ตอนที่ 14
ออกเดินทาง
หลังจากจัดการเื่ทุกอย่างในบ้านและได้กำชับให้ท่านอาเจียวฉือดูแลเรือนให้ดีชายหนุ่มก็เตรียมตัวออกเดินทางด้วยม้าไปตามลำพังมุ่งหน้าสู่สำนักเมฆา์แห่งขุนเขาเทียนจื่อซานแต่สำนักเมฆา์อยู่ที่ใดนั้นเขาก็ไม่รู้มีเพียงแผนที่ใช้ในการเดินทางเท่านั้นแล้วคงจะสอบถามชาวบ้านเอาตลอดทาง
“นายน้อยท่านไม่ให้ข้าไปด้วยจริงเหรอ”อู๋เจ๋อมีสีหน้าเศร้าขณะเอ่ยคำเดิมอีกครั้งเพื่อให้นายน้อยเปลี่ยนใจพาตนไปด้วยอย่างน้อยก็ขอให้ไปดูแลไม่ห่างกายการที่ต้องเดินทางไปลำพังนั้นตนเห็นว่านายน้อยจะลำบากหากไม่มีผู้ติดตามไปด้วยและกลัวว่านายน้อยจะได้รับอันตรายการที่เขาไปด้วยจะมีส่วนทำให้นายน้อยสะดวกสบายมากกว่าไปลำพัง
“ไม่ข้า้าให้เ้าอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเหลือท่านอาจะเป็การดีที่สุด การเดินทางไกลของข้าไม่รู้ว่าจะได้พบเจออันตรายมากน้อยเพียงใดการไปลำพังถือว่าเป็เื่ที่ข้าตัดสินใจแล้ว”
ไป๋เหอไม่ได้คิดกลัวอันตรายตอนนี้จิตใจของเขามุ่งมั่นแต่จะต้องเก่งให้ได้แม้ว่าสำนักเมฆา์จะอยู่ไกลมากแต่เขาก็ไม่ย่อท้อที่จะค้นหามันเขาเพียง้าความเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นแล้วเขาควรจะต้องไปให้ถึงสถานที่นั้นและการที่ไม่ได้พาอู๋เจ๋อไปด้วยก็เผื่อป้องกันหากเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นที่ตระกูลอย่างน้อยอู๋เจ๋อก็ยังช่วยได้พอสมควร
อู๋เจ๋อแม้รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ติดตามไปด้วยแต่ก็ต้องเข้าใจการตัดสินใจของนายน้อย ชีวิตนี้พวกเขาไม่เคยห่างกันมาก่อนนี่เป็ครั้งแรกที่นายน้อยจะเดินทางเพียงลำพังทำให้อู๋เจ๋อรู้สึกใจหายหากจะต้องห่างกันน้ำตาก็เริ่มไหลออกมามองเ้านายผู้เป็ที่เคารพรักอย่างมิอาจกลั้นน้ำตาไว้ได้จากการกันไม่รู้ว่ากี่ปีถึงได้กลับมาพบกันอีกครั้งเขายังเตรียมใจไม่ทัน
“นายน้อยท่านต้องปลอดภัยกลับมาหาข้านะข้าจะรอท่านอยู่ที่ตระกูลรอดูความสำเร็จของท่าน”
“ได้ข้าจะรีบกลับมา”มองเห็นน้ำตาที่ไหลรินของบ่าวคนสนิทแล้วเขาทำได้เพียงกลั้นความเสียใจไว้ไม่อาจจะอยู่ที่นี่หรือพาไปด้วยได้เขาต้องเดินทางไปเติบโตด้วยตนเอง
“ไป๋เหอหลานอยู่ที่โน่นก็คอยระมัดระวังตนเองด้วยนะหากออกจากบ้านไปแล้วย่อมจะเจออุปสรรคมากมายที่เ้าต้องคอยจัดการหวังว่าเ้าจะเอาตัวรอดจากอุปสรรคทั้งหลายที่เข้ามา ข้าจะรอเ้าอยู่ที่นี่” เจียวฉือแม้จะเป็ห่วงหลานชายเพียงใดเขาทำได้แค่เพียงต้องทำใจและปล่อยให้หลานไปเผชิญกับการเติบโตเองหากจะอยู่ที่นี่ก็ไม่มีวันจะได้เรียนรู้และเก่งกาจเป็แน่การที่าุโท่านนั้นชี้แนะแสดงว่าเขามองเห็นอนาคตหลานชาย
“ขอรับท่านอาแล้วข้าจะกลับมาข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง”
ไป๋เหออยู่หน้าประตูเรือนกำลังจะออกเดินทางก็มีเสียงหนึ่งที่คุ้นเคยขัดขึ้นจนเขาต้องหันหลังกลับมา
“จื่อลู่”
“ท่านจะไปโดยไม่ได้ล่ำลาข้าอย่างนั้นรึ” นางทำหน้าแสนงอนมองชายหนุ่มด้วยใบหน้าผิดหวังหากนางมาช้ากว่านี้ก็คงจะไม่ได้เจอเขาแล้ว
“ขอโทษข้าผิดไปแล้ว”ชายหนุ่มรู้ตัวว่าตนเองผิดนักที่ไม่ได้บอกกล่าวกับนาง ถึงการไปครั้งนี้ที่ตัดสินใจเร็วจนไม่ได้ไปล่ำลานางก่อนหากนางจะโกรธก็ถูกต้องแล้วแต่เขาไม่ยอมจากไปโดยที่นางยังเคืองเขาอยู่แน่
“ข้าให้อภัยท่าน”นางเห็นสีหน้าของเขาก็เข้าใจว่าเขากำลังรู้สึกผิดกับตนจึงไม่เห็นสมควรที่จะแสดงท่าทีแง่งอนใส่ก่อนจะกล่าวขึ้นอีก “นี่ข้าได้เตรียมยาให้ท่านมากมายเผื่อเกิดเหตุอันตรายกับท่านจะได้ช่วยเหลือท่านได้”นางสะบัดชายเสื้อเพียงครั้งเดียว ก็เจอกับแหวนมิติวงหนึ่งลอยอยู่ตรงหน้า
“ข้าขอบใจเ้ามาก” ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้างก่อนที่เขาจะยื่นมือไปแหวนวงนั้นก็ถูกดูดเข้ามาในแหวนที่นางเคยมอบให้เขาก่อนหน้านั้น
“การเดินทางในครั้งนี้อันตรายมากข้าอยากให้ท่านอาจินไปส่งเ้า” นางคิดดีแล้วการเดินทางนั้นแสนอันตรายหากเขาไปตามลำพังย่อมที่จะต้องพบเจอด้วยการที่เขายังไม่สามารถเหาะเหินได้แล้วการเดินทางภาคพื้นดินนั้นจะต้องเจออุปสรรคมากมายก่อนจะถึงสำนักเมฆา์หลังจากที่นางได้ตัดสินใจให้ท่านอาไปส่งถือว่าเป็การดีที่สุดและทำให้นางรู้สึกไม่ต้องกังวล
ชายชราที่มีนามว่าหวงจินก็ได้เดินเข้ามาใบหน้าไม่มีรอยยิ้มมีแต่ความนิ่งสงบ
ไป๋เหอมองชายชราที่อยู่ต่อหน้าแม้ว่าตนเองไม่มีพลังมากมายก็มองออกว่าท่านผู้นี้เก่งกาจสามารถปกป้องเขาได้แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้้าความช่วยเหลือจากนางเท่าที่นางทำให้เขาก็มากพอแล้วจึงต้องรีบปฏิเสธออกไป
“เื่ที่ให้ท่านอาจินไปส่งข้านั้นข้าขอบคุณแม่นางมากแต่ข้าต้องเดินทางไกลไม่อาจจะรบกวนเ้าได้สิ่งที่เ้าได้ช่วยเหลือข้าที่ผ่านมาก็ตอบแทนเ้าไม่หมดแล้วข้าไม่้ารบกวนเ้าอีกในครั้งนี้ข้าขอไปทำตามความคิดข้าดีกว่าใช้ม้าร่วมเดินทางกับข้าเท่านั้น”
“แต่ข้า” นางจะกล่าวเพิ่มเติมไปอีกแต่ท่านอาจินก็ได้ยกมือห้ามไว้เขาดูออกว่าชายหนุ่มผู้นี้พูดออกมาจากความรู้สึกแท้จริงหากตัดสินใจแล้วยากที่จะห้ามได้
“นั่นสิแม่นางจื่อลู่สิ่งที่ท่านได้ทำให้กับตระกูลเฉินถือว่ามากพอแล้วเมื่อไป๋เหอตัดสินใจจะเดินทางลำพังท่านอย่าขัดเขาเลยนะเป็ความประสงค์ของเขา”
เจียวฉือเมื่อเข้าใจเจตนารมณ์ของหลานชายจึงไดพูดเสริมขึ้นเพื่อให้นางเข้าใจ
“ข้าเข้าใจแล้วเอาล่ะเ้าเดินทางเพียงลำพังวรยุทธของเ้าตอนนี้ก็ไม่มากนี่คือกระบี่ของข้าเ้าเก็บไว้มันสามารถตัดเขาทั้งลูกได้แล้วข้าจะไปรับมันคืนจากมือของเ้า” นางสะบัดมือเพียงครั้งเดียวกระบี่ก็ลอยอยู่เบื้องหน้าไป๋เหอเป็กระบี่ประจำกายของนางถือว่ามีพลังมากมายที่นางได้บรรจุไว้ในเล่มนี้ “แล้วอีกอย่างกระบี่สามารถพาเ้าเหาะเหินเดินกลางอากาศได้เ้าเพียงใช้มันได้ตาม้าไม่จำเป็ต้องใช้ม้า”นางกล่าวขึ้นอีกครั้งใช้ม้ากว่าจะเดินทางถึงที่นั่นก็ใช้เวลาร่วมหลายเดือนหากสามารถเหาะได้แล้วก็ลดเวลาเดินทางมากโข
พอเขาได้รู้ความสามารถของมันถึงกับตาลุกวาวไม่อาจจะเชื่อว่ากระบี่มีพลานุภาพร้ายแรงเช่นนี้แถมยังขี่มันได้ด้วยเขาซึ่งอยากเหาะเหินเหมือนชายชราได้ถึงกับดีใจหากจะได้อยู่กลางอากาศคงจะตื่นเต้นไม่น้อยการเดินทางก็จะราบรื่นขึ้นอย่างมาก แต่เมื่อคิดว่ามันเป็กระบี่ของนางเขาจะเอามาใช้ได้ยังไง
“คือข้ามันเป็กระบี่สำคัญเช่นนี้แล้วเ้าจะใช้อะไรป้องกันตัว”
“ท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้ามีท่านอาจินคอยดูแลอยู่ข้างกายไม่มีใครสามารถทำอันตรายข้าได้ตอนนี้ที่ข้าเป็ห่วงก็คงเป็เ้าที่จะต้องออกเดินทางไกล”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็อดที่จะอมยิ้มในการพูดตรงๆ ของนางไม่ได้ ต่างคนต่างรู้ว่าหญิงสาวคิดอย่างไรกับนายน้อยตระกูลเฉิน
ไป๋เหอมีใบหน้าแดงเมื่อนางได้กล่าวเช่นนั้นการเป็ห่วงของนางก็ทำให้เขาอบอุ่นหัวใจยิ่งนักรอวันที่จะได้เจอกันอีกครั้งเขาจะต้องรักษาตัวให้รอดพ้นจากอันตราย สุดท้ายชายหนุ่มก็เลือกที่จะรับกระบี่นั้นหากแต่จะเดินทางครั้งแรกเขาขอเลือกที่จะขี่ม้าเดินทางก่อนแล้วค่อยใช้กระบี่เดินทางต่อแต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาสงสัยภายในใจอยากจะเอ่ยถามนางตรงๆ หากเป็อย่างที่เขาคิดจะได้ไม่มีความหวังที่จะรอนาง
“จื่อลู่ข้าขอถามอะไรเ้าหน่อยเ้ามีคนรักหรือไม่ถ้าหากเ้ามีแล้วก็อย่าให้ความหวังข้า” คำพูดนั้นเขาพยายามเปล่งเสียงให้เบาที่สุดเพื่อที่จะได้ยินกันแค่สองคนจ้องมองสตรีที่ดูลึกลับจนเขาไม่รู้ว่านางมีเจตนาอะไรกันแน่เหตุใดถึงดีกับเขาเช่นนี้บางทีนึกว่านางมีใจให้อย่างเช่นตอนนี้ที่นางแสดงอยู่
จื่อลู่ก้าวขาเข้ามาใกล้ๆยืดตัวขึ้นจับไหล่ชายหนุ่มด้วยมือสองข้างแนบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของเขาเพื่อ้าให้เขารู้เพียงคนเดียว
“ข้าไม่มีคนรักแต่คนตรงหน้าข้าคือคนสำคัญของข้าในตอนนี้และข้าจะเสียพรหมจรรย์ให้แก่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น”
คำพูดของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มขนลุกซู่พลางยิ้มออกมาอย่างมีความสุขไม่ได้กล่าวอะไรต่อก่อนจะเดินทางทันที
คนอยู่บริเวณนั้นได้แต่ยิ้มออกมาเมื่อมองเห็นทั้งคู่แสดงท่าทีแบบนั้นต่อกันนายหญิงจะเป็ใครไม่ได้นอกจากนาง
การเดินทางออกไปนอกเมืองไม่พ้นคนตระกูลหลี่ที่มาเฝ้าสังเกตการณ์ตามคำสั่งแล้วเอากลับไปรายงาน
“มันกำลังจะเดินทางไปเรียนที่สำนักเมฆา์อย่างนั้นเหรอ ดีถือว่าเราไม่ได้ลงมือเองแต่มีคนพร้อมจะช่วยเหลือเราจัดการเื่นี้”หลี่หลิงเฉินยิ้มเหี้ยมเมื่อคิดอะไรบางอย่างออกแม้จะตกลงกับชายชราผู้นั้นไปแล้วเขาก็ไม่ได้ผิดคำพูดเพียงแต่เป็คราวเคราะห์ของไป๋เหอเองที่เลือกจะออกจากเมืองนี้เช่นนั้นก็ไม่ผิดที่จะต้องโดนขจัดเพราะไม่มีทางสาวมาถึงตระกูลหลี่ได้แน่
ทางด้านไป๋เหอออกเดินทางจากประตูทิศใต้ของเมืองเขาเดินทางมาแล้วกว่า2 ลี้หันไปมองทางที่จากมาอย่างนึกใจหายไม่รู้ว่าจะได้กลับมาตอนไหน
“ข้าจะรีบไปรีบกลับทำตัวให้แข็งแกร่งรอข้าก่อนนะคนตระกูลเฉิน” เขากล่าวเพียงเท่านี้ก่อนจะเดินทางต่อไปอีกทางที่เขาไปนั้นเริ่มที่จะมีป่ารกทึบมากมายม้าที่เขาขี่อยู่ก็เป็ม้าตัวโปรดที่เขาเคยลองขี่มันดูในระหว่างที่อยู่ตระกูลเฉินทำให้เขาไม่ลำบากเดินทางด้วยม้า
ทางที่เขากำลังเดินทางไปนั้นเป็ทางทิศใต้สำนักเมฆา์อยู่ทางตอนใต้และเขาต้องเดินทางอยู่ในป่าหลายวันก่อนจะเจอหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ตีนเขาตามแผนที่บอกเช่นนั้น แต่อุปสรรคในป่านั้นท่านอาได้บอกไว้แล้วว่าอาจจะต้องเจอสัตว์อสูรแต่เป็เพียงสัตว์อสูรชั้นต่ำที่เทียบเท่ากับคนที่ฝึกตนอยู่ในระดับชั้นก่อเกิดขั้นที่5เท่านั้นไม่ได้น่ากลัวมากและหากโชคร้ายอาจจะเจอโจรป่าที่รอดักปล้นคนเดินทาง
สัตว์อสูรไม่ได้น่ากลัวด้วยเขาตอนนี้อยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่8 สามารถที่จะเอาชนะมันได้ แต่เหล่าพวกโจรนี่สิที่เขาไม่รู้เลยว่าพวกมันจะมีวรยุทธสูงส่งแค่ไหนท่านอาไม่ได้บอกไว้นั่นทำให้เขาเป็กังวลอยู่ไม่น้อย
เมื่อเดินทางมานานจนตะวันเริ่มจะตกดินชายหนุ่มก็รีบหาที่พักและเขากำลังมองหาถ้ำคิดว่าน่าจะปลอดภัยกว่าที่จะนอนใต้ต้นไม้เขาจึงไม่ลังเลส่งกระแสจิตมองดูภายในบริเวณแถวนั้นก็ได้พบกับถ้ำแห่งหนึ่งไม่ใหญ่มากนักเขาจึงเดินเข้าไปพร้อมกับม้านำพาเข้าไปด้วยกลัวว่าผูกไว้ข้างนอกอาจจะได้รับอันตรายจากสัตว์อสูร
“ถ้ำนี้ก็พอให้ข้าได้พักผ่อนและจะต้องฝึกตนข้ามขั้นก่อเกิดให้เร็วที่สุด”เขากล่าวเพียงเท่านี้ก่อนจะนั่งสมาธิกำหนดลมปราณดึงลมปราณจากทั่วสารทิศที่อยู่ในป่าเข้าตัว