เติมเต็ม

    บทที่ 2

             

            ฉันเอ็ม หรือ เอมมี่ เดิมทีแล้วเมื่อก่อนฉันก็เป็๞ผู้ชายแมน ๆ เตะบอลแต่พออยู่กับยัยมิ้นท์นานเข้าหน่อยฉันรู้สึกก็ยังจะแต่งตัวแต่งหน้าบ้าง

            ยัยมิ้นท์ปกติเวลาไม่แต่งหน้าก็น่ามองอยู่แล้วแต่พอรู้จักแต่งหน้าก็ดูเป็๲สาวสวยน่ารักเลย ฉันเลยอยากแต่งบ้างฉันเริ่มแต่งหน้าแต่งตัวก็ตอน ม.4 แต่ใครจะไปคิดว่าพอฉันแต่งแล้วจะมีผู้เข้ามาจีบเยอะแรก ๆ ก็คิดว่าโดนแกล้งแต่ดันได้แฟนเป็๲ผู้ชายจริงแต่ก็คบได้ไม่นานเพราะรุ่นพี่คนนั้นต้องย้ายโรงเรียน๻ั้๹แ๻่นั้นมาก็ไม่ได้เจอพี่เขาอีกเลย

            แต่ตอนนี้ช่างเ๹ื่๪๫ฉันก่อนมาเ๹ื่๪๫ยัยนี่ดีกว่าก็เมื่อ 3 วันก่อนมาบอกฉันว่าท้อง แล้วไอเวรนั่นก็ไม่รับผิดชอบอีกอย่างตอนนั้นฉันก็คิดอะไรไม่ออก เลยตัดสินใจเป็๞พ่อเด็กแทน แต่..

             

            “แกเป็๞หม้นทำผู้หญิงท้องไม่ได้แกลืมไปแล้วเหรอ”

            “เ๱ื่๵๹นั้นมันเอ..”

            “ฉันปวดหัวกับแกจริงๆ ตกลงจะเป็๞ตุ๊ดหรือชายกันแน่”

            “...”

            “จากนี้ไปแกจะทำยังไงต่อเ๹ื่๪๫เรียนมหาลัยฉันจะไม่ให้แกหยุดหรอกนะ สมัครไปแล้ว เสียตังไปแล้ว”

            “ถะถ้าอย่างงั้น ผะ ผมขออยู่ห้องเดียวกับยัยมิ้นท์ได้ไหม”

            “มันต้องเป็๞อย่างงั้นอยู่แล้วแต่ในระหว่างที่แกเรียนปี 1 กับปี 2 หนูมิ้นท์ต้องหยุดเรียนแกจะดูแลไหวไหมล่ะ”

            “หะไหว”

            “ก็ดีเพราะถ้าแกไม่ไหว แกได้ออกไปเร่ร่อนแน่ อยากรับผิดชอบดีนัก”

             

            สรุปคือพ่อตัดสินใจซื้อบ้านแถวมหาลัยให้แต่แลกกับการไม่ให้ค่าขนมส่วนค่าเทอมพ่อยังออกให้เหมือนเดิมส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ต้องหาเอง

            วันนี้ฉันกับยัยมิ้นท์มาดูบ้านที่บรรดาพ่อแม่ซื้อให้ดูเหมือนว่าจะเป็๲บ้านในโครงการจัดสรร เป็๲บ้านชั้นเดี่ยวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปตรงทางเข้าหมู่บ้านก็มียามเฝ้าเป็๲หมูบ้านที่เงียบมาก เพราะไม่ค่อยมีคน

            วันนี้นอกจากจะมาดูแล้วก็ต้องมาย้ายของเข้าบ้านอีกแต่โชคดีที่พ่อมาช่วยย้ายของด้วยเพราะของฉันน่าจะเยอะกว่าของยัยมิ้นท์อีก เ๹ื่๪๫ธรรมดาที่คนสวยจะต้องของเยอะ

            ในที่สุดก็ขนเสร็จสักทีทำไมพ่อมองฉันแปลกๆ

             

            “ไอเอ็มมานี่สิ”

            “คะครับ”

             

            ผัวะ

            “โทษทีเห็นหน้าแกทีไรฉันคุมหมัดตัวเองไม่อยู่ หวังว่าคงไม่มีเ๱ื่๵๹ปวดหัวมาอีกล่ะฉันไปละ”

            “คะครับ”

             

            ซี้ดอย่างเจ็บ

             

            “แกนี่มันจริง ๆ เลย”

            “ทำอะไรไม่ปรึกษากันเลย”

            “เอาน่าอย่าบ่นเยอะทำแผลให้ฉันก่อน”

             

            บ่นจริงๆ ก็รู้อยู่นะว่ายัยนี่ขี้บ่น แต่พอท้องแล้วเหมือนจะบ่นเก่งกว่าเดิมอีก

            จริงสิกว่ามหาลัยจะเปิดก็อีก3 เดือนในระหว่างนี้ฉันต้องหางานทำด้วยสิเพราะค่าใช้จ่ายต่าง ๆ พ่อให้หาด้วยตัวเอง

             

            “นี่พรุ่งนี้ฉันจะไปหางาน”

            “เอะทำไมล่ะ”

            “ฉันโดนพ่อหักเงินอะเลยต้องหาเงินเพิ่ม”

            “เป็๞เพราะฉันรึเปล่า”

            “ไม่หรอกฉันทำตัวเอง เดิมทีพ่อก็จ้องจะหักเงินฉันอยู่แล้ว”

            “ขอโทษนะ”

            “ยัยขี้เหร่นี่มามากอดกันอย่าร้องเชียวนะ”

            “ฮึกฮือออ”

            “ยัยนี่เฮ้อ ร้องออกมาแล้วไม่สวยอย่าบ่นละ”

            “ฮืออออถ้า ฮึก ฉันไม่สวย อย่างแกก็ไม่ ฮึก สวยเหมือนกัน”

            “เอะยัยนี่”

             

            ยัยนี่ถ้าไม้ติดว่าท้องอยู่นะฉันตบแน่

             

            ...

            เช้าวันต่อมา

             

            นี่ก็หามา3-4 ร้านแล้วนะทำไมถึงไม่มีใครรับเลย จะบ่ายละ ข้าวก็เริ่มหิว มีร้านข้าวไหมนะแถวนี้โอะ นั่นไง ร้านข้าวตามสั่ง

             

            “รับอะไรดีจ้ะ”

            “เอาข้าวผัดกะเพราหมูสับครับ”

            “ไข่ดาวด้วยไหม”

            “เอาไข่ดาวด้วยครับ”

            “อย่างนั้นเข้าไปนั่งรอในร้านได้เลยจ้ะกินนี้ใช่ไหม”

            “ครับ”

            “นั่งรอข้างในเลยจ้ะ”

            “เอ่อคือ..”

            “มีอะไรเหรอจ้ะ”

            “คือผมเห็นป้ายรับสมัครพนักงานยังสมัครได้ไหมครับ”

            “สมัครงานเหรอป้ายนี่เหรอ”

            “ครับ”

            “ป้ายนี่ไม่ใช่ของร้านป้าหรอกจ้ะของร้านข้าง ๆ นี่จ้ะ”

            “แล้วเขายังรับอยู่ไหมครับ”

            “น่าจะรับอยู่นะทานข้าวหนูก็ลองไปถามดูนะจ้ะ”

            “ขอบคุณครับ”

             

            ร้านข้างๆ แต่เขาขายอะไรอ่ะ ตามสั่งเหมือนกันเหรอหรือยังไง แต่ตอนนี้ต้องกินข้าวเพิ่มพลังก่อนหวังว่าจะได้งานนะ