ตอนที่ 94: รังรักเกาะสวาท
แสงจันทร์สีเงินยวบยาบสลัวเหนือน่านน้ำเกาะร้างค่อยๆ เคลื่อนคล้อยลับขอบฟ้า ปล่อยให้แสงสีส้มทองอ่อนละมุนของรุ่งอรุณใหม่เข้ามาทำหน้าที่สาดส่องชโลมผ่านบานกระจกใสของวิลล่าตระกูลฟาร์ฮานที่ซ่อนเร้นกายอยู่กลางป่าดิบชื้นบนเกาะส่วนตัวอันงดงามที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมหน้าผาหินสีเข้ม ทะเลรอบเกาะสะท้อนคลื่นซัดสาดเป็นประกายฟองสีขาวระยิบระยับ ความเหนื่อยล้าและศึกรักสามเส้า 3P อันแสนตึงเครียดแต่ทว่าเร่าร้อนอบอุ่นในห้องพักพยาบาลเมื่อคืนสิ้นสุดลงด้วยการโอบกอดกันกลมของพวกเราสามคน ฉัน คาริม และทาริก ร่างเปลือยเปล่าของพวกเราทับซ้อนกันอยู่บนฟูกหนา กลิ่นเหงื่อคาวรักและหยาดน้ำนมแม่หอมอุ่นยังคงอบอวลจางๆ ในอากาศ คาริมยอมรับความสัมพันธ์นี้อย่างผ่าเผยและไม่มีทิฐิอคติใดๆ อีกต่อไปในฐานะผู้ลี้ภัยร่วมชะตากรรมกบฏทรายสวาทแห่งนี้ ผืนทรายขาวสะอาดนอกตัวตึกสะท้อนระยิบระยับล้อเลียนแสงอาทิตย์ยามเช้าอันแสนสดใสราวกวีฝันลุ่มลึก
สัมผัสอบอุ่นอุ่นซ่านที่แลกเปลี่ยนกันข้ามคืนละลายกำแพงแห่งชนชั้นวรรณะจนหมดสิ้น ในความเงียบสงบยามเช้า ฉันมองดูใบหน้าของคาริมและทาริกที่นอนหลับอยู่เคียงข้างด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ฉันไม่ใช่เพียงแค่แม่บ้านไทยระดับล่างที่คอยบำเรอรักบำรุงหัวใจอีกต่อไป และทาริกก็ไม่ใช่บอดี้การ์ดสัญชาติทาสผู้ต้อยต่ำ แต่พวกเราคือสามชีวิตที่ผูกพันด้วยสายเลือดและราคะตัณหาที่จะต้องร่วมฝ่าฟันอุปสรรคพายุร้าย ความร้อนผ่าวของผิวเนื้อที่เบียดเสียดกันทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดท่ามกลางเสียงคลื่นทะเลที่ซัดสาดชายหาดเป็นระยะๆ นำพาหัวใจกบฏทรายให้หลอมรวมกันแน่นเหนียวสู้ชะตากรรมมืดมน
ฉันค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืนเหยียดกายอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบร่างของทาริกบอดี้การ์ดยักษ์ใหญ่ผิวสีเข้มที่กำลังหลับใหลอย่างสงบ แผลกระสุนที่ไหล่ขวาของเขาได้รับการเย็บและเยียวยาจากน้ำนมแม่อุ่นและสมุนไพรโบราณที่ฉันป้อนบำรุงให้เมื่อคืนด้วยความเสน่หา ผิวหน้าของเขามีเลือดฝาดกลับคืนมาบ้างแล้ว สองเต้าคัพ E ยักษ์ของฉันที่ปราศจากเสื้อชั้นในบดเบียดเสียดทานสั่นไหวเบาๆ ใต้เสื้อคลุมสีขาวผ้าฝ้ายโปร่งบางเบาที่หยิบมาสวมคลุมไว้อย่างทุลักทุเล สะโพก 38 นิ้วของฉันสั่นสะท้านระบมเล็กน้อยจากศึกรักยาวนาน ฉันก้าวเดินไปที่ตะกร้าหวายเพื่ออุ้มทารกแฝดที่เริ่มขยับตัวลืมตาดูโลกด้วยรอยยิ้มอบอุ่นของคนเป็นแม่บ้านไทยวัย 23 ปีที่ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างสาหัสสากรรจ์และเต็มไปด้วยราคะตัณหาข้ามพรมแดน
คาริมลืมตาตื่นขึ้นมา แววตาคมดุจราชสีห์ทรายอ่อนแสงลงเมื่อมองเห็นฉันและลูกน้อย เขาขยับลุกขึ้นสวมกางเกงขายาวแล้วเดินก้าวเข้ามาสวมกอดฉันจากด้านหลัง แขนแกร่งโอบรอบเอวอวบกดปทุมถัน E ยักษ์ให้แนบชิดแผงอกแกร่ง คาริมกดจูบขมับของฉันเบาๆ ด้วยความรักลึกซึ้งห่วงใยเหลือประมาณ เขารู้ดีว่าเด็กแฝดคือกุญแจสำคัญที่จะสานต่อสายเลือดฟาร์ฮานบนดินแดนแห่งนี้และนำพาพวกเราก้าวข้ามภัยคุกคามของศัตรูร้ายที่คืบคลานเข้ามาในเงามืด
"มะนาว... เมียรักของฉัน เช้านี้แผลของทาริกดีขึ้นมากแล้วใช่ไหม... เธอเองก็คงเหนื่อยล้ามาก คืนนี้ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยและปลอดภัยดี ฉันจะพาเธอไปพักผ่อนเดินเล่นริมหาดส่วนตัวสูดอากาศบริสุทธิ์... แต่ตอนนี้เรามีเรื่องสำคัญระดับชาติที่ต้องจัดการร่วมกันกับอามิราในห้องควบคุมระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมลับใต้ดินของตำหนักเพื่อเปิดโปงแผนชั่วของยาเซอร์"
พวกเราย้ายตัวกันมาที่ห้องโถงกลางวิลล่าสไตล์โมเดิร์นซึ่งดัดแปลงเป็นศูนย์บัญชาการชั่วคราวที่มีระบบความปลอดภัยสูงสุด โครงสร้างของห้องสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กและกระจกนิรภัยหนาสามชั้นที่ทนทานแรงระเบิด อามิราเจ้าหญิงผู้เลอโฉมในชุดลำลองกางเกงยีนส์รัดรูปเผยสะโพกผายงามและเสื้อยืดสีดำเน้นหน้าอกหน้าใจนั่งรออยู่หน้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ดาวเทียมหลายจอ แววตาหยิ่งยะโสแฝงความกังวลจ้องมองแผนผังบัญชีการเงินที่กะพริบแสงสีเขียววิบวับ อามิราเอ่ยทักทายฉันด้วยรอยยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเปิดหน้าแฟ้มเอกสารสแกนลับที่เธอใช้ลักลอบขโมยออกมาจากศาลมณฑียรบาลหลวงดูไบก่อนการอพยพเดือดทะลวงน่านฟ้าสากล
"คาริม... มะนาว... ข่าวดีคือฉันแอบดึงไฟล์ 'พินัยกรรมเลือดหลวง' (The Royal oil Concession Will) ของท่านพ่ออันแท้จริงออกมาก่อนที่ยาเซอร์จะใช้อำนาจมืดเผาทำลายมันสำเร็จ เอกสารสแกนตัวนี้ระบุเด็ดขาดว่า สัมปทานน้ำมันเกือบทั้งหมดทางน่านน้ำตอนเหนือของดูไบและธุรกิจในเครือตระกูลฟาร์ฮานเป็นสิทธิ์ขาดของพวกเราสองคนร่วมกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยาเซอร์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น... หากส่งเอกสารนี้ให้ศาลโลกและราชวงศ์ตรวจสอบ บัญชีธนาคารสวิสของยาเซอร์จะโดนอายัดและเขาจะตกสวรรค์กลายเป็นอาชญากรข้ามแดนที่ไม่มีใครยอมรับทันที!" อามิราอธิบายเสียงใสกังวานพัดเป่าลมทะเลพรั่งพรูความหวังใหม่และเปิดโปงขบวนการฟอกเงิน
คาริมส่งยิ้มเหี้ยมสะใจพลางตบบ่าทาริกที่เพิ่งพยุงร่างสูงใหญ่สวมผ้าคลุมไหล่เดินก้าวเข้ามาร่วมประชุมด้วยใบหน้าขรึม แผงอกหนาของบอดี้การ์ดยักษ์สั่นไหวเล็กน้อยตามลมหายใจเข้าออก "เยี่ยมมากอามิรา! ทาริกรายงานว่าระบบตรวจสอบและโอนเงินใต้ดินกำลังดำเนินการส่งข้อมูลพินัยกรรมนี้ไปให้หัวหน้าผู้พิพากษาสากลในกรุงเฮกและสภาราชวงศ์ดูไบแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมง ยาเซอร์จะโดนหมายจับสากลและหมดอำนาจในการสั่งการกองกำลังหลวงอย่างสิ้นเชิง ชัยชนะจะเป็นของพวกเราในไม่ช้า!"
ทว่าความสุขสมหวังและแผนการหักหลังโต้กลับของพวกเราเพิ่งเริ่มต้นขึ้นได้ไม่นาน ทันใดนั้น เสียงไซเรนสัญญาณแจ้งเตือนภัยสีแดงฉานรอบเกาะส่วนตัวก็แผดเสียงร้องลั่นครางวิญญาณดังสะท้านผืนป่าเกาะและหาดทรายขาวละเอียดทลายความเงียบงัน! หน้าจอมอนิเตอร์รักษาความปลอดภัยความถี่สูงกว่าสิบจอพากันเปลี่ยนภาพแสดงมุมมองความปลอดภัยจากกล้องวงจรปิดรอบชายฝั่งเกาะส่วนตัวลนลานสติแตกทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ
ทาริกพุ่งตัวเข้าไปกดปุ่มควบคุมแท็บเล็ต แววตาคมดุดันของบอดี้การ์ดยักษ์ใหญ่เบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพสะท้อนแสงแดดจ้าบนผิวน้ำ สปีดโบ๊ทสีกรมท่าติดอาวุธหนักนับสิบเจ็ดลำกำลังวิ่งแล่นแหวกพัดเกลียวคลื่นทะเลล้อมรอบเกาะส่วนตัวของพวกเราจากทุกทิศทางด้วยความเร็วสูงยิ่งยวด! บนเรือแต่ละลำอัดแน่นไปด้วยทหารรับจ้างเดนตายต่างชาติ in ชุดเกราะกันกระสุนครบมือ ถือปืนไรเฟิลจู่โจมและปืนกลหนักจ่อชี้ตรงมาทางวิลล่าของพวกเราอย่างป่าเถื่อนไร้ความปราณีขัดขวางภัยมืด
"ท่านชีคครับ! ยาเซอร์ส่งกองกำลังเดนตายต่างชาติบุกปิดล้อมเกาะของเราแล้ว! พวกมันน่าจะดักจับสัญญาณโทรศัพท์ดาวเทียมที่เราใช้โอนเงินและส่งพินัยกรรมเมื่อกี้... ยาเซอร์คงตั้งใจจะมาถล่มเกาะและฆ่าปิดปากพวกเราทุกคนเพื่อทำลายพินัยกรรมเลือดก่อนที่มันจะถึงมือศาลโลกและกษัตริย์ทราย!" ทาริกคำรามบอกด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดดุดัน มือหนาชักอาวุธปืนกลเบาตระเตรียมลุยศึกกู้ชีวิตไม่เกรงกลัวแผลกระสุนปืนร้าวที่ไหล่ขวา
คาริมหน้าซีดเข้ม แววตาสิงโตทะเลทรายดุดันไร้ความปราณีขัดขวางอารมณ์ คาริมเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักเหล็กใต้โต๊ะสื่อสาร ดึงอาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติสีเงินวาวพร้อมแม็กกาซีนสำรองยื่นส่งมาให้ฉันกุมไว้ในฝ่ามือที่สั่นระริกชื้นเหงื่อด้วยความกลัวจับจิตใจสลายของแม่ลูกอ่อน
"มะนาว! เอาปืนนี้ไป... รีบอุ้มลูกแฝดและพาอามิราหลบเข้าไปใน 'ห้องนิรภัยคอนกรีตใต้ดิน' (The Concrete Shelter) หลังวิลล่าเดี๋ยวนี้! ทาริก! คลานไปคุมปืนกลหนักป้อมปืนหัวหาดประสานงานบอดี้การ์ดที่เหลือ... คืนนี้ถ้าพวกมันอยากได้ชีวิตของเรา ก็ต้องเอาศพทหารรับจ้างพวกมันมาถมทะเลเกาะนี้ให้หมด!" คาริมตะโกนก้องเสียงห้าวหาญลั่นลานห้อง
ฉันพยักหน้ารับด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด น้ำตาร่วงรินไหลด้วยความกลัวจับใจ ฉันรีบอุ้มตะกร้าเด็กแฝดไว้ในอ้อมอกแกร่ง สองเต้า E ยักษ์บีบเค้นเบียดเสียดปกป้องลูกรักพลางดึงข้อมือของอามิราเตรียมวิ่งทะยานออกจากห้องโถงวิลล่าหรู ทว่าในจังหวะที่ก้าวขาจะพ้นประตูโถงวิลล่า เสียงกระจกหน้าต่างบานยักษ์ด้านทิศตะวันออกระเบิดแตกกระจายดัง เพล้ง! สนั่นหวั่นไหวพร้อมกับมีวัตถุทรงกลมสีดำมะเมื่อมถูกโยนทะลุผ่านช่องลมร่วงหล่นลงพื้นคอนกรีตหมุนติ้วสะท้อนสายตาน่าสยดสยองขีดสุดประกายความตายสั้นๆ
"ระเบิดแสง! หลับตา มะนาว! หมอบลงเร็ว!" ทาริกกรีดร้องเตือนลั่นห้องพร้อมวิ่งทะยานเอาตัวเข้ามาบังร่างของฉันและลูกไว้ทันควัน
ทว่าสายเกินไป วัตถุทรงกลมนั้นเกิดระเบิดแสงสีขาวสว่างจ้าแผดเผานัยน์ตาและส่งเสียงระเบิดดัง ตูม! แสบแก้วหูขีดสุดจนโลกทั้งใบของฉันดับมืดลงกลายเป็นสีขาวโพลน หูอื้ออึงสะท้านจนไม่ได้ยินเสียงใดๆ อีก ปวดร้าวในช่องหูสะเทือนระบบสมอง เสียงปืนกลหนักจากป้อมยามด้านนอกแผดขึ้นตอบโต้ กลิ่นควันปืนฉุนกึกคละคลุ้งเข้ามาในตัวอาคาร ปืนไรเฟิลและระเบิดยักษ์ถูกระดมยิงเข้าใส่หน้าต่าง ร่างกายอวบอัดคัพ E ยักษ์ของฉันทรุดฮวบล้มลงกองกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบในสภาพหมดแรงต้านทานลนลานท่ามกลางควันปืนกลิ่นเคมีฟุ้งกระจายอบอวลสะท้านเกาะร้อนเดือดพล่านปานนรกอเวจีตกต่ำขีดสุดสะกดวิญญาณแห่งความหวาดผวาชั่วนิรันดร์! ปลายปืนกลดังรัวประชันฝุ่นผงทะเลทรายเดือดดุเดือดสะท้านฟ้าปานอสนีบาตฟาดฟันลากชะตากรรมเข้าสู่สงครามล้างแค้นอันแสนตึงเครียดนองเลือด!