เล่มที่ 1 บทที่ 4ไร้บำเพ็ญดวลบำเพ็ญ
เมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้วไม่ว่าคนของหมู่บ้านเจียงจะร้อนรนเพียงใดก็ไม่สามารถหยุดยั้งการดวลของทั้งสองได้อีกแล้วอย่างไรเสียนี่คือกฎของูเา จะละเมิดไม่ได้
ทว่า เมื่อพวกเขามองเห็นว่าจนบัดนี้เจียงว่านหลี่ก็ยังไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดออกมาอีกทั้งสีหน้าก็ไร้ซึ่งความเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิงแล้ว พวกเขาถึงสงบใจลงได้
คนของหมู่บ้านเจียงไม่รู้ว่าเจียงอวิ๋นซึ่งเป็คนธรรมดาไร้บำเพ็ญมีความแข็งแกร่งมากเพียงใดกันแน่
อย่างไรเสียตอนอยู่ในหมู่บ้านนั้นเจียงอวิ๋นจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการตรวจสอบแยกแยะวัตถุดิบยา หลอมยาโอสถไม่เคยลงมือต่อสู้กับผู้ใด ส่วนเหล่าเพื่อนเล่นทั้งหลายของเขาเองเพราะรู้ว่าเจียงอวิ๋นไม่อาจบำเพ็ญ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาเสียความมั่นใจจึงไม่เคยมาประลองกับเขาเลย
ดังนั้นผู้ที่รู้จักเจียงอวิ๋นมากที่สุด ย่อมมีเพียงเจียงว่านหลี่เท่านั้น
ในเมื่อเจียงว่านหลี่ยังสงบเยือกเย็นเพียงนี้หมายความว่าเขามีความมั่นใจในตัวเจียงอวิ๋น
เพียงแค่ฝูงชนยังคงไม่อาจทำใจเชื่อได้ไม่ว่าเจียงอวิ๋นจะร้ายกาจเพียงใดแต่จะเป็คู่ต่อสู้ของเฟิงอู๋จี้ที่ระดับเบิกปราณขั้นห้าแล้วได้อย่างไร?
“ฮ่าฮ่า สมุนทั้งหลายถอยออกไปให้หมด จับตาดูฝีมือของอู๋จี้ให้ดีๆ ล่ะ!”
ตอนนี้ย่อมไม่มีผู้ใดยินดีมากไปกว่าเฟิงหลิงเขาส่งเสียงหัวเราะดังลั่นก่อนพาคนของหมู่บ้านเฟิงถอยออกไปหลายเมตรเปิดพื้นที่ให้เจียงอวิ๋นกับเฟิงอู๋จี้ใช้ต่อสู้กัน
คนของหมู่บ้านเจียงมิเพียงแต่ไม่ถอยผู้คนทั้งหมดกลับก้าวเดินออกมายืนอยู่หลังเจียงอวิ๋น สำหรับพวกเขาแล้วต่อให้สุดท้ายแล้วเจียงอวิ๋นจะเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ พวกเขาก็จะใช้การกระทำของตนสนับสนุนเจียงอวิ๋น
เฟิงอู๋จี้กับเจียงอวิ๋นยืนเผชิญหน้าห่างกันสองจ้าง
เฟิงอู๋จี้มองเจียงอวิ๋นโดยไม่ปกปิดสีหน้าดูแคลนอย่างสิ้นเชิงหลังกลายเป็ลูกศิษย์สายในแล้ว อย่าว่าแต่หมู่บ้านเจียงเลยกระทั่งูเาหนึ่งแสนไพศาล บัดนี้เขาก็ไม่เห็นในสายตายิ่งมิต้องพูดถึงเจียงอวิ๋นที่ไม่ใช่แม้แต่นักพรตด้วยซ้ำ
เฟิงอู๋จี้พลันนำแขนซ้ายไปพาดหลังไว้ยื่นเพียงแขนขวาออกมา “เจียงอวิ๋น เพื่อแสดงความสมเพชเวทนาต่อเ้าข้าจักใช้แขนเพียงข้างเดียว!”
คำพูดของเฟิงอู๋จี้พลันสร้างความไม่พอใจให้คนหมู่บ้านเจียงอีกครั้งนักพรตระดับเบิกปราณขั้นห้า สามารถปล่อยพลังปราณออกนอกร่างเพื่อใช้วิชาอาคมได้แล้วอย่างเช่นคมมีดวายุที่มันใช้ลอบโจมตีเจียงอวิ๋นเมื่อครู่นี้ ซึ่งการควบคุมพลังปราณจะใช้แขนสองข้างหรือข้างเดียวก็มิได้มีอันใดแตกต่างเลย
เจียงอวิ๋นกลับยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้“ตามใจ แต่หวังว่าหลังจากเ้าแพ้แล้ว อย่าใช้เื่นี้เป็ข้ออ้างล่ะ!”
“ฮูม!”
บนร่างของเฟิงอู๋จี้พลันมีพายุโหมกระหน่ำขึ้นมาพัดเส้นผมเขาโบกสะบัดขึ้นสูง ในดวงตาทั้งสองของเขามีเปลวเพลิงลุกโชนเห็นได้ชัดว่าเขาถูกคำพูดของเจียงอวิ๋นยั่วยุจนพิโรธ
เฟิงอู๋จี้เดือดดาลถึงขีดสุดถึงกับชิงลงมือก่อนทันที!
เขายกมือข้างเดียวขึ้นตวัดใส่อากาศพายุสายหนึ่งได้ก่อตัวขึ้นเป็คมมีดในมือก่อนจะถูกยิงออกไปทางเจียงอวิ๋นดัง “ฝึบ”
ที่เขาลอบโจมตีใส่เจียงอวิ๋นก่อนหน้านี้ก็ใช้ท่านี้เองเสียดายที่เจียงมู่ได้ลงมือช่วยเจียงอวิ๋นไว้ก่อน ครั้งนี้เขาอยากเห็นเหมือนกันว่าเจียงอวิ๋นจะต้านรับอย่างไร
คมมีดวายุสายนี้มีความเร็วช้ากว่าก่อนหน้านี้อย่างมากทว่าพลังที่อัดแน่นอยู่นั้นกลับมากขึ้นไม่น้อย มันวาดผ่านเวหาไปก่อเกิดคลื่นอากาศอันหนักอึ้งขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าเฟิงอู๋จี้จงใจสร้างความรู้สึกกดดันให้เจียงอวิ๋น
ทันใดนั้นเองผู้คนทั้งหมดต่างตาลายไปวูบหนึ่ง เจียงอวิ๋นที่เคยยืนอยู่กับที่ได้หายวับไปกับตา
วินาทีต่อมาเฟิงอู๋จี้เพียงรู้สึกตึงที่ลำคอ อยู่ๆ เจียงอวิ๋นก็ปรากฎตัวตรงหน้าเขาอย่างกะทันหันประหนึ่งภูตผีทั้งยังยื่นนิ้วชี้มาจ่อตรงคอหอยเขา!
“เปรี้ยง!”
คมมีดวายุที่พลาดเป้าหมายไปะเิกลางอากาศสิ่งที่ตามมาคือความเงียบงันไร้เสียง!
ผู้คนทั้งหมดต่างตะลึงงัน!
ไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่าเจียงอวิ๋นจะมีความเร็วสูงถึงเพียงนี้มิเพียงแต่หลบการโจมตีจากคมมีดวายุได้ กลับยังข้ามผ่านระยะห่างกว่าสองจ้างเข้าประชิดตัวเฟิงอู๋จี้ได้ในพริบตา
หากเฟิงอู๋จี้เป็ฝ่ายเคลื่อนไหวเช่นนี้ผู้อื่นคงไม่ตื่นตะลึง อย่างไรเสียเขาก็เป็นักพรตสามารถใช้พลังปราณเร่งความเร็วในการเคลื่อนไหวทว่าในตัวเจียงอวิ๋นไร้ซึ่งพลังปราณอย่างสิ้นเชิงเพียงกายเนื้ออย่างเดียวก็สามารถะเิความเร็วได้ถึงเพียงนี้ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ
แม้ว่าเฟิงอู๋จี้จะยังคงไร้ซึ่งาแทว่าหากสิ่งที่เจียงอวิ๋นใช้จ่อบนคอหอยเขาไม่ใช่นิ้วมือ แต่เป็มีดเล่มหนึ่งเช่นนั้นเจียงอวิ๋นเพียงออกแรงเล็กน้อยก็สามารถเสียบทะลุลำคอของเฟิงอู๋จี้ปลิดชีวิตเขาได้อย่างง่ายดาย!
เห็นได้ชัดว่าผลการดวลครั้งนี้รู้ผลแล้ว
“เ้าพ่ายแล้ว!”
ท่ามกลางสายตาของผู้คนทั้งหมดที่จับจ้องมาเจียงอวิ๋นดึงนิ้วตนกลับ ถอยหลังออกมาหลายก้าวเว้นระยะห่างจากเฟิงอู๋จี้อีกครั้งก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างสงบ
“เ้า!” ในที่สุดเฟิงอู๋จี้ก็ดึงสติกลับมาได้อ้าปากพ่นออกหนึ่งคำ ทว่าเสียงพูดกลับหยุดชะงักไปก่อน
แม้เขาอยากสบถด่าออกมาทว่าเขาหาข้ออ้างในการเอ่ยปากไม่ได้เลย
ชัยชนะของเจียงอวิ๋นแม้จะดูเหมือนใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกง ทว่าใครใช้ให้เขาดูถูกศัตรูเพียงนี้เองล่ะ?
“แบบนี้ไม่นับ! ไอ้เด็กเวร ข้าจะฆ่าเ้า!”
เฟิงอู๋จี้มีสีหน้าอำมหิตพลันแผดเสียงะโออกมา บนร่างมีพายุพลุ่งพล่านขึ้นมา สองแขนชูขึ้นพร้อมกันคมมีดวายุสี่สายได้พุ่งตรงเข้าใส่เจียงอวิ๋นจากซ้ายขวาหน้าหลังสี่ทิศทางด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าประกายสายฟ้า!
เฟิงอู๋จี้ไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่าตัวเขาที่เป็ถึงนักพรตระดับเบิกปราณขั้นห้ากลับถูกคนธรรมดาที่ไม่อาจบำเพ็ญโค่นล้ม เมื่อความอับอายกลายเป็โทสะเขาก็ลืมเื่ที่ตนรับปากไว้ว่าจะใช้เพียงแขนข้างเดียวไปเสียสนิทตอนนี้เขาหวังเพียงจะเอาชนะ หรือแม้แต่สังหารเจียงอวิ๋นให้ตายเพื่อล้างอายเท่านั้น
ไม่มีใครคาดคิดว่าเฟิงอู๋จี้ที่พ่ายแพ้ไปแล้วจะยังคิดลงมือกับเจียงอวิ๋นอีกการกระทำเช่นนี้นับเป็ข้อห้ามอันใหญ่หลวง
ยิ่งกว่านั้นตามกฎของูเาหนึ่งแสนไพศาล หากมิใช่การดวลเป็ตายถึงจะทำร้ายคู่ต่อสู้จนพิการก็ไม่เป็ไร แต่จะลงมือปลิดชีวิตไม่ได้เด็ดขาด
ดังนั้นการกระทำของเฟิงอู๋จี้จึงถือเป็การละเมิดกฎของูเาโดยตรง
ตอนนี้ระยะห่างระหว่างเจียงอวิ๋นกับเฟิงอู๋จี้นั้นสั้นลงยิ่งกว่าเดิมในระยะห่างเพียงเท่านี้ ไม่ว่าเจียงอวิ๋นจะเร็วเพียงใดก็ไม่มีทางหลบคมมีดวายุทั้งสี่พ้น
“หยุดนะ!”
เจียงมู่แผดเสียงะโออกมาทันทีกำลังจะพุ่งตัวออกไปแล้ว แต่กลับมีฝ่ามือข้างหนึ่งขวางหน้าเขาไว้เสียก่อน
“ลุงเจียง?” เจียงมู่ชะงักงันไปทันทีเ้าของฝ่ามือนี้คือเจียงว่านหลี่เขาไม่เข้าใจว่าไฉนเจียงว่านหลี่ถึงไม่ยอมให้เขาไปช่วยเจียงอวิ๋น
แต่วินาทีต่อมาเขาก็เข้าใจผู้คนทั้งหมดเองก็เข้าใจเช่นกัน
เจียงอวิ๋นได้เมินคมมีดวายุสี่สายที่ปิดล้อมรอบตัวเขาไปอย่างสมบูรณ์ดวงตามองตรงไปทางเฟิงอู๋จี้ก่อนจะก้าวเท้าออกไป
“เปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยง!”
คมมีดวายุสี่สายปะทะเข้ากับร่างเจียงอวิ๋นอย่างรุนแรงส่งเสียงะเิขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดพายุขนาดเล็กพัดขึ้นมา เศษฝุ่นเศษทรายลอยคลุ้ง
ทว่าเจียงอวิ๋นกลับเดินออกมาจากพายุเพียงก้าวเดียวก็ไปอยู่ตรงหน้าเฟิงอู๋จี้อีกครั้งจ่อไปที่ลำคอของเฟิงอู๋จี้เหมือนเดิม
ทว่าครั้งนี้มิใช่แค่นิ้วมืออีกต่อไปแต่เป็คมมีดที่เปล่งประกายเย็นเยียบเล่มหนึ่ง!
หากว่าชัยชนะของเจียงอวิ๋นในครั้งแรกจะดูเหมือนเป็การใช้เล่ห์เหลี่ยมและโชคช่วยเช่นนั้นครั้งนี้ตัวเขาที่เมินการโจมตีด้วยคมมีดวายุสี่สายโดยสมบูรณ์ทั้งยังใช้กายเนื้อของตนต้านรับคมมีดวายุได้โดยตรงจนคว้าชัยได้อีกครั้งก็สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า ความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเฟิงอู๋จี้เลย
ยิ่งกว่านั้นจุดที่เจียงอวิ๋นถูกคมมีดวายุโจมตี ก็มีเพียงรอยแผลบางๆ สี่รอยปรากฎขึ้นมาเท่านั้นทำให้ผู้คนทั้งหมดต้องอึ้งทึ่งไปอีกครั้งมีเพียงในดวงตาของเจียงว่านหลี่ที่ยังคงหรี่ลงเท่านั้นที่มีความยินดีชื่นมื่นเผยออกมาเสี้ยวหนึ่ง
แม้เจียงอวิ๋นมิใช่นักพรตทั้งยังไม่เคยสู้รบตบมือกับใครมาก่อน ทว่าประสบการณ์ต่อสู้ของเขากลับเต็มเปี่ยม
กระทั่งคนของหมู่บ้านเจียงก็ยังไม่รู้เลยว่านับแต่ที่เจียงอวิ๋นอายุหกขวบเป็ต้นมาเมื่อเขากับเจียงว่านหลี่เข้าสู่ส่วนลึกของูเาและพบเจอกับสัตว์ร้ายเจียงว่านหลี่ก็เริ่มค่อยๆ ลดจำนวนครั้งในการลงมือลงและเมื่อเจียงอวิ๋นอายุสิบขวบแล้ว เจียงว่านหลี่ก็แทบไม่ได้ลงมืออีกแล้ว
จะเห็นได้ว่า ที่เจียงอวิ๋นสามารถมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยมาถึงทุกวันนี้ได้่เวลาสิบปีที่ผ่านมานี้เขาได้ต่อสู้กับสัตว์ร้ายมาบ่อยครั้งมากจนไม่สามารถนับได้อย่างสิ้นเชิง!
อีกทั้งเท่าที่เจียงว่านหลี่สังเกตดู นับแต่ที่เจียงอวิ๋นอายุสิบขวบเป็ต้นมาในยามที่ปะทะกับสัตว์ร้าย เจียงอวิ๋นก็เริ่มเลียนแบบจุดเด่นบางอย่างของสัตว์ร้ายมายกระดับทักษะการต่อสู้ของตัวเอง
เมื่อรวมกับการอาบน้ำยามานานหลายปี ถึงเจียงอวิ๋นจะไม่ใช่นักพรตทว่าเขากลับมีพลังที่แข็งแกร่งอย่างมาก มีความเร็วอันคล่องแคล่วว่องไวกับร่างกายที่แข็งแกร่งทนทาน
เมื่อเงื่อนไขเหล่านี้รวมกันทำให้เขาที่ไร้บำเพ็ญคว้าชัยจากผู้บำเพ็ญได้ในที่สุด!