญาที่เพิ่มขึ้นจากพันธุกรรมพวกนั้นได้แท้ๆ แน่นอนว่าการเพิ่มค่าสติปัญญาให้เหล่าซอมบี้นั้นไม่ได้ทำเพื่อหวังให้พี่หยกสามารถใช้สกิลได้อีกครั้งเท่านั้น เพราะจูนนั้นแอบคาดหวังมานานแล้วว่าถ้าสามารถเพิ่มค่าสติปัญญาให้กับเหล่าซอมบี้ได้ บางทีพวกเขาอาจจะกลับมามีสติอีกครั้งเหมือนกับตัวจูนก็ได้…
ติ๊ง!
[ ราชินีซอมบี้ จูน ได้รับความชำนาญสกิลครบถ้วน สกิลควบคุมฝูงซอมบี้ เลื่อนระดับเป็ระดับ 10 ]
การต่อสู้ที่แสนง่ายดายเพิ่งจะจบลง อยู่ๆจูนก็ได้รับเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาเสียอย่างนั้น แถมสกิลที่ได้รับการเลื่อนระดับยังเป็สกิลควบคุมฝูงซอมบี้ที่ค้างอยู่เลเวล 9 มาตั้งหลายสิบปีอีกต่างหาก แม้จะสงสัยก็เถอะว่าทำไมเลเวลของสกิลควบคุมฝูงซอมบี้ถึงค้างอยู่เลเวล 9 มาตั้งนาน แต่จูนก็ไม่รู้จะไปถามใครนี่นา แต่ถึงมันจะเลเวลถึง 10 แล้วก็ทำได้แค่เพิ่มความสามารถในการออกคำสั่งของจูนเฉยๆเท่านั้นกระมัง
ติ๊ง!
[ สกิลควบคุมฝูงซอมบี้ พัฒนาถึงระดับที่กำหนด สกิลควบคุมฝูงซอมบี้ระดับ 10 ทำการเลื่อนขั้นเป็สกิล บัญชาการซอมบี้ ระดับ 1 ]
“...” ถึงจะเคยได้ยินว่าบางครั้งสกิลก็สามารถพัฒนาขึ้นได้ แต่จูนก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่าสกิลควบคุมฝูงซอมบี้จะมีการพัฒนาขึ้นเป็สกิลบัญชาการซอมบี้ไปเสียได้ แต่ถึงชื่อจะเปลี่ยนไปแต่ความสามารถควบคุมเหล่าซอมบี้ก็ยังเหมือนเดิม ไม่สิ มันดีกว่าเดิมขึ้นมาอีกเพราะนอกจากจะใช้มานาน้อยลงแล้วระยะสั่งการก็กว้างขึ้นมาก แต่สิ่งที่ทำให้จูนรู้สึกขนลุกไปทั้งตัวนั้นกลับเป็ข้อความ่ท้ายที่เขียนกำกับเอาไว้ตรงส่วนท้ายของสกิลต่างหาก
[ ราชินีซอมบี้สามารถแต่งตั้งซอมบี้ภายใต้สังกัดให้กลายเป็ แม่ทัพซอมบี้ ได้ 1 ตำแหน่ง ]
ไม่นึกมาก่อนเลยว่าผลของสกิลจะทำให้เธอสามารถเปลี่ยนอาชีพของซอมบี้หนึ่งคนได้แบบนี้ แถมสกิลของแม่ทัพซอมบี้ยังน่าสนใจมากเพราะแม่ทัพซอมบี้สามารถใช้สกิลบัพเหล่าซอมบี้ที่อยู่รอบๆได้ทำให้กองทัพที่มีแม่ทัพซอมบี้อยู่แข็งแกร่งขึ้นไปอีก แถมแม่ทัพซอมบี้ยังสามารถเรียนรู้สกิลของตัวเองได้อีกต่างหาก และที่สำคัญที่สุดก็คือ แม่ทัพซอมบี้สามารถแบ่งค่าประสบการณ์จากราชินีได้ และสามารถเพิ่มเลเวลได้นั่นเอง