ภรรยาของเทย์เลอร์โฮลด์แมน ปรากฏตัวขึ้นระหว่างการประชุมกับสเตนแมนและยังตอนเช้าวันจันทร์ร่างของเธอลอยอยู่ตรงหน้าต่างชั้น 10 เป็ครู่เป็เสมือนภาพพิมพ์ที่ทาบทับอยู่กับแผ่นฟ้าแห่งนครมินเนโปลิสหลังจากนั้นเธอก็ลอยผ่านกระจกเข้ามายืนพิงอยู่กับผนังห้องประชุม
“เฮลโล เทย์เลอร์”เธอเอ่ยทักทายขึ้น
เทย์เลอร์สะดุ้งสุดตัวถลันลุกขึ้นยืนมือปัดไปถูกถ้วยกาแฟที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเป็ผลให้แผ่นภาพสเก็ตช์เปรอะเปื้อนไปด้วย
“โฮลด์แมน” สเตนแมนที่เอื้อมมาจับแขนเขาไว้ร้องเรียกอย่างใ “เป็อะไรไป?”
หน้าตาเนื้อตัวของรอนด้ายังดูปกติไม่ได้ถูกเผาไหม้ ผิวพรรณไม่ได้ไหม้เกรียมอย่างศพที่ถูกเผาแล้วด้วยซ้ำเธออยู่ในชุดฤดูร้อนที่สวมใส่ตอนตาย ตรงหน้าท้องกับทรวงอกมีเือาบโชกมือที่เปื้อนเืยกขึ้นปัดปอยผมออกจากหน้าผาก
“คุณไม่เป็ไรใช่ไหม?”สเตนแมนถามขึ้นอีก
สิ่งหนึ่งที่เทย์เลอร์รู้ก็คือไม่มีใครสามารถมองเห็นรอนด้าได้นอกจากเขาขณะนี้เธอได้เคลื่อนตัวออกห่างจากผนังด้านนั้นมีรอยเืประทับอยู่กับผนังอย่างเห็นได้ชัด
“ผมไม่ได้เป็อะไรหรอก...ขอโทษผมเห็นจะต้องขอตัว...”
เขาเดินออกจากห้องประชุมด้วยแข้งขาที่สั่นเทาเอนหลังพิงอยู่กับบานประตูที่ปิดตามลง สูดลมหายใจลุ่มลึกซาแมนธาเดินออกมาจากห้องพักรับรอง เขากวักมือเรียกให้เธอเข้าไปหา
“เทย์เลอร์หน้าตาคุณอย่างกับจะเป็ลมอย่างนั้นแหละ”
“เปล่าไม่ได้เป็อะไรหรอก อย่าตื่นเต้นให้มากไปนักเลย ว่าแต่คุณเห็นอะไรบ้างล่ะ?”
“ก็เห็นคุณสเตนแมนกับคุณยัง”
“แค่นั้นน่ะเรอะ?”
“แล้วคุณคิดว่าฉันควรจะเห็นอะไรมากกว่านั้นอีกล่ะ?”
เขารุนร่างเธอออกห่างมองผ่านกระจกออกไปข้างนอก รอนด้ายังคงมองจ้องเขาอยู่ที่เดิม
“จีซัส ไครส์...!”
“เทย์เลอร์...คุณควรจะ...”
“โอเค...โอเค...ไม่มีอะไรหรอกขอโทษ...”
เขาเปิดประตูเดินกลับเข้าไปในห้องประชุมสเตนแมนยังยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด ขอบคุณพระเ้าที่รอนด้าหายตัวไปแล้วแต่รอยเืยังคงปรากฎอยู่บนผนังเขาพยายามจะไม่มองดูมัน
“ขอโทษที่ทำให้เสียเวลา”เขาเอ่ยออกไป
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะ?”สเตนแมนถาม
“ครับมิสเตอร์กาโดซ์จะติดต่อไปหาคุณตอนบ่าย ส่วนผมก็จะติดต่อไปหาคุณอีกครั้งวันจันทร์หน้าตรงกับวันที่ 4 พฤศจิกายนสินะครับถึงตอนนั้นผมน่าจะมีอะไรบางอย่างมาอวดคุณได้แล้วละ”
“ผม้าให้งานนี้สำเร็จเสร็จสิ้นตอน่ปีใหม่และควรจะเปิดการแสดงใน่นั้นได้ด้วย”สเตนแมนว่า
“ไม่มีปัญหา”เทย์เลอร์ตอบ
จากนั้นเขาก็เดินนำบุคคลทั้งสองออกจากห้องประชุมตรงไปยังแผนกต้อนรับสเตนแมนััมือกับอีกฝ่ายหนึ่งอย่างหนักแน่น
“ผมชอบงานของคุณมากนะคุณโฮลด์แมนคุณเป็คนที่มีฝีมือในเื่นี้อย่างมาก เมื่องานชิ้นนี้สำเร็จเรียบร้อยลงผมก็ยังมีงานอื่นที่จะมอบหมายให้คุณรับมาจัดการอีก”
เมื่อบุคคลทั้งสองจากไปแล้วเทย์เลอร์ก็ถึงกับทรุดตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานของซาแมนธาซึ่งเธอแปลความหมายจากท่าทางของเขาผิดไปคิดว่าเป็ความยินดีที่งานสำเร็จเรียบร้อยลง
“คุณทำสำเร็จแล้วละเทย์เลอร์จับใส่กระสอบได้ทั้งคู่เลย”
เขายิ้มเพลียๆให้เธอก่อนจะบอกว่า
“จดไว้บอกคล็อดด้วยนะแซมให้เขาติดต่อทำสัญญากับสเตนแมนเสียในตอนบ่ายวันนี้เลยสำหรับผมวันนี้เห็นจะต้องกลับไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้เช้าพบกัน”
“เทย์เลอร์...นี่คุณไม่สบายหรือเป็อะไรไปหรือเปล่าคะ?”
“ผมสบายดีเพียงแต่รู้สึกเพลียนิดหน่อยเท่านั้น”
“เออ...มิสเตอร์พอลเมอร์เขาอยากขอพบหลังจากที่คุณประชุมเสร็จแล้วแน่ะ”
“ช่างหัวเขาเถอะผมจะพบเขาพรุ่งนี้” เขาหยิบเสื้อนอกขึ้นมาสวม
ขณะเดินอย่างพยายามหลีกเลี่ยงแสงสว่างจากไฟถนนเวย์น เซมมล่าร์ ผิวปากตามเพลงที่ได้ฟังมาจากวิทยุที่อู่ซ่อมรถเมื่อตอนเช้าขณะนี้เขากำลังเดินอ้อมด้านหลัง ซึ่งตั้งอยู่บนถนนดอลโลเวย์ สตรีทมันเลยเที่ยงคืนไปแล้ว แต่เขาไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียแม้แต่น้อย
เขาเลื่อนตัวผ่านกรอบหน้าต่างเข้าไปในตัวบ้านราวรูปเงาและพบว่าตัวเองได้เข้ามาอยู่ในห้องซักรีดเสื้อผ้า กลิ่นหอมของผงซักฟอกอบอวลไปทั้งห้องเขาหยิบเสื้อผู้หญิงตัวหนึ่งขึ้นมาจากพื้น สูดดมเข้าไปเต็มที่
“อือม์...ชื่นใจ...!”
เขาทิ้งเสื้อตัวนั้นลงเดินขึ้นบันไดไปในท่ามกลางความมืด เมื่อพบลิ้นชักในห้องครัวก็เปิดออกควานมือเข้าไปอย่างเงียบกริบ ในที่สุดก็ได้มีดปลายแหลมด้ามสีดำขึ้นมาเล่มหนึ่ง เอามันวางลงบนโต๊ะในครัวแล้วใช้เวลาอีกเป็ครู่ที่จะแก้ห่อเสื้อดึงชุดที่ใช้สำหรับ “การฆ่า” โดยเฉพาะออกมา มันมีกลิ่นฉุนจัดเพราะเขาได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ซักเสื้อผ้าชุดนี้เด็ดขาดอันที่จริงเขาก็ไม่ได้ใช้มันมากว่า 3 ปีแล้วแต่มันก็ยังคงใช้การได้ดีเสมอ
เขาเคยดูภาพยนตร์โทรทัศน์เกี่ยวกับแพทย์ที่ทำการคิดค้นหรือบุกเบิกเพื่ออะไรสักอย่างก่อนหน้าที่เขาจะประสบความสำเร็จในการหาแบคทีเรียตัวใหม่ หรือจะเป็อะไรก็ตามเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนเสื้อคลุมหรือแม้แต่ผ้าคาดเอวเพราะคราบเืที่จับเกรอะกรังบอกให้รู้ถึงความเป็ผู้คงแก่เรียน
เขาหยิบชุดหมีชุดนั้นขึ้นมาสวมใส่ก้มลงมองคราบเืสีเข้ม ดูเหมือนไม่นานมานี้เองที่เขาไม่ใคร่จะว่างมือเช่นกัน
เขาทิ้งกระดาษห่อไว้บนโต๊ะในครัวหยิบมีดขึ้นมาถือแล้วก็เดินขึ้นบันไดไปชั้นบน มีเสียงกระดานดังอยู่ใต้ฝ่าเท้าแต่ไม่มีใครตื่น เขาค่อยๆ เปิดประตูดูทีละห้องแล้วก็พบห้องหนึ่งที่มีเด็กหญิงนอนกอดตุ๊กตาหลับสนิท เขาค่อยๆปิดประตูห้องนั้นลงอย่างแ่เบา
เขามาหยุดอยู่ตรงประตูห้องน้ำกระทืบเท้าแรงๆ ครั้งนี้เสียงที่ได้ดังปลุกใครบางคนให้ตื่นขึ้น ได้ยินเสียงไอเสียงพูดจากันเบาๆ ก่อนที่ประตูห้องนอนใหญ่จะเปิดออก ร่างของใครคนหนึ่งก้าวออกมายังห้องโถงทางเดินเมื่อปิดประตูตามหลังลง ร่างนั้นก็ยืนตัวแข็งอยู่กับที่
“สวัสดี...” เวย์นเอ่ยออกไป
ร่างนั้นหันขวับมามองในท่ามกลางแสงสลัวจากไฟถนน เวย์นทันเห็นสีหน้าของผู้ชายที่บ่งบอกถึงความตระหนกเขากระซวกมีดลงไป 3 ครั้ง กัดฟันแน่นในแต่ละครั้งที่มีดทิ่มแทงลง
ผู้ชายคนนั้นส่งเสียงร้องครางออกมาก่อนที่ร่างจะทรุดฮวบลงกองกับพื้น แต่ยังไม่ตายทีเดียว เวย์นคุกเข่าลงข้างตัวเอามือคลำเข้าไปในเสื้อนอนจนพบกระดูกซี่โครง นับขึ้นไป 3 ซี่แล้วก็ใช้คมมีดทะลวงลงไปตรงนั้น
“โอย...โอ๊ย...”ผู้เคราะห์ร้ายร้องออกมาด้วยความเ็ปแสนสาหัส
เวย์นพลิกใบมีดผู้ชายคนนั้นถอนหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนจะแน่นิ่งไปขณะเดียวกันก็มีเสียงผู้หญิงร้องถามมาจากในห้อง
“มีอะไรหรือคะที่รัก?”
“ไม่มีอะไรหรอก”เวย์นตอบกลับไป
เขากระชากมีดออกจากร่างเอาเช็ดกับเสื้อตัวที่สวมอยู่แล้วจึงได้ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้องนอน ผู้หญิงคนที่ถามนอนหันหลังให้เขาอยู่
“เกิดอะไรขึ้น?”เธอถามโดยไม่ได้หันหน้ามามอง
“มีคนเข้ามาฆ่าผม”
“อะไรนะคะ?” เธอกลิ้งร่างขึ้นนอนหงาย
และแล้ว...ดวงตาก็เบิกโพลงเมื่อเขาตะปบมือลงบนปากก่อนที่เธอจะทันกรีดร้องออกมาด้วยความใ ตอนนั้นเองที่เขาทิ่มมีดเข้าไปในเสื้อนอนดวงตาของเธอเหลือกลานขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่เธอนิ่งเงียบไปแล้วเขาจึงได้กระทำตามวิธีการเดิม คือควานหาซี่โครงซี่ที่้า
เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เช็ดมือกับเสื้อตัวที่สวมใส่อยู่ ผิวปากเพลงโปรดขณะเดินเข้าไปในห้องน้ำ ดื่มน้ำเข้าไปแก้วใหญ่ยิ้มกับภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงา เืสดๆ สาดกระจายอยู่เต็มชุดหมีจากนั้นเขาก็เดินกลับลงไปข้างล่างผิวปากไปตลอดทางราวกับมันเป็เพลงที่เข้าไปติดตรึงอยู่ในความทรงจำอย่างไม่มีทางถ่ายถอนได้เมื่อคว้าถุงได้แล้วจึงได้เดินกลับขึ้นไปข้างบนอีกครั้ง
เด็กหญิงตื่นเต็มที่แล้วหนูน้อยกกกอดตุ๊กตาไว้แน่นเมื่อจ้องมองหน้าเขาอยู่
“พ่อกับแม่ล่ะคะ?”
“ออกไปข้างนอกหนูชื่ออะไรล่ะ?”
“เคลลี่”
เขาเดาเอาว่าสาวน้อยน่าจะอายุประมาณ9 ขวบ ตอนนี้เคลลี่เห็นมีดที่เขาถืออยู่ในมือเข้าแล้วซึ่งเขาก็ไม่ได้คิดจะซ่อนเร้นแต่อย่างใด กลับปิดประตูห้องลงอย่างใจเย็น
“เอาละ เคลลี่หนูนั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนี้นะ อย่าขยับไปไหน”
เด็กหญิงเริ่มสะอึกสะอื้นร้องไห้หาแม่...
เวย์นคุกเข่าลงกับพื้นห้องเปิดถุงออกหยิบชอล์กออกมาแท่งหนึ่ง ลงมือเขียนสัญลักษณ์บางอย่าง เป็รูปดาว 5แฉกพร้อมกับผิวปากไปพลาง
แต่ละปลายแฉกเขาจะจุดเทียนไขเล่มเล็กปักไว้ ก่อให้เกิดรูปเงาประหลาดขึ้นในท่ามกลางแสงวาบไหวเมื่อเสร็จเรียบร้อยเขาก็ลุกขึ้นยืน มองดูฝีมือตนเองด้วยความชื่นชมบอกกับตัวเองอยู่ว่า แม้เวลาจะผ่านไปนานพอควร แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่ลืมวิธีการนี้ทั้งที่ครั้งแรกที่หัดเขียนนั้นดวงแรกมันบิดเบี้ยวโย้เย้ดูไม่มีรูปทรงเอาเสียเลยก็ตาม
“เอาละ...มาตรงนี้ได้แล้ว”
แต่เคลลี่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างง่ายดายนักหนูน้อยชันเข่าจ้องมองหน้าเขาอยู่ด้วยดวงตาสีฟ้าที่บ่งบอกความไร้เดียงสา
เวย์นคว้าแขนกระชากร่างเล็กๆลงจากเตียงด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวมีความรู้สึกว่าหนูน้อยทำให้เื่มันยากกว่าที่ควรจะเป็เขาทิ้งร่างน้อยลงกลางดวงดาวนั้น เด็กหญิงเนื้อตัวสั่นสะท้าน ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“เงียบ...!” เขาตวาดเสียงกร้าว ก่อนจะฟาดเปรี้ยงลงบนใบหน้าอย่างไร้เมตตาเมื่อเด็กหญิงนิ่งไปแล้วเขาจึงได้จับร่างเล็กๆ นั้นให้นอนคว่ำลงปกติแล้วเขาจะไม่ชอบมองหน้าเหยื่อที่อยู่ในสภาพนี้ โดยเฉพาะพวกเด็กๆมันคล้ายกับเด็กเ่าั้จะรอให้เขาป้อนอาหารหรืออะไรสักอย่างมากกว่าที่จริงเขาน่าจะใช้คนที่เป็แม่มากกว่าแต่มันก็สายเกินไปแล้ว
เขาคุกเข่าลงระหว่างขาของหนูน้อยเด็กหญิงเนื้อตัวสั่นระริกด้วยแรงสะอื้นและยังกอดตุ๊กตาไว้แน่นเขาตบลงไปบนศีรษะเต็มแรง เพื่อให้เด็กหญิงยุติการครวญครางลง แม่หนูกำลังทำให้เขาเสียสมาธิโดยไม่รู้ตัว
“ปิศาจทั้งหลาย...จงผุดขึ้นมาเถิดบัดนี้ข้าได้นำเครื่องสังเวยที่ท่าน้ามาให้แล้วข้าได้กระทำสิ่งนี้เพื่อท่านทั้งหลายอย่างแท้จริงขอให้มารับเครื่องสังเวยนี้โดยเร็ว...”