ยามิอนาสตาเซีย ปฏิเสธการสารภาพรักมา8ครั้ง ตอนนี้ไม่รู้สึกถึงอะไรทั้งนั้น ไม่รู้ว่าความรักคืออะไร ทำไมคนเราถึงมีความรัก ขณะที่กำลังจะข้ามถนนเธอก็หันไปเห็นคู่รักที่กำลังจูบกันอยู่ที่ร้านกาแฟข้างทางอนาสตาเซียทำอะไรไม่ได้นอกจากมองดูอย่างสะอิดสะเอียน เมื่อเธอเดินกลับมาถึงบ้านก็ล้มตัวลงบนเตียงแล้วก็หลับตาลงและก็นึกถึงความทรงจำที่ผ่านมาทุกๆครั้งที่สารภาพรักแล้วก็ถูกปฏิเสธ ความรักที่ก่อตัวขึ้นและจิตใจค่อยๆพังทลายลงทีละน้อยๆจนสิ่งที่เหลืออยู่ภายในจิตใจคือเส้นด้านเส้นเล็กๆที่เหมือนจะขาดได้อยู่ตลอดเวลาไม่นานนักอนาสตาเซียก็หลับไป
เช้าวันต่อมานาฬิกาปลุกก็ดังขึ้นอนาสตาเซียหยิบนาฬิกามาดูเวลาแล้วก็กดปิดเสียง เธอนั่งคิดถึงเื่เก่าๆอยู่สักพักแล้วก็ปล่อยนาฬิกาออกจากมือ
‘ไม่อยากจะไปโรงเรียนเลย...ทนมาได้2ปีแล้ว เหลืออีก4เดือนก็จะจบแล้วต้องทนให้ได้’
คิดได้แบบนั้นอนาสตาเซียก็ลุกไปอาบน้ำแปรงฟัน แต่งตัวแล้วก็ออกมาจากห้อง เมื่อเธอล็อกห้องเสร็จเธอก็เห็นเด็กคนนึงนั่งอยู่ที่หน้าห้องเธอ เด็กคนนี้แต่งตัวโทรม ตัวผอมโซ มีผ้าคลุมหัวไว้และที่สำคัญ เธอท้องร้อง
“นี่...เธอน่ะ มากินข้าวหน่อยมั้ย”
อนาสตาเซียพูดไปแบบไม่ได้คิดอะไรเด็กน้อยในิ่งไปสักพัก และก็ทำหน้าตาดีใจทั้งน้ำตา แล้วก็ตามอนาสตาเซียไปในห้องอนาสตาเซียลงมือทำอาหารสักพักแล้วก็เอามาให้เด็กน้อย
“มันอาจจะไม่เลิศหรูอะไรนะแต่ก็น่าจะพอให้เธออิ่มได้บ้างแหละ... ฉันจะไปโรงเรียน....นี่กุญแจห้องฉันถ้าเธอจะอยู่ก็ล็อกห้องให้ดี.....”
เด็กสาวพยักหน้าแล้วก็ตักข้าวใส่ปาก และในตอนที่อนาสตาเซียกำลังจะออกจากห้องอนาสตาเซียก็เห็นหน้าของเด็กน้อย ผมของเธอสีขาวสะท้อนกับแสงที่เข้ามาในห้องแล้วเธอหันมาหาอนาสตาเซียแล้วพูดกับอนาสตาเซียในภาษาที่อนาสตาเซียรู้จักดี
“очень вкусный(อร่อย)"อนาสตาเซียอึ้งอยู่สักพักนึงแล้วก็เดินมาหาเด็กสาวแล้วก็ยิ้มพร้อมพูดตอบไป
“Спасибо(ขอบคุณ)”
“(พูดในภาษารัสเซีย) ตาของพี่สาวดูเศร้าจัง ”
อนาสตาเซียใที่เด็กสาวพูด แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเลย จนมีเสียงเคาะประตูห้องของเธอ อนาสตาเซียเดินไปเปิดประตู เมื่อเธอเปิดประตู Bzzz!เธอกำลังจะสลบ แต่ก่อนเธอจะสลบเธอก็มองหาที่มาที่ทำให้เธอสลบ เธอเห็นกลุ่มผู้ชายวัยกลางคนประมาณ4คนถือเครื่องช็อตไฟฟ้า แต่ไม่ทันจะได้นึกถึงเื่อื่น เธอก็สลบไป
เวลาผ่านไปอนาสตาเซียก็รู้สึกตัวจากเสียงนาฬิกาปลุก เธอไม่ได้ตั้งนาฦกาปลุกไว้ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้คืออีกวันนึง อนาสตาเซียพยายามลุกขึ้นมาแต่เธอก็ขาสั่นจนทรุดลงไปกับพื้น แล้วเธอก็รู้สึกตัวว่าเสื้อผ้าของเธอหลุดลุ่ยอยู่ และเมื่อเธอเปิดกระโปรงของตัวเองดู เมื่อเห็นภาพนั้นเส้นด้ายในใจของเธอก็ขาดทันที
‘ฉันโดนข่มขืน’
สติของอนาสตาเซียกำลังจะหลุดเป็เสี่ยงๆ แต่เธอรวบรวมสติที่เหลืออยู่ มองหาเด็กน้อยไม่นานนักเธอก็เห็นร่างของเด็กน้อย เธอเองก็โดนข่มขืนด้วย และเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดอย่างกระทันหัน สาเหตุการตายของเธอคือช็อกอย่างรุนแรง เด็กสาวที่ดูจะเป็ความหวังใหม่ในชีวิตของเธอก็จากไป ความรักที่ผิดพลาด ชีวิตที่ถูก่ชิง ไม่นานสติเพียงเล็กน้อยของเธอก็ขาดไป ชีวิตที่มืดมนอยู่แล้วในที่สุดที่ถึงจุดสิ้นสุด อนาสตาเซียเดินไปที่ครัวและเอามีดกรีดแขนตัวเองและเดินไปนอนข้างๆเด็กน้อย เืที่ไหลไม่หยุด น้ำตาของเธอก็เช่นกัน ถึงที่สุดแล้วอนาสตาเซียก็กำลังจะหมดลมหายใจ ประตูห้องของเธอก็เปิดออก อนาสตาเซียคิดในใจว่าคงเป็พวกผู้ชายที่มาข่มขืนเธอ แต่คนทีเขามากลับเป็รักแรกของเธอ เด็กผู้หญิงผมสีทอง แต่งตัวเรียบร้อย รีบวิ่งมาที่อนาสตาเซียแล้วพยายามเรียกสติของอนาสตาเซียให้กลับมา
“อันนา! อันนา!! ทำใจดีๆไว้นะ นี่โควนะ! ทำไมเธอทำแบบนี้...อะ คุณมิฟุจิ เธอไปดูเด็กคนนั้นหน่อย”
ทาจิบานะ โคว รักแรกของอนาสตาเซีย พูดให้ผู้ชายตัวสูงที่มาด้วยกัน วิ่งไปดูเด็กน้อยที่นอนอยู่ข้างๆอนาสตาเซีย
“ไม่ไหวแล้วล่ะ คุณทาจิบานะ เธอตายแล้ว”
มิฟุจิ ทากายะ คู่หมั้นของโคว อนาสตาเซียน้ำตาไหลแล้วยื่นมือไปหาร่างไร้ิญญาของเด็กน้อย ไม่นานนัก อนาสตาเซียก็หมดลมตามเด็กน้อยไป
-4วันผ่านไป-
ในงานศพของอนาสตาเซีย มีคนมางานพิธีไม่เยอะมากเท่าไร หนึ่งในนั้นก็คือโควที่กำลังร้องไห้โดยมีมิฟุจิโอบไหล่อยู่ แต่เธอก็ปัดทิ้งแล้วก็ะโใส่
“เพราะคุณทำให้อันนาเข้าใจผิดนั่นแหละ”
“แล้วคุณจะให้ทำยังไงล่ะ ก็คุณเป็คู่หมั้นกับผมนี่ จะให้ผมพูดไปว่าอะไร”“ก็โควบอกแล้วนี่ว่าโควขอถอนหมั้นแล้ว เพราะโควรักอันนา แต่คุณมิฟุจิน่ะไม่ยอมฟังโควเลย”
“ผู้หญิงสองคนน่ะแต่งงานมีลูกกันไม่ได้นะ และที่สำคัญ ผมว่าคุณก็รู้นี่ว่าการแต่งงานจากรักร่วมเพศมันผิดกฏหมายน่ะ ผมทำเพื่อตัวคุณนะ”
โควได้ยินประโยคนี้ก็ตบหน้ามิฟุจิดังจนแขกในงานหันมามองกัน
“ทำเพื่อโควงั้นหรอ ก็คุณมิฟุจิน่ะแค่ไม่ชอบอันนาไม่ใช่รึไงกันน่ะ โควรู้นะว่าผู้ชายที่เข้ามาข่มขืนอันนาน่ะเป็คนของตระกูลมิฟุจิคุงน่ะ”
“นี่คุณ...ใส่ร้ายผมอย่างงั้นหรอ”
“เมื่อวานตำรวจมาหาโควที่บ้าน พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิด แล้วเสื้อที่ผู้ชายพวกนั้นใส่น่ะเป็แจ็คเก็ตที่ให้เฉพาะคนที่ทำงานภายใต้ตระกูลมิฟุจิเท่านั้น”
มิฟุจิไม่สามารถเถียงได้ แต่สัญลักษณ์ดอกซากุระเป็สัญลักษณ์เฉพาะของบ้านมิฟุจิจริงๆ
“เชิญคุณคิดเอาละกันนะระหว่างจมปลักอยู่กับสิ่งที่ไม่อาจแก้ไขได้กับเริ่มชีวิตใหม่ในฐานะผู้หญิงของตระกูลมิฟุจิ”
“ถ้างั้นคำตอบของโควก็แน่นอนอยู่แล้วล่ะ”
โควหยิบปิ่นปักผมตัวเองมาปักใส่อกตัวเองเพื่อตายตามอนาสตาเซียไป และเธอทำสำเร็จ งานศพของอนาสตาเซียกลายเป็งานศพเื ตำรวจจำนวนหนึ่งบุกเข้ามาจับตัวมิฟุจิไปด้วย 14 ข้อหา
----------------------------------------------------------------------------------------------------------