ตอนที่ 9 ผีสาวเวอร์จิ้น
หัวค่ำวันนั้นขวัญโทรไปหาแจนเพื่อให้แจนมานอนเป็เพื่อนที่บ้าน เธอกับขุนคุยกันไว้ว่าจะให้แจนมาหาที่บ้านให้พี่ตองสิง จะได้รู้เื่ราวว่าแจนโดนหมอกราคะจากที่ไหน แต่กลายเป็ว่าตอนนี้แจนไม่สบายอยู่ที่โรงพยาบาล ทำให้ต้องรอไปก่อน ด้วยความเป็ห่วงเพื่อนสาว ขวัญจึงไปเยี่ยมแจน ขุนจึงอาสาขับรถไปส่งเธอ
“ขุนไม่อยากไปโรงบาลเลยเจ๊” ขุนเอ่ยตอนขับรถ
“มาเองนะ พี่ไม่ได้ขอ” ขวัญเอ่ยยิ้มๆ
เธอรู้ว่าทั้งขุนและเธอมักจะเห็นสิ่งที่มองไม่เห็นเสมอ แล้วยิ่งเป็ที่โรงพยาบาล สิ่งลี้ลับก็ยิ่งเยอะเป็พิเศษ ขวัญนั้นชินแล้ว แต่ขุนถึงจะชินแต่ก็ไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะสัมภเวสีเ่าั้มักจะมีสภาพสยดสยองไม่เจริญหูเจริญตานัก เขาสะบัดหัวแรงๆเพื่อไล่ความคิดพวกนี้ออกไป
“ไม่นุ่งสั้นแล้วเหรอเจ๊” ขุนเอ่ยพลางมองการแต่งตัวของขวัญ เธอใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาว ซึ่งก็เรียบร้อยเหมือนแต่ก่อน
“ใส่แบบนั้นเฉพาะตอนอยู่บ้านย่ะ” ขวัญแยกเขี้ยวใส่
“ไม่มีอาหารตาเลย”
“โอ๋ๆ เดี๋ยวกลับบ้านพี่จะจัดเต็มให้นะ ตอนนี้ขอเป็สาวเรียบร้อยก่อน อิอิ” ขวัญยิ้มน่ารักให้พลางลูบหัวขุนเบาๆ
ห้องที่แจนแอดมิดนั้นเป็ห้องเดี่ยว ดูๆแล้วพ่อแม่แจนก็มีฐานะไม่น้อย แจนบอกกับขวัญว่าพ่อแม่เธอเพิ่งกลับไปเพราะพรุ่งนี้มีงานแต่เช้า ใบหน้าสวยๆของแจนบัดนี้ดูซีดเซียว เธอมองขุนอายๆ ไม่อยากให้ขุนเห็นเธอในสภาพแบบนี้
“พลอยกับเชอรี่มาไหม?” ขวัญถามพลางลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียง
“มา แต่กลับไปแล้ว” แจนเอ่ยเพลียๆ
“หมอให้กลับบ้านวันไหนพี่แจน” ขุนนั่งลงข้างๆขวัญ พลางเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง
“มะรืนแหละ”
ขวัญกับขุนมองหน้ากัน เพราะเท่ากับว่าการสืบหาต้นต่อจะล่าช้าไป แจนซึ่งสังเกตเห็นท่าทางแปลกๆของทั้งคู่จึงเอ่ยถาม
“มีอะไรรึป่าว”
“รีบมั้ยน้องรัก” ขวัญถามขุน คำว่ารีบของขวัญสื่อถึงว่าขุนรีบจะจัดการเื่หมอกรึป่าว ซึ่งขุนก็พยักหน้าว่าแปลว่ารีบ มีแต่แจนที่มองทั้งคู่อย่างงงๆ
“อะไรกันพี่น้องคู่นี้ เหมือนมีความลับอะไร” แจนเอ่ย ดวงตาที่ดูอ่อนล้าเหมือนจะสุกใสขึ้นเมื่อต่อมเผือกทำงาน
“มาแจน เราเล่าให้ฟัง แต่ต้องสัญญาก่อนว่าเราจะรู้กันแค่นี้” แจนพยักหน้าทันที ขวัญหันมองไปทางขุน “แกออกไปรอข้างนอกนะ เดี๋ยวพี่เล่าเอง”
แล้วขวัญก็เริ่มเล่าให้แจนฟัง โดยเล่าเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับหมอกราคะ ทั้งตอนที่แจนเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว ทั้งตอนที่ขวัญเองก็โดนหมอกราคะเล่นงานจนขุนมาช่วยไว้ได้ โดยเล่าข้ามส่วนสุดสยิวของเธอกับขุนไป
ด้านนอกห้องพักผู้ป่วย
ขุนนั่งเก้าอี้ตรงทางเดิน เล่นโทรศัพท์ พยายามที่จะไม่มองไปรอบๆ เพราะเขาเห็นเงาสีดำมากมายที่ไม่ใช่คน เดินกันไปมาเต็มไปหมด เสียงซุบซิบดังแว่วๆฟังไม่ได้ใจความ ซึ่งถ้าเขาใช้สมาธิเพ่งดูก็จะเห็นใบหน้าพวกนี้และฟังเสียงได้ชัดเจน ซึ่งนั่นก็จะทำให้สัมภเวสีเหล่านี้รู้ด้วยว่า เขามองเห็นพวกมันได้ พ่อคงสอนเขาเสมอว่าอย่าไปยุ่งกับิญญาเร่ร่อนพวกนี้ เพราะถ้าเริ่มยุ่งไปแล้ว จะมีมาอีกไม่หยุดหย่อน
“ญาติคนไข้เหรอคะ”
เสียงหวานๆดังขึ้น ขุนจึงเงยขึ้นไปสบตากับเธอ ใบหน้าสวยหวานยิ้มตอบกลับมาอย่างใจดี ชุดพยาบาลสีขาวกระโปรงยาวคลุมเข่ากับสีผิวขาวนวลทำให้คนตรงหน้าดูน่ารักเรียบร้อย แต่ในการแต่งกายที่เรียบร้อย ขุนกลับเห็นแววตาที่เร่าร้อนอยู่ลางๆ
“ใช่ครับ”
ขุนตอบงงๆที่จู่ๆก็โดนทัก แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็สังเกตเห็นแล้วว่ามีพยาบาลสาวกลุ่มหนึ่งหน้าเค้าเตอร์ชอบมองมาทางเขา แล้วก็ซุบซิบพลางหัวเราะคิกคัก ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้สนใจอะไร ถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองเกินไป ตอนนี้ขุนก็เริ่มพอเดาๆออกแล้วว่าพยาบาลนางนี้้าอะไร
“ไม่เข้าไปเหรอคะ อีกครึ่งชั่วโมงนึงก็สองทุ่ม งดเยี่ยมแล้วนะคะ” พยาบาลสาวเอ่ยยิ้มๆ เหมือนชวนคุย
“อ๋อ พอดีพี่สาวผมกับเพื่อนอยากได้เวลาส่วนตัวน่ะครับ” ขุนเอ่ยส่งยิ้มคืน พลางยักไหล่ “พี่พยาบาลคงเข้าใจ แบบสาวๆน่ะครับ พี่เอ่อ..”
“อ๋อพี่สาวเหรอคะ พี่ชื่อจิ๊บค่ะ” จิ๊บรีบบอกชื่อทันที เธอดีใจลึกๆที่สาวสวยขนาดนั้นที่มากับชายคนนี้เป็พี่สาวซึ่งตอนแรกเธอไม่แน่ใจระหว่างพี่กับแฟน เธอมองขุนแล้วรู้สึกว่าเขาค่อนข้างเด็กกว่าเธอ “ว่าแต่อายุเท่าไหร่คะ”
“18 ครับ ผมชื่อขุนนะ” ขุนตอบยิ้มๆ “แล้วพี่จิ๊บล่ะ อายุเท่าไหร่”
“ไม่อยากบอกอ่ะค่ะ” จิ๊บนิ่วหน้าหน่อยๆ เธอมองขุนแล้วถอนหายใจ
“มีอะไรเหรอครับ...” ขุนลังเลที่จะเรียกจิ๊บว่าพี่ดีมั้ย “เรียกพี่ หรือเรียกจิ๊บเฉยๆดี”
“พี่จิ๊บก็ได้ค่ะ” จิ๊บกอดอกแล้วลงมานั่งข้างๆเขา พลางไขว่ห้างอย่างรวดเร็ว “พอดีพนันอายุน้องขุนกับเพื่อนไว้น่ะค่ะ อย่าโกรธนะคะ พอดีพวกพี่เห็นน้องหล่อดี เลยทายอายุกันเล่นๆ”
“พี่ทายไว้เท่าไหร่ครับ”
“พี่ทาย 19 แล้วก็มีอีกคำถามนะน้องขุน” จิ๊บเอ่ยมองมาทางเขาแบบจริงจังหน่อยๆ “มีแฟนรึยัง”
“ยังครับ” เขาเห็นรอยยิ้มจิ๊บแวบนึงแล้วก็จางหายไป
“พรุ่งนี้ยังมาเยี่ยมอยู่มั้ยน้องขุน”
“มาครับ”
“ดีเลย เดี๋ยวพี่ต้องไปทำงานก่อน ไปละ บ๊ายบายน้องขุน”
“บายครับ”
ขุนมองตามจิ๊บที่กำลังเดินกลับไปที่เค้าเตอร์ เขาเห็นเงาสีดำจางๆกำลังตามเธออยู่ ด้วยความอยากรู้เขาจึงใช้สมาธิเพ่งมองเงานั่น ภาพค่อยๆปรากฏชัดเจนขึ้น เงานั่นเป็เด็กสาวอายุน่าจะพอๆกับเขา เธอใส่เสื้อสายเดี่ยวเอวลอยกับกางเกงขาสั้นจุ๊ดราวกับเป็สก๊อยสาว ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเืดูสนุกสนานที่ได้ตามพยาบาลสาวต้อยๆ ขุนรีบก้มหน้าเล่นมือถือต่อ ไม่อยากรับรู้อีก เพราะกลัวว่าผีสาวสก๊อยจะรู้ตัวที่เขามองอยู่
เวลาผ่านไปไม่นาน จู่ๆขุนก็รู้สึกเย็นะเืราวกับมีคนเอาน้ำแข็งมาลูบ เขาสะดุ้งแล้วรีบมองไปทางต้นเหตุความหนาวเย็นนี้ ผีสาวสก๊อยนั่งอยู่ๆข้างๆเขานั่นเอง แต่เธอไม่ได้มาแบบใบหน้าเต็มไปด้วยเืแบบที่เขาเห็น คราวนี้ผีสาวมาแบบน่ารักสวยใสแต่ก็ไม่เข้ากับการแต่งตัวแบบสก๊อยเท่าไหร่ ขุนจึงมองออกว่าผีสาวตนนี้น่ารักอยู่เหมือนกัน เธอยื่นหน้ามามองหวังจะสบตากับเขา ใกล้จนแทบจะจูบกันเลยทีเดียว
“มองเห็นฉันเหรอ”
ผีสาวถามซึ่งขุนนั่งนิ่งไม่ยอมตอบ เขารู้ว่าถ้าตอบว่าใช่ ิญญาเร่ร่อนแถวนี้คงตามเขาไม่หยุดหย่อน ผีสาวมองเขาอย่างสนใจ
“ขุนเข้ามาสิ” เหมือนระฆังช่วยชีวิต ขวัญเปิดมาเรียกขุนพอดี “พี่ถามเสร็จแล้ว”
“เจ๊ขวัญ” ขุนรีบวิ่งเข้าห้องพักทันที ใบหน้าหล่อเหลาตอนนี้ซีดเซียวหน่อยๆจนขวัญจับสังเกตได้
“แกเป็อะไร เห็นเหมือนเดิมใช่ไหม” ขวัญถามแบบไม่สนใจเท่าไหร่นัก ส่วนขุนก็พยักหน้าตอบ
ตอนนี้ขุน กับ ขวัญ กลับมานั่งที่เดิมส่วนแจนนั้นหลับไปแล้ว อาจเป็เพราะยาที่แจนกินเข้าไปก่อนที่พี่น้องจะมานั่นเอง ขวัญบอกขุนว่าจะเล่าให้ฟังตอนกลับบ้าน
“แกนั่งกับใครน่ะ” ขวัญถาม เธอเห็นเงาลางๆก่อนที่ขุนจะรีบลุกพรวดวิ่งเข้ามาในห้อง “ข้างนอกนั่น”
“นั่นไง” ขุนชี้ไปที่ผีสาวสก๊อยที่บัดนี้ตามเขาเข้ามาถึงในห้อง
สาวสวยหันไปมองตามทางที่ขุนชี้ ใช้สมาธิเพ่งมองนิดหน่อยก็เห็นผีสาวได้ชัดเจน ผีสาวยืนอยู่หน้าประตูมองมาทางสองพี่น้องด้วยความสงสัย
“อุ้ย เขินจัง มีคนมองเห็นตั้งสองคน” ผีสาวเอ่ยอย่างมีจริต
“้าอะไร” ขวัญถามห้วนๆ เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับิญญาเร่ร่อนพวกนี้ แต่ดูเหมือนว่าิญญาตนนี้ตามน้องเธอ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะติดต่อด้วย
“ดุจัง แค่อยากให้ช่วยนิดหน่อยเอง” ผีสาวเอ่ยยิ้มๆ พลางส่งสายตายั่วยวนให้ขุน สายตาที่ร้อนแรงเหมือนที่ขุนเห็นจากพยาบาลจิ๊บแวบนึงส่งมาให้เขา
“ช่วยอะไร” ขวัญถาม แต่พอเดาออกว่าคืออะไร จากสายตาร้อนแรงของผีสาวที่มองมาทางขุน ขวัญรู้สึกหวงน้องชายจนเสียงแข็ง
“พอดีว่าก่อนตาย ฉันเวอร์จิ้นน่ะ เธอคงรู้นะว่าฉันหมายถึงอะไร” ผีสาวบอกอย่างไม่อาย แล้วหันมองขวัญอย่างขอร้อง “เธอสวยจัง ขอยืมร่างเธอได้ไหม?”
“ทำไมต้องให้ยืม จะเอาไปทำอะไร” ใบหน้าหวานสวยขมวดคิ้ว จากทีแรกที่ยืนข้างหน้าขุน ตอนนี้ขวัญเริ่มกลัวโดนเข้าสิง จึงไปยืนหลังขุนแทน
“แหม ผีสาวเวอร์จิ้น ก็อยากเสียเวอร์จิ้นไง ถามได้” ผีสาวตอบพลางหัวเราะคิกคัก
“ไม่ได้!! ฉันเป็พี่เ้านี่” ขวัญตอบเสียงแข็ง แต่ก็น่าสนใจเหมือนกัน ถ้าให้ผีสาวเข้าร่างเธอจะได้มีอะไรกับขุนแบบจริงๆสักที ไม่ต้องเสแสร้งทำเป็ตั้งกฎเล่นด้านนอกอีก แต่มันก็จะไม่ใช่เธอ
“ว้าแย่จัง แต่เธอเป็คนเวอร์จิ้นคนเดียวในห้องนี้นิ ไม่สิงเธอแล้วจะสิงใคร”
คำพูดของผีสาวทำเอาขวัญมองไปที่แจนแล้วสงสัยทันทีว่าใครกันที่เปิดบริสุทธิ์เพื่อนเธอ ทีแรกเธอนึกว่าแจนยังซิงซะอีก ผีสาวทำเป็ผิดหวัง ก่อนจะอาศัย่ที่ขวัญเผลอรีบพุ่งเข้าหาหวังจะเข้าสิงร่าง ขวัญใหันกลับมามองก่อนจะถอยจนร่างบางสะดุดล้มก้นกระแทกพื้น หน้าอกใหญ่กระเพื่อมตามแรง เธอยกมือมาบังด้วยความใ
ตึงงงง!!
กำแพงที่มองไม่เห็นทำให้ผีสาวกระเด็นออกไป ขุนตะลึง รีบเข้าไปประคองร่างอรชรของขวัญ ให้ลุกขึ้นยืน นี่คงเป็ผลจากแหวนที่สองพี่น้องใส่ มันสามารถกันผีสาวได้
“ทำไมกัน” ผีสาวงุนงงมองมาทางขวัญ
“กลับเหอะเจ๊” ขุนชวน แขนกำยำโอบร่างบอบบางแน่นอย่างเป็ห่วง
“ไม่ได้ พี่ห่วงแจน” ขวัญกระซิบบอก เธอคล้องคอขุนแล้วเขาก็ช่วยพยุงให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ
“อะไรกัน” ผีสาวสก๊อยงุนงง เมื่อภารกิจไม่สำเร็จ เธอก็มองขุนกับขวัญแวบนึงก่อนจะลอยหายไปด้วยความหงุดหงิด
เวลาผ่านไปจนถึงสองทุ่มก็ไม่มีวี่แววอะไรเกิดขึ้นอีก ผีสาวดูจะหายไปจริงๆ พยาบาลจิ๊บเป็คนดูแลห้องนี้พอดี เธอมาตรวจเช็คแจนตามปกติพลางส่งสายตาเป็มิตรให้ขุน ส่วนแจนยังคงหลับยาว จิ๊บเดินมาแจ้งเวลาเยี่ยมว่าหมดเวลาแล้ว แล้วก็ให้เฝ้าได้แค่คนเดียว ซึ่งจากสายตาเธอที่มองขุนเหมือนจะอยากให้เขาอยู่มากกว่า พยาบาลสาวแจ้งให้ทั้งสองทราบก่อนจะเดินออกไป ในใจลุ้นให้จิ๊บที่เฝ้าไข้คือขุน
“เจ๊กลับไปเถอะ เดี๋ยวขุนเฝ้าเองก็ได้”
“จะเฝ้าหรือจะทำอะไรกับแจนจ๊ะ น้องขุน” ขวัญพูดยั่วพลางลูบเป้าขุนเบาๆ
“ซี๊ดดด เจ๊ เสียวววว” ขุนคราง แน่นอนว่าความเสียวนี้ส่งถึงขวัญเช่นกัน
“ซี๊ดดด พอละ งั้นพี่กลับก็ได้” สาวสวยลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะกลัวตัวเองจะเตลิด ถึงเธอจะชอบขุนแต่ถึงยังไงขุนก็ต้องมีแฟน อีกทั้งแจนก็เป็เพื่อนรักเธอ ขวัญจึงคิดว่าเป็โอกาสดีที่ทั้งคู่จะอยู่ด้วยกัน
ขุนดึงมือเธอไว้ เขาไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองอารมณ์ค้างแบบนี้ สาวสวยมองขุนยั่วๆ กัดปากเบาๆ รอยยิ้มบางๆแต้มบนใบหน้าหวานสวย ขวัญชำเลืองมองแจนอีกครั้ง พบว่าแจนยังคงหลับอยู่ลมหายใจสม่ำเสมอ ขุนเชยคางขวัญแล้วประกบปากจูบทันที
“อืมมมม”
ขวัญคราง ลิ้นของทั้งคู่เกี่ยวตวัดไปมา รสหวานจากรสจูบทำให้ทั้งคู่ยืนชิดกันมากขึ้น มือสอดประสานจับกันแน่น ขวัญตวัดเกี่ยวขารอบเอวเขา สองแขนคล้องคอรักใคร่ น้ำหนักเธอไม่มากเท่าไหร่ เขาสามารถแบกได้สบายๆ ขุนค่อยๆวางเธอไว้บนโซฟาอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากทั้งคู่ยังไม่ห่างกันเลย
“ซี๊ดดดด ขุนจ๋า”
“หอมจังเลยเจ๊ นมก็ใหญ่ หุ่นก็ดี”
ขวัญจูบไปยิ้มไป เธอรู้สึกดีที่ขุนชมเธอ ร่องเสียวเริ่มขมิบจนน้ำเสียวไหลออกมา เต้างามรู้สึกคัดแน่น โดยเฉพาะตรงหัวนมที่ถูกขุนลูบคลำอยู่ เอวบางเริ่มร่อนไปมาให้กลีบเสียวเสียดสีกับอะไรบ้างเพื่อลดความกำหนัด แต่ยิ่งร่อนก็ยิ่งเสียว เธอรู้สึกได้ทันทีว่าหว่างขาของเธอกำลังร่อนบดกับท่อนเอ็นขนาดใหญ่ที่คับแน่นใต้กางเกงของขุน อารมณ์ดำมืดในใจขวัญกำลังปะทุอยากได้ท่อนเอ็นนี้เสียบเข้ามาสุดๆ มันคงดับไฟร้อนดำมืดในใจเธอได้
“ซี๊ดดดด เสียวววว”
สองพี่น้องช่วยกันถอดกางเกงส่วนล่างออกแต่ก็ค้างไว้ที่ปลายเท้า ไม่ถอดออกทั้งหมด ขวัญงุ่นง่านสุดๆจนเธอพลิกตัวไปอยู่้าแทน สาวสวยพาดท่อนเอ็นไปตามกลีบสาวจากนั้นก็ร่อนโยกอย่างรุนแรงราวกับอดอยากมานานทั้งที่เพิ่งจะเล่นเสียวไปตอนบ่ายนี่เอง
“อูยยยย เจ๊ ร่อนเก่งจัง”
“ซี๊ดดดดด”
ขวัญไม่ตอบอะไรเธอหน้ามืดสุดๆ สองมือจับท่อนเอ็นให้ตั้งจ่อกับรูเสียวหวังจะเสียบมันเข้าไป ร่องเสียวผลิตน้ำไหลเยิ้มหยดติ๋งๆ จนชโลมเอ็นแปดนิ้วลื่นไปหมด ขวัญปรือตามองขุนสับสนในใจ ขณะที่ขุนก็รอให้ขวัญตัดสินใจ เขาจะยังไงก็ได้ ขวัญสะบัดหน้าแรงๆ แล้วพาดท่อนเอ็นกับร่องเสียวแล้ว กลับมาร่อนเหมือนดิม เธอตัดสินใจไม่ทำ
“อูยยยยย ใกล้แล้วววว อีกนิดเดียว” ขวัญร่อนหนักหน่วงขึ้น
“ซื๊ดดด เจ๊ น้องจะถึงแล้วววว” ขุนคราง
“พร้อมกันนะ อย่าเพิ่งนะ ซี๊ดดดดด เสียวววแตดด”
ขุนเร่งเอวโยกสอดประสานกับจังหวะโยกของขวัญจนเสียวซ่านไปทั้งตัว ขวัญฟุบลงมาจูบแลกลิ้นกับเขา ท่อนเอ็นที่ครูดไปตามติ่งเสียวทำเอาขวัญหอบหายใจถี่กระชั้น ร่องเสียวฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำรัก ร่างบางกอดน้องขุนแน่นก่อนจะเสร็จสมไปหนึ่งรอบ กระตุก ลมหายใจขาดห้วง เธอครางออกมาแต่ถูกขุนจูบปากเพื่อเก็บเสียงไว้ ส่วนขุนก็ถึงหลังจากขวัญไม่นาน พอจะถึงขวัญรีบลงไปอมท่อนเอ็นทันทีก่อนจะรีบวิ่งไปบ้วนน้ำรักในห้องน้ำ
สองพี่น้องรีบแต่งตัวกันเงียบๆ ตอนนี้เพิ่งผ่านมาสิบห้านาที เกมรักสุดเร่าร้อนแบบรีบเร่งนี้ไม่พ้นสายตาผีสาวสก๊อยแน่นอน เธอมองดูความสัมพันธ์ของทั้งคู่พลางอมยิ้มอย่างชื่นชอบกับฉากเสียวตรงหน้า นี่ถ้ามีเืเนื้อมีรูเสียวคงคันยิบๆไปแล้ว ขวัญรีบจัดเสื้อผ้าจนปกติจากนั้นก็เอ่ยร่ำลากับขุน โดยไม่ลืมที่จะจูบกันส่งท้าย
“ถ้าจะทำอะไรแจน รอพี่ถึงบ้านก่อนนะ อิอิ” ขวัญเอ่ยหลังจูบเสร็จ เธอชูแหวนให้ขุนดูเพราะถ้าขุนทำกับแจน ขวัญจะมีอารมณ์ไปด้วย ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นระหว่างทางที่เธอกลับบ้าน เธอคงขับรถไม่ถึงบ้านแน่นอน
“เจ๊..” ขุนจะพูดบางอย่างแต่ขวัญชิ่งออกไปแล้ว
“แหม แล้วทำมาอ้างว่าพี่น้องกัน” เสียงเย็นๆเอ่ยทันทีที่ขวัญออกไป ขุนพอจะเดาได้ว่าใคร
“แอบดูเหรอ” ขุนหันไปมองนิ่งๆ ระแวดระวัง เขาไม่รู้ว่าผีสาวคราวนี้จะมาไม้ไหน
“ฉันชอบนายจริงๆ อิอิ เอาพี่เอาเชื้อ” สก๊อยสาวเอ่ยแซวๆ
ขุนทำเป็ไม่สนใจ เขานอนลงบนโซฟา พยายามข่มตานอน แต่ผีสาวก็ไม่วายมานั่งใกล้ๆ แต่เธอไม่มานั่งธรรมดา เธอคลานมานั่งคร่อมตรงสะโพกเขาแล้วทำเป็ร่อนไปมา ซึ่งแน่นอนว่าขุนนั้นไม่รู้สึกอะไรเพราะิญญากับคนัักันไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ อดจินตนาการถึงภาพเสียวๆไม่ได้
“อูยยย มันจังเลยพี่ขา” ผีสาวแสร้งทำหน้าตาบิดเบี้ยวอย่างมีอารมณ์
“พอเลยๆ” ขุนรีบลุกนั่ง มองตาขวางๆ แต่ผีสาวหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
“แหมมม ทำเขินนะจ๊ะ ทีกับพี่สาวยังไม่เห็นเขินเลย”
ผีสาวเอ่ยก่อนจะเดินไปรอบๆแจน ทำทีเหมือนจะเข้าสิงแต่ก็ทำไม่ได้ ขุนมองดูผีสาวทดลองเข้าสิงแจนซึ่งไม่สำเร็จสักที เขารู้ว่าการเข้าสิงมันไม่ใช่ง่ายๆ มันคือการกดจิตใจเหยื่อ หากเหยื่อจิตใจกล้าแข็งก็ไม่สามารถทำได้ อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับฤทธิ์ของผีตนนั้นด้วย ซึ่งหากเทียบผีสาวกับพี่ตองนั้น พลังของผีสาวยังห่างไกลนัก จากตอนแรกที่เขาห่วงแจนว่าจะโดนผีสาวทำร้าย ตอนนี้เขารู้แล้วว่าผีสาวตนนี้มีพลังไม่มากขนาดนั้น
“เหนื่อยยัง ไม่สำเร็จหรอก ถ้าสิงง่ายๆ ป่านนี้ผีทั้งโรงบาลคงสิงคนในนี้หมดละ” ขุนเอ่ยยิ้มๆเมื่อเห็นผีสาวถอนใจเหนื่อยอ่อน "นึกว่าจะหาแต่ร่างสาวเวอร์จิ้นซะอีก"
"ก็ฉันซิงนิ ก็ต้องหาร่างสาวซิงสิงเป็ธรรมดา" ผีสาวบ่น “เชอะ สักวันต้องทำให้ได้เลย”
ขุนไม่สนใจเสียงบ่นของหญิงสาว เขากลับไปนอนบนโซฟาต่อ ทิ้งให้ผีสาวสาละวนแถวแจน ไม่นานนักเสียงบ่นอุบอิบของผีสาวก็หายไป พร้อมกับขุนที่หลับลงไปจากความเหนื่อยในเกมกามมาหลายครั้ง