บทที่ 12 สหายตัวน้อย
หนิงหรานมองตากับยายเดินออกไป คิดว่าคงอีกสักพักใหญ่ๆ กว่าจะกลับมา จึงลุกขึ้นเดินกะเผลกๆ ไปยังห้องพักผู้ป่วย
ตอนที่เข้าไปในกำไลเพื่ออ่านตำราแพทย์ หนิงหรานเจอตำราเล่มหนึ่งที่อาจารย์หมอที่สอนเธอในชาติที่แล้วได้เขียนบันทึกไว้
ทันใดนั้น เธอก็นึกถึงคนๆ หนึ่งขึ้นมาได้
คนที่อาจารย์ของเธอนับถือ และพูดถึงบ่อยๆ
ถ้าคำนวณจากเวลาที่อาจารย์เคยพูดถึง ตอนนี้คนคนนั้นน่าจะกำลังประสบปัญหาอยู่ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอแห่งนี้พอดี
ถ้าโชคดีเธออาจจะได้เจอเขา
และแผนการหาเงินของเธอก็จะสำเร็จ!
เธอนับถืออาจารย์ของเธอมาก คนที่อาจารย์นับถือก็คงไม่ธรรมดาเช่นกัน
...
ในเวลาเดียวกัน รถจี๊ปสีเขียวของทหารคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าโรงพยาบาล และมีชายสองคนก้าวลงมาจากรถ
ทั้งคู่สวมเครื่องแบบทหารสีเขียวสะอาดสะอ้าน ดูเหมือนเพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ๆ รูปร่างสูงสง่า ชายคนหนึ่งดูอายุน้อย ประมาณยี่สิบต้นๆ ใบหน้ายังดูเด็ก
ในมือถือถุงใส่ของกิน พอลงจากรถด้วยความเคยชินของทหารเขามองไปรอบๆ ห้องโถงโรงพยาบาล และเห็นเด็กสาวคนหนึ่งที่รู้สึกคุ้นหน้าท่ามกลางฝูงชน
เด็กสาวคนนั้นใช้ไม้เท้าตัวผอมบางกำลังเดินกะเผลกๆ อยู่
เขารู้สึกว่าคุ้นหน้าเธอมาก!
เฉินฉีหยุดเดินแล้วเพ่งมองเด็กสาวคนนั้น จู่ๆ เขาก็ตบหัวตัวเองเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก แล้วหันไปบอกคนข้างๆ ด้วยความตื่นเต้น
"หัวหน้า! หัวหน้า! ดูสิ นั่นสหายตัวน้อย!"
สหายตัวน้อย?
อีกคนอายุประมาณยี่สิบต้นๆ รูปร่างสูงโปร่งกว่าเฉินฉีเกือบหนึ่ง่ตัว
เขากำลังจะไปจอดรถพอได้ยินเฉินฉีพูดก็หันกลับมา ดวงตาคมกริบมองไปยังทิศทางที่เฉินฉีชี้นำเฉินฉีเห็นดังนั้นก็รีบหุบปากลง แต่สายตาก็ยังเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
กู้จี้เฉินขมวดคิ้ว มองเฉินฉีที่ตื่นเต้นริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย
เขาไม่ไปจอดรถแล้ว เปลี่ยนใจเดินเข้าไปหาเฉินฉีเหลือบมองเข้าไปในโรงพยาบาลก็เห็นเด็กสาวคนหนึ่งที่คุ้นเคย
เด็กสาวผู้กล้าหาญคนนั้น!
"ไงล่ะ! ไงล่ะ! ผมบอกแล้วว่าสหายตัวน้อยาเ็หนักขนาดนั้น ต้องมาที่โรงพยาบาลประจำอำเภอแน่ๆ ตอนนี้ก็เจอแล้ว!" เฉินฉีพูดอย่างภูมิใจ
เช้าวันนี้ พวกเขานำเพื่อนร่วมรบที่าเ็มาส่งที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ตอนแรกเสียเวลามามากก็ไม่ได้คาดหวังอะไร
ได้แต่หวังว่าทางโรงพยาบาลจะรักษาอาการเบื้องต้นให้ แล้วค่อยพากลับไปรักษาที่โรงพยาบาลทหารซึ่งมีอุปกรณ์การแพทย์ที่ดีกว่า
แต่กลับเหนือความคาดหมาย!
หมอบอกว่าเืเพื่อนทหารของเขาหยุดไหลแล้ว แผลก็เริ่มสมานตัวแล้ว
ก่อนที่จะพาคนเจ็บมา หัวหน้าของพวกเขาก็ได้เอาะุออกจากตัวคนเจ็บแล้ว
ตอนนี้แผลเริ่มสมานแสดงว่าไม่มีอันตรายแล้ว แค่พักฟื้นก็พอ
หมอยังบอกด้วยความตื่นเต้นว่าทั้งหมดนี้เป็เพราะสมุนไพรที่ใช้ทาแผล สมุนไพรนั้นมีประสิทธิภาพมาก!
หมอบอกว่าั้แ่เกิดมา ยังไม่เคยเห็นสมุนไพรที่ได้ผลดีขนาดนี้ รีบถามทันทีว่าได้มาจากที่ไหน
แต่หัวหน้าสั่งห้ามไม่ให้พวกเขาบอก
เฉินฉีถอนหายใจด้วยความเสียดาย ถ้าบอกหมอไปตอนนั้นคงจะช่วยกันหาสหายตัวน้อยได้เร็วกว่านี้
แต่ไม่เป็ไร ตอนนี้ก็เจอแล้ว
เฉินฉียิ้มแห้งๆ แล้วพูดกับกู้จี้เฉินด้วยท่าทีประจบประแจง
"หัวหน้า ผมไปขอบคุณสหายตัวน้อยก่อนนะ คุณไปเยี่ยมพี่ลู่เถอะ"
พี่ลู่ที่เขาพูดถึงก็คือเพื่อนร่วมรบที่าเ็ เนื่องจากโดนลูกหลงจากข้อมูลผิดพลาดทางกองทัพจึงรับผิดชอบค่ารักษาทั้งหมด ซึ่งเฉินฉีไปคุยกับหัวหน้าของเขามาแล้วเมื่อเช้านี้
กู้จี้เฉินมองเฉินฉี เด็กนี่ดีใจจนหุบยิ้มไม่ได้
จู่ๆ เขาก็รู้สึกหงุดหงิด ก่อนจะยื่นกุญแจรถให้เฉินฉีอย่างไม่ใส่ใจ
"หัวหน้า จะให้ทำอะไรครับ?" เฉินฉีรับกุญแจมาด้วยท่าทางงุนงง
ทำไมเขารู้สึกว่าหัวหน้าอารมณ์ไม่ดี หรือว่าเครียดเื่พี่ลู่?
"ไปจอดรถ"
กู้จี้เฉินมองเฉินฉีแล้วโยนกุญแจรถให้เขา ด้วยความเคยชินของทหารเฉินฉีรับกุญแจไว้ได้ทัน
จากนั้น เขาก็เห็นหัวหน้าของเขายึดถุงข้าวกลางวันที่เขาถืออยู่แล้วเดินตรงไปที่ห้องโถงโรงพยาบาล
"เอ้า หัวหน้า..."
ยังพูดไม่จบ กู้จี้เฉินก็หันกลับมามองเขาอย่างเ็า
เฉินฉีกลืนน้ำลายก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ "หัวหน้า ผมอยากคุยกับสหายตัวน้อยนะครับ หลังจากเอารถไปจอดจอดเสร็จ สหายตัวน้อยอาจจะหายไปไหนแล้วก็ได้"
"แล้วนายมีปัญหาอะไร?" กู้จี้เฉินเลิกคิ้วถามอย่างไม่ใส่ใจ