นรกบนดิน...
ถ้าจะหานิยามของสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของ ‘กันต์’ ในเวลานี้ คำว่า 'นรก' คงยังน้อยเกินไปที่จะบรรยายความวิปโยคและความสยดสยองที่เกิดขึ้น ภาพวาดนรกภูมิในวัดที่เขาเคยเห็นตอนเด็กยังดูมีความเมตตาปรานีมากกว่าความเป็จริงที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้
กลิ่นคาวเืที่ลอยคลุ้งรุนแรงจนแทบจะจับตัวเป็ก้อนในอากาศ ผสมปนเปไปกับกลิ่นดินปืนจากการะเิของปืนใหญ่ กลิ่นเหงื่อไคลของชายฉกรรจ์นับพัน และกลิ่นเนื้อไหม้เกรียมจากศพที่ถูกลูกหลงของไฟา มันตีขึ้นจมูกจนแสบโพรงจมูกไปหมด ลมหายใจเข้าออกแต่ละครั้งเหมือนการสูดดมไอระเหยของความตายเข้าไปสะสมในปอด
เสียงโลหะกระทบโลหะดังระงมแก้วหู เคร้ง! เคร้ง! ไม่ใช่แค่เสียงเหล็กกระทบกันธรรมดาเหมือนในหนังจีนกำลังภายใน แต่มันคือเสียงแห่งความตายที่หนักหน่วง รุนแรง ดังประสานไปกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้คนที่กำลังถูกคมดาบเชือดเฉือนเนื้อหนัง เสียงกระดูกที่แตกหักดัง กร๊อบ เมื่อถูกอาวุธหนักกระแทก และเสียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่ขาดห้วงดัง ครืดคราด เหมือนคนจมน้ำในกองเืของตัวเอง
เืสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วผืนหญ้าที่เคยเป็สีเขียวขจี บัดนี้มันชุ่มโชกจนกลายเป็ปลักโคลนสีเืที่ส่งกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง ราวกับมีใครพิเรนทร์เอาถังสีแดงนับร้อยถังมาสาดเล่นในงานเทศกาล... แต่นี่ไม่ใช่ความสนุก มันคือสงกรานต์เืที่ไม่มีน้ำอบไทย มีแต่กลิ่นคาวคลุ้งของมันสมองและเครื่องใน
"อ้วกกก!"
กระเพาะอาหารของกันต์บิดเกร็งอย่างรุนแรงจนปวดร้าวไปถึงสันหลัง ร่างกายปฏิเสธภาพที่เห็นตรงหน้าด้วยการขับเอาทุกอย่างในท้องออกมา เขาโก่งคออาเจียนจนหมดไส้หมดพุง น้ำย่อยรสขมปร่าและเศษข้าวปลาเค็มที่กินไปเมื่อคืนไหลย้อนขึ้นมาแสบคอจนน้ำตาเล็ด เด็กหนุ่มหลบตัวสั่นงันงกอยู่หลังซากเกวียนไม้สักที่หักพังเป็ท่อนๆ เศษไม้แหลมคมทิ่มแทงิัแต่เขาไม่รู้สึกเจ็บ เพราะความกลัวมันกัดกินใจจนชาหนึบไปทั้งตัว
มือทั้งสองข้างของกันต์สั่นระริกจนควบคุมไม่ได้ เขาทำได้เพียงกอด 'ฝักดาบฟ้าฟื้น' ไว้แน่น แนบมันเข้ากับอกเหมือนเด็กน้อยที่กอดตุ๊กตาเน่าในยามที่ฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้าง มันเป็เพียงสิ่งเดียวที่เขารู้สึกว่าเป็เสาหลักยึดเหนี่ยวจิตใจในนาทีวิกฤตนี้
ภาพที่เขาเห็น... มันไม่ใช่ฉากแอ็กชันเท่ๆ สโลว์โมชั่นสวยงามแบบในหนัง 300 หรือ Bang Rajan ที่เขาเคยดูในโรงภาพยนตร์พร้อมป๊อปคอร์นและน้ำอัดลม แต่มันคือความดิบเถื่อน ไร้การประดิษฐ์ มันคือการฆ่าฟันที่ไร้ความปรานีที่สุดเท่าที่มนุษย์จะพึงกระทำต่อกันได้เพื่อเอาชีวิตรอด
ชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์... แขนที่ยังมีดาบกำแน่น ขาที่ขาดเสมอเข่าเพราะโดนง้าวด้ามยาวฟัน หรือแม้แต่ศีรษะที่ดวงตายังเบิกโพลงด้วยความใ หลุดกระเด็นปลิวว่อนผ่านหน้าเขาไปเหมือนลูกฟุตบอลที่ถูกเตะโด่ง เืสีแดงฉานพุ่งเป็ฝอยออกจากร่างไร้ิญญาเ่าั้ราวกับท่อประปาแตกที่ไร้วาล์วปิด
และท่ามกลางวงล้อมแห่งความตายที่หมุนวนอยู่นั้น... ขุนแผน กำลังร่ายรำ
บุรุษบนหลังม้าสีหมอกผู้นั้น ดูคล้ายยมทูตที่หลุดออกมาจากขุมนรกโลกันตร์มากกว่าจะเป็มนุษย์เดินดิน เสื้อผ้าของเขาแทบไม่มีรอยยับ ผมยาวสยายปลิวไสวไปตามแรงลม ร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยสักยันต์ดูขลังและน่าเกรงขาม ดาบฟ้าฟื้นในมือส่องประกายแสงสีฟ้าจางๆ เรืองรองออกมาท่ามกลางฝุ่นควัน ทุกครั้งที่ข้อมือนั้นตวัดดาบผ่านร่างศัตรู มันไม่ได้เป็เพียงการฟันเพื่อสร้างาแ... แต่มันคือการตัด 'ขาด'
มันราบรื่นและเงียบเชียบ ราวกับมีดร้อนๆ ปาดลงบนก้อนเนยเย็นเฉียบ ไม่มีการสะดุดกระดูก ไม่มีแรงต้านทานจากเกราะหนา
ฉัวะ!
เสียงเนื้อฉีกขาดดังขึ้นอย่างน่าสยดสยอง ทหารเชียงใหม่นายหนึ่งที่ดาหน้าเข้ามาอย่างบ้าบิ่นถูกคมดาบฟ้าฟื้นฟันสะพายแล่งจากไหล่ขวาลงมาถึงเอวซ้าย ร่างกายท่อนบนค่อยๆ เลื่อนไถลออกจากท่อนล่างราวกับภาพตัดต่อที่ผิดพลาด เครื่องในพวงใหญ่ไหลทะลักออกมาตกลงสู่พื้นดิน ส่งกลิ่นคาวคลุ้งชวนอาเจียนซ้ำสอง แต่ขุนแผนกลับไม่มีแม้แต่รอยเืกระเซ็นเปื้อนผิวกาย แววตาของเขาว่างเปล่า เ็า... และไร้ซึ่งความรู้สึกสงสารใดๆ มันเป็ความเ็าที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงะโโหวกเหวกเสียอีก
"เฮ้ย! ไอ้เด็กนั่น!"
เสียงะโหยาบกระด้างในภาษาถิ่นเหนือดังแทรกทะลุโสตประสาท กันต์สะดุ้งสุดตัวจนตัวโยน หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาหันขวับไปตามเสียง ก็พบกับฝันร้ายที่กำลังเดินดุ่มๆ เข้ามาหา
ทหารเชียงใหม่นายหนึ่งที่หลุดรอดจากวงล้อมสังหารของขุนแผนเข้ามาได้ มันเป็ชายร่างั์สูงใหญ่ราวกับตึกสองชั้น ผิวกายดำเมี่ยมเป็มันเลื่อม เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ปูดโปนและรอยแผลเป็นูนหนาพาดผ่านลำตัว บ่งบอกถึงประสบการณ์การรบที่โชกโชน ปากของมันเคี้ยวหมากหยับๆ จนน้ำหมากสีแดงไหลย้อยลงมาตามมุมปากดูน่ารังเกียจ ฟันทั้งปากเป็สีแดงฉานราวกับเพิ่งไปกัดคอใครมากินเื ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำปูดโปน เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและสารหลั่งความเครียดจากการฆ่าฟันมาทั้งคืน
มันคำรามลั่นในลำคอเหมือนสัตว์ป่าที่หิวกระหาย ง้างดาบวงพระจันทร์เล่มั์ที่มีน้ำหนักน่าจะหลายกิโลกรัมขึ้นเหนือหัว วิ่งตึกตักๆ พุ่งตรงเข้ามาหากันต์ พื้นดินะเืตามจังหวะฝีเท้าของมันราวกับช้างตกมัน
"อย่าเข้ามานะเว้ย!"
กันต์ะโเสียงหลง ลิ้นไก่แทบจะกระดอนออกมานอกปาก เขาถอยกรูดอย่างไม่คิดชีวิตจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับซากเกวียนดัง ปึ้ก ไร้หนทางหนี ขาสองข้างสั่นพับๆ จนทรงตัวไม่อยู่ เข่าทรุดลงไปกองกับพื้น ในมือมีสมบัติติดตัวอยู่แค่ฝักดาบไม้ตะเคียนที่กอดไว้แน่น กับดาบเก่าๆ สนิมเขรอะที่เหน็บเอวอยู่ ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะใช้ฟันก้านกล้วยขาดด้วยซ้ำ
ศัตรูไม่ฟังเสียงร้องขอชีวิต หรืออาจจะฟังไม่รู้เื่เพราะความบ้าเืเข้าครอบงำ มันแสยะยิ้มเห็นฟันแดงเถือก ก่อนจะฟาดดาบั์ลงมาเต็มแรง แรงเหวี่ยงนั้นแหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว หมายจะผ่าร่างของกันต์ให้แยกเป็สองซีกในดาบเดียว!
"ชิบหาย!"
สมองของกันต์ขาวโพลน วินาทีแห่งความตายมาเยือนเร็วกว่าที่คิด ร่างกายของเขาขยับไปเองตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด (Fight or Flight Response) กันต์ยกของที่อยู่ในมือขึ้นรับเพื่อป้องกันส่วนหัวโดยอัตโนมัติ
เคร้ง!!
เสียงโลหะปะทะไม้ดังสนั่นหวั่นไหวจนหูอื้อ! ประกายไฟแลบแปลบปลาบกระเด็นเข้าตา! แรงกระแทกมหาศาลส่งผ่านแขนจนกระดูกร้าวระบมไปหมด กันต์กัดฟันกรอดด้วยความเ็ป แต่ทว่า... ดาบั์ของข้าศึกกลับถูกหยุดไว้ชะงักงัน กลางอากาศ!
สิ่งที่หยุดดาบเหล็กกล้าเล่มนั้นไว้คือ 'ฝักดาบฟ้าฟื้น' ที่กันต์กอดแนบอกไว้นั่นเอง! ไม้ตะเคียนเก่าแก่ที่พันด้วยสายสิญจน์และลงอาคมไว้แ่านั้น แข็งแกร่งดั่งเหล็กไหลชั้นดี ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนหรือรอยบิ่นให้เห็นแม้แต่นิดเดียว
"เฮ้ย!?"
ทหารั์เบิกตากว้างด้วยความใสุดขีด มันคงไม่เคยเจอไม้ท่อนไหนที่รับดาบของมันได้โดยไม่ขาดสะบั้น จังหวะที่มันกำลังยืนงงเป็ไก่ตาแตกอยู่นั้น กันต์เห็นช่องว่าง... ช่องว่างแห่งชีวิต!
เขาอาจจะไม่มีแรงควายถึกพอจะผลักมันออกไป แต่เขามีสมอง! และเขามีวิชาเอาตัวรอดแบบเด็กช่างที่เรียนรู้มาจากประสบการณ์จริง!
"กินทรายไปซะไอ้หน้าโง่!"
กันต์ก้มลงกอบทรายปนเืที่พื้นขึ้นมาเต็มกำมือ แล้วสะบัดข้อมือสาดเข้าใส่ใบหน้าและดวงตาคู่โตของศัตรูเต็มแรง! เม็ดทรายหยาบๆ พุ่งเข้าไปในดวงตาที่เปิดกว้างของมันอย่างจัง
"โอ๊ย!!" ทหารั์ร้องลั่น ปล่อยมือข้างหนึ่งจากดาบมายกขึ้นขยี้ตาด้วยความเ็ปแสนสาหัส น้ำตาไหลพรากมองไม่เห็นสิ่งใด
กันต์ไม่รอช้า งัดท่าไม้ตายก้นหีบที่เคยเห็นเพื่อนใช้ตอนยกพวกตีกัน... เตะผ่าหมาก!
ปึก!
หน้าแข้งเล็กๆ แต่ใส่แรงมาทั้งชีวิต (และแรงส่งจากรองเท้าผ้าใบพื้นยางอย่างดี) หวดเข้าใส่จุดยุทธศาสตร์กึ่งกลางลำตัวของั์ใหญ่เต็มเปา! เสียงกระแทกทึบๆ ฟังดูเ็ปแทน ความจุกเสียดแล่นริ้วจากปลายเท้ากันต์ขึ้นไปสู่สมองของศัตรู ทหารั์ตัวงอเป็กุ้งโดนน้ำร้อนลวก หน้าที่เคยดำเมี่ยมเปลี่ยนเป็เขียวคล้ำ อ้าปากพะงาบๆ ไร้เสียงร้อง สิ้นฤทธิ์ทรุดลงไปนอนกองกับพื้นทันที
กันต์ไม่รอซ้ำ ไม่รอเช็กผลงาน เขาวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ขาเ้ากรรมที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงดันไปสะดุดรากไม้ใหญ่ที่โผล่พ้นดิน ร่างของเขาถลาล้มคว่ำหน้าคะมำกระแทกพื้นดินแข็งๆ จนจุกแอ้ก
"มึง... ตาย!"
เสียงอาฆาตดังมาจากพุ่มไม้ข้างทาง ทหารเชียงใหม่อีกคนหนึ่งโผล่พรวดออกมา... คนนี้ตัวเล็กกว่าไอ้ั์เมื่อกี้ แต่ท่าทางคล่องแคล่วว่องไวกว่ามาก มันกระโจนตัวลอยเข้ามาคร่อมทับร่างของกันต์เอาไว้แน่น น้ำหนักตัวกดทับจนกันต์หายใจไม่ออก
มือข้างหนึ่งของมันบีบคอกันต์แน่นจนลูกกระเดือกแทบแตก อีกมือเงื้อมีดสั้นปลายแหลมวาววับ เตรียมจะปักลงมาที่กลางอก
"อึก... อ๊าก..."
กันต์ดิ้นพล่านเหมือนปลาขาดน้ำ ขาถีบไปมาอย่างไร้ทิศทาง มือสองข้างควานสะเปะสะปะไปตามพื้นหญ้าเพื่อหาอะไรก็ได้มาช่วยชีวิต ปลายนิ้วของเขาไปััเข้ากับวัตถุแข็งๆ ยาวๆ
ดาบเก่า...
ดาบเล่มที่เขาเหน็บเอวมาแล้วทำหล่นตอนล้ม ด้ามดาบทำจากไม้เนื้อแข็งพันด้วยเชือกป่านที่เริ่มเปื่อยยุ่ยตามกาลเวลา ััสากมือ แต่ใบดาบแม้จะดูเก่าคร่ำครึ สนิมจับเกรอะกรัง แต่มันกลับยังคงรูปทรงแข็งแรง ไม่ได้ผุกร่อนอย่างที่ตาเห็น
เขาพยายามจะหยิบมันมาแทงสวนขึ้นไป แต่มือของทหารคนนั้นแข็งแรงราวมือเหล็ก มันกดน้ำหนักลงมาจนกันต์ขยับแขนแทบไม่ได้ กลิ่นปากเหม็นเน่าจากการเคี้ยวหมากผสมกลิ่นยาสูบฉุนกึก พ่นรดใส่หน้ากันต์จนแทบสำลัก แววตาของมันจ้องมองลงมา เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย ้าชีวิตของเด็กหนุ่มตรงหน้าเดี๋ยวนี้
สติของกันต์เริ่มเลือนราง ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเพราะขาดอากาศหายใจ... ทันใดนั้น... เขาก็ได้ยินเสียง
วิ้ง...
เสียงสั่นะเืเบาๆ ความถี่ต่ำๆ ดังมาจากดาบเก่าในมือที่เขากำลังกำแน่น... พร้อมกับความรู้สึกร้อนวาบที่แล่นผ่านฝ่ามือขึ้นมาตามแขน เหมือนกับว่าดาบเล่มนี้กำลัง 'ตื่น' ขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
"แทง... ที่... ตา..."
เสียงกระซิบแหบพร่า ดังขึ้นก้องในกะโหลกศีรษะ! มันไม่ใช่เสียงเล็กแหลมของกุมารทองที่เขาคุ้นเคย... แต่มันเป็เสียงของผู้ชายแก่ๆ เสียงที่ฟังดูดุดัน หยาบกร้าน และหิวกระหายเืเนื้อ!
"แทง... มัน... ซะ!"
กันต์ไม่มีเวลาคิดวิเคราะห์แยกแยะอะไรอีกแล้ว สมองสั่งการให้ทำตามเสียงสั่งนั้นทันที อาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีที่มันเผลอชะงักเพราะเห็นแววตาของเหยื่อเปลี่ยนไป กันต์กัดฟันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ดึงดาบกลับมาแนบตัว... ใบดาบเก่าๆ สั่นระริกในมือ ราวกับมันกำลังดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้ดื่มเืสดๆ อีกครั้ง
กันต์เกร็งข้อมือ ทิ่มปลายดาบพุ่งสวนขึ้นไป เล็งเป้าหมายไปที่ดวงตาของมัน!
ฉึก!
ััของการแทงทะลุเนื้อเยื่อส่งผ่านด้ามดาบมาถึงมือกันต์ คราวนี้เข้าเป้าอย่างจัง! คมดาบเก่าที่ดูทื่อๆ กลับทะลวงผ่านเบ้าตาของศัตรูเข้าไปได้อย่างแม่นยำและง่ายดายราวกับแทงเต้าหู้ เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมาตามร่องเืของใบดาบ!
"อ๊ากกกกกก!"
มันกรีดร้องลั่นด้วยความเ็ปสุดขีด ปล่อยมือจากคอกันต์ทันที ร่างของมันดิ้นพราดๆ เอามือกุมใบหน้าที่มีดาบปักคาอยู่ กันต์ฉวยโอกาสนั้นถีบมันกระเด็นออกไปให้พ้นตัว แล้วรีบตะเกียกตะกายคลานหนีด้วยความใ กลัวจนตัวสั่น
'ดาบ... เมื่อกี้ดาบมันพูดเหรอวะ!?'
กันต์หอบหายใจแฮกๆ มองไปที่ดาบเก่าเล่มนั้นที่บัดนี้ปักคาเสียบลูกกะตาของทหารเชียงใหม่อยู่ เือุ่นๆ ไหลอาบชะโลมใบดาบ ซึมเข้าไปในเนื้อเหล็กและเชือกป่านที่พันด้าม ราวกับฟองน้ำที่กำลังดูดซับน้ำอย่างกระหายหิว
ยังไม่ทันได้หายใจหายคอให้ทั่วท้อง เสียงกีบม้ากระทบพื้นดินก็ดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
ฉับ!
ประกายแสงสีฟ้าตวัดผ่านอากาศเพียงวูบเดียว ศีรษะของทหารเชียงใหม่ที่กำลังดิ้นพราดด้วยความเ็ป ก็ขาดกระเด็นหลุดออกจากบ่า กลิ่นหลุนๆ ไปกับพื้น เืสาดกระจายเต็มหน้าของกันต์จนอุ่นวาบ ร่างไร้หัวกระตุกเกร็งสองสามทีก่อนจะแน่นิ่งไป
เงาทะมึนทาบทับลงมาเหนือร่างของกันต์ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านน้ำตาและคราบเื ก็พบกับ ขุนแผน ที่ขี่ม้าสีหมอกมายืนตระหง่านอยู่ ดาบฟ้าฟื้นในมือชุ่มโชกไปด้วยเืจนหยดติ๋งๆ ลงสู่พื้น
"ลุกขึ้น!" ขุนแผนตวาดเสียงดังทรงอำนาจ
กันต์รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน ทั้งที่ขายังสั่นพับๆ มือปาดเช็ดเืออกจากหน้าอย่างลวกๆ เพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น
ขุนแผนจ้องมองหน้าเด็กน้อยที่เนื้อตัวมอมแมม เปรอะเปื้อนไปด้วยเืและฝุ่นทราย จากนั้นสายตาคมกริบก็เลื่อนไปมองศพทหารข้าศึกที่มีดาบเก่าสนิมเขรอะปักคาเบ้าตาลึกถึงสมอง
"โเี้ใช้ได้..."
ขุนแผนพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความพอใจ "รู้จักเล็งจุดตายในดาบเดียว... ไม่เสียแรงที่ข้าแบกเอ็งมาด้วย เอ็งเรียนวิชาดาบมาจากสำนักไหน? เพลงดาบแม่นยำนัก"
"สะ... สำนักเอาตัวรอดจ้ะ!" กันต์ตอบเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า "ดาบ... ดาบมันบอกให้แทงจ้ะ! หนูไม่ได้อยากทำ!"
"หือ?" ขุนแผนเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ ก่อนจะมองไปที่ดาบเก่าเล่มนั้นที่ปักอยู่บนศพ เขากระตุกบังเหียนม้าสีหมอกให้เดินเข้าไปใกล้ แล้วก้มลงพิจารณามันชัดๆ
"ดาบเล่มนั้น..." ขุนแผนหรี่ตามองพลางพยักหน้าช้าๆ "มันเป็ดาบของ ทหารเอก รุ่นปู่ข้า... เก่าเก็บจนข้าลืมไปแล้วว่าเอาติดมาด้วย นึกไม่ถึงว่าิญญาครูดาบที่สถิตอยู่ข้างในจะยอมคุยกับเด็กกะโปโลอย่างเอ็ง"
"พี่ชาย..."
เสียงเล็กแหลมดังมาจากบนไหล่ขว้างของขุนแผน ิญญาเด็กน้อยผมจุก หรือ พรายชุมพล โผล่หัวออกมา ยิ้มแป้นจนตาหยี แก้มยุ้ยน่าหยิก "พี่ชายเก่งจัง... ฆ่าคนครั้งแรกก็แทงตาเลย โหดกว่าพ่อตอนหนุ่มๆ อีกนะเนี่ย คิกคิก"
กันต์หน้าซีดเผือดลงกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำชมที่ฟังดูสยองขวัญนั้น เขาเพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนี้เองว่าตัวเองได้ฆ่าคนไปแล้ว... แม้จะเป็การป้องกันตัว แต่ความรู้สึกเวลาที่เหล็กแทงทะลุเนื้อคน แรงต้านของกระดูก และกลิ่นคาวเืที่ติดมือ มันยังฝังแน่นอยู่ในความรู้สึกจนอยากจะอาเจียนออกมาอีกรอบ
"ไปกันต่อ!"
ขุนแผนออกคำสั่งเสียงเข้ม ไม่ปล่อยให้กันต์ได้มีเวลาดราม่าฟูมฟาย "ศึกนี้ยังไม่จบ... ทัพหลวงของมันกำลังถอยร่น เราต้องตามตีให้แตกพ่าย อย่าให้พวกมันได้กลับไปตั้งหลัก!"
"ละ... แล้วหนูต้องไปด้วยเหรอจ๊ะ?" กันต์ถามหน้าตาตื่น ใจอยากจะวิ่งหนีไปซ่อนให้รู้แล้วรู้รอด
"เออ!"
ขุนแผนไม่รอฟังคำปฏิเสธ เขาเอื้อมมือแข็งแกร่งลงมากระชากคอเสื้อด้านหลังของกันต์ แล้วเหวี่ยงร่างเด็กหนุ่มลอยหวือขึ้นมานั่งซ้อนท้ายบนหลังม้าสีหมอกอย่างง่ายดาย
"เกาะแน่นๆ ไอ้ตัวแสบ... วันนี้เอ็งทำได้ดี แต่ถ้าตกม้าตายตอนนี้ ข้าจะไม่ตามไปเก็บศพ!"
สิ้นเสียง ขุนแผนก็กระทุ้งสีข้างม้า เ้าสีหมอกร้องลั่นก่อนจะโผนทะยานออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง กันต์หวีดร้องเสียงหลง รีบกอดเอวหนาของขุนแผนแน่นจนแทบสิงร่าง มืออีกข้างกำด้ามดาบเก่าที่เขาดึงติดมือมาด้วยแน่น อีกข้างจับฝักดาบฟ้าฟื้นไว้
ทันใดนั้น...
ท่ามกลางเสียงกีบม้าที่ควบตะบึงไปข้างหน้า กันต์รู้สึกได้ถึงแรงสั่นะเืในมือ
ดาบเก่าในมือของเขาสั่นระริกเบาๆ ... คราวนี้มันไม่ได้สั่นเพราะความกลัว แต่มันสั่นเป็จังหวะจะโคน เหมือนกับว่ามันกำลัง 'หัวเราะ' ด้วยความสะใจ ที่ได้กลับมาทำหน้าที่ดื่มเืในสนามรบอีกครั้ง!