เสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้องไปทั่วหมู่เกาะที่เปลี่ยวร้างส่งแสงสายฟ้าสีขาวสว่างพาดผ่านผืนฟ้าดำมืดไปอย่างน่ากลัวท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำลงบนดินราวกับฟ้ารั่ว ยังมีเสียงกรีดร้องของผู้คนมากมายดังโหยหวนอย่างน่าเวทนาพื้นน้ำทั่วเกาะเจิ่งนองไปด้วยเืสีแดงฉานส่งกลิ่นคาวคลุ้งชวนสะอิดสะเอียน
“เวิน ซวนหยาง” นั่งอยู่ท่ามกลางซากศพมากมายของมนุษย์ทั้งชายหญิงร่างเล็กของเขากำลังสั่นเทาราวกับไม่อาจควบคุมสัญชาตญาณและความ้า “ฆ่า” ในใจของตนเองลงได้มือเล็กที่เปียกชุ่มไปด้วยเืแม้ถูกสายฝนชำระล้างก็ไม่อาจเรียกคืนชีวิตที่ถูกมือนี้พรากไป ซวนหยางกุมมือที่สั่นเทาของตนเองเอาไว้ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับปีศาจร้ายและหัวใจกำลังเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง เขาฆ่าคน....เขาฆ่าคนไปมากมาย ทุกคนล้วนแต่ถูกเขาฆ่าตายทั้งหมด!!!!
“หยางจื่อ”ราวกับถูกสายน้ำเย็นชุ่มชโลมไปทั่วร่างกายเมื่อซวนหยางได้ยินเสียงเรียกที่อ่อนโยนของใครบางคน
“หยางจื่อ ลูกได้ยินแม่มั้ย หยางจื่อ”ซวนหยางยกมือเล็กกุมหัวใจที่เต้นกระหน่ำอย่างรุนแรงของตัวเองเอาไว้ร่างกายของเขาร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟหัวใจเจ็บหน่วงจนแทบแตกะเิออกมาเขาพยายามควบคุมความคลุ้มคลั่งของตัวเองอย่างสุดกำลัง แต่สติกลับเลือนรางลงทุกที
“หยางจื่อ ลูกได้ยินแม่มั้ย” เสียงเรียกนั้นราวกับดังอยู่ไกลแสนไกลสติของเขากำลังจะถูกความมืดเข้ามาครอบงำอีกครั้ง เขา้าทำลายทุกอย่างเขาอยากฉีกกระชากิญญาของคนที่ขัดขวางเขาให้ดับสิ้นไป อยากทำให้พวกมันไร้ทางสู้
...อยากทำให้พวกมันตาย...
“หยางจื่อ ลูกไม่ใช่สัตว์ร้ายจงควบคุมมัน” เสียงที่อ่อนโยนนั้นทำให้ดวงตาสีแดงฉานราวกับเืของซวนหยางค่อยๆอ่อนแสงลง
“มันเป็เพียงแค่ความคิดชั่วร้ายในจิตใต้สำนึกของมนุษย์เท่านั้นลูกเอาชนะมันได้ ลูกรักของแม่.... ลูกเอาชนะมันได้”ราวกับถูกแสงแดดที่อบอุ่นโอบกอดหัวใจ ซวนหยางได้สติกลับมาแล้วพบว่าแม่ของเขากำลังกอดเขาเอาไว้ทั้งที่ร่างกายชุ่มไปด้วยเื
“แม่...แม่ครับ!!” ซวนหยางมองร่างกายที่เต็มไปด้วยาแของแม่แล้วร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว
“เก่งมาก...หยางจื่อเก่งมากลูก” เวิน หนิงเอ๋อร์ ยิ้มให้ลูกชายอย่างอ่อนโยน ใบหน้างดงามของเธอแม้จะเปียกปอนไปด้วยหยดฝนแต่ก็ยังคงเปล่งประกายสว่างไสวเธอโอบกอดร่างเล็กที่สั่นเทาของลูกชายเอาไว้แล้วลูบที่แผ่นหลังของเขาอย่างปลอบโยนซวนหยางมองซากศพมากมายที่เขาเป็คนพรากเอาชีวิตไปทั้งน้ำตา....เขาไม่ได้ตั้งใจเขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
“ผะ...ผมผมฆ่า พวกเขา ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่ได้ตั้งใจ!!!”
“ไม่เป็ไรลูก ไม่ต้องกลัว แม่อยู่นี่”
“ผมขอโทษ ผมไม่ได้ ฮึ่ก...ก...ผมไม่ได้ตั้งใจฆ่าพวกเขาผมแค่....อยากปกป้องแม่!!!”ซวนหยางซบใบหน้าชุ่มน้ำตาลงไปบนอกของแม่แล้วร้องไห้สะอื้นด้วยความรู้สึกผิดเขาไม่อยากทำร้ายใคร เขาไม่อยากพรากชีวิตของใครไปทั้งนั้นแต่เขาควบคุมความ้าฆ่าไม่ได้...เขากลัวตัวเองเขากลัวว่าวันหนึ่งเขาจะทำร้ายคนที่ตัวเองรักเพราะความคลุ้มคลั่งที่เขาไม่อาจควบคุมมันเขากลัว!!
“หยางจื่อไม่เป็ไรนะลูก ไม่ต้องกลัว.... ลูกเก่งมาก ลูกไม่ได้ทำอะไรผิดลูกรักของแม่ไม่ต้องกลัว” เวินหนิงเอ๋อร์กอดลูกชายเอาไว้ท่ามกลางสายฝนที่เหน็บหนาวแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆเธอยกมือลูบที่แผ่นหลังเล็กๆ นั้นด้วยความรักทั้งหมดที่มีในใจถึงแม้ว่าเธอจะรักลูกและอยากอยู่เพื่อปกป้องเขามากแค่ไหน แต่เธอก็ต้องจากไป....เพื่ออนาคตของเขาและของลูกหลานเขาในยุคต่อไปดังนั้นเธอจะต้องจบเื่เลวร้ายนี้ลงด้วยมือของเธอเอง
“หยางจื่อ ลูกอยากปกป้องแม่ใช่มั้ย”
“ครับ ผมอยากปกป้องแม่” เวินเหนิงเอ๋อร์คลายกอดลูกชายแล้วยกมือเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเล็กๆนั้นอย่างอ่อนโยน
“ถ้าลูกอยากปกป้องแม่ ลูกต้องเชื่อที่แม่บอก เข้าใจมั้ยลูก”ซวนหยางพยักหน้าทั้งน้ำตา
“ไปหาที่ซ่อนตัวซะ อย่าให้ใครเห็น” เด็กหนุ่มนิ่งไปเมื่อได้ยินคำขอนั้น
“ไม่...ไม่ครับผมไม่ไป ผมจะไปกับแม่ด้วย”
“แม่ให้ลูกไปด้วยไม่ได้มันอันตรายมาก”
“ผมไม่ไป!!”
“แม่สัญญาแม่จะกลับมารับลูก” ซวนหยางจับมือของแม่เอาไว้แน่นเขาปล่อยให้แม่ไปคนเดียวไม่ได้.... เขาสัญญาเอาไว้แล้วว่าจะปกป้องแม่
“ให้ผมไปด้วยนะครับ” เวินหนิงเอ๋อร์ส่ายหน้าทั้งน้ำตาเธอจับที่ไหล่ของลูกแล้วมองดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของซวนหยางก่อนจะยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
“หยางจื่อฟังแม่ให้ดีนะลูกสิ่งที่พ่อกับแม่กำลังทำไม่ใช่เพียงแค่ปกป้องลูกเท่านั้นแต่มันเป็การปกป้องลูกหลานของลูกในยุคต่อๆไปด้วยลูกคือความหวังของแม่คือความหวังของพาราไดซ์ ดังนั้นจงใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งและนำพาแสงสว่างมาสู่อณาจักรนี้ให้ได้ลูกทำได้ใช่มั้ย”
“ไม่เอาผมไม่ทำ ฮึ่ก..ก...ถ้าแม่ไม่อยู่ด้วย ผมจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น”เสียงสะอื้นของลูกบาดลึกเข้าไปในหัวใจของคนเป็แม่จนเธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
“ดวงอาทิตย์ของแม่จงเปลี่ยนแปลงพาราไดซ์และเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ซะ สัญญาสิ” ซวนหยางส่ายหน้าทั้งน้ำตาถ้าหากไม่มีแม่อยู่ข้างๆ แล้วเขาจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้ยังไงกัน
“ถ้าหากลูกไม่สัญญาแม่จะไม่มีวันยกโทษให้ลูกอย่างเด็ด”
“แม่ครับ”เด็กน้อยร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกเ็ปและหวาดกลัว
“สัญญาสิลูกสัญญากับแม่” คำขอร้องของแม่ทำให้ซวนหยางร้องไห้สะอื้นอย่างน่าสงสารเด็กน้อยมองใบหน้าที่อ่อนโยนของแม่ พร้อมกับเอ่ยคำสัญญาออกมาทั้งน้ำตา
“ผม...ผมสัญญาครับ”
“เก่งมากลูกเก่งมาก” เวินหนิงเอ๋อร์ยกมือเช็ดน้ำตาออกไปจากใบหน้าเล็กๆของลูกชายก่อนจะกอดร่างน้อยของลูกเอาไว้แนบอก ซวนหยางซบใบหน้าลงไปกับอกของแม่แล้วกอดแม่เอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าจะสูญเสียอ้อมกอดที่อบอุ่นนี้ไป อย่างไม่มีวันได้คืน
แล้วตอนนั้นเองเสียงะเิก็ดังลั่นขึ้นจนพื้นดินบนเกาะสั่นะเืแสงไฟจากยานรบบนผืนฟ้าสาดส่องไปทั่วบริเวณเสียงสัญญาณเตือนภัยถูกเปิดดังไปทั่วทั้งเกาะ และหน่วยรบของ “อามิน” ก็เริ่มต่อสู้กันกับกลุ่มฏการปะทะกันด้วยปืนรังสีและอาวุธาทำลายล้างบริเวณโดยรอบและคร่าเอาชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปมากมายซวนหยางยังคงจับมือแม่เอาไว้ เขารู้สึกได้ว่าถ้าหากเขาปล่อยมือนี้ไปเขาจะไม่มีวันได้เห็นรอยยิ้มที่สว่างสดใสของแม่อีก
“หยางจื่อ ไปซ่อนตัว แล้วแม่จะรีบกลับมารับลูก”
“ไม่....ผมไม่ไป!!”
“ไปซะ!!”
“หนิงเอ๋อร์!!”เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลังทำให้ซวนหยางหันกลับไปมองเขาเด็กหนุ่มเห็นใบหน้ารกหนวดเคราใต้ผ้าคลุมผืนใหญ่ของชายคนนั้นแล้วรู้สึกเจ็บหน่วงที่หัวใจขึ้นมาอย่างประหลาดกลิ่นร่างกายของเขาไม่เหมือนอัลฟ่าทั่วไปเขามีรูปร่างสูงใหญ่และเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แข็งแกร่ง ผู้ชายคนนี้เป็ใครกัน
“มู่เฉิง” เวินหนิงเอ๋อร์หันไปมองเขาชายในชุดคลุมจึงย่อตัวนั่งลงแล้วเอามือกำที่แขนของเธอเอาไว้
“เราต้องไปกันแล้ว”
“ขอเวลาหน่อยฉันอยากอยู่กับลูกอีกสักพัก” ซวนหยางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นผู้ชายคนนี้จะพาแม่ของเขาไปไหน
“เด็กคนนี้...” ชายในชุมคลุมหันมามองซวนหยางก่อนจะหันไปมองเวินหนิงเอ๋อร์ด้วยใบหน้าซีดเผือด
“หรือว่า เป็เขา...”
“ใช่...เด็กคนนี้คือดวงอาทิตย์ของพาราไดซ์”คำพูดนั้นทำให้ร่างสูงของชายในชุดคลุมถึงกับชะงักไปเขาใช้ดวงตาคมกล้าใต้ผ้าคลุมผืนใหญ่มองซวนหยางราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ทิ้งเขาไว้ที่นี่แล้วไปกับฉัน”
“หยุดนะ!!” ซวนหยางลุกยืนทั้งที่ร่างกายยังอ่อนแรงเด็กหนุ่มกำมือแน่นแล้วยืนขวางร่างชุ่มเืของแม่เอาไว้อย่างเด็ดเดี่ยวเขามองชายในชุดคลุมด้วยั์ตาสีแดงเข้มของอัลฟ่าและเขาพร้อมจะฆ่าทุกคนที่ทำร้ายแม่ของเขา
“ถ้าแกแตะต้องแม่ของฉันฉันจะฆ่าแก!!”ชายในชุดคลุมมองั์ตาแข็งกร้าวของเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความสนใจความกดดันที่อัลฟ่าน้อยปล่อยออกมารุนแรงจนถึงขั้นทำให้มือของนักฆ่าอย่างเขาสั่นเทาได้น่าสนใจจริงๆ
“สมกับเป็ อามิน สมแล้วที่เป็ลูกชายของเ้านั่นหึ...หวังว่าฉันคงไม่ได้คาดหวังอะไรผิดๆ”
“อย่าเข้ามานะ!!”ซวนหยางตวาดร่างสูงใหญ่นั้นเสียงดังลั่น เขาสัญญาเอาไว้แล้วว่าจะปกป้องแม่เขาจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายแม่ของเขาเด็ดขาด
“หนิงเอ๋อร์ ไปกับฉัน”ชายในชุดคลุมผลักซวนหยางออกให้พ้นทางแล้วดึงเวินหนิงเอ๋อร์ให้ลุกยืน
“หยุดนะ!! อย่าแตะต้อง......”เสียงของซวนหยางเงียบหายไปทันทีเมื่อถูกเข็มเล็กๆปักลงที่คอ ชายในชุดคลุมใช้เข็มเคลือบยาพิษบางอย่างกับเขาทำให้ร่างกายของเขาขยับไม่ได้ไม่มีเสียงพูด...ไม่อาจเคลื่อนไหวทั้งๆที่ยังมีสติและรับรู้ทุกอย่างรอบตัวได้อย่างสมบูรณ์ร่างน้อยของซวนหยางล้มลงท่ามกลางสายฝนเขามองเห็นใบหน้าชุ่มหยดน้ำตาของแม่อย่างชัดเจน
“มู่เฉิง...ขอเวลาฉันหน่อยได้โปรด” ชายในชุดคลุมตัดใจปล่อยมือเธอออก เวินหนิงเอ๋อร์จึงอุ้มลูกชายขึ้นมาจากพื้นแล้วพาเขาไปซ่อนตัวซวนหยางร้องไห้ออกมาด้วยความเ็ปและพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มือเหนี่ยวรั้งมือที่อบอุ่นของแม่เอาไว้สุดกำลัง
“อย่าไปนะครับ ผมรักแม่....อย่าทิ้งผมไปผมขอร้อง” ซวนหยางได้แต่บอกแม่ผ่านดวงตาที่ชุ่มได้ด้วยหยดน้ำตาใสเขาพยายามเอ่ยปากพูดแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลยร่างกายของเขาหยุดเคลื่อนไหวราวกับตายไปแล้วมีเพียงดวงตาเท่านั้นที่บ่งบอกได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เวินหนิงเอ๋อร์ดึงร่างอ่อนแรงของลูกชายไปซ่อนไว้หลังพุ่มไม้ใหญ่ก่อนจะจูบลงที่ใบหน้าของเขาทั้งน้ำตา
“หยางจื่อ แม่รักลูกแม่รักลูกมากลูกคือดวงอาทิตย์ของแม่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแม่อยากให้ลูกจำเอาไว้ว่าแม่รักลูก” เวินหนิงเอ๋อร์กอดลูกเอาไว้แล้วร้องไห้อย่างน่าเวทนา
“หนิงเอ๋อร์ เราไม่มีเวลาแล้ว” จาง มู่เฉิง ถอดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นเรือนผมสีเงินสว่างไสวราวกับเส้นไหมต้องแสงจันทร์ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมและมีดวงตาที่หนักแน่นราวกับภูผาที่ยากจะสั่นคลอนเขาดึงปืนรังสีออกมาแล้วคว้าที่แขนของเวินหนิงเอ๋อร์เอาไว้
“ถ้าไม่ไปตอนนี้เราจะไม่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงอะไรอีก”
“มู่เฉิงขอให้ฉัน...ได้กอดลูกอีกสักครั้ง ได้โปรดเถอะ”
“เราไม่มีเวลาแล้ว ไปกับฉัน!!” เวินหนิงเอ๋อร์ถูกชายในชุมคลุมดึงออกไปจากลูกชายทั้งน้ำตาหญิงสาวร้องไห้ออกมาแล้วมองใบหน้าของซวนหยางเป็ครั้งสุดท้าย
“หยางจื่อ แม่รักลูก!!”
“แม่ครับ อย่าไป!!!!!!”ซวนหยางกรีดร้องอยู่ในใจด้วยความทรมานไม่ว่าเขาจะพยายามร้องเรียกสักแค่ไหนแต่แม่ของเขาก็ไม่กลับมาเด็กหนุ่มนอนนิ่งอยู่ในพงหญ้าเพราะฤทธิยา แม้ว่าร่างกายของเขาจะไม่อาจเคลื่อนไหวแต่ประสาทััทั้งห้ายังทำงานได้อย่างสมบูรณ์
เขาได้ยินเสียงฟ้าร้องและเสียงฝนตกกระหน่ำดังอื้ออึงไปทั่วได้ยินเสียงะเิและเสียงปะทะกันของหน่วยรบพิเศษอามินกับกลุ่มฏทั้งยังมีเสียงกรีดร้องของผู้คนดังโหยหวยอย่างน่าเวทนาเสียงร้องไห้เสียงก่นด่าสาปแช่งดังสะท้อนก้องไปมาอยู่ในหู รอบๆร่างกายเต็มไปด้วยร่างไร้ิญญาของคนตายกลิ่นคาวเืยังคงฟุ้งกระจายอย่างน่าสะอิดสะเอียนเขานอนอยู่ตรงนั้นท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำอย่างรุนแรง
มืดไปหมด...หูเขาของเขาได้ยินแต่เสียงฝนตกปะปนกับเสียงกรีดร้องดังอื้ออึงจนปวดร้าวไปทั้งแก้วหู....หนาว....ร่างกายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยหยดฝนที่หนาวเหน็บกลิ่นคาวเืคลุ้งเต็มจมูกจนเขาหายใจไม่ออก....ทรมาน....และน่ากลัว
“แม่ครับผมกลัว....ฮึ่ก..ก..อย่าทิ้งผมไป ผมกลัว....ผมหนาว มันมืดไปหมดผมมองไม่เห็น...ผมกลัว!!”เด็กน้อยรู้สึกเหมือนลมหายใจกำลังถูกความมืดดูดกลืนให้หายไปเรื่อยๆ เขาหายใจไม่ออกในปอดรู้สึกแสบร้อนไปหมด ช่วยด้วย...ใครก็ได้ ช่วยด้วย!!
“ซวนหยาง ซวนหยางนายได้ยินฉันมั้ย!!”เยว่ซินพยายามปลุกซวนหยางที่นอนขดตัวและร้องไห้ด้วยความทรมานอยู่บนเตียงเหมือนคนตกน้ำที่กำลังตะเกียดตะหายควานหาอากาศหายใจซวนหยางเหมือนคนใกล้ตายที่อากาศในปอดเหลือน้อยลงทุกที
“ซวนหยาง!!”เยว่ซินพยายามปลุกเขาด้วยความใเมื่อเห็นซวนหยางยกมือดึงเรือนผมสีดำขลับของตัวเองเอาไว้ก่อนจะหอบหายใจด้วยความทรมานร่างสูงใหญ่สั่นสะท้านเพราะความหนาวเหน็บทั้งยังเริ่มทำร้ายตัวเองให้าเ็อย่างน่ากลัวไม่ว่าเยว่ซินจะพยายามปลุกเท่าไหร่ เขาก็ไม่ได้สติเลย
“ซวนหยาง ซวนหยางได้ยินฉันมั้ย”
“ผมกลัว ผมมองไม่เห็น....ผมกลัว”เยว่ซินรีบเปิดไฟที่หัวเตียงและรอบๆห้องนอนของซวนหยางก่อนจะวิ่งกลับไปที่ห้องของตัวเองแล้วเอาผ้าห่มทั้งหมดที่มีในบ้านออกมาคลุมตัวให้เขาซวนหยางเป็แบบนี้มาั้แ่เด็กแล้ว เขากลัวเสียงฟ้าร้องและไม่ชอบเวลาที่ฝนตกทุกครั้งที่ฝนตกเขาจะเปิดไฟนอนหรือบางทีอาจจะไม่นอนเลยทั้งคืนเหมือนนานมากแล้วจริงๆที่เยว่ซินไม่ได้เห็นซวนหยางฝันร้ายอย่างรุนแรงเพราะฝนตกแบบนี้
“ผมกลัว....มันมืดไปหมด....ผมหนาวช่วยผมด้วย แม่ครับ...ผมหนาว”
“ซวนหยาง”เยว่ซินปีนขึ้นไปบนเตียงของเขาแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมตัวซวนหยางเอาไว้หลายผืนเสียงสายฝนยังคงตกกระหน่ำอย่างรุนแรงที่ด้านนอกของบ้านยิ่งเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้องมากเท่าไหร่ สติของซวนหยางก็ยิ่งดับหายไปมากเท่านั้นเขาร้องไห้และเริ่มจิกมือลงไปบนผิวเนื้อของตัวเองราวกับควบคุมไม่ได้เล็บของเขาฝังลงไปบนต้นแขนกำยำและเริ่มมีเืไหลซึมออกมาเยว่ซินพยายามแกะมือเขาออกแต่ซวนหยางแข็งแรงเกินไปถ้าหากไม่ทำอะไรสักอย่างซวนหยางอาจจะควบคุมกำลังของตัวเองไม่ได้ แล้วทำให้ตัวเองาเ็โดยไม่รู้ตัวอีกแน่
“ซวนหยาง”เยว่ซินไม่มีทางเลือกก็เลยโน้มตัวลงไปกอดร่างที่สั่นเทานั้นเอาไว้เมื่อสัญชาตญาณรับรู้ว่ามีคนมาััร่างกายซวนหยางก็คว้าที่แขนของเยว่ซินไว้แล้วบีบแน่น
“ซวน...ซวนหยาง”เยว่ซินพยายามข่มกลั้นความเจ็บแล้วกอดร่างสั่นเทาใต้ผ้าห่มผืนหนาของซวนหยางเอาไว้แน่นข้อมือของเขาปวดแปล๊บราวกับกระดูกจะแตกออกเป็เสี่ยงแต่เขาก็ยังคงกอดซวนหยางเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“หยาง....หยางจื่อ ไม่ต้องกลัว”เยว่ซินกอดเขาเอาไว้แน่นแล้วซบใบหน้าลงไปที่ไหล่ของเขาพร้อมกับใช้มืออีกข้างลูบที่เรือนผมสีดำขลับนั้นแ่เบา
“ไม่ต้องกลัวนะเดี๋ยวฝนก็หยุดตกแล้วฉันจะอยู่กับนายจะไม่ทิ้งนายไปไหนไม่ต้องกลัวความมืดไม่ต้องกลัวหนาวไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น.....นอนซะฉันจะปกป้องนายเอง”อ้อมกอดที่อบอุ่นกับเสียงปลอบประโลมที่อ่อนโยนนั้นทำให้ซวนหยางค่อยๆสงบลงเขายังคงกำแขนเยว่ซินเอาไว้แล้วขดร่างที่สั่นเทาของตัวเองลงไปบนอกของคนตัวเล็กกว่าทั้งน้ำตา
“ซวนหยาง”เยว่ซินไม่รู้ว่าซวนหยางกำลังฝันถึงอะไรและไม่รู้ด้วยว่าในอดีตซวนหยางต้องพบเจอกับเื่เลวร้ายอะไรมาบ้างเขารู้แค่เพียงว่าทุกครั้งที่ฝนตกหนักซวนหยางจะไม่นอนเลยทั้งคืน แต่ถ้าครั้งไหนที่เขานอนเขาจะกรีดร้องด้วยความทรมานและทำร้ายตัวเองแบบนี้เสมอซวนหยางไม่ชอบตอนที่ฝนตกไม่ชอบเสียงฟ้าร้องและไม่ชอบความมืดครั้งแรกที่เยว่ซินเห็นซวนหยางฝันร้ายเพื่อนของเขาร่างกายชุ่มไปด้วยเืและร้องไห้อย่างน่าสงสารเขาอยากรู้ว่าซวนหยางเป็อะไรแต่เขาคงถามซวนหยางไม่ได้เราสัญญากันไว้แล้วว่าจะไม่ถามคำถามที่อีกฝ่ายไม่อยากตอบและจะไม่อยากรู้ว่าเพื่อนของตัวเอง แท้จริงแล้ว.....เป็ใคร
เยว่ซินนอนกอดซวนหยางอยู่อย่างนั้นเพื่อพาจิตใจที่บอบช้ำของซวนหยางผ่านคืนที่ฝนตกหนักนี้ไปและปล่อยให้จิตใจของตัวเองได้คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยทั้งเื่ราวในอดีตที่ซวนหยางปิดบังเขาไว้และเื่วุ่นวายที่รอเขาอยู่ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยเยว่ซินนอนฟังเสียงฝนและคิดถึงเื่ราวมากมายเ่าั้จนถูกความง่วงเข้ามาครอบงำแล้วนอนหลับไปในที่สุด
.
.
.
....ใกล้รุ่งสาง บังเกอร์ของเยว่ซิน....
ฝนหยุดตกตอนใกล้รุ่งสางทำให้ซวนหยางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอัลฟ่าหนุ่มหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อนึกถึงความฝันที่แสนโหดร้ายในคืนที่ฝนตกกระหน่ำอย่างรุนแรงเหมือนนานมากแล้วจริงๆที่เขาไม่ได้ฝันถึงวันที่โหดร้ายบนเกาะนั่น
“แม่ครับ”ซวนหยางนึกถึงรอยยิ้มสุดท้ายของแม่ด้วยความเ็ปหลังจากเหตุการณ์เลวร้ายบนเกาะจบลง เวลาก็ผ่านไปเกือบสิบปีแล้วเขาพยายามตามหารังของพวกคณะปฏิวัติและกลุ่มฏฮันเตอร์มาโดยตลอดหน่วยรบของอามินอาจจะคลี่คลายสถานการณ์บนเกาะได้ แต่ไม่อาจคลี่คลายสาเหตุการตายที่มีเงื่อนงำของแม่เขาซวนหยางนึกถึงใบหน้าใต้ผ้าคลุมของชายผมสีเงินด้วยความแค้นเขาสาบานต่อป้ายิญญาของแม่เอาไว้แล้วว่าเขาจะฆ่า จาง มู่เฉิง ให้ได้!!!
อัลฟ่าหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆและกำลังนึกถึงวิธีการหาข่าวด้วยความเครียด การทำงานคนเดียวภายใต้สถานการณ์แบบนี้เสี่ยงเกินไปถ้าหากตัวตนของเขาถูกเปิดเผยจะพลอยทำให้ผู้คนรอบกายของเขามีอันตรายไปหมดแต่จะปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆแบบนี้ก็คงไม่ได้อีกไม่นานจะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของคณะปฏิวัติเขา้าข้อมูลของพวกมันมากกว่านี้
“หรือว่าต้องไปขอความช่วยเหลือจากคนๆนั้นจริงๆ” ซวนหยางถามตัวเองในใจการกลับไปที่พาราไดซ์เป็ทางเลือกสุดท้ายที่เขาจะทำ เขาไม่อยากเจอหน้าคนๆนั้นคนที่เขาเกลียดชังสุดหัวใจ
“เฮ้อ....ลองใช้วิธีอื่นดูก่อนละกัน”ซวนหยางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะขยับตัวเพื่อลุกขึ้นนั่งและตอนนั้นเองเขาถึงได้รู้ว่ามือของเขากำลัง...กำอะไรบางอย่างอยู่
“อะไร??....”ซวนหยางหันไปมองที่ข้างเตียง ใต้ผ้าห่มที่คลุมร่างกายของเขาเอาไว้หลายชั้นมีการเคลื่อนไหวของใครบางคนอยู่ร่างสูงเปิดผ้าห่มตรงอกของตัวเองออกจึงได้เห็นว่าเยว่ซินกำลังนอนอยู่ตรงนั้นแถมยังกอดเขาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยอีกต่างหาก
“อาเยว่!!”ซวนหยางช็อคไปทันทีเมื่อเห็นแบบนั้นเขารีบปิดผ้าห่มคลุมหน้าเยว่ซินเอาไว้เหมือนเดิมก่อนจะหันกลับมามองหลอดไฟบนเพดานแล้ว...ตั้งสติ
“ทำไม....อาเยว่ถึงมานอนอยู่ตรงนี้”ซวนหยางคิดด้วยความสงสัย เยว่ซินไม่ยอมนอนเตียงเดียวกันกับเขามาั้แ่อายุ 18ปีแล้ว สมัยก่อนเขาใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัดเพื่อให้เยว่ซินใจอ่อนยอมให้เขานอนด้วยแต่ก็ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง เยว่ซินไม่อยากนอนกับเขาจนถึงขั้นยอมทุบกระปุกที่ตัวเองหวงนักหวงหนาเพื่อมาทำห้องนอนอีกห้องให้กับเขา
“แล้ว...ทำไม??”ซวนหยางไม่เข้าใจว่าเยว่ซินไม่อยากนอนเตียงเดียวกันกับเขาขนาดนั้นแล้วทำไมตอนนี้...ถึงมานอนอยู่บนเตียงของเขาได้อัลฟ่าหนุ่มกวาดสายตาไปรอบๆห้องแล้วพยายามคิดอีกครั้งเยว่ซินเปิดไฟทุกดวงในบ้านและห่มผ้าให้เขาตั้งหลายผืน....หรือว่า
“เสียงนั่น”ซวนหยางเปิดผ้าห่มตรงอกของตัวเองออกอีกครั้ง ก่อนจะมองใบหน้าหวานละมุนที่กำลังนอนหลับพริ้มด้วยความรู้สึกหลากหลายในใจอ้อมกอดที่อบอุ่นและเสียงที่คอยปลอบประโลมเขาอยู่ทั้งคืนเป็เสียงเยว่ซินเองหรอกหรอเพราะฝนตกหนักและเขาฝันร้ายเยว่ซินก็เลยต้องมานอนที่นี่สินะ
“ขอโทษนะ อาเยว่” ซวนหยางบอกคนตัวเล็กกว่าเบาๆเขาคงทำให้เยว่ซินลำบากโดยไม่รู้ตัวอีกแล้วถึงแม้ว่าจะพยายามปิดบังความอ่อนแอและตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้มากแค่ไหนแต่สุดท้ายเขาก็เผยด้านที่อ่อนไหวออกมาให้เยว่ซินได้เห็นอยู่ดี....ยิ่งพยายามปิดบังก็ยิ่งถูกเยว่ซินจับได้เขานี่มันอ่อนหัดจริงๆ
“อาเยว่ถ้านายรู้ว่าฉันเป็ใครนายจะเกลียดฉันหรือเปล่า” ซวนหยางได้แต่ถามเยว่ซินในใจตลอดเวลาที่ผ่านมาเยว่ซินคอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอไม่ว่าจะเป็ตอนที่หัวเราะหรือร้องไห้ ตอนที่อ่อนแอพ่ายแพ้หรือสิ้นหวังสำหรับเขาแล้วเยว่ซินเป็เหมือนเครื่องราง เป็เหมือนกับแสงสว่างในชีวิตที่ดำมืดของเขาเขากลัวว่าวันหนึ่งถ้าเยว่ซินรู้ว่าเขาเป็ใครเขาจะไม่มีวันได้เห็นรอยยิ้มที่สว่างสดใสของเยว่ซินอีก
ในขณะที่ซวนหยางกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเยว่ซินก็ขยับตัวเบาๆ แล้วเบียดร่างน้อยที่อบอุ่นนั้นเข้าไปกับอกกว้างของเขาทำเอาซวนหยางถึงกับนอนนิ่งเป็ขอนไม้คนตัวเล็กกว่าขยับตัวอีกครั้งแล้วซุกใบหน้าลงไปบนไหล่ของซวนหยางทำให้ปลายจมูกเล็กๆนั้นัักับต้นคอของเขาแ่เบา
“อา....อาเยว่”ซวนหยางรู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองเป็อัมพาตมีแต่หัวใจเท่านั้นที่กำลังเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรงอยู่ในอกเขาไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวว่าเยว่ซินจะตื่นอัลฟ่าหนุ่มนอนจินตนาการว่าตัวเองเป็ขอนไม้อยู่สักพักเพื่อรอให้เยว่ซินหยุดเคลื่อนไหวจากนั้นจึงค่อยๆยกมือประคองศีรษะของเยว่ซินให้ลงมานอนหนุนหมอนดีๆ
“อือ....”เพราะถูกมือของใครบางคนดึงออกไปจากอกของซวนหยางเยว่ซินก็เลยขยับตัวอีกครั้งก่อนจะยกมือโอบกอดร่างสูงเอาไว้แน่นซวนหยางพยายามแกะมือของเยว่ซินออกทั้งใบหน้าแดงเข้มเมื่อถูกร่างน้อยที่อบอุ่นนั้นเบียดััไปทั่วทั้งตัว
“ซวนหยาง...”ร่างสูงชะงักมือที่กำลังแกะแขนเยว่ซินออกจากเอว แล้วมองใบหน้าหวานละมุนใต้หนวดเคราที่รกมอมแมมนั้นด้วยความใเมื่อกี้....เยว่ซินเรียกชื่อเขาใช่มั้ยแต่ซวนหยางยังไม่ได้คำตอบด้วยซ้ำมือเล็กๆของเยว่ซินก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วลูบผ่านแผงอกของเขาขึ้นไปจนถึงลำคอ
“นี่...มันอะไรกัน”ร่างกายของเยว่ซินเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆจนซวนหยางรู้สึกได้ ฟีโรโมนกลิ่นดอกไม้ที่เคยหอมละมุนเปลี่ยนเป็หอมกรุ่นเย้ายวนใจอย่างชัดเจนซวนหยางยกมือปิดจมูกตัวเอาไว้ทันทีเมื่อร่างกายรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ฟีโรโมนแบบนี้ของเยว่ซินเขาเพิ่งจะเคยได้กลิ่นเป็ครั้งแรกนี่ไม่ใช่กลิ่นหอมที่ถูกส่งออกมาเพราะความอาย แต่เป็กลิ่นเย้ายวนใจเพราะร่างกายกำลังมีความ้าบางอย่างมันคือฟีโรโมนเพศ หรือว่าเยว่ซินกำลัง......
“ฝัน....ถึงเรา”ซวนหยางพยายามดึงสติที่เตลิดออกไปนอกโลกของตัวเองกลับมาเยว่ซินกำลังฝันถึงเขาอยู่อย่างนั้นหรอ ฝันแบบไหนกัน!!
“ซวนหยาง...”มือเล็กร้อนผ่าวนั้นลูบผ่านแผงอกกว้างลงมาอีกครั้งพร้อมกับกลิ่นฟีโรโมนหอมหวานเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆซวนหยางกลั้นหายใจเอาไว้พร้อมกับหัวใจเต้นระทึกแล้วมองมือของเยว่ซินที่กำลังเลื่อนผ่านหน้าท้องของเขาลงไปเรื่อยๆ จนถึง...
“ว๊ากกก!!!!”ซวนหยางแหกปากร้องลั่นเมื่อมือของเยว่ซินกำลังลูบต่ำลงไปจนถึงขอบกางเกงชุดนอนของเขาอีกแค่นิดเดียวก็จะจับโดนหยางๆน้อยของเขาอยู่แล้วดีนะที่มันกำลังนอนหลับอยู่....แต่พอมองดูอีกที
“ซวยแล้วไง!!!”ซวนหยางมองที่เป้ากางเกงของตัวเองด้วยความใเมื่อหยางๆน้อยที่เขาคิดว่ากำลังนอนหลับไหล ดันตื่นขึ้นมาเป็หยางๆใหญ่เพราะััของเยว่ซินซะงั้น
“อือ...”เยว่ซินรู้สึกตัวขึ้นมาเพราะเสียงร้องดังลั่นของซวนหยางทำเอาคนถูกลวนลามต้องรีบคิดหาทางออกหัวแทบแตกถ้าเยว่ซินรู้ว่าเขาตื่นก่อนมีหวังอายจนปล่อยฟีโรโมนออกมาเล่นงานเขาทั้งวันทั้งคืนแน่เลยแค่นี้เขาก็ทรมานจะแย่แล้ว เยว่ซินงัวเงียลุกขึ้นมาพลางยกมือขยี้ตาด้วยความง่วงทำให้ซวนหยางรีบพลิกตัวกลิ้งลงไปจากเตียงทันที
“อุ่ก!! ละ...ลูกพ่อ”เพราะตกลงไปกระแทกพื้นในท่านั้นเลยทำให้ซวนหยางจุกจนพูดไม่ออก แต่จะปล่อยให้เยว่ซินเห็นหยางๆน้อยตื่นไม่ได้เดี๋ยวก็จะหาว่าเขาเป็โรคจิตแล้วไม่ยอมเข้าใกล้เขาอีก....แต่เดี๋ยวสิ....คนที่ทำให้มันตื่นโรคจิตกว่าไม่ใช่หรือไง!! ให้ตายเถอะ....นี่มันเื่บ้าอะไรกันวะเนี่ย!!
“อือ...ซวนหยาง?? ซวนหยาง!!” เยว่ซินตื่นขึ้นมาแล้วเปิดผ้าห่มหาตัวซวนหยางด้วยความใซวนหยางหายไปไหนทำไมถึงไม่ได้นอนอยู่บนเตียงคนตัวเล็กกว่ากวาดสายตามองไปรอบห้องทันทีจึงได้เห็นว่าซวนหยางกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น
“ทำไมไปนอนตรงนั้น”เยว่ซินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ทำไมซวนหยางถึงลงไปนอนอยู่บนพื้นได้กันล่ะ หรือว่าเมื่อคืนจะนอนละเมอแล้วกลิ้งตกลงไป
“เอาเถอะ เลิกฝันร้ายก็ดีแล้ว”เยว่ซินว่าพลางมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดสลัวเมื่อคืนซวนหยางฝันร้ายหนักมากจนเขากลับไปนอนที่ห้องไม่ได้หมอนั่นทั้งร้องไห้และทำร้ายตัวเอง เขาก็เลยไม่กล้าปล่อยให้ซวนหยางนอนคนเดียวเขากลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ร่างของซวนหยางโชกไปด้วยเืเหมือนตอนนั้นอีก
เยว่ซินกุมข้อมือที่เขียวช้ำของตัวเองเอาไว้พลางลุกออกไปจากเตียงเขาเอาหมอนให้ซวนหยางหนุนแล้วดึงผ้าห่มลงมาคลุมร่างสูงให้เขาก่อนจะนั่งมองดวงตาที่กำลังหลับพริ้มนั้นอยู่สักพัก เยว่ซินอยากรู้จริงๆว่าเกิดเื่เลวร้ายอะไรขึ้นในอดีตของซวนหยางทำไมเขาถึงได้เดินทางออกมาจากมหานครที่ยิ่งใหญ่อย่างพาราไดซ์เพื่อมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียว
“ซวนหยางเกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่” เยว่ซินยกมือลูบที่ผมของเขาเบาๆก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วลงมาเช็ดร่องรอยของน้ำตาที่เคยไหลผ่านใบหน้างดงามนี้ออกไปเขาไม่อยากให้ซวนหยางร้องไห้เลย เขาไม่อยากให้ดวงอาทิตย์ของเขาต้องเ็ปถ้าเป็ไปได้เขาอยากปกป้องรอยยิ้มของซวนหยางไว้ตลอดไป
คนตัวเล็กเลื่อนปลายนิ้วผ่านใบหน้าของซวนหยางลงมาจนถึงริมฝีปากหนาได้รูปสวยผิวกายอ่อนนุ่มตรงนั้นถูกเยว่ซินใช้ปลายนิ้วแตะััอย่างอ่อนโยนหัวใจของซวนหยางเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง เยว่ซินไม่เคยััเขาแบบนี้มาก่อนวิธีการััแบบนี้ มันหมายความว่ายังไงกัน....แล้วตอนนั้นเองซวนหยางก็รู้สึกได้ถึงความเย็นชื้นจากริมฝีปากของเยว่ซินที่ประทับลงมาบนหน้าผากของเขา
“อยางจื่อ อย่าร้องไห้อีกเลยนะ”เยว่ซินจูบลงไปบนหน้าผากของซวนหยางแล้วบอกคนที่กำลังนอนหลับไหลอย่างอ่อนโยนถึงแม้ว่าเขาจะอยากรู้อดีตของซวนหยางมากแค่ไหนแต่เขาก็ไม่อาจล้ำเส้นความเป็เพื่อนไปยุ่งเกี่ยวกับเื่ส่วนตัวของซวนหยางได้เขารู้ว่าซวนหยางมีเื่มากมายปิดบังเขาอยู่เขาแค่รอให้ซวนหยางเปิดใจแล้วบอกเื่นี้กับเขาด้วยตัวเอง
เยว่ซินลุกยืนแล้วหอบผ้าห่มมาถือไว้ก่อนจะปิดไฟแล้วเดินออกไปจากห้องทันทีที่ประตูปิดลงซวนหยางก็ลืมตาขึ้นมาอัลฟ่าหนุ่มผุดลุกนั่งแล้วยกมือแตะหน้าผากของตัวเองเอาไว้ทั้งหัวใจเต้นแรงสิ่งที่เยว่ซินทำกับเขาเมื่อครู่นี้มันแตกต่างจากเวลาปรกติอย่างสิ้นเชิงทั้งการัั ทั้งเสียงที่ใช้ปลอบโยนเขา แถมยัง...แอบจูบหน้าผากเขาอีกคนเป็เพื่อนกันเขาจูบหน้าผากกันด้วยหรอ??
“อาเยว่...”ซวนหยางไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่เยว่ซินมีต่อเขาเรียกว่าอะไรทั้งััที่อ่อนโยนแตกต่างจากเวลาปรกติทั่วไปทั้งฟีโรโมนเพศและคำพูดอะไรอีกมากมายที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วยซวนหยางนั่งคิดหัวแทบแตกว่าสิ่งที่เยว่ซินทำมันหมายความว่ายังไง
“หรือว่า...จะเป็เพราะความไว้ใจ”ซวนหยางหันกลับไปมองที่เตียงแล้วนึกถึงตอนที่ถูกเยว่ซินละเมอลวนลามทั้งใบหน้าแดงเข้ม
“ใช่...ที่อาเยว่ทำอะไรแปลกๆแบบนั้นต้องเป็เพราะความไว้ใจ ล้านเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว” ซวนหยางพยายามปลอบใจตัวเองแต่พอมาคิดดูให้ดี
“แล้วความไว้ใจจะทำให้นายหื่นได้ยังไงกันฟร๊ะ!! มาแอบล้วงแอบจูบคนอื่นเขาแบบนี้มันจะเป็เพราะความไว้ใจได้ยังไง!!”เขาร้องออกมาด้วยความโมโห ไม่ว่าจะคิดยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับความไว้ใจเลยสักนิดเยว่ซินจะต้องฝันอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเขาแน่นอนไม่อย่างนั้นจะปล่อยฟีโรโมนกลิ่นแบบนั้นออกมาได้ยังไงแถมยัง.....ใช้มือ....ััไปทั่วร่างกายของเขาอีก
“โอ้ย...ให้ตายเถอะฉันจะเป็บ้าตายอยู่แล้ว” ซวนหยางนึกถึงััของเยว่ซินทั้งใบหน้าแดงเข้มแต่สิ่งที่ทำให้เขาใยิ่งกว่าก็คือ เพียงแค่เขาจินตนาการเยว่ซินเท่านั้นร่างกายก็ร้อนวูบขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้แถมหยางๆน้อยที่เพิ่งจะนอนหลับไปก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่น่าให้อภัยเลย
“หยุดๆๆ อย่าจินตนาการอาเยว่เป็เพื่อนสนิทนะโว้ย!!”อัลฟ่าหนุ่มโขกหัวตัวเองลงกับโต๊ะข้างเตียงแรงๆไปทีดูเหมือนพอหัวโนแล้วจะทำให้สติของเขาดีขึ้นแต่พอหันกลับไปมองที่เตียงเท่านั้นซวนหยางก็ต้องโขกตัวตัวเองลงไปกับโต๊ะอีกรอบและอีกรอบ...แต่....ไม่ไหวกลิ่นฟีโรโมนของเยว่ซินยังฟุ้งกระจายอยู่ในห้องจนสติเขาเตลิดไปหมดแถมยังได้ยินแต่เสียงเรียกแ่เบานั้นตลอดเวลาเลยซวนหยางหยุดจินตนาการของตัวเองไม่ได้เขาอยากรู้ว่าเยว่ซินฝันอะไรทำไมถึงได้ััร่างกายของเขาแบบนั้นหรือว่านี่เป็เหตุผลที่เยว่ซินยืนยันที่จะไม่นอนเตียงเดียวกันกับเขาอย่างนั้นหรอ
.
.
.
....สวนดอกไม้ สถาบันโซฮาร์....
สองแฝดกำลังยืนมองสภาพครึ่งผีครึ่งคนของซวนหยางด้วยความสงสัยั้แ่เดินออกมาจากถนนใหญ่ในอานทาวน์ซวนหยางก็เอาแต่พึมพำพูดอะไรก็ไม่รู้อยู่คนเดียวแถมยังไม่ยอมเข้าไปใกล้เยว่ซินเลยด้วย ทำเอาเพื่อนๆเป็ห่วงกันไปหมด
“นายทำอะไรเขาหรือเปล่า อาเยว่”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรนะ”
“งั้นทำไมไปนอนบ้านนายแค่วันเดียวเขาถึงมีสภาพแบบนั้นล่ะ”
“จริงด้วย น่าเวทนาสุดๆนี่เราต้องพาเขาไปไบโอแลปหรือเปล่า”พอสองแฝดว่าอย่างนั้นเยว่ซินก็เลยหันไปมองซวนหยางที่เดินอย่างสติเลื่อนลอยอยู่ข้างหลังด้วยความแปลกใจพอเห็นเยว่ซินหันมามองแบบนั้น ซวนหยางก็ถึงกับสะดุ้งไปทันที
“ฉันว่าเขาดูหลอนๆยังไงไม่รู้นายไปทำอะไรกระทบกระเทือนจิตใจเขาหรือเปล่า”
“นั่นน่ะสิอาหยางของพวกเราไม่เคยสงบเสงี่ยมเรียบร้อยขนาดนี้มาก่อนเลย นี่มันผิดปรกติชัดๆ”เยว่ซินมองใบหน้าแดงเข้มของซวนหยางด้วยความสงสัย เื่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างนั้นหรอ....หรือว่าจะเป็เื่!!
“เมื่อคืนนี้ฉัน!!”
“นายทำไม!!”สองแฝดถามด้วยความอยากรู้ในขณะที่ซวนหยางกำลังมองเยว่ซินด้วยความใหรือว่า...เยว่ซินจะจำได้ว่าเมื่อคืนทำอะไรเขาไว้บ้าง
“ฉัน....เรียกเขามากินข้าวแล้วเขาไม่ยอมมากินฉันก็เลยขู่ว่าจะเก็บเงินเขาสิบเท่า”
“รวมดอกเบี้ยแบบคนกันเองด้วยหรือเปล่า”
“ใช่...แล้วก็ขู่ว่าจะให้เขาไปกินข้าวกับเชฟอัตโนมัติด้วย”
“นั่นไง” สองแฝดว่า
“อาเยว่ นายทำเกินไปแล้วนะ”
“จริงด้วยทุกวันนี้อาหยางก็จนมากพออยู่แล้ว นายยังจะไปเก็บดอกเบี้ยกับเขาอีก”
“ก็...ฉันไม่คิดว่าเขาจะจนขนาดนั้นนี่อีกอย่างคนจนที่ไหนจะมีเงินไปซื้อคัมภีร์เบิกเนตรทุกเดือน”
“นายนี่ไม่รู้อะไรซะแล้วลูกผู้ชายอย่างพวกเราไม่มีเงินซื้อข้าวกินน่ะเื่เล็กแต่ไม่มีเงินซื้อคัมภีร์เบิกเนตรคอลเลกชันใหม่สิเื่ใหญ่นี่มันศึกแห่งศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายเลยนะ” เยว่ซินหรี่ตามองสามหื่นแห่งโซฮาร์ด้วยความเหนื่อยใจแปลว่าเ้าสามตัวนี่ยอมอดข้าวตายเพื่อคัมภีร์ลามกสินะ ให้ตายเถอะ
“ไม่รู้ล่ะ นายทำร้ายจิตใจอาหยางไปรับผิดชอบเลยนายก็รู้ว่าเขาเกลียดเชฟอัตโนมัติก็ยังจะไปขู่เขาอีก”
“นั่นน่ะสิ อีกอย่างนายจะมองว่าเขาโคฟเวอร์เป็คนจนไม่ได้นะเขาน่ะจนจริงไม่ติงนังขนาดกางเกงในขาดเป็รู เขายังต้องใส่ตัวเดิมเลย”เยว่ซินถึงกับช็อคที่ได้ยินแบบนั้นตอนเขาซักเสื้อผ้าให้ซวนหยางเขาไม่ได้สังเกตุเลยว่ากางเกงในของซวนหยางขาดเป็รู จะว่าไปปีนี้ซวนหยางก็ตัวสูงขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยคงต้องพาไปเปลี่ยนไซน์กางเกงในแล้วล่ะ
“ไว้ฉันจะพาเขาไปซื้อใหม่ละกัน”
“ดีมากอาเยว่แล้วอย่าไปเก็บดอกเบี้ยกับเขาล่ะ”
“ทำไม??”
“อ้าว...ก็เขาจนไงนายเก็บดอกเบี้ยโหดจนอาหยางไม่มีอันจะกินแล้ว นี่ดอกเบี้ยแบบคนกันเองของนายทำอาหยางเป็โรคซึมเศร้าได้เลยนะ”เยว่ซินรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเมื่อโดนสองแฝดรุมต่อว่าเอาแบบนั้น
“พวกนายจะบอกว่าที่เขามีสภาพเป็แบบนั้น เพราะการเก็บดอกเบี้ยของฉันหรอ”
“ยังไม่รู้ตัวอีก ไปขอโทษเขาเลยเห็นมั้ยว่าเขาน่าสงสารขนาดไหน”
“จริงด้วย แล้วก็อย่าลืมลดอัตราดอกเบี้ยให้เขาด้วยล่ะการประนอมหนี้แบบคนกันเองนายเข้าใจหรือเปล่า”เยว่ซินหันไปมองซวนหยางด้วยความรู้สึกผิดเขาไม่คิดเลยว่าซวนหยางจะคิดมากเพราะเื่ดอกเบี้ยแบบคนกันเองขนาดนี้คนตัวเล็กหยุดเดินแล้วหันหลับไปมองซวนหยาง ทำเอาคนตัวสูงกว่าถึงกับสะดุ้งโหยง
“มะ...มีอะไรหรอ อาเยว่”
“เอ่อ...”ซวนหยางลุ้นว่าเยว่ซินจะพูดอะไรจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
“ซวนหยางถ้านายไม่มีเงินฉันจะลดดอกเบี้ยให้ก็ได้นะ”
“หา???”
“แล้วก็กางเกงในที่ขาดเป็รูนายเอาทิ้งไปเถอะเดี๋ยวฉันจะพาไปซื้อใหม่”
“กะ...กางเกงใน??” สติของซวนหยางถึงกับเหม่อลอยไปไกลแสนไกลใครบอกเยว่ซินว่ากางเกงในเขาขาดเป็รู ไม่ใช่ซักหน่อย โดนแฝดนรกหลอกแล้ว!!
“ไม่ต้องคิดมากนะไว้นายค่อยมาใช้หนี้ฉันตอนสิ้นเดือนก็ได้เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวนายเองแล้วก็ถ้านายไม่มีค่าเช่าที่พักนายก็ไปนอนบ้านฉันก่อนแล้วค่อยไปขอผ่อนค่าเช่าเอาทีหลังไม่คิดดอกเบี้ย” ซวนหยางยืนรากงอกอยู่ตรงนั้นเขาล่ะอยากจะขุดหลุมฝังตัวเองไว้ใต้ต้นมะม่วงซะจริงๆที่เขามีสภาพแบบนี้ก็เป็เพราะเยว่ซินนั่นแหละ ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่มีเงินซักหน่อยใครกันที่มาแอบล้วงแอบจูบเขาจนเขามีสภาพเป็แบบนี้
แต่...เดี๋ยวสิ พอมาคิดดูให้ดีแล้วถ้าเขาอยากจะพิสูจน์เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ก็มีแต่ต้องไปนอนบ้านเยว่ซินอีกเท่านั้นล่ะ
“อาเยว่”
“อะไร??”
“นายพูดเองนะ”เยว่ซินมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“พูดอะไร??”
“ก็พูดว่าถ้าฉันไม่มีค่าเช่าที่พักให้ฉันไปนอนบ้านนายก่อนไง”
“อือ...ไปก็ไปสิ”เยว่ซินว่าแล้วหันหลังออกเดินตามสองแฝดไป ซวนหยางก็เลยรีบตามไปด้วย
“อาเยว่ฉันบอกว่าฉันจะไปนอนที่บ้านนาย ทำไมนายถึงไม่ใเลยล่ะ”เยว่ซินหันกลับมามองเขาแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ
“ใทำไมนายไปนอนที่บ้านฉันบ่อยจนมีห้องนอนเป็ของตัวเองไปแล้ว ไม่เห็นจะแปลกอะไรเลย”ซวนหยางดึงแขนเยว่ซินเอาไว้แล้วมองใบหน้าหวานละมุนนั้นอย่างจริงจัง
“ถ้าไม่แปลกงั้นคืนนี้ฉันจะไปนอนที่ห้องนาย”
“หา??!!”เยว่ซินอึ้งไปทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น เขารีบแขนตัวเองออกมาจากมือของซวนหยางทั้งใบหน้าแดงเข้ม
“นายจะไป นอน...ห้องฉันทำไมห้องนายก็มี”
“ก็นายบอกเองว่ามันไม่แปลกแล้วทำไมจะนอนด้วยกันไม่ได้”
“แล้ว...ทำไมต้องนอนด้วยกันเป็บ้าหรือไง”
“งั้นก็บอกเหตุผลมาสิว่าทำไมถึงให้ฉันไปนอนด้วยไม่ได้”เยว่ซินมองใบหน้าจริงจังนั้นแล้วเงียบไป เขาจะตอบซวนหยางว่ายังไงดีล่ะเนี่ย
“ฉัน....เอ่อ....ไม่สะดวก”
“ไม่สะดวกเื่อะไร”
“เื่....ส่วนตัว”
“เื่อะไรล่ะ”
“ก็บอกว่าเื่ส่วนตัวไง”
“ยกตัวอย่างเช่น”เยว่ซินถอนหายใจออกมาแรงๆ เขาไม่อยากพูดกับคนเอาแต่ใจอย่างซวนหยางแล้วหมอนี่เข้าใจคำว่าเื่ส่วนตัวบ้างหรือเปล่า
“อาเยว่นายยังไม่ได้ตอบคำถามเลยนะ” ซวนหยางรีบเดินไปขวางหน้าเพื่อนเอาไว้เมื่ออยู่ๆเยว่ซินก็เดินหนีไปแบบนั้น
“ถอยไป”
“นายก็บอกมาก่อนสิ”
“ก็บอกว่าเื่ส่วนตัวไงล่ะ!!” เยว่ซินผลักเพื่อนออกไปให้พ้นทางแล้วรีบเดินหนีไปทั้งใบหน้าแดงเข้ม ซวนหยางก็เลยรีบวิ่งตามไปด้วยเขาไม่ยอมแพ้หรอกวันนี้เขาจะต้องรู้คำตอบให้ได้
“บอกมา!!”
“ไปให้พ้น!!”
“อาเยว่ บอกมา!!”
“ไอ้บ้าเอ๊ย น่าโมโหจริงๆเลย!!”
“โมโหก็บอกความจริงมาสิจะได้จบไป!!”
“ก็บอกว่าเื่ส่วนตัวไงวะ!!”แล้วเยว่ซินกับซวนหยางก็เริ่มตีกันแต่ดูเหมือนจะมีแต่ซวนหยางที่ต้องเป็ฝ่ายหลบเท้าเล็กๆของเยว่ซินซะมากกว่าสองแฝดทำหน้าเซ็งเมื่อเพื่อนอัลฟ่าของพวกเขาเริ่มทะเลาะกันอีกแล้ว
“นี่อาเล่อรอบนี้ตานายไปนั่งกับอาเยว่นะ”
“ไม่อ่ะ ฉันกลัวฉันหนีไปบวช”แฝดคนพี่พูดด้วยความสยอง นั่งกับเยว่ซินก็เสี่ยงหูดับนั่งกับซวนหยางก็เสี่ยงต่อการการโดนลูกหลงเวลาหมอนั่นทำลายข้าวของ
“นั่งกับใครก็เสี่ยงพอกัน”สองแฝดร้องออกมาด้วยความเศร้า
“ไปห้ามสองคนนั้นกันเถอะชีวิตของพวกเราจะได้ปลอดภัย”
“เห็นด้วยเลยพี่ชาย” ว่าแล้วสองแฝดก็เดินกลับไปหาซวนหยางกับเยว่ซินก่อนที่ทั้งคู่จะทะเลาะกันหนักกว่านี้
“น่ารำคาญจริงๆไปให้พ้นเลย”
“นายก็บอกมาก่อนสิว่าทำไมฉันถึงนอนกับนายไม่ได้”
“ก็บอกว่าไม่สะดวกไง”
“นายไม่สะดวกเื่อะไรนายก็บอกมาสิ” เยว่ซินมองซวนหยางด้วยความโมโห หมอนี่เหมือนหมาบ้าไม่มีผิดเลยพออยากรู้อะไรก็เอาแต่ถามเซ้าซี้จะเอาคำตอบให้ได้ น่ารำคาญสุดๆถ้าหากไม่ทำอะไรสักอย่างคงถูกซวนหยางตามกัดไม่ยอมปล่อย...คงต้องใช้วิธีที่เด็ดขาดซะแล้วล่ะ
“นี่ซวนหยางนายจะบังคับให้ฉันพูดจริงๆใช่มั้ย”
“ใช่...ว่ามาเลย”
“นายแน่ใจนะว่านายจะรับมันได้”หัวใจของซวนหยางเต้นกระหน่ำขึ้นมาทันทีเมื่อเยว่ซินพูดแบบนั้นหรือว่าเยว่ซินจะยอมรับออกมาตรงๆ ว่า.....ฝันถึงเขา
“ฉัน....เอ่อ....ฉันคิดว่าฉันรับได้”ซวนหยางตอบแล้วมองเยว่ซินด้วยหัวใจเต้นระทึก
“ฉันไม่สะดวกตอนที่จินตนาการถึงผู้หญิง”
“หา??”คำตอบนั้นทำให้ซวนหยางถึงกับพูดไม่ออก
“นายก็เป็ผู้ชายเหมือนกันนายน่าจะเข้าใจนะถึงแม้ว่าฉันจะไม่ค่อยพูดเื่แบบนี้เท่าไหร่แต่ฉันก็มีความ้าเหมือนผู้ชายทั่วๆไปมันก็เลยไม่สะดวกเวลาที่ฉันจะ....เอ่อ....จินตนาการถึงผู้หญิงสวยๆซักคน”ซวนหยางรู้ว่าเยว่ซินอายมากที่ฝืนใจพูดเื่แบบนี้ออกมาเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามเขากลิ่นฟีโรโมนหอมกรุ่นของเยว่ซินฟุ้งกระจายออกมาทั่วทั้งตัวขนาดนี้จะให้เขาเชื่อเื่โกหกของเยว่ซินได้ยังไงที่สำคัญ....จะมาบอกว่าชอบผู้หญิงทั้งๆที่เยว่ซินเพิ่งจะแอบจูบเขาไปเนี่ยนะ
“นายหมายถึงถ้าฉันนอนกับนายจะทำให้นายไม่สะดวก ตอนช่วยตัวเองใช่มั้ย”คำพูดหยาบโล้นที่ตรงไปตรงมานั้นทำให้ใบหน้าของเยว่ซินแดงเข้มขึ้นมาทันทีกลิ่นฟีโรโมนที่หอมกรุ่นเพราะความอายฟุ้งกระจายออกมาจากร่างกายของเยว่ซินทำให้มุมปากหยักรั้งของซวนหยางยกยิ้มด้วยความพอใจคิดจะพูดเื่แบบนี้เพื่อให้เขายอมแพ้จากความอยากรู้งั้นหรอ โจว เยว่ซิน คิดน้อยไปซะแล้ว
“ว่าไง ฉันพูดถูกหรือเปล่า”
“เอ่อ...อืม”เยว่ซินจำใจต้องตอบแบบนั้นออกมา ขอร้องล่ะ...รีบๆยอมแพ้ไปสักทีเถอะเขาอายจนแทบจะทนไม่ได้อยู่แล้ว
“ให้ตายสิ....ฉันลืมคิดถึงเื่นี้ไปได้ยังไงกันนายเองก็อายุ 25 ปีแล้วนี่ ก็ต้องมี่เวลาที่อยากััใครซักเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ”
“ชะ...ใช่”
“งั้นก็แปลว่านายฝันเห็นผู้หญิงเป็ครั้งแรกไปแล้วสินะ” เยว่ซินพยักหน้าสำหรับอัลฟ่าโอเมก้าหรือเบต้าแล้วการฝันเห็นเพศตรงข้ามเป็ครั้งแรกหมายถึง่เวลาของร่างกายไม่ว่าจะเพศชายหรือหญิงมีความพร้อมที่จะสืบพันธุ์พวกเขาและเธอจะเริ่มสนใจเพศตรงข้ามและเข้าใจความ้าของตนเองอย่างชัดเจน
“ฉันฝันครั้งแรกตอนอายุ 18แล้วนายล่ะ ฝันตอนไหน ไม่เห็นจะเล่าให้ฉันฟังบ้างเลย”
“เอ่อ...ตอน 18 เหมือนกัน”เยว่ซินตอบทั้งใบหน้าแดงเข้ม เขาพยามต่อสู้กับความอายแล้วตอบคำถามของซวนหยางเพราะเขารู้นิสัยของหมอนี่ดีว่าถ้าหากหนีไปดื้อๆแล้วไม่ตอบอะไรเลยล่ะก็โดนกัดไม่ปล่อยไปหลายวันแน่
“โห...นี่ฉันพลาดเื่สำคัญขนาดนี้ไปได้ยังไงกันเนี่ยอาเยว่....นายทำร้ายจิตใจฉันมากเลยนะรู้ตัวหรือเปล่า”
“ฉัน...ทำอะไร??”
“นายไม่เคยเล่าให้ฉันฟังเลยว่านายทำอะไรในความฝันบ้าง”ใบหน้าของเยว่ซินเห่อร้อนขึ้นมาเพราะความอายเมื่อนึกถึงความฝันครั้งแรกของตัวเอง....เขามองใบหน้าบึ้งตึงของซวนหยางแล้วหลบสายตาคมกล้านั้นลงความฝันครั้งแรกของเขามันไม่ปรกติ แล้วเขาก็คิดว่ามันน่าจะมีอะไรผิดพลาดบางอย่างบางทีอาจจะเป็เพราะความไว้ใจเลยทำให้เขาฝันอะไรบ้าๆแบบนั้น
“ไหนลองเล่ามาซิว่านายทำอะไรกับเธอบ้าง”
“หา...นายจะบ้าหรือไงจะให้มาเล่าอะไรตรงนี้กันล่ะ”ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ๆคนตัวเล็กกว่าแล้วโน้มตัวลงมามองใบหน้าแดงเรื่อนั้นอย่างจริงจัง
“พูดเบาๆก็ได้ ฉันจะตั้งใจฟัง”เยว่ซินอายมากจนพูดอะไรไม่ออก เขาทนไม่ไหวแล้วถ้าเป็เื่นี้เขาสู้ซวนหยางไม่ได้หรอก
“พอ....ได้แล้ว เลิกบ้าซักทีฉะ...ฉันไม่อยากพูด” ซวนหยางยิ้มออกมาด้วยความพอใจก่อนจะยืดตัวขึ้นเมื่อจมูกรับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมละมุนที่กำลังฟุ้งกระจายไปทั่ว
“งั้นฉันขอเปลี่ยนคำถามละกัน”
“จะคำถามไหนฉันก็ไม่ตอบทั้งนั้น”
“ถ้าไม่ตอบคืนนี้ฉันจะเข้าไปนอนในห้องของนายให้ได้ ถึงแม้ว่านายจะช่วยตัวเองอยู่ก็ตาม”
“ซวนหยาง!!” เยว่ซินร้องออกมาด้วยความโมโหหมอนี่หน้าด้านไร้ยางอายเกินไปแล้ว มาพูดเื่บ้าบออะไรแบบนี้ในที่สาธารณะกันไม่รู้จักอายบ้างเลยหรือไง คนตัวเล็กกว่าสูดลมหายใจเข้าไปในปอดด้วยความอดทนอย่าไปวางแผนฆ่าคนชั่วอย่างซวนหยางให้เสียเวลาเลย รีบๆตอบให้มันจบๆไปเถอะ
“ว่าไง จะตอบคำถามฉันได้หรือยัง”
“ว่ามา”เสียงห้วนจัดนั้นทำให้ซวนหยางยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
“นายฝันเห็นเธอบ่อยหรือเปล่า”
“บ่อย”
“แล้วเมื่อคืนนายก็ฝันเห็นเธอด้วยใช่มั้ย” ผิวแก้มของเยว่ซินเห่อร้อนขึ้นมาเพราะความอาย แต่คิดว่าแค่ตอบออกไปตรงๆก็คงจะไม่เป็อะไรเพราะซวนหยางไม่รู้ซักหน่อยว่าเขาฝันเห็นใคร
“ใช่...”คำตอบนั้นทำให้คนถามถึงกับอึ้งไปทันที ใบหน้าของซวนหยางแดงเข้มลามไปจนถึงใบหู ความรู้สึกตอนถูกเยว่ซินััร่างกายเริ่มเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้งดูเหมือนซวนหยางจะอายมากจนพูดอะไรไม่ออก เมื่อคืนเยว่ซินฝันเห็นเขาจริงๆด้วยแถมยังเป็ฝันแบบ....แบบนั้น!!
“นี่พวกนายทะเลาะกันอีกแล้วหรอ”สองแฝดเดินกลับมาถามทั้งคู่พลางจับเยว่ซินกับซวนหยางแยกออกจากกัน
“อย่าทะเลาะกันเลยน่าไปกินข้าวกันเถอะ”
“จริงด้วยพวกนายทำเหมือนคู่แต่งงานไม่มีผิด ทะเลาะกันทุกวันไม่เบื่อบ้างเลยหรือไง”เยว่ซินถูกสองแฝดดึงไปก่อน ซวนหยางก็เลยรีบตั้งสติแล้วเดินตามไปด้วยอัลฟ่าหนุ่มพยายามคิดว่าที่เยว่ซินฝันแบบนั้นเป็เพราะความไว้ใจ เพราะว่าเขายังหาคำตอบเื่นี้ไม่ได้แถมเยว่ซินก็ยังคงทำตัวปรกติกับเขาเหมือนเดิมอย่างไม่มีอะไรแปลกไปเลยด้วย....เว้นเสียแต่ว่าเขาจะไม่รู้ตัวเขาถึงจะได้เห็นอีกด้านที่เยว่ซินพยายามซ่อนเอาไว้จากสายตาเขา
“อาเยว่ นายคิดยังกับฉันกันแน่”ซวนหยางได้แต่ถามเพื่อนอัลฟ่าของของตัวเองในใจเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เยว่ซินทำกับเขามันแปลว่าอะไรเขากับเยว่ซินเป็เพื่อนกันมานานเกินกว่าที่แค่เพียง “ความไว้ใจ” จะทำให้เยว่ซินมีความรู้สึกอย่างอื่นกับเขาได้เขาไม่กล้าถามเยว่ซินตรงๆเพราะเขารู้ว่าเยว่ซินคงไม่มีทางตอบความจริงออกมาแน่....มีแต่ต้องหาทางพิสูจน์ด้วยตัวเองเท่านั้น
.... ศูนย์อาหาร สถาบันโซฮาร์....
เยว่ซินไม่รู้ว่าคำตอบของเขาทำให้ซวนหยางเครียดหรือเปล่าเพราะหลังจากที่เขาพูดเื่แบบนั้นออกไปซวนหยางก็เอาแต่ถอนหายใจแล้วไม่พูดอะไรอีกเลยเพื่อนอัลฟ่ายักของเขาเอาแต่นั่งเหม่อแล้วก็หันมามองเขาเป็พักๆจากนั้นก็หันกลับไปแล้วเหม่ออีกรอบท่าทางแบบนั้นทำให้เยว่ซินรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาหรือว่าพักหลังเขาใกล้ชิดกับซวนหยางมากเกินไป ก็เลยเผลอตัวทำอะไรให้ซวนหยางสงสัยเอาได้โธ่เว้ย...ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด กลายเป็ว่าเยว่ซินเองก็เครียดตามซวนหยางไปแล้วตอนนี้
“นี่พวกนายทะเลาะกันเื่อะไรอีกล่ะเนี่ย”คู่แฝดหันมาถามเยว่ซินเมื่อเห็นสภาพซวนหยางเป็แบบนั้น
“ฉันไม่ได้ทะเลาะกับเขาซักหน่อย”
“แต่เขาดูสติไม่ดีเลยนะ น่าจะต้องพาไปตรวจจริงๆ แล้วล่ะ”แฝดคนพี่ว่าด้วยความเป็ห่วง
“แต่ฉันว่าพาไปซื้อคัมภีร์เบิกเนตรคอลเลกชันใหม่ ก็น่าจะดีขึ้นแล้วนะ”
“ฉันก็ว่างั้น” เยว่ซินเองก็เห็นด้วยกับอาเล่ยจะมีเื่อะไรทำให้ซวนหยางสติเลื่อนลอยได้ถ้าไม่ใช่เื่ไร้สาระ แล้วตอนนั้นเองหุ่นยนต์ไข่ก็วิ่งมาตามรางเลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อเสริฟอาหารให้ทุกคน
“อาเยว่ อาหารนายมาแล้ว” สองแฝดบอกเพื่อนเยว่ซินเลยหยิบถุงเหรียญทองของตัวเองออกมา แต่เขายังไม่ได้วางเหรียญลงไปในช่องรับรับเงินของหุ่นยนต์ไข่ด้วยซ้ำฝาครอบอาหารก็ถูกเปิดออกพร้อมกับที่ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของเยว่ซินซวนหยางลุกยืนทันทีเมื่อเห็นเหลียงชุนสองแฝดเองก็ด้วย
“พวกนาย เป็อะไร??”เยว่ซินหันกลับไปมองที่ด้านหลังจึงได้เห็นว่าเหลียงชุนยืนอยู่ตรงนั้นเขายังมีผ้าพันแผลชนิดพิเศษของไบโอแลปแปะอยู่ที่คอใบหน้ามีรอยฟกช้ำเล็กน้อยแต่โดยรวมแล้วเขาก็ไม่ได้เป็อะไรมาก เยว่ซินมองร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าด้วยความแปลกใจทำไมเหลียงชุนถึงได้หายาเ็ไวขนาดนี้ อัลฟ่าเืบริสุทธิ์นี่ขี้โกงจริงๆ ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งมากขนาดไหนกันนะถึงฟื้นจากอาการาเ็ใกล้ตายได้ราวกับว่าเป็เพียงแค่ไข้หวัดธรรมดา
“นาย...ไม่ได้อยู่ที่โบโอแลปหรอ”
“ทำไมต้องอยู่”
“ก็...นายาเ็ตั้งขนาดนั้น”
“ฉันดูเหมือนคนาเ็งั้นหรอ”เหลียงชุนว่าพลางกางแขนออกให้เยว่ซินดูคนตัวเล็กก็เลยเอียงคอมองเขาอย่างไม่แน่ใจนัก
“ภายนอกอาจจะไม่เป็ไรแต่นายมีแผลใหญ่ที่อกนี่ ถึงยังไงก็ควรพักฟื้นอยู่ที่ไบโอแลป ไม่ใช่ออกมาเดินเตร็ดเตร่แบบนี้”
“ทำไมเป็ห่วงหรอ”
“หา??ใครเป็ห่วงนาย”
“ก็นายไง”
“ไม่ใช่ซักหน่อย”
“ถ้าไม่ใช่แล้วบ่นทำไมคนที่ไม่ได้เป็ห่วง เขาไม่บ่นหรอกนะ....หรือว่าไม่จริง”
“เอ่อ...”เยว่ซินถึงกับพูดไม่ออก สำหรับเขาแล้วเหลียงชุนก็เป็แค่เพื่อนร่วมชั้นธรรมดาอีกอย่างเขากับเลียงชุนก็ไม่ค่อยกินเส้นกันมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วอย่าไปต่อปากต่อคำกับหมอนี่ให้มากจะดีกว่าซวนหยางมองเหลียงชุนกับเยว่ซินคุยกันแล้วกำหมัดแน่น เขาคิดเอาไว้แล้วว่าเหตุการณ์แบบนี้จะต้องเกิดขึ้นเพราะเมื่อคืนเขาััถึงจิตสังหารของเหลียงชุนไม่ได้เลยแต่เขาก็ไม่คิดว่า...เหลียงชุนจะรุกเร็วขนาดนี้
“นายจะทำอะไร จะแกล้งอาเยว่อีกแล้วใช่มั้ย”สองแฝดยกมีดกับส้อมขู่เหลียงชุนอย่างเอาจริง แต่ผู้มาใหม่ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจใครเลยสายตาของเขาเอาแต่เพ่งมองใบหน้าหวานละมุนของเยว่ซินราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
“มี...อะไร??”เยว่ซินถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเหลียงชุนเอาแต่จ้องเขาแล้วไม่พูดอะไรเลยทำแบบนี้....มันน่ากลัวนะ
“นี่โจวเยว่ซิน”
“อะไรล่ะ”คนตัวเล็กได้แต่คิดว่าจะพูดอะไรก็พูดซักทีสิวะ เอาแต่จ้องอยู่ได้ เขาจะประสาทหลอนตายอยู่แล้ว
“มองดีๆแล้วนายก็น่ารักดีนี่”
“หา!!” เยว่ซินถึงกับช็อคเมื่อได้ยินแบบนั้นปรกติเหลียงชุนต้องพูดแดกดันเขาเื่ที่เขาเป็เด็กทุนแล้วหาเื่ชกเขาไม่ใช่หรือไง
“ดูเหมือนนายจะพยายามซ่อนหน้าตาที่น่ารักของตัวเองเอาไว้ใต้หนวดเครานี่อยู่สินะไหนจะผมเผ้ารกรุงรังกับเสื้อผ้าตัวหลวมโคร่งนี่อีก”
“ฉะ...ฉันเปล่านะนี่มัน...แฟชั่นแบบย้อนยุค ฉัน...ชื่นชอบความคลาสสิค” เหลียงชุนหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้นเยว่ซินไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกเหลียงชุนหัวเราะเขาไม่เคยคุยกับเหลียงชุนในบรรยากาศแบบนี้มาก่อน แบบนี้มันผิดปรกติชัดๆ
“พูดธุระของนายมาดีกว่า”
“ไม่มี”
“หา??ไม่มี...แล้ว นายมาทำไม”
“มาให้นายชกไง”
“ทำไมฉันต้องชกนายด้วย” เยว่ซินถามด้วยความไม่เข้าใจแต่ซวนหยางกับสองแฝดรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่าเหลียงชุนจะ.....
“นี่...นายผูกชะตากับอาเยว่หรอ!!”
“อาเยว่เกิดอะไรขึ้นทำไมหมอนี่ถึงผูกชะตากับนายล่ะ” พอโดนสองแฝดถามแบบนั้นเยว่ซินก็เงียบไปทันที เขาไม่มีคำตอบให้เพื่อนเพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการผูกชะตาคืออะไร
“นายไม่รู้เื่การผูกชะตาหรอ เยว่ซิน”เหลียงชุนถามขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของเยว่ซินเต็มไปด้วยคำถามแบบนั้น
“เอ่อ...รู้...” เยว่ซินตอบเบาๆ เขาคงต้องโกหกไปก่อนแล้วค่อยไปหาข้อมูลที่หอสมุดเอาทีหลัง
“แต่ฉันว่านายไม่รู้นะ ฉันััถึงจิตสังหารของนายไม่ได้เลย”
“ฉันไม่ได้อยากเป็จ่าฝูงของใครเลยไม่จำเป็ต้องปล่อยจิตสังหารออกมาขู่คนอื่น” เหลียงชุนหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาคมกล้าดุดันของเขาจ้องมองเยว่ซินด้วยรอยยิ้มทำเอาคนถูกมองถึงกับปรับตัวไม่ทัน
“เยว่ซิน”
“อะไร” เยว่ซินแปลกใจที่เหลียงชุนเรียกชื่อของเขาอย่างสนิทสนมปกติแล้วต้องเรียกว่า โจวเยว่ซินไอ้เด็กทุนโสโครกหรือไอ้เด็กกำพร้าที่ทำให้อัลฟ่าเสื่อมเสียเกียรติไม่ใช่หรือไง
“ถ้านายไม่เข้าใจฉันจะอธิบายให้ฟัง การผูกชะตาของอัลฟ่าเกิดขึ้นได้สามแบบสำหรับนายแล้วฉันเลือกแบบที่สาม นายเตรียมตัวเอาไว้ละกันฉันเป็คนประเภทที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ซะด้วยสิ แล้วฉันก็ไม่ชอบรอด้วย”ยิ่งพูดก็ยิ่งงง เยว่ซินไม่เข้าใจเลยว่าเหลียงชุนกำลังพูดถึงเื่อะไรอยู่แต่ดูเหมือนใบหน้าซีดเผือดของซวนหยาง กับช้อนส้อมที่ร่วงลงพื้นเพราะความใของอาเล่อและอาเล่ยจะเป็คำตอบให้เขาได้ว่าสิ่งที่เหลียงชุนพูด ไม่ใช่เื่ที่ดีกับตัวเขาแน่อย่างแน่นอน
“เอานี่ ฉันเลี้ยง” เหลียงชุนหยิบจานอาหารออกมาจากหุ่นยนต์ไข่แล้วยื่นให้เยว่ซินพอคนตัวเล็กกว่าไม่รับเขาก็เลยจับมือของเยว่ซินขึ้นมาแล้ววางจานอาหารลงไปบนนั้น
“ขอบใจที่ช่วย” เยว่ซินรับรู้ได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างตัวเองกับเหลียงชุนบางทีเหลียงชุนอาจจะกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่ก็ได้
“เหลียงชุน ที่ฉันช่วยนายเพราะว่าเราเป็นักศึกษาร่วมสถาบันเดียวกันนายไม่ต้องคิดว่านายติดหนี้บุญคุณอะไรฉัน เพราะว่า.....”
“ชุน”
“หา??”
“เรียกฉันว่า ชุน” เยว่ซินถึงกับงงหมอนี่ไม่คิดที่จะฟังที่เขาพูดเลยใช่มั้ยนักศึกษาหลายคนในศูนย์อาหารกำลังมองตรงมาที่โต๊ะของเยว่ซินด้วยความสนใจเหลียงชุนไม่ค่อยผูกมิตรกับใครเพราะเขาเป็อัลฟ่าเืบริสุทธิที่มีต้นตระกูลใหญ่ในพาราไดซ์และร่ำรวยมาก
“เยว่ซิน นายไม่คิดจะชกฉันเลยหรอ”
“ไม่ล่ะ”
“ทำไม”
“แล้วทำไมฉันต้องชกนายด้วย”
“ก็ฉันเคยชกนายไปตั้งหลายครั้ง”
“แล้วยังไง”
“ฉันแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมนายถึงช่วยคนที่ทำร้ายตัวเอง” เยว่ซินก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนั้น
“ฉันก็แค่ช่วย ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น”
“หรือว่าเพราะเป็ฉัน”
“อย่าเข้าใจผิด ฉันบอกไปแล้วไงว่าฉันแค่ช่วยอีกอย่าง...ต่อให้ไม่ใช่นายที่นั่งอยู่ตรงนั้น ฉันก็ช่วยอยู่ดี”เหลียงชุนมองใบหน้าหวานละมุนนั้นแล้วยิ้มออกมา
“งั้นต่อไปนี้มาเป็เพื่อนกัน”
“ขอบใจ แต่ฉันมีเพื่อนเยอะแล้ว”เยว่ซินไม่รู้ว่าเหลียงชุนจะมาไม้ไหนก็เลยต้องปฏิเสธไปก่อนอีกอย่างหนึ่ง...เขาก็เกรงใจซวนหยางด้วย หมอนั่นเกลียดเหลียงชุนถ้าเขายอมรับเหลียงชุนเป็เพื่อนซวนหยางต้องโกรธมากแน่ๆ
“ดี.... ถ้าไม่เป็เพื่อนก็เป็อย่างอื่นแทนละกันฉันคิดว่านายจะชอบความสัมพันธ์แบบค่อยเป็ค่อยไปซะอีก”
“นาย...หมายความว่าไง” เยว่ซินมองร่างสูงตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจหมอนี่พูดเหมือนกับว่ากำลังจีบเขาอยู่อย่างนั้นล่ะ แต่มันจะเป็ไปได้ยังไง....เขาเป็ผู้ชายนะ
“เยว่ซิน เย็นนี้นายว่างมั้ย”
“ไม่”
“ไปกินข้าวกัน”
“ฉันไม่ว่าง”
“นายชอบกินอะไร”
“ฉันบอกว่าฉันไม่ว่าง”
“นายทำงานที่ศูนย์ระวังภัยใช่มั้ยมีวันหยุดหรือเปล่า ไว้เราไปเที่ยวกันวันที่นายหยุดก็ได้”
“นี่...ฟังกันหน่อยฉันบอกว่าฉันไม่ว่างไง”
“งั้นหรอ น่าเสียดายไว้วันหลังก็ได้”เยว่ซินรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างอธิบายไม่ถูกสายตาของเหลียงชุนที่มองเขามันแปลกซะจนเขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาหมอนี่ทำไมถึงเปลี่ยนไปเป็คนละคนได้ภายในเวลาชั่วข้ามคืนแบบนี้หรือว่า...จะเป็เพราะการผูกชะตา แล้วมันคืออะไรกันล่ะ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย
“นายกลับไปได้แล้ว ฉันจะกินข้าว”
“เอาสิ ฉันกินด้วย” เหลียงชุนว่าแล้วจับมือเยว่ซินมารับเอาจานอาหารอีกครั้งในขณะที่จิตสังหารของซวนหยางเริ่มแผ่ออกมาอย่างเด่นชัดจนทุกคนอึดอัดกันไปหมด
“ให้ตายสิ ฉันลืมไอ้เวรอย่างแกไปได้ยังไงกันนะ”เหลียงชุนว่าแล้วเอียงตัวมามองซวนหยางที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยรอยยิ้ม
“ลืมกันง่ายๆแบบนี้ก็น่าเสียใจแย่สิหรือต้องให้ฉันกระทืบแกซ้ำแกถึงจะจำได้” เหลียงชุนมองซวนหยางด้วยดวงตาแข็งกร้าวแล้วเริ่มปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างน่ากลัว
“จะกระทืบฉันงั้นหรอ กำลังละเมออยู่หรือไง!!” เหลียงชุนกระชากคอเสื้อของซวนหยางอย่างแรงจนทุกคนในศูนย์อาหารพากันลุกยืนแล้วมองอัลฟ่าตีกันด้วยความสนอกสนใจ
“เดี๋ยวก็รู้!!” ซวนหยางเอามือกระชากคอเสื้อของเหลียงชุนเหมือนกันแรงกระชากนั้นทำให้แผลบนคอของเหลียงชุนมีเืซึมออกมา
“ซวนหยาง หยุดนะ!!” เยว่ซินรีบเข้ามาห้ามเขาเอาไว้เหลียงชุนเพิ่งฟื้นจากอาการาเ็ถ้าหากมีเื่กับซวนหยางคงไม่ใช่เื่ที่ดีแน่
“ซวนหยาง ปล่อยเขา!!” ซวนหยางมองเยว่ซินด้วยความโกรธทำไมเยว่ซินต้องไปเข้าข้างไอ้เลวนี่ด้วย เหลียงชุนเอามือผลักเยว่ซินออกไปแล้วกำหมัดเหวี่ยงเข้าหน้าของซวนหยางเต็มแรงร่างสูงของเขาเซไปกระแทกกับโต๊ะอาหารจนถ้วยจานหล่นเกลื่อนกลาดไปหมดพอซวนหยางตั้งหลักได้ก็พุ่งเข้าใส่เหลียงชุนทันที เขายกเท้าถีบเข้าที่ท้องของเหลียงชุนจนล้มลงไปกระแทกพื้นดูเหมือนเพราะอาการาเ็จะทำให้เหลียงชุนลุกไม่ขึ้นแต่ซวนหยางรู้ว่าเหลียงชุนไม่ได้เจ็บมากขนาดนั้น
“ลุกขึ้นมา!!”
“ซวนหยาง หยุดนะ!!” เยว่ซินวิ่งเข้ามาห้ามเขาไว้แล้วดึงซวนหยางออกไปจากเหลียงชุนเพราะถูกทำร้ายจนปากแผลเปิดเลยทำให้เืบนอกของเขาไหลออกมาอีกครั้ง
“แย่แล้วนายต้องรีบไปหาหมอ” เยว่ซินพยายามมองหาลูกสมุนที่ชอบตามเหลียงชุนไปไหนมาไหนแต่ก็ไม่เห็นใครเลยสักคน
“เพื่อนของนายไปไหนหมด”
“ฉันไม่มีเพื่อน”
“นี่ไม่ใช่เวลาจะมาหยิ่งนะนายต้องให้เพื่อนของนายพาไปหาหมอ” เหลียงชุนเงยหน้ามองเยว่ซินแล้วหลบสายตาคนตัวเล็กลงใครจะอยากมาเป็เพื่อนกับคนที่มีอันตรายอยู่รอบตัวอย่างเขากันล่ะไม่ว่าหน้าไหนก็รักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น
“ฉันไม่มีเพื่อน”เหลียงชุนบอกอีกครั้งแล้วพยายามลุกยืน แต่แล้วก็ล้มลงไปอีก
“เอามือกดแผลไว้ฉันจะพานายไปหาหมอเอง” คำพูดนั้นทำให้ร่างสูงของเหลียงชุนหยุดชะงักไป
“นาย...จะพาฉันไปหาหมอหรอ”
“ก็ใช่ไงฉันหาเพื่อนนายไม่เจอเลยสักคน” เยว่ซินไม่มีทางเลือกก็เลยไปพยุงเหลียงชุนขึ้นมาจากพื้นจากนั้นจึงยกวงแขนกำยำของเหลียงชุนมาพาดลงบนไหล่ของตัวเองแต่เพราะเหลียงชุนรูปร่างสูงใหญ่กว่าเยว่ซินอยู่มากคนตัวเล็กจึงต้องเอามืออีกข้างกอดเอวเขาไว้เพื่อไม่ให้ร่างสูงซวนเซจนล้มลงไปอีกรอบ
ซวนหยางกำหมัดแน่นราวกับทนเห็นภาพนั้นไม่ได้เยว่ซินกำลังกอดประคองคนอื่นอยู่ นอกจากเขาแล้วเยว่ซินไม่เคยกอดใครมาก่อนแล้วทำไมตอนนี้ถึงไปกอดเหลียงชุนล่ะเขาไม่ชอบเลยที่เยว่ซินเที่ยวใจดีกับคนอื่นไปทั่ว เขาไม่ชอบ!!
“อาเยว่ ปล่อยมัน!!”
“นายไม่เห็นหรอว่าเขาาเ็!!”
“มันไม่ตายหรอก ปล่อยมันซะ!!” ซวนหยางดึงแขนเยว่ซินออกมาจากเหลียงชุนทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปและเพราะเหตุการณ์นั้นเลยทำให้เหลียงชุนต้องคว้าเอวของเยว่ซินมากอดไว้ยิ่งทำให้ซวนหยางโกรธจนสติหลุด
“อย่าแตะต้องเขา!!” อัลฟ่าหนุ่มกระชากคอเสื้อของเหลียงชุนออกมาได้ก็กำหมัดชกใส่ใบหน้าหล่อเหลานั้นไม่ยั้ง เหลียงชุนรู้ว่าซวนหยางเป็อะไรเขาก็เลยนอนนิ่งๆ ให้ซวนหยางชกจนพอใจกว่าจะรู้ตัวว่าเหลียงชุนมีแผนร้ายซวนหยางก็ถูกหมัดเล็กๆของเยว่ซินชกที่ใบหน้าไปซะแล้ว
“อา....เยว่” ดูเหมือนซวนหยางจะใมากที่ถูกเยว่ซินชกเพราะคนอื่นหัวใจของเขารู้สึกเ็ปมากกว่าใบหน้าที่ถูกชกซะอีก
“เลิกบ้าซักที!!” เยว่ซินผลักซวนหยางออกไปจากเหลียงชุนแล้วพยุงร่างสูงใหญ่ที่มุมปากแตกยับขึ้นมาจากพื้น
“นายไม่เห็นหรอว่าเขาาเ็!! นายกำลังจะฆ่าเขาตายนะ!!”
“นายก็เลยทำร้ายฉัน เพื่อช่วยมันงั้นหรอ!!” เยว่ซินรู้สึกผิดที่ไปชกซวนหยางแบบนั้นแต่เขาไม่มีทางเลือกจริงๆเขาไม่อยากให้ซวนหยางมีตราบาปร้ายแรงติดตัวก่อนที่จะเรียนจบ เขาแค่อยากให้ซวนหยางมีอนาคตที่ดีและได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็เท่านั้นเองเยว่ซินหลบสายตาตัดพ้อที่ทั้งโกรธและน้อยใจของซวนหยางลงก่อนจะหันไปพูดกับคู่แฝดเล่อเล่ยแทน
“ฉันจะพาเหลียงชุนไปไบโอแลป พวกนายไปเข้าเรียนก่อนเลยนะ แล้วฉันจะรีบตามไป”เยว่ซินว่าแล้วประคองเหลียงชุนเดินออกไปจากศูนย์อาหารทิ้งให้ซวนหยางยืนกำมือแน่นอยู่ตรงนั้น แล้วมองตามทั้งคู่ไปด้วยความรู้สึกเ็ป
“อาเล่ย นายไปกับอาเยว่ เดี๋ยวทางนี้ฉันเคลียร์เอง” แฝดคนพี่พูดขึ้นอาเล่ยก็เลยรีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งตามเยว่ซินกับเหลียงชุนไป
“หันไปครับหันไป ไม่ต้องใส่ใจเื่ชาวบ้านครับ”อาเล่อหันไปบอกทุกคนในศูนย์อาหารด้วยรอยยิ้มสดใสก่อนจะยกฝ่ามือของตัวเองแล้วหันไปที่หุ่นยนต์ตัวใหญ่ที่หน้าประตู
“าสงบแล้วครับ พร้อมจ่ายค่าปรับและค่าเสียหาย”พูดยังไม่จบดีด้วยซ้ำลำแสงสีเขียวก็สว่างวางแสกนเอาลายนิ้วมือเขาไป แล้วข้อความจากคลังใหญ่ก็ถูกส่งเข้ามาในดีการ์ด
“เจี๊ยก!!!! เงินเก็บทั้งหมดของฉัน!!!”อาเล่อถึงกับเข่าอ่อนเมื่อจ่ายค่าเสียหายให้ข้าวของในโซฮาร์ทีหนึ่งถึงกับเกลี้ยงกระเป๋าถ้วยจานพวกนี้ทำจากทองหรือเพชรกันละครับทำไมมันถึงได้แพงขนาดนี้เดี๋ยวเอาไว้ให้ซวนหยางอารมณ์ดีก่อนแล้วค่อยมาทวงเงินคืนทีหลังละกัน
“อาหยาง ไปกันเถอะเดี๋ยวพวกศาสตราจารย์ก็แห่มา อาหยาง?? อ้าว....อาหยาง!!”อาเล่อหันไปมองเพื่อนอัลฟ่าของตัวเองแล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น เพราะซวนหยางไม่ได้อยู่ตรงนั้นซะแล้วอาเล่อรู้ว่าซวนหยางเวลาโกรธจะควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้การหายไปในขณะที่ความโกรธยังครุกรุ่นอยู่ในใจแบบนี้จะทำให้ซวนหยางมีอันตรายซะเปล่าๆแฝดคนพี่รีบหยิบดีการ์ดของตัวเองออกมาติดต่อหาเยว่ซินทันที
.
.
.
…. สถานพยาบาลสำหรับนักศึกษา สถาบันโซฮาร์....
หน้าทางเข้าไบโอแลปของสถาบันโซฮาร์เยว่ซินประคองเหลียงชุนมาจนถึงรางเลื่อนทางเดินขนาดใหญ่โดยมีอาเล่ยแฝดคนน้องตามมาด้วยไบโอแลปในโซฮาร์เป็สถาบันการแพทย์ยุคใหม่มีไว้สำหรับให้นักศึกษาแพทย์ทุกคนได้เรียนรู้ศาสตร์การแพทย์ในแขนงต่างๆ และยังเป็สถานพยาบาลสำหรับนักศึกษาทุกคนอีกด้วยพอดีนั่นเองแฝดคนพี่ก็วิ่งกระหืดกระหอบมาสมทบกับทุกคน
“อาเล่อ มีอะไรหรอ”
“อาเยว่ อาหยางหายไป!!”
“อะไรนะ หายไปไหน!!”
“ฉันก็ไม่รู้ ฉันกำลังจ่ายค่าเสียหายอยู่ หันมาอีกทีเขาก็หายไปแล้ว”
“ติดต่อเขาได้หรือเปล่า”
“ไม่ได้เลย หายไปตอนโกรธจัดแบบนี้ไม่ใช่เื่ที่ดีแน่ ถ้าเขาไปมีเื่ที่อื่น...เขาอาจจะฆ่าคนตายก็ได้”เยว่ซินหน้าซีดไปทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น หมอนั่นเป็พวกโกรธแล้วสติแตกซะด้วยสิ
“นายเป็ห่วงซวนหยางขนาดนั้นเลยหรอ”เสียงของเหลียงชุนทำให้เยว่ซินเงยหน้าขึ้นมามองเขา จึงได้เห็นดวงตาคมกล้านั้นกำลังก้มมองลงมาด้วยความไม่พอใจ
“ซวนหยางมันมีดีอะไรทำไมนายถึงชอบมันมากขนาดนั้น”
“หา??ชะ...ชอบงั้นหรอ”
“หมายถึงเป็เพื่อนน่ะ”
“อ๋อ...ไม่มีหมอนั่นไม่มีข้อดีเลยสักอย่าง” เหลียงชุนมองเยว่ซินแล้วนิ่งเงียบไป
“ถ้าไม่มีข้อดีเลยแล้วทำไมนายถึงเอาแต่ตามติดมันอยู่ได้ ฉันไม่เข้าใจ”
“ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”คำตอบของเยว่ซินทำให้เหลียงชุนเงียบไปอีกรอบ
“คงเป็เื่ของเวลาสินะ”
“นายหมายความว่าไง”
“ดูเหมือนช่องว่างของเวลาจะเป็อะไรที่แทรกแซงได้ยากแต่ก็นั่นล่ะ...ฉันชอบเื่ท้าทาย”เยว่ซินไม่รู้ว่าเหลียงชุน้าจะพูดอะไรกันแน่เขาประคองร่างสูงมาส่งที่หน้าทางเลื่อนขนาดใหญ่ ตรงนั้นมีหุ่นยนต์พยาบาลคอยให้บริการอยู่
“พาคนเจ็บมาส่งครับ”คนตัวเล็กบอกหุ่นยนต์พยาบาล และเพียงไม่นานนักก็มีนักศึกษาแพทย์ในไบโอแลปวิ่งออกมาพร้อมกับหุ่นยนต์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเยว่ซินพาเหลียงชุนขึ้นไปนั่งบนหุ่นยนต์ที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับเตียงเหล็กขนาดกว้างพอดีตัว
“เืออกเยอะเลยไปโดนอะไรมาครับเนี่ย” นักศึกษาแพทย์ในชุดกาวสีขาวสะอาดถามเหลียงชุนแต่คนาเ็ไม่ตอบแถมยังใช้ดวงตาดุดันมองเหล่านักศึกษาแพทย์จนทุกคนกลัวกันไปหมด
“ปากแผลเขาเปิดน่ะครับพอดีเมื่อคืนเขาได้รับาเ็” เยว่ซินเป็คนตอบให้เหล่านักศึกษาแพทย์ก็เลยหันมาพูดกับเยว่ซินแทน
“แล้ว...มีประวัติเข้ารับการรักษามั้ยครับ”
“มีที่ไบโอแลปเขต1 เมื่อคืนครับ”
“ขอทราบชื่อคนเจ็บด้วยครับ”
“เหลียงชุน” เยว่ซินบอก
“ขอบคุณครับนักศึกษาแพทย์จากสภาบันโซฮาร์ขอข้อมูลผู้เข้ารับการรักษากับไบโอแลป เขต 1อานทาวน์” พอนักศึกษาแพทย์หนุ่มใช้คำสั่งเสียงกับหุ่นยนต์เสียงตอบรับจากระบบเอไอของไบโอแลปก็ดังขึ้น
“กรุณาระบุชื่อผู้เข้ารับการรักษา”
“เหลียงชุน” พริบตาเดียวเท่านั้นข้อมูลร่างกายของเหลียงชุนก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอแบบโปร่งแสงกลางอากาศเยว่ซินเห็นว่าเหลียงชุนถึงมือหมอแล้ว ก็เลยจะเดินจากไป
“เดี๋ยวนายจะไปไหน” อัลฟ่าหนุ่มเอามือกำแขนเยว่ซินไว้ สองแฝดจึงรีบมาถึงเยว่ซินเยว่ซินออกไปห่างๆเขาเหลียงชุนมองทั้งคู่อย่างเอาเื่อาเล่อกับอาเล่ยก็เลยเอาเยว่ซินมาซ่อนไว้ข้างหลังซะเลย
“น่ารำคาญไสหัวไปให้พ้นเลย ไอ้พวกเบต้า”
“หุบปากแล้วขึ้นเขียงไปกับหมอเถอะไอ้อัลฟ่าเวร”
“พวกแกอยากตายใช่มั้ย”
“ดูสภาพสองรุมหนึ่งไหวมั้ยพวก” เยว่ซินถอนหายใจออกมาเบาๆ
“อาเล่ออาเล่ย อย่ามีเื่เลยน่า”
“ก็มันหาเื่พวกเราก่อนนายก็เห็น”
“จริงด้วยเจ็บจะตายแล้วยังไม่เจียมอีก เดี๋ยวก็ฆ่าแม่ง”
“จะฆ่ามันในไบโอแลปไม่ได้นะครับ”นักศึกษาแพทย์ร้องขึ้น ทำให้สองแฝดยิ้มแฉ่งออกมาด้วยดวงตาที่สุดแสนจะใสซื่อ
“เพื่อนสนิทเขาหยอกกันน่ะครับคุณหมอย่าไปคิดมาก”
“เยว่ซินนายพาฉันมาที่นี่แล้วจะทิ้งไปเฉยๆเนี่ยนะ”
“นายถึงมือหมอแล้วที่เหลือนายก็เรียกเพื่อนนายมาช่วยก็แล้วกันนะ ฉันมีธุระ”ว่าแล้วเยว่ซินก็รีบวิ่งออกไปจากไบโอแลปทันที สองแฝดก็เลยรีบวิ่งตามไปด้วย
“เดี๋ยวสิเฮ้....โจว เยว่ซิน กลับมานะ!!” พอเห็นคนตัวเล็กวิ่งหนีไปแบบไม่เหลียวหลังขนาดนั้นเหลียงชุนก็รู้ได้ในทันทีว่าพื้นที่ชีวิตของเยว่ซินมีแต่ซวนหยางอยู่ในนั้นเต็มไปหมดแทบจะไม่มีเหลือช่องว่างให้คนอย่างเขาเลย
แต่....แทนที่เขาจะยอมแพ้เขากลับรู้สึกอยากเอาชนะซวนหยางมากขึ้นไปอีกเขากับซวนหยางเป็อัลฟ่าเืบริสุทธิ์เหมือนกันมีชะตาชีวิตที่หนักหนาบนโลกที่โหดร้ายนี้อย่างไม่ต่างกันแล้วทำไม....ถึงมีแต่ซวนหยางที่ได้หัวเราะอย่างมีความสุข ทำไมถึงมีแต่ซวนหยางที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ท่างกลางผู้คนที่ใจดีมากมายมีเพื่อนฝูงคอยช่วยเหลือและให้กำลังใจ และมีเยว่ซิน....คอยดูแล
ถ้าหากเขาแย่งเยว่ซินมากจากซวนหยางได้เขาก็จะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือนซวนหยางใช่มั้ย ถ้าเยว่ซินคอยอยู่ข้างๆเขาเหมือนที่อยู่ข้างๆซวนหยาง เขาก็จะมีเพื่อนและมีรอยยิ้มเหมือนซวนหยาง ใช่หรือเปล่า
“ฉันจะแย่งเยว่ซินมาจากนายนให้ได้ซวนหยาง” เหลียงชุนกำมือแน่น แล้วะโลงไปจากเตียงนักศึกษาแพทย์ก็เลยจับตัวเขาไว้
“คุณาเ็อยู่ต้องทำแผลก่อนนะครับ”
“ไสหัวไป!!” จิตสังหารที่รุนแรงของเขาะเิออกมาจากร่างกายทำให้ทุกคนรีบถอยห่างออกไปด้วยความหวาดกลัวอัลฟ่าหนุ่มมองตามร่างเล็กของเยว่ซินไปแล้วนึกถึงใบหน้าของซวนหยางด้วยดวงตาแข็งกร้าวเขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะแย่งเยว่ซิน มาจากซวนหยางให้ได้