ตอนที่ 65
นักล่าจักรพรรดิ(2)
เมื่อหลายวันก่อนณ สุสานของราชันผีดิบ
เหล่าไวเวิร์นพากันมองหน้ากันด้วยความมึนงงว่าจะเข้าไปภายในสุสานอย่างไรดีเพราะทางเข้ามันมีขนาดเท่ากับประตูบ้านของพวกมนุษย์เท่านั้นเอง
“เอ่อ...สงสัยเราจำต้องส่งทูตสักคนเข้าไปเจรจาเอาเสียแล้วพวกเจ้าเห็นด้วยหรือไม่?”อันเดตไวเวิร์นกล่าว
มอนสเตอร์ขนาดใหญ่ทุกตัวพยักหน้าแล้วกล่าวพร้อมกัน“คงต้องเป็นอย่างนั้น”
“มารดาบเจ้ามีขนาดตัวที่เล็กที่สุดและยังมีความสุขุมรอบคอบเจ้าจักเป็นทูตเข้าไปเจรจากับท่านยักษ์มังกรผู้นั้น”เอลเดอร์ดราก้อนกล่าว
“เข้าใจแล้ว! ข้าจะเข้าไปเจรจาเอง คนเดียวก็น่าจะพอเพราะข้ากลัวว่ามันจะเป็นการรบกวนท่านยักษ์มังกร”มารดาบกล่าว
มอนสเตอร์ทุกตัวพยักหน้าจากนั้นมารดาบก็เดินเข้าไปในสุสานที่ห้องโถงแรกมีซอมบี้ระดับองครักษ์และราชันนับไม่ถ้วนแออัดจนไม่มีพื้นที่เดินเลยสำหรับมารดาบแล้วพวกซอมบี้พวกนี้ไม่ต่างอันใดจากหมดปลวกเขากลายเป็นเงาพุ่งเข้าผ่านร่างของพวกซอมบี้แล้วไปปรากฏที่ทางเดินเข้าไปยังห้องโถงที่2 อย่างรวดเร็วโดยที่พวกซอมบี้ไม่รับรู้ถึงตัวตนของเขาเลย
เมื่อมารดาบเดินเข้าไปถึงที่ห้องโถงที่2 เขาก็พบเห็นโลงศพขนาดใหญ่เขาสัมผัสได้ถึงออร่าแห่งความตายกระจายออกมาจากที่แห่งนั้นความหวาดกลัวได้ก่อเกิดขึ้นในจิตใจของเขาอย่างช่วยไม่ได้! ระดับตำนานคือขอบเขตที่มอนสเตอร์ทุกตัวใฝ่ฝันถึงเมื่อเข้าสู่ระดับตำนานพวกมันจะเกิดการกลายพันธุ์ปลุกสายเลือดที่แท้จริงของพวกมันขึ้นมา
มารดาบขุกเข่าลงกับพื้นแล้วกล่าวขึ้นมาว่า
“ท่านยักษ์มังกรขอรับกระผมเป็นทูตจากเหล่ามอนสเตอร์ในพื้นที่จำกัดแห่งนี้มิทราบว่าท่านจะกรุณามอบความเมตตาให้กระผมได้หรือไม่?”
ครืน~~
ฝาโลงศพได้เปิดออกอย่างช้าๆ มือขนาดใหญ่ที่มีเกล็ดสีแดงจับที่ขอบโลงศพร่างขนาดใหญ่ค่อยๆปรากฏต่อสายตาของมารดาบอย่างช้าๆเมื่อเห็นดวงตาของมังกรอันน่าสะพรึงกลัวมารดาบก็รีบก้มหัวลงในทันที
“ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามาที่นี่เพื่อหินผนึกใช่หรือไม่?”ยักษ์มังกรกล่าว
“ท่านช่างปราดเปรื่องยิ่งนักถูกต้องแล้วขอรับ ตอนนี้พวกเราขาดอีกเพียง 1ก้อนเท่านั้นก็จักสามารถปลดพันธนาการของที่นี่เป็นหนึ่งเดียวกับโลกอีกครั้ง!”มารดาบกล่าว
“นายของข้าปิดผนึกดินแดนแห่งนี้เอาไว้เพื่อป้องกันมิให้เผ่าพันธุ์ของพวกเจ้าต้องสูญพันธุ์ผ่านมา 4000 ปีมันก็ถึงเวลาอันสมควรแล้ว สิ่งของทุกอย่างย่อมมีราคาของตัวมันเองข้าจักมอบหินผนึกให้แต่พวกเจ้าจะต้องทำสิ่งหนึ่งให้สำเร็จเสียก่อนข้าถึงจักมอบให้กับพวกเจ้าหากข้าจำมิผิดโลงศพภายในผู้ปลดปล่อยนั้นมี ฟอลเลนแองเจล(Fallen Angel) อยู่อารมณ์
ของมันผู้นั้นฉุนเฉียวยิ่งนักพวกเจ้าระวังคำพูดเวลาอยู่ต่อหน้าของมันด้วย!”
“ขอรับมิทราบว่าราคาที่พวกข้าต้องจ่ายคืออันใดขอรับ?”
“ฆ่าพวกมนุษย์ให้หมดและทำลายประตูที่พวกมันใช้เดินทางมาที่นี่ให้หมดเมื่อสำเร็จแล้วข้าจักไปนำหินผนึกมาให้”
“พวกข้าจักไม่ทำให้ท่านผิดหวังขอรับขอตัวนะขอรับ”มารดาบลุกขึ้นแล้วกลายเป็นเงาพุ่งออกมาจากสุสานอย่างรวดเร็ว
เมื่อเหล่ามอนสเตอร์มองเห็นมารดาบพวกมันก็รีบถามขึ้นมาทันที
“การเจรจาเป็นเยี่ยงไรบ้าง?”
“ท่านยักษ์มังกรต้องการให้พวกเราฆ่ามนุษย์ทั้งหมดและทำลายประตูที่พวกมันใช่เดินทางมาให้หมดสิ้นเมื่อถึงตอนนั้นท่านจักมอบหินผนึกให้แก่พวกเรา”
“ทำได้ดีมาก! งั้นพวกเราก็แยกกันออกไปฆ่าพวกมนุษย์ให้หมดสิ้นจักได้เป็นอิสระจากพื้นที่ปิดแห่งเสียที”อันเดตไวเวิร์นกล่าว
จากนั้นพวกมันก็แยกย้ายกันออกไปโจมตีเมืองของมนุษย์อย่างบ้าคลั่ง
....
ปัจจุบัน
ครืน~~~~
เสียงฝีเท้าของเหล่ามอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนดังขึ้นอยู่ด้านหน้าของทุกคนไม่ไกลเหนือหัวของพวกมันปรากฏเมฆทมิฬดูแล้วน่าเกรงขามเป็นอย่างมากนักศึกษาหลายคนเริ่มรู้สึกหวาดกลัวเพราะพวกเขามองเห็นมอนสเตอร์ที่สูงเกือบ 30เมตรปนอยู่ในฝูงนั่นเป็นจำนวนมาก
“นะนั่นคือฝูงมอนสเตอร์ขนาดใหญ่เหรอ!? บ้าไปแล้วพวกมันมีทั้งหมดกี่หมื่นตัวกันแน่”
“น่าจะเกือบหนึ่งแสนตัวได้!”
“บะแบบนี้พวกเราจะชนะพวกมันแน่เหรอ?”
พวกนักศึกษาหลายคนเริ่มเสียขวัญแต่เหล่าทหารนั้นไม่เพราะพวกเขาปะทะกับฝูงใหญ่มามากแล้วพวกเขาเติบโตท่ามกลางซากศพและเลือดเนื้อของเหล่ามอนสเตอร์มันเหมือนกับอาหารอันโอชะที่คอยหล่อเลี้ยงจิตใจของพวกเขาเสียมากกว่า!
“ปืนใหญ่อัตตาจรทั้งหมดเล็งไปยังฝูงใหญ่ของเหล่ามอนสเตอร์!!”เสียงหนึ่งดังขึ้นในวิทยุสื่อสาร
ปืนใหญ่อัตตาจรขนาด152 มม.จำนวนเกือบร้อยปรับองศาการยิงอย่างพร้อมเพียงกันเป้าหมายของพวกเขาไม่มีอย่างอื่นนอกจากฝูงใหญ่ของมอนสเตอร์พวกเขาจะเริ่มการปูพรมก่อนเพื่อลดทอนจำนวนของศัตรูให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ลูกกระสุนหัวระเบิดแรงสูงได้ถูกบรรจุเข้าไปในรังเพลิงของปืนใหญ่อัตตาจร
“อัตตาจรหมายเลขหนึ่งพร้อมยิง!”
“หมายเลขสองพร้อมยิง!”
“หมายเลขสามพร้อมยิง!!”
...
พลปืนใหญ่ต่างพากันรายงานความพร้อมของอัตตาจรแต่ละกระบอกอย่างเป็นระเบียบไปจนถึงกระบอกสุดท้ายเมื่อนายพลได้ยินว่าพวกเขาทั้งหมดพร้อมยิงแล้วก็กล่าวขึ้นทันที
“ยิงได้!!”
ตูม!!
สิ้นสุดเสียงคำสั่งยิงปืนใหญ่อัตตาจรทุกกระบอกยิงแทบจะพร้อมเพรียงกันห่ากระสุนปืนใหญ่แหวกอากาศพุ่งตรงไปยังฝูงของเหล่ามอนสเตอร์อย่างรวดเร็ว
ตึมๆๆๆๆๆ
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นเป็นระลอกพวกมอนสเตอร์ระดับต่ำกว่าราชันมากมายถูกแรงระเบิดฆ่าตายกลายเป็นเศษซากจำนวนมากกระจายเกลื่อนไปทั่วพื้นที่เหล่ามอนสเตอร์ระดับราชันบางตัวถึงกับตายและอีกหลายตัวชิ้นส่วนร่างกายหายไปเหล่ามอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิต่างได้รับบาดเจ็บมนุษย์ยังคงความได้เปรียบเพราะอาวุธสงครามที่มีแสงยานุภาพสูงมาก
เมื่อเหล่านักศึกษามองเห็นภาพเหล่าซากศพของเหล่ามอนสเตอร์จำนวนมากตายจากการปูพรมระลอกแรกก็พากันโห่ร้องด้วยความฮึกเหิม
“ฮ่าๆๆพวกมอนสเตอร์น่าโง่ เห็นรึยังละนี่แหละความแข็งแกร่งของมนุษย์!!”
“ฆ่ามัน!!”
“ฆ่ามันให้หมดอย่าให้เหลือ!!”
..
“เริ่มยิงระลอกที่2 ได้!!”
ตูมม!!!
ตึมๆๆๆๆ
ผลลัพธ์ในรอบที่2นั้นดีกว่ารอบแรกมากเพราะพวกมอนสเตอร์ระดับราชันและจักรพรรดิที่ได้รับบาดเจ็บต่างพากันตกตายไปตามๆกันแต่ถึงกระนั้นพวกมันยังคงดาหน้ากันเข้ามาอย่างบ้าคลั่งมอนสเตอร์ประเภทบินเองก็เริ่มปรากฏตัวให้ทุกคนเห็นชัดมากยิ่งขึ้นพลบังคับป้อมปืนป้องกันท่าอากาศยานขนาด20 มม. ได้เตรียมพร้อมยิ่งทุกเมื่อหากพวกมันเข้ามาในระยะ 4 กม.เมื่อไหร่พวกเขาก็จะเริ่มยิงพวกมันในทันที
“ระลอกที่3 ยิงได้!!”
ตึมๆๆๆๆ
“ระลอกที่4 ”
“ระลอกที่5 ”
...
ณเวลานี้จากพวกมอนสเตอร์ที่มีจำนวนเกือบ 1 แสนตัวเหลืออยู่ประมาณ 6 หมื่นตัวจำนวนลูกกระสุนปืนใหญ่ที่กองทัพใช้ไปในครั้งนี้เกือบ 500 ลูกแต่มันก็เป็นที่น่าพึงพอใจมากที่สามารถกำจัดมอนสเตอร์ได้มากเกือบ 4 หมื่นตัว
“ตอนนี้พวกมันเข้ามาอยู่ในระยะ3 กม. เมตรแล้ว!! หน่วยนักล่าจักรพรรดิเตรียมพร้อม!!”
บอสและจูนที่ยืนอยู่ในกลุ่มคนที่สังกัดหน่วยนักล่าจักรพรรดิกำลังพากันตั้งสมาธิอยู่พวกเขาจะต้องเข้าไปฆ่าพวกระดับจักรพรรดิจำนวนนับไม่ถ้วนจูนกังวลเป็นอย่างมากเพราะเธอไม่เคยต่อกรกับระดับจักรพรรดิมากมายขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิตนี้
[จัดการเลยค่ะคุณบอส!]
‘รับทราบ!’
บอสกุมมือน้อยๆที่กำลังสั่นเทาของจูนอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าว
“ไม่ต้องกลัวฉันจะปกป้องเธอเอง!”
จูนมองเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของบอสก็พยักหน้าแล้วปรับลมหายใจหัวใจของเธอรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมากเธอบอกได้เลยว่าการปลอบใจของเขาในครั้งนี้ทำให้เธอรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก
“ขอบใจมากนะ~”เธอกล่าวแล้วยิ้มให้กับเขา
‘แบบนี้ได้ผลรึเปล่า?’บอสกล่าวในใจ
[ได้ผลอยู่ค่ะแต่กำแพงของอีกฝั่งแข็งแรงใช้ได้เลยน่าจะต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะทำลายกำแพงนั่นได้!]
‘เธอเป็นพวกประเภทหวั่นไหวยากแปลว่าหากเธอรักใครแล้วจะไม่มีทางลืมคนคนนั้นสินะ!’
[ถูกต้องแล้วค่ะ!]
“หน่วยนักล่าจักรพรรดิเตรียมพร้อม!!!”เสียงวิทยุดังขึ้นอีกครั้ง
ทุกคนในหน่วยต่างพากันเรียกเมล็ดพันธุ์ชุดเกราะและสัตว์เลี้ยงคู่หูของตนเองออกมาอาวุธที่ทุกคนใช้ล้วนเป็นสิ่งที่ตนเองถนัดสัตว์เลี้ยงของจูนคือตัวนิ่มอัคคีระดับราชัน 3 ดาวมันมีขนาดตัวที่ใหญ่เท่ากับโกเลมหินตัวหนึ่งคลื่นความร้อนที่กระออกมาจากรอยต่อของเปลือกมันนั้นมีอุณหภูมิสูงมาก มันคือ 1ในมอนสเตอร์หายาก
มีบางคนที่มีสัตว์เลี้ยงระดับจักรพรรดิแต่ขนาดตัวของมันไม่ได้ใหญ่มากนักอสรพิษเกล็ดม่วงของบอสเป็น 1 ในมอนสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในหน่วยแล้วบอสยังเรียกชุดเกราะผีสิงออกมาช่วยอีกแรงเพราะตอนนี้มันก็อยู่ในระดับ 20 แล้วมันแข็งแกร่งกว่าระดับจักรพรรดิ 3 ดาวทั่วไปมากเขามองเห็นสายตาดูแคลนของทุกคนมองมาที่มันเพราะทุกคนต่างรู้จักชุดเกราะผีสิงดีมันไม่สมควรถูกเรียกมาช่วยต่อสู้ในศึกนี้เลยด้วยซ้ำเพราะมันเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ระดับนักรบเท่านั้นเองมันจะสามารถต่อกรกับระดับองครักษ์ขึ้นไปได้ยังไง?
บอสกระโดดขึ้นไปยืนบนหัวอสรพิษเกล็ดม่วงจากนั้นก็ยื่นมือให้กับจูนแล้วกล่าว
“ขึ้นมาสิ!”
“เอ่อ...ไม่เป็นไร!”จูนเกรงใจ
“นี่ไม่ใช่เวลาเกรงใจกันนะเราจะต้องทะลวงเข้าไปข้างในพร้อมกันหากเธอตามฉันเข้าไปข้างในไม่ทันและพรากกันมันจะแย่เอา”
“งั้น...ก็ได้!”จูนกระโดดขึ้นไปเหยียบบนหัวของอสรพิษเกล็ดม่วงแต่เธอเผลอก้าวพลาดทำให้จะหงายหลังล้มลงบอสรีบใช้แขนโอบเอวของเธอเอาไว้อย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าทั้ง 2จะสวมชุดเกราะอยู่แต่หน้าของพวกเขาก็อยู่ใกล้กันมาก
[นี่มันฉากในหนังน้ำเน่าชัดๆ]
จูนตกอยู่ในภวังค์อยู่นานเธอก็ได้สติแล้วรีบตั้งหลักอย่างรวดเร็ว
“ขะขอบคุณ!”
“ไม่เป็นไรฉันยินดี!”
ทันใดนั้นเองก็มีชายและหญิงที่อยู่ภายในหน่วยเดียวกันพูดขึ้นมาว่า
“ให้ตายสิ! ฉันกำลังได้กลิ่นของความรัก! อยู่ไม่ไกล”
“เหม็น!! เหม็นสุดๆไปเลย!!”
“ไปตายซะพวกคนมีคู่!!”
หน้าของจูนแดงและร้อนผ่าวเมื่อครู่มันเป็นฉากที่ทำให้เธอประทับใจมากนี่มันอะไรกันทำไมเธอถึงได้ใจเต้นกับเขามากถึงขนาดนี้!! บอสได้แต่ยิ้มแห้งๆและไม่ได้กล่าวอะไร
“พวกมอนสเตอร์อยู่ในระยะแล้วหน่วยนักล่าจักรพรรดิไปได้ไปๆๆๆ!!!”เสียงสั่งการได้ดังขึ้น
ทุกคนภายในหน่วยพุ่งไปยังฝูงของมอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ไม่ไกลสัตว์เลี้ยงของพวกเขาแหวกพวกมอนสเตอร์ระดับต่ำมากมายเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
“จับดีๆล่ะพวกเราจะพุ่งไปกันแล้ว!!”บอสกล่าว
จูนพยักหน้าแล้วรีบตั้งสติแล้วก้มตัวต่ำพร้อมกับเอามือสัมผัสกับหัวของอสรพิษเกล็ดม่วงเอาไว้
ซูมมมมม~~!!!!!
อสรพิษพุ่งไปไวบานจรวดขนาดตัวของมันไม่ได้มีผลต่อการเคลื่อนไหวของมันเลยแม้แต่น้อย
“บะบ้าน่าอสรพิษเกล็ดม่วงหรือจรวดวะนั่นเร็วฉิบหายเลย!!”ชายคนหนึ่งที่กำลังขี่แรดสายฟ้าระดับราชันกล่าว
“มันไม่เร็วขนาดนี้นี่เขาทำอะไรกับงูนั่นกันแน่ทำไมถึงได้แตกต่างจากที่พวกเราเคยเห็น!?”
...
อสรพิษเกล็ดม่วงพุ่งเข้าชนกับฝูงมอนสเตอร์ที่กำลังเตรียมพร้อมจะจู่โจมมันโดยไม่กลัวเกรงมันร้องคำรามออกมาหนึ่งครั้งแล้วเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีกระดับ
ฉ่า~!!!!!
ตูมมมมมมมมมมมม!!!!
[คุณสังหารมอนสเตอร์ระดับองครักษ์!]
[คุณสังหารมอนสเตอร์ระดับอัศวิน!]
[คุณสังหารมอนสเตอร์ระดับราชัน!]
[เนื่องจากคุณเข้าสู่โหมดสงครามระบบจะทำการสรุปผลการเก็บเกี่ยวในตอนจบการต่อสู้!]
‘นะ นี่มันใช่อสรพิษเกล็ดม่วงจริงเหรอบ้าน่า!!’จูนกล่าวในใจ
ฉากตรงหน้าคือมอนสเตอร์จำนวนมากถูกพุ่งชนไม่เหลือชิ้นดี
เปรี้ยงงงงงงงงงง!!!!!
บอสปล่อยพลังสายฟ้าเส้นใหญ่ไปยังพื้นที่อยู่ไม่ไกลทำให้เกิดการระเบิดขนาดใหญ่มอนสเตอร์จำนวน14 ตัวตกตายพร้อมกันในทันที!!
“มอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิ 12 ตัวอยู่ด้านหน้าเตรียมรับมือ!!”บอสบอกจูน
“อะอืม!!”เธอกล่าวแล้วนำเมล็ดพันธุ์ขวานใหญ่ระดับราชัน 3ดาวออกมา
ผ่านไปสักพัก
“ตอนนี้แหละลุย!”บอสกระโดดแล้วพุ่งไปที่ฝูงมอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิอย่างรวดเร็วเขานำดาบระดับอัศวินเหล็ก3 ดาวออกมาแล้วเริ่มฟาดฟันไปที่มอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิตัวแรกทันที
ฉัวะ!!!
ร่างของมันถูกตัดขาดครึ่งเพียงดาบเดียว จักรพรรดิอีก 3ตัวพุ่งเข้ามาหาเขาจาก 3 ทิศเขาระเบิดพลังสายฟ้าใส่พวกมันทั้ง 3 ตัวพวกมันได้รับสถานะมึนงงบอสก็อาศัยจังหวะนี้เข้าไปผ่าร่างของพวกมันออกเป็น 2ส่วนทั้ง 3 ตัว จูนมองเห็นบอสสามารถฆ่าระดับจักรพรรดิได้ด้วยดาบเดียวเธอก็อ้าปากค้างไม่ได้สนใจทางอื่นเลยทันใดนั้นเองก็มีระดับจักรพรรดิตัวหนึ่งพุ่งมาโจมตีด้านหลังเธอแต่ก่อนที่มันจะโจมตีโดนเธอชุดเกราะผีสิงก็พุ่งมาแล้วใช้ดาบของมันปัดป้องการโจมตีนั้นได้อย่างง่ายดาย
เพล้งงง!!!!
จูนพลันได้สติแล้วหันไปก็มองเห็นกระทิงเลือดเดือดถูกดาบของชุดเกราะผีสิงแทงเข้าไปที่ลำคอแล้วกรีดลากยาวไปถึงหัวเลือดจำนวนมากกระเซ็นไปทั่วร่างของชุดเกราะผีสิงจูนตื่นตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีก! ไม่ใช่ว่ามันคือมอนสเตอร์ระดับนักรบเหรอ?ทำไมมันถึงได้ฆ่าระดับจักรพรรดิได้ง่ายขนาดนี้!? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?
อสรพิษเกล็ดม่วงเลื้อยไปมาอยู่ภายในใจกลางของฝูงไม่มีระดับจักรพรรดิตัวไหนเลยที่สามารถหยุดยั้งการทำลายล้างของมันลงได้ทุกคนที่มองการจู่โจมของหน่วยนักล่าจักรพรรดิจากระยะไกลต่างพากันแตกตื่นเพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นคือสายฟ้าสีน้ำเงินและอสรพิษเกล็ดม่วงกำลังทำลายล้างฝูงมอนสเตอร์จากภายใน!!สวรรค์! พวกเขาเป็นตัวอะไรกันแน่พวกทหารที่อยู่ในหน่วยนักล่าจักรพรรดิเห็นการฆ่าล้างอันบ้าคลั่งก็พากันเนื้อเต้นและฮึกเหิมยิ่งขึ้นไปอีก!
“พวกเราจะแพ้เด็กไม่ได้!! ฆ่าพวกมันให้หมด!!”
“โอ้ว!!!!”
ขณะที่อสรพิษเกล็ดม่วงฆ่าล้างพวกมอนสเตอร์อย่างบ้าคลั่งบนท้องฟ้าก็ปรากฏเงาขนาดใหญ่ขึ้น! มันพุ่งไปหาอสรพิษเกล็ดม่วงด้วยความเร็วสูง!
“นะ นั่นมัน มังกรนี่!! มอนสเตอร์มังกรปรากฏตัวแล้ว!!!”คนที่มีพลังดวงตาแห่งเทพตะโกนขึ้น
อสรพิษสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังพุ่งเข้ามามันพ่นหมอกพิษเพื่ออำพรางตัวแล้วเลื่อยหลบการพุ่งโจมตีของมังกรอย่างรวดเร็วมีตำนานที่เคยบอกอยู่ว่างูนั้นคือสายเลือดพันทางของมังกรเกิดจากการเจือจางของสายเลือดที่มากเกินไปและงูก็สามารถวิวัฒนาการกลายเป็นมังกรได้หากความแข็งแกร่งของมันอยู่ในจุดจุดหนึ่งความสัมพันธ์ระหว่างงูและมังกรนั้นมีสิ่งที่เรียกว่าการสะกดข่มทางสายเลือดอยู่สายเลือดที่บริสุทธิ์จะสามารถทำให้สายเลือดพันทางหวาดกลัวและยอมสยบได้ถึงแม้สายเลือดบริสุทธิ์นั้นจะอ่อนแอขนาดไหนก็ตาม
(พันทาง เขียนแบบนี้ถูกแล้วนะครับตรวจในพจนานุกรมแล้ว)
ตูมมมมมมมมมมมม!!!
กรงเล็บของมังกรกระแทกเข้ากับพื้นเต็มๆทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่แต่มังกรก็ไม่พบอสรพิษเกล็ดม่วงอยู่ใต้กรงเล็บของมันอสรพิษเกล็ดม่วงเริ่มแผ่แม่เบี้ยแล้วร้องคำรามขู่ใส่มังกรโดยไม่ได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
ฉ่า~~!!!!
มังกรมองไปที่อสรพิษเกล็ดม่วงด้วยสายตาอำมหิตมันจะต้องฆ่าสายเลือดพันทางที่อวดเก่งนี้ให้จงได้!ทั้งคู่จ้องหน้ากันอยู่สักพักก็เริ่มพุ่งเข้าหากันมังกรใช้ปากขนาดใหญ่ของมันหมายจะกัดคอของอสรพิษแต่อสรพิษไหวตัวทันแล้วใช้หางฟาดไปที่หัวของมังกรสุดแรง
เปรี้ยงงง!!!
ตูมมมมม!!!
มังกรล้มลงไปนอนที่พื้นเพราะอาการเวียนหัวอสรพิษเกล็ดม่วงใช้จังหวะนี้พุ่งเข้าไปรัดคอของมังกรแล้วเริ่มบีบรัดสุดแรงมังกรได้สติมันใช้ขาหน้าทั้ง 2 ข้างดึงตัวของอสรพิษออกแต่ก็ไม่ได้ผลเมื่องูได้รัดแล้วมันจะไม่มีทางปล่อยจนกว่าเหยื่อของมันจะตาย!
แกร๊กกกกก!!!
ตึมมม!!!
เสียงกระดูกคอของมังกรหักดังสนั่นไปทั่วสมรภูมิเหล่าคนที่มองการต่อสู้ของทั้ง 2 ไม่อยากจะเชื่อกับภาพที่เห็นมอนสเตอร์ระดับราชันสามารถฆ่าระดับจักรพรรดิได้อย่างง่ายดายแถมนั่นยังเป็นสายพันธุ์มังกรอีกด้วย!!!พระเจ้า! นี่มันมังกรปลอมรึยังไงกัน!?
อสรพิษเกล็ดม่วงแลบลิ้น แผล่บๆจากนั้นมันก็ถอดขากรรไกรปากของตนเองกลืนร่างของมังกรเข้าไปทั้งร่างอย่างรวดเร็วแล้วเรอออกมาเสียงดัง
เอิ้กกก~~~!!
“พระเจ้างูเรอได้!! ฉันพึ่งรู้นี่แหละ!!”
“ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”
...
จากนั้นสงครามก็ดำเนินต่อไปอยู่นานหลายชั่วโมงบอสจูนและสัตว์เลี้ยงของพวกเขานั้นฆ่ามอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิเป็นว่าเล่นทุกคนต่างกันชื่นชมเขาเป็นอย่างมากวันนี้ทุกมหาวิทยาลัยได้ประจักษ์แล้วว่าตอนนี้ในมหาวิทยาลัยการจัดการมีม้ามืดสุดแข็งแกร่งปรากฏตัวขึ้น!
……………………………………………………………………………………..