เทียนิหลับไปได้สักพักเขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบที่ดังขึ้นในหัวจนทำให้เขาตื่นขึ้นมา
ปิ๊ง !! “ท่านได้รับค่าประสบการณ์ +400 ระดับของท่านเพิ่มขึ้น”
“เอ๋..... มันจะไม่เร็วไปหน่อยหรือไง เมื่อกลางวันข้ายังขาดค่าประสบการณ์อีกมากนี่นา เ้าหนูหลางมันไปหาเหยื่อมากมายมาจากไหนของมันนะ”
เทียนินั่งรำพึงกับตัวเอง เขาออกล่าตั้งนานกว่าจะหาเหยื่อพบและทำการสังหารแถมสัตว์ร้ายแต่ละตัวก็ออกจะร้ายกาจขนาดนั้น แต่ประสิทธิภาพในการล่าของหนูหลางกับรวดเร็วกว่าเขามาก ซึ่งสิ่งนี้ก็ไม่แปลกแต่อย่างได เพราะฝูงหมาป่าพวกนี้นั้นอาศัยอยู่ในป่าแห่งหมอกมาั้แ่เกิด พวกมันชำนานพื้นที่อย่างมากและพวกมันก็ต้องทำการออกล่าเหยื่อจำนวนมากทุกๆวัน เพื่อให้เพียงพอสำหรับหมาป่าทั้งฝูง และพวกที่เทียนิได้พบเมื่อวานก็เป็แค่ส่วนหนึ่งของฝูงหมาป่าเท่านั้น โดยกลุ่มนี้มีหน้าที่ในการออกล่า นอกจากนี้ในรังหมาป่าของพวกมันยังมีหมาป่าตัวเมียและพวกลูกน้อยของพวกมันอยู่ด้วย เรียกได้ว่าพวกมันอยู่รวมกันเป็ชุมชนเลยทีเดียว และแน่นอนว่าที่นั่นก็ยังมีพวกหมาป่าที่แก่และาเ็รวมอยู่ด้วย ในยามปกติหนูหลางจะไม่ได้เป็ผู้ลงมือสังหารเหยื่อเอง แต่ตอนนี้เพราะได้รับคำสั่งของเทียนิมันจึงต้องลงมือสังหารเหยื่อด้วยตัวมันเอง ทำให้เทียนิได้รับค่าประสบการณ์ผ่านทางการล่าของหนูหลางมามากมายจนทำให้เทียนิมีระดับเพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้เทียนิก็อยู่ที่ระดับ 11 แล้ว เมื่อตรวจสอบหน้าต่างสถานะของตนและเพิ่มค่าสถานะแล้วเทียนิก็นึกขึ้นได้ว่าสามารถจัดการค่าสถานะของสัตว์เลี้ยงได้เช่นกัน เทียนิจึงรีบเรียกหน้าต่างสถานะของหนูหลางออกมาทันที
“นี่มัน ! หนูหลางมันไปถึงระดับที่ 10 แล้วอย่างนั้นหรือ ”
เทียนิใกับพัฒนาการที่รวดเร็วของหนูหลาง มันออกไปล่ามาไม่นานก็มีระดับเพิ่มขึ้นถึง 2 ระดับ นี่ทำให้เทียนิรู้สึกอิจฉาขึ้นมานิด ๆ แต่พอมาคิดดูดี ๆ แล้ว เทียนิก็พบว่า นี่มันไม่ใช่เื่แปลกแต่อย่างใด ในตอนที่เทียนิยังมีระดับไม่ถึง 10 เขานั้นมีความ้าค่าประสบการณ์แค่เพียงไม่กี่ร้อยแต้มเพื่อเพิ่มระดับ ในเมื่อมันสามารถล่าจนเพิ่มระดับให้เขาได้ มันก็ไม่แปลกที่มันจะมีระดับเพื่อขึ้นมาถึง 2 ระดับ หลังจากที่เทียนิได้ตรวจสอบหน้าต่างสถานะของหนูหลางอย่างระเอียดแล้วเขาก็เริ่มเข้าใจถึงระดับความแข็งแกร่งของสัตว์ร้ายเพิ่มขึ้นไม่น้อย
- สถานะสัตว์เลี้ยง
- ชื่อ : หนูหลาง
- ระดับ : 10 [ ค่าประสบการณ์ 1600/10000 ]
- เผ่าพันธุ์ : สัตว์ร้าย หมาป่าจันทรา
- พลังชีวิต 232
- พลังปราณ 78
- ความแข็งแกรง 20 >
- ความเร็ว 10 >
- ความทนทาน 12 >
- ความฉลาด 10 >
- โชค 10 >
- แต้มสถานะคงเหลือ 8
- พร์ หากได้ัักับแสงจันทร์ ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 1 ใน 10
“ด้วยความที่เป็สัตว์ร้าย ทำให้พวกมันมีร่างกายที่ทรงพลังกว่ามนุษย์สินะ มิน่าล่ะ ผู้ฝึกยุทธ์จึงพากันพูดว่าในระดับขั้นเดียวกัน มนุษย์ไม่สามารถเอาชนะสัตว์ร้ายโดยปราศจากยุทธภัณฑ์ได้ ข้าคงต้องหายุทธภัณฑ์ดี ๆ มาใช้บ้างแล้วสินะ”
เทียนิที่ตรวจสอบค่าสถานะของหนูหลางเสร็จแล้ว ก็ตัดสินใจที่จะนำแต้มสถานะคงเหลือทั้งหมดของหนูหลางไปลงที่ความทนทาน เพราะว่าที่เขาสามารถเอาชนะมันได้อย่างง่ายดายนั้นนอกเหนือจากการช่วยเหลือของระบบวิเคราะห์แล้ว ก็เป็เพราะว่าเทียนิมีค่าความแข็งแกร่งมากกว่าค่าความทนทานของมันนั่นเองเมื่อเพิ่มค่าความทนทานให้แก่หนูหลางเสร็จแล้ว เทียนิก็ปิดหน้าต่างสถานะของหนูหลางลงแล้วเตรียมล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ขณะนั้นเองภาพเหตุการเดิมก็ฉายซ้ำขึ้นอีกครั้ง เทียนหมึงหยุดค้างอยู่ด้วยท่ารูปตัว V แล้วทำสีหน้าขมขื่นดุจดั่งเคี้ยวขี้หมาอยู่ก็ไม่ปาน
“บัดซบ !!! ทำไมเ้าหนูหลางมันถึงมีค่าสติปัญญา 10 แต้มกัน นี่ไม่ใช่หมายความข้านั้นโง่งมกว่ามันหรืออย่างไร อ๊ากกกกกกกก....”
ณ บริเวณเนินเขาแห่งหนึ่งในป่าแห่งหมอก ห่างจากที่ที่เทียนิอยู่ไม่ไกลมากนัก ได้มีฝูงของหมาป่าสีครามที่กำลังฮึกเหิมเคลื่อนที่ด้วยความเร็วดุจสายลม โดยมีหมาป่าสีเงินตัวใหญ่วิ่งนำอยู่ หมาป่าสีเงินตัวนี้มีลักษณ์ที่งามสง่าขนอันแหลมคมส่องประกายสีเงินออกมายามกระทบกับแสงจันทรา ดูน่าเกรงขามอย่างมากบวกกับรัศมีการเป็ผู้นำของมัน ไม่ว่าสัตว์ร้ายตัวไดในบริเวณนี้ที่ได้พบกับมันต่างก็พากับหลบหนีอย่างหวาดกลัว เ้าหมาป่าสีเงินตัวนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น มันคือหนูหลางหมาป่าสีครามสัตว์เลี้ยงของเทียนินั่นเอง หลังจากที่มันได้เลื่อนเข้าสู้ระดับ 10 ร่างกายของมันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมาก ทั้งขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า ขนที่เคยสีครามก็เปลี่ยนเป็สีเงินทั้งยังดูแข็งแกร่งแหลมคมกว่าเดิมอีกด้วยยามที่ัักับแสงจันทร์ “อา...ชิ้ว !!!!”ในขณะที่มันกำลังวิ่งนำฝูงหมาป่าสีครามอยู่นั้น จู่ๆมันก็จามขึ้นมาอย่างแรงจนร่างกายที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงนั้นถึงกับล้มกลิ้งเข้าประทะกับต้นไม้ใหญ่จนหักโค่น สภาพตอนนี้ของมันนั้นสะบักสะบอมผิดกับความสง่างามก่อนหน้านี้ราวกับหน้ามือเป็หลังเท้า ด้วยความเคอะเขินมันจึงรีบดีดตัวขึ้นมาสลัดขนทั่วตัว แล้วส่งเสียงคำรามต่ำไปยังฝูงหมาป่าสีครามที่กำลังหยุดยืนมองมาที่มันเป็สายตาเดียว แฮร่........ เห็นดังนั่นพวกหมาป่าสีครามที่มองดูหนูหลางอยู่นั้นก็รีบก้มหัวลงหลบสายตาทันทีอย่างรู้งาน หนูหลางก็ไม่รอช้ารีบแสดงท่าทีสง่างามอีกครั้งแล้วออกวิ่งนำฝูงหมาป่าสีครามมุ่งหน้าไปยังจุดที่เทียนิอยู่ เมื่อมันมาถึงแล้วเห็นเทียนิกำลังนอนอยู่ มันก็ไม่กล้าส่งเสียงดังรบกวนเทียนิ เหตุผลก็เพราะหลังจากที่มันตกลงติดตามเทียนิและได้รับคำสั่งให้ออกไปฝึกฝน มันก็ปฏิบัติตามอย่างเชื่อฟังแต่เพียงแค่ไม่นานมันก็รู้สึกได้ว่ามันแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ จนในที่สุดร่างกายของมันก็เกิดการวิวัฒนาการขึ้นอย่างมาก ตอนนี้ในหัวใจของมันนั้นเคารพในตัวเทียนิดุจดั่งเทพเทวาก็ไม่ปาน มันจึงส่งสัญญาณบอกเป็นัยว่าให้พวกหมาป่าสีครามนั้นกลับไปที่รังหมาป่าของพวกมันก่อน เมื่อพวกหมาป่าสีครามจากไปแล้วมันก็นอนมองร่างของเทียนและค่อยหลับตาลงไป
....เช้าวันรุ่งขึ้น....
“อื้อออออออ ห้าววววว .....ว๊ากกกกกก”
เทียนิตื่นขึ้นแล้วก็ปิดี้เีแต่ขณะนั้นเองสายตาที่กำลังงัวเงียก็เหลือบไปเห็นหมาป่าสีเงินตัวเท่าช้าง นอนมองเขาอยู่ไม่ไกล เขาจึงใอย่างมากจนเสียกิริยา
หนูหลางที่เห็นเทียนิตื่นแล้วก็รีบกระโจนไปหาเทียนิด้วยท่าทางมีความสุขเหมือนลูกหมาที่เห็นเ้านายกลับมาบ้าน แต่มันไม่รู้เลยว่าในสายตาของเทียนิที่ตอนนี้กำลังขวัญกระเจิงอยู่นั้นมองมันดุจดั่งมุจจุราชที่กำลังจะมาพรากชีวิตน้อยๆของเขาไป เนื่องจากเหตุการที่เกิดขึ้นนั้นมันเร็วเกินไปทำให้เทียนิไม่มีเวลาเตรียมตัวป้องกันใดๆ เขาก็ได้แต่หลับตาปี๋ยืนตัวเกร็งอยู่กับที่ ต่อมาเขาก็รู้สึกถึงสิ่งที่เปียก ๆ สาก ๆ กำลังััที่ใบหน้าของ เทียนิที่กำลังขวัญกระเจิงอยู่นั่นเอง
‘นี่มันกำลังชิมข้าอยู่ใช่ไหม สาธุ ขอให้มันไม่อร่อยด้วยเถอะ ถึงหน้าตาข้าจะหล่อเหลาน่ารับประทานก็เถอะ แต่รสชาติของข้าคงไม่ถูกปากมันหรอกนะ’
เทียนิปลอบใจตัวเองอยู่ในใจ ไม่นานหมาป่าสีเงินตัวนั้นก็หยุดเลีย ‘เอ๋ หยุดแล้ว ? ใช่แล้วข้ามันเป็คนที่สุนัขไม่รับประทานนี่นา ฮ่า ฮ่า ฮ่า’
เทียนิหัวเราะในใจเพราะคิดว่าโชคดีที่ตนเองนั้นเป็คนที่มีนิสัยสุนัขไม่รับประทานดั่งเช่นที่สมาชิกในตระกูลเทียนเคยแอบนินทาลับหลังเขา ในอดีตเขาคงจะไม่พอใจอย่างมาก แต่ในตอนนี้เขากลับยินดีอย่างมากที่ตนเองนั้นสุนัขไม่รับประทานจริงๆ
“แฮ่ะ ๆๆ”
ผ่านไปไม่นานเทียนิก็ได้ยินเสียงหายใจถี่ ๆ เสียงแบบนี้มันช่างคุ้นเคยอย่างมาก มันเหมือนกับเสียงของหมาที่เขาเคยเลี้ยงไว้ มันเป็เสียงยามที่หมามันมีความสุขที่เจอเ้าของไม่ใช่หรือไง เทียนิค่อยๆลืมตาขึ้นมา ภาพที่ปรากฏก็คือหมาป่าสีเงินตัวเท่าช้างมันกำลังนั่งมองมองที่เขาด้วยสายตาใสปิ๊ง และส่ายหางรัว ๆ เทียนิที่เริ่มเอะใจได้ ก็เริ่มพิจารณาเ้าหมาตัวใหญ่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง
“มันก็ดูคล้ายๆ กันอยู่นา... หรือว่า !!!”
เทียงิเรียกเก็บหนูหลางในใจทันที ปรากฏว่า หมาป่าสีเงินตัวใหญ่ตัวนี้นั้นหายวับไปกับตา
“หน๋า นิ !!! เป็มัน !! ปัดซบ เ้าหนูหลางทำไมเ้าไม่รีบบอกข้าก่อนเล่า เจอหน้าข้าก็กระโจนเข้าใส่ทันทีเลยนี่นะ มารยาทเ้าน่ะมีไหม นับจากวันนี้ข้าจะต้องสอนมารยาทให้เ้าหน่อยแล้ว”
เทียนิยื่นแขนออกไปชี้โบ้ ชี้เบ้ไปมา ครั้งนี้เขารู้สึกขายขี้หน้าจริงๆ เขารู้สึกว่าเขานั้นถูกกลั่นแกล้งอย่างไม่เป็ธรรม เ้าไม่เห็นหรือไงว่าสารรูปเ้ามันเปลี่ยนแปลงไปมากมายขนาดไหน อย่างน้อยก็ควรจะแนะนำตัวเองก่อนไม่ใช่หรืออย่างไร ตอนนี้เขาอยากจะร้องไห้แล้ววิ่งไปฟ้องบิดาเสียจริง ๆ