“ศาสตร์หยวนสองชุด?!”
โจวหยวนหัวใจเต้นแรง จากนั้นมองเยาเยาด้วยสายตาลุกโชน อาจารย์ชางยวนถ่ายทอด ‘เคล็ดัดูดพลัง’ ที่ลึกล้ำซับซ้อนบทนี้ให้เขา เผยให้เห็นว่าไม่ใช่เคล็ดวิชาธรรมดา ภายในกระบวนท่ายังแฝงด้วยศาสตร์หยวนอีกสองชุด คิดว่าไม่ใช่เื่ง่าย
“ศาสตร์หยวนสองชุดนี้ ชุดแรกคือัเยื้องย่าง ชุดที่สองคือัหัตถ์ศิลา” เยาเยายื่นมือลูบทุนทุนในอ้อมกอด แล้วกล่าวขึ้นช้าๆ
“ัเยื้องย่าง? ัหัตถ์ศิลา?” โจวหยวนคิดทบทวน
เขารับรู้ได้อย่างเลือนรางว่าภายในเก้าสิบแปดท่าัเย้ามีความลับซุกซ่อนไว้อยู่อย่างแน่นอน แต่เขาแยกแยะสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ชัดเจน อาจารย์ชางยวนแค่ทิ้ง ‘เคล็ดัดูดพลัง’ ไว้ให้เขา มีหลายสิ่งที่ให้ศิษย์คลำหาด้วยตัวเอง ความคืบหน้าคงล่าช้าไปบ้างอย่างไม่ต้องสงสัย
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจ้องมองไปยังเยาเยาด้วยสายตาอ้อนวอน
เยาเยายิ้มกริ่ม ขยิบตาใส่เขา
โจวหยวนเข้าใจได้ทันที แล้วโบกมือครั้งหนึ่ง รีบให้สาวรับใช้ส่งเหล้าชั้นยอดมา เยาเยาจึงพยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพอใจ จากนั้นอุ้มทุนทุนในอ้อมกอดวางไว้ที่ด้านนอกศาลาหิน
เห็นท่าทางของนาง เปลือกตาโจวหยวนจึงกระตุก มีความรู้สึกไม่ดีบางอย่าง “หรือว่าทุนทุนก็ทำได้?”
เยาเยาโค้งริมฝีปาก แสดงให้เห็นสีหน้าหยอกเย้า แล้วพูดขึ้นว่า “ตอนแรกที่ปู่เฮยไม่มีอะไรทำ ก็จะสอนทุนทุนนี่แหละ ดังนั้นหากให้พูดอย่างจริงจัง ทุนทุนก็นับเป็ศิษย์พี่ของเ้า”
มุมปากโจวหยวนกระตุก อดร้องคำรามในใจไม่ได้ เ้าทุนทุนนี่คงเป็มนุษย์ในคราบสัตว์กระมัง กระทั่งศาสตร์หยวนก็ฝึกได้หรือ?! นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย?
แต่ไม่ว่าในใจจะร้องคำรามอย่างไรสิ่งที่ควรเรียนก็ต้องเรียน ดังนั้นเขาเพียงมองไปยังทุนทุน ลูบหัวของมัน เผยรอยยิ้มอ่อนหวาน “ทุนทุนตัวน้อย ช่วยแสดงท่าัเยื้องย่างและัหัตถ์ศิลาให้ดูหน่อยนะ”
แต่ขณะนี้ทุนทุนเพิ่งโดนเยาเยาวางทิ้งไว้ ย่อมเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ดังนั้นจึงชำเลืองมองโจวหยวนอย่างเกียจคร้าน แล้วนอนลงกับพื้นแน่นิ่งไม่ไหวติง
โจวหยวนยื่นนิ้วจิ้มพุงพลุ้ยของทุนทุน เด้งดึ๋งๆ ไปมา แต่ไม่ว่าเขาจะจิ้มอย่างไรมันก็ไม่ยอมตอบสนอง คล้ายกับว่านอนตายอย่างไรอย่างนั้น
เห็นเ้าตัวน้อยนี่แกล้งตายโจวหยวนก็ขมวดคิ้ว โบกมือส่งสัญญาณ ทันใดนั้นก็มีสาวใช้นำถาดเนื้ออสูรหยวนแห้งมาให้
พอได้กลิ่นหอมหวานดวงตาทุนทุนก็กลอกกลิ้งไปมา ชั่วประเดี๋ยวก็ลุกขึ้นส่งเสียงร้องโฮ่งใส่ถาดอาหาร
โจวหยวนยื่นฝ่ามือมาหยิบถาดออกไป พอทุนทุนไม่ได้สิ่งที่้าก็อ้าปากแยกเขี้ยวใส่โจวหยวนทันที ส่งเสียงคำรามดังขึ้น
“ร่ายรำกระบวนท่าแรกก่อนแล้วข้าจะให้กิน” โจวหยวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทุนทุนจ้องมองโจวหยวน แล้วก็หันไปมองเนื้ออสูรหยวนที่เย้ายวนในถาดนั้น ในที่สุดก็ยอมแพ้ต่ออาหารเลิศรส จากนั้นจึงยืนสองขาขึ้น อุ้งเท้าเฉียงออก แล้วย่างเท้าออกด้วยท่าทางแปลกประหลาด
การเยื้องย่างของมันคือการก้าวออกแล้วชักกลับไปมา ทว่ากลับส่งความรู้สึกคลุมเครือบางอย่างแผ่ออกมา ดังนั้นไม่นานร่างของมันก็เปลี่ยนเป็เลือนราง ท่ามกลางความคลุมเครือ เหมือนกับัแท้ขี่เมฆหมอก พบเห็นได้ยาก
อสูรน้อยตัวนี้ยืนขึ้นแสดงท่าเคลื่อนกายลึกลับเป็ภาพที่น่าขบขัน แต่ใบหน้าโจวหยวนกลับจริงจังผิดปกติ จ้องมองตาเขม็งไม่กะพริบตา
“นี่คือัเยื้องย่าง ัซ่อนในหมู่เมฆ คลุมเครือจนมองไม่เห็น ัเยื้องย่างก็หมายถึงภาพลวงตาจนยากเกินจะมองเห็นความจริง” น้ำเสียงสดใสของเยาเยาดังแว่วมาจากในศาลาหิน
“เ้าลองโจมตีทุนทุนดูสิ”
พอโจวหยวนได้ยิน ฝ่ามือก็กุมพู่กันรวม์ในมือ “รูปแบบบู๊!”
พู่กันรวม์ขนาดเท่าศอกขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว โจวหยวนถือตัวพู่กันด้วยสองมือแล้วพุ่งแทงออกไป ปลายพู่กันที่แหลมคมมีเสียงลมแหวกออก แทงไปยังทุนทุน
ตลอดหลายวันมานี้โจวหยวนฝึกซ้อมเพลงทวนพื้นฐานอย่างหนัก ดังนั้นขณะนี้การใช้พู่กันรวม์จึงมีพลังรุนแรงส่งออกมา
ปลายพู่กันพุ่งออกอย่างรุนแรง แต่ในขณะที่แทงไปยังทุนทุนมันก็กวาดอุ้งเท้า ร่างกายคล้ายกับเลือนรางลง ปลายพู่กันนั้นจึงเฉียงลอยออกไป
โจวหยวนไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นเช่นนี้ ทั้งพลังแขนและพู่กันรวม์ต่างพุ่งแทงอย่างรุนแรงด้วยความเฉียบคม
แต่ทุนทุนยังคงก้าวเดินอย่างเนิบนาบ ปรากฏร่างกายเลือนราง ไม่ว่าโจวหยวนจะโจมตีอย่างไรก็ไม่โดนแม้แต่น้อย
ในที่สุดโจวหยวนก็หยุดชะงัก หายใจเหนื่อยหอบ แววตาจ้องมอง เขารับรู้ได้ถึงความลึกลับของัเยื้องย่าง ร่างที่เลือนรางเช่นนี้เพียงพอที่จะหยอกเย้าคู่ต่อสู้ให้หน้ามืดตามัวได้ ศาสตร์หยวนกระบวนเพลงนี้ไม่ธรรมดายิ่งนัก
ทุนทุนเห็นโจวหยวนหยุดก็ชะลอตัวลง จากนั้นอุ้งเท้าเล็กๆ ก็ตบพุงอย่างหิวโหย พลางยิ้มหยันใส่โจวหยวน
“ท่าัเยื้องย่างนี้หากฝึกจนสมบูรณ์พลังหยวนจะสั่นะเืในอากาศ แปลงร่างคล้ายกับใช้เคล็ดบดบังสายตา นี่จึงเป็ผลของภาพลวงตา ซึ่งก็คือในสายตาคนอื่นดูเหมือนจะโจมตีมาที่คอของเ้า แต่อันที่จริงการโจมตีของเขานั้นห่างจากร่างจริงไปสามคืบ ท่าัเยื้องย่างก็คือ่การเคลื่อนย้ายระยะสามคืบ นี่คือความลับ”
“ต่อไปเป็ท่าัหัตถ์ศิลา” เยาเยาทอดเสียงยาว
โจวหยวนเงยหน้าขึ้นมองทุนทุน ขณะนั้นทุนทุนก็ตั้งท่าอย่างรวดเร็ว อุ้งเท้าตบตะครุบ แยกออกแล้วรวมกันไปมา ท่ามกลางความคลุมเครือ ราวกับัั์แยกกรงเล็บ ส่งความดุดันออกมา คล้ายกับัั์ตะครุบศิลาทลายูเา
ปัง!
กรงเล็บโผล่ออก กระแทกหินก้อนใหญ่อย่างรุนแรง ทันใดนั้นหินขนาดใหญ่ก็แตกทลาย เศษหินนับไม่ถ้วนกระเด็นออกมา
รูม่านตาโจวหยวนหดลง อานุภาพของฝ่ามือนี้โเี้รุนแรง ยิ่งกว่านั้นสิ่งสำคัญคือเขารับรู้ได้ว่าทุนทุนไม่ได้ใช้พลังหยวนที่แข็งแกร่ง พูดได้ว่าต่อให้เปลี่ยนเป็เขา หากฝึกจนสำเร็จอานุภาพก็ย่อมไม่ธรรมดา
‘ัหัตถ์ศิลา’ นี้แข็งแกร่งกว่าฝ่ามือฮุ่นหยวนและฝ่ามือทลายอากาศอย่างเห็นได้ชัด
โฮ่ง โฮ่ง
ทุนทุนะโไปด้านหน้าของโจวหยวน อุ้งเท้าชี้ไปยังเนื้ออสูรหยวนแห้งถาดนั้น ส่งเสียงร้องกดดัน
โจวหยวนวางเนื้อแห้งลง แววตากำลังครุ่นคิด หลายวันมานี้ที่เขาฝึกท่าัเย้าก็นับว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย ดังนั้นมองเพียงแวบเดียวจึงรู้ว่าท่าัหัตถ์ศิลาและัเยื้องย่างล้วนมีพื้นฐานมาจากท่าัเย้า
โจวหยวนยืนอยู่ที่เดิม นิ่งเงียบพักใหญ่ จู่ๆ ก็ยกเท้าเฉียงออก การก้าวเท้าของเขาพิลึกพิลั่นคล้ายกับร่างั ่เวลาเดียวกันนั้น ลมปราณเส้นแรกภายในร่างกายก็เริ่มดูดกลืนพลังหยวนจากฟ้าดิน จากนั้นก็กระจายไปตามร่างกาย
่เวลาที่พลังหยวนในร่างกายโจวหยวนเคลื่อนผ่านจนเกิดการประสานของการเยื้องย่าง โจวหยวนก้าวเท้าออก ร่างกายก็เปลี่ยนเป็เลือนรางในเวลานี้ หายไปไร้ร่องรอย นับว่าประหลาดยิ่งนัก
เยาเยาที่อยู่ด้านในศาลาหินเห็นภาพเช่นนี้ก็ดวงตาเป็ประกาย พลันปรากฏรอยยิ้มชื่นชมขึ้นบนใบหน้า
แสดงว่าโจวหยวนััได้ถึงร่องรอยของท่าัเยื้องย่างนั้นแล้ว
โจวหยวนฝึกอย่างต่อเนื่อง เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป การย่างเท้าที่เคยติดขัดก็เริ่มคุ้นชินไม่น้อย การย่างเท้าดูเนิบนาบ แต่ทำให้ร่างของเขาเลือนหายได้บ่อยครั้ง เลือนรางจนยากที่จะมองเห็น
การเยื้องย่างของโจวหยวนหยุดลง แววตาเต็มไปด้วยความดีใจและประหลาดใจ ท่าัเยื้องย่างนี้ไม่ธรรมดา ่เวลาที่ดูเลือนราง อันที่จริงเป็เพราะว่าพลังหยวนตอบสนองอย่างแปลกประหลาดกับอากาศรอบข้าง ซุกซ่อนความจริงเอาไว้ จริงหรือลวงยากเกินกว่าจะเข้าใจ
หลังจากโจวหยวนเข้าใจท่วงท่าัเยื้องย่างก็กลับไปจดจ่ออยู่กับท่า ‘ัหัตถ์ศิลา’
ศาสตร์หยวนบทนี้ราวกับัั์ตะปบศิลาทลายภูผา ดุดันรุนแรง พลังะเิใน่เวลานั้นนับว่าน่าทึ่งยิ่งนัก
ศาสตร์หยวนบทนี้นับว่าไม่ได้ซับซ้อน เพียงเวลาที่ยื่นมือออกนึกภาพความรู้สึกของูเาที่แตกทลายด้วยแรงหัตถ์ศิลาของั พลังหยวนในร่างกายจะเคลื่อนตามเส้นทางเืลมออกจากมืออย่างดุดัน
หมัดของโจวหยวนเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละเล็กละน้อยอย่างเชื่องช้า แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้งราวกับถือศิลาก้อนหนักเอาไว้้ในฝ่ามือ ควบรวมตัวเป็พลัง
ในร่างกายมีพลังหยวนไหลผ่านไปตามการเคลื่อนที่ของเส้นทางเืลม สุดท้ายก็เข้าไปรวมอยู่กลางฝ่ามือ
ขณะนั้นแววตาโจวหยวนพลันแน่วแน่ขึ้น ใบหน้าอ่อนเยาว์เปลี่ยนเป็น่าเกรงขาม เขาขยับฝ่ามือร่ายรำทันที คล้ายัั์คำราม หินศิลาบนกรงเล็บัพุ่งลงแนวเทือกเขาจนทลาย
ตู้ม!
หมัดของโจวหยวนกระแทกไปยังต้นไม้ใหญ่ด้านข้างอย่างหนักหน่วง พลังรุนแรงะเิออกมาจากกลางฝ่ามือ ทันใดนั้นเศษไม้กระเด็น ลำต้นถูกหมัดของโจวหยวนต่อยทะลุ
เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลงบนใบหน้าของโจวหยวน แต่แววตาของเขายังเปล่งประกายประหลาด เพราะเขาทราบว่ามีัหัตถ์ศิลาและัเยื้องย่างนี้ พลังการต่อสู้ของเขาจะยกระดับขึ้นได้อย่างมาก
ต่อจากนี้ เพียงเขาเปิดลมปราณเส้นที่สองได้ เขาก็ไม่หวาดกลัวต่อการสอบอีกแล้ว