หลังจากเสร็จงานนายดินก็พาฉันออกไปหาอะไรกินที่อื่น ขืนกินในห้างมีหวังฉันคงกลืนข้าวไม่ลงเพราะสายตาคนมองแน่ๆ
“นิ...คุณ..ช่วงนี้ร่างกายมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างมั้ย”
จู่ๆ เขาก็ยิงคำถามแปลกๆ ตอนที่รออาหารมาเสิร์ฟ
“แปลกยังไง?”
ฉันยังงงกับคำถาม ดินขยับเก้าอี้มาใกล้ฉันมากขึ้นและเบาเสียงพูดลง
“ก็...ผ่านมาสามเดือนแล้วนะ...คุณได้ตรวจรึยัง”
ฉันครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาหมายถึงอะไร
“อ่อ...ถ้านายจะถามว่าฉันท้องรึเปล่าล่ะก็...คำตอบคือไม่...ประจำเดือนฉันมาปกติไม่ต้องเป็นห่วง”
เหมือนเขาจะทำท่าผิดหวังเล็กน้อย ซึ่งฉันค่อนข้างแปลกใจกับท่าทีนั้นแน่นอนว่าฉันไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองท้องในช่วงเวลาที่ไม่พร้อมแบบนั้นได้ตั้งแต่ไปทำงานกับนัช ฉันก็กินยาคุมอยู่ตลอด เพราะนัชเองก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นว่าฉันได้ใช้ยานั่นกับนายดินแทน
เขามาส่งฉันที่บ้านแถมยังทักป้ามนอย่างกับคนคุ้นเคยซื้อขนมจีบซาลาเปาจากร้านที่ไปกินกันเมื่อครู่มาฝากป้าแกด้วยช่างเป็นชายที่ประจบสอพอเก่งเสียจริงๆ
ดินเดินตามฉันเข้าไปในบ้านหน้าตาเฉยทำเหมือนเมื่อก่อนตอนอยู่คอนโด ไม่มีความเกรงใจกันแม้แต่น้อย
“มีอะไรอีกล่ะ...เสร็จแล้วก็กลับไปสิ” ฉันไล่ด้วยความรำคาญ
“ยังไม่ได้ทำเลย...จะเสร็จได้ไง”
นายดินพูดยียวนกวนประสาทใส่พร้อมกับทิ้งตัวลงบนโซฟาเปิดทีวีดูหน้าตาเฉย ฉันเดินไปดึงแขนและรีบไล่ให้กลับไปแต่พอโดนตัวเท่านั้น เขาก็ใช้กำลังดึงฉันเข้าไปกอดทันที
“ไม่กลับ....จะค้างที่นี่”
“อย่ามางี่เง่านะ...กลับไปได้แล้ว”
เขาเอาแต่ยิ้มและจ้องหน้าฉัน ในเวลานั้นฉันก็เริ่มกลัวกับความคิดและสิ่งที่เขากำลังจะทำจึงได้พยายามดึงตัวเองออกจากอ้อมกอดเขา แต่มันยิ่งทำให้เขากอดฉันแน่นขึ้น
“ถ้าครั้งแรกไม่สำเร็จ...คงต้องลองใหม่ครั้งนี้ซะแล้ว”
ฉันขนลุกซู่ขึ้นมาทันที ถ้าเป็นวันนี้ ฉันคงไม่รอดแน่เพราะตั้งแต่เลิกทำงานกับนัช ฉันก็ไม่จำเป็นต้องกินยาเพราะไม่รู้ว่าจะกลัวท้องทำไม ไม่มีเซ็กซ์กับใครอยู่แล้วความกังวลก่อให้เกิดความเครียดขึ้นมาโดยทันที ฉันนิ่งเงียบไม่ขยับ ก่อนบอกเขาไปว่า
“ไม่ได้หรอก...ฉันอยากให้ลูก...เกิดจากความรัก...ไม่ใช่การบังคับ”
คำพูดของฉันคงสะกิดใจนายดิน เขาปล่อยมือที่กอดฉันไว้ทันที
“นั่นสินะ...มันควรเกิดจากความรักของเราทั้งสอง ไม่ใช่ของผมฝ่ายเดียว”
ใบหน้าของเขาในตอนนั้นมันดูเศร้าจนเกือบทำฉันใจอ่อน เขายิ้มบางๆ ให้ฉันเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปโดยดี
“ไม่ใช่ฝ่ายเดียวหรอก...เพียงแค่..ฉันยังไม่พร้อมจะกลับไปรักนายในตอนนี้เท่านั้น...ดิน”
❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉
วันนี้มีงานแฟนมีทติ้งครั้งใหญ่ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ภาพยนตร์เข้าฉายและกวาดยอดผู้ชมจนทะยานผ่านหลัก 100ล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยกระแสตอบรับที่ร้อนแรงประกอบกับความน่าสนใจของตัวหนังทำให้งานในวันนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการขอบคุณแฟนคลับที่คอยสนับสนุนบรรยากาศภายในงานเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมายเหมือนเช่นเคยกิจกรรมบนเวทีไม่มีอะไรพลิกโผ เป็นงานแฟนมีทติ้งสไตล์อบอุ่นทั่วไปมีช่วงแจกลายเซ็น จับมือ ถ่ายรูป และพูดคุยหยอกล้อกับแฟนคลับพอกรุบกริบ
แต่แล้ว ไฮไลต์เด็ดดันมาตกอยู่ที่ช่วงท้ายของงานซึ่งเป็นช่วงเวลาพิเศษที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับผู้โชคดีที่ถูกสุ่มเลือกขึ้นมาบนเวทีสามารถขอให้นักแสดงทำตามคำขออะไรก็ได้หนึ่งอย่างทุกคนต่างลุ้นระทึกว่าผู้โชคดีจะเลือกขอให้ศิลปินคนไหนทำอะไรเพราะส่วนใหญ่มักจะขอสวมกอดหรือเซลฟี่แนบชิดแต่ผู้โชคดีในวันนี้กลับสร้างความเซอร์ไพรส์คาดไม่ถึง
“ขอเสียงปรบมือให้น้องนุ่นด้วยครับผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์ในรอบนี้!”
พิธีกรประกาศเสียงดังลั่น
“ไม่ทราบว่าน้องนุ่นอยากจะขออะไรจากใครดีครับ”
น้องนุ่นสาวน้อยผู้โชคดีส่งยิ้มเขินอายก่อนจะเอ่ยชื่อออกมา
“พี่นัชค่ะ!”
เสียงกรี๊ดดังสนั่นฮอลล์นัชยิ้มกว้างด้วยความมั่นใจ ราวกับคาดเดาเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นตัวเองเขาขึ้นยืนพร้อมกับส่งรอยยิ้มพราวเสน่ห์ไปให้น้องนุ่นยิ่งเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากเหล่าแฟนคลับให้ดังกระหน่ำขึ้นไปอีกขั้นน้องนุ่นหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินจัดจนต้องเอามือปิดหน้า
“แล้วน้องนุ่นอยากจะขอให้พี่นัชทำอะไรให้เป็นพิเศษไหมครับ”
นุ่นสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเอ่ยคำพูดที่ทำเอาทุกคนอึ้ง
“อยากให้พี่นัช...ช่วยกอดพี่ดินให้หน่อยค่ะ!”
เสียงกรี๊ดกร๊าดดังระเบิดถล่มทลายฮอลล์แทบแตกในขณะที่วีถึงกับยืนอ้าปากค้างด้วยความงุนงง ส่วนนัชกับดินเองก็คงจะตกใจไม่แพ้กันแต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของนัชทำให้เขาปรับสีหน้าแล้วก้าวเดินตรงดิ่งไปหาดินด้วยท่าทางทีเล่นทีจริงด้านดินก็ยอมลุกขึ้นยืนรอพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก
“กอดเลยค่ะพี่!ทำให้แฟนๆ ดูหน่อย!”
เสียงแฟนคลับสาวคนหนึ่งตะโกนเชียร์ลั่นสนั่นฮอลล์ทุกคนต่างพากันลุ้นระทึกจนแทบไม่หายใจ และในเสี้ยววินาทีนั้นนัชก็กางแขนออกแล้วสวมกอดดินหลวมๆ ดินเองก็ยิ้มรับแล้วโอบกอดตอบเช่นกัน
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เสียงกรี๊ดระเบิดดังสนั่นฮอลล์อีกระลอกชั่วพริบตานั้นเอง คู่ปรับตัวฉกาจอย่าง “นัช” และ “ดิน”ก็ถูกแฟนคลับจับจิ้นกลายเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่ของวงการบันเทิงไปเสียอย่างนั้นไปอีท่าไหนก็ไม่รู้ อยู่ดีๆเหล่าแฟนคลับก็มโนภาพไปเองว่าทั้งคู่แอบกุ๊กกิ๊กกันเบื้องหลังแต่จำใจต้องแกล้งทำเป็นเขม่นไม่ถูกกันเพื่อตบตาสาธารณชน
ส่วนตัวฉันน่ะเหรอ...กลายเป็นแค่ยายชะนีตูดหมึกที่พวกเขาสองคนหยิบยกมาอ้างเพื่อกลบเกลื่อนความสัมพันธ์ไม่ให้ความแตกไปซะอย่างนั้น!เฮ้อ ชะตากรรมอะไรของฉันเนี่ย เป็นไปได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอนี่
ฉันนั่งดูไลฟ์นั้นอยู่ที่บ้านจนจบถึงปากจะบอกว่าไม่อยากเจอ แต่ฉันก็ยังอยากรู้ว่าเขาทั้งสองมีความเป็นไปอย่างไรบ้างฉันกลับมาเปิดเพจขายของอีกครั้งเหลือเชื่อที่ข่าวซุบซิบพวกนั้นทำให้ร้านฉันขายดีในทันที แถมยังมียอดวิวเพิ่มขึ้นมหาศาลเพราะมีคนมาตามส่องฉันอยู่ทุกวัน
❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉
เย็นวันหนึ่ง จู่ๆนายดินก็มาหาฉันที่บ้านโดยไม่มีการโทรบอกกันล่วงหน้าและฉันก็เปิดประตูให้เขาเข้าบ้านมาซะอย่างนั้นอาจเป็นเพราะฉันสงสัยเรื่องที่เขามากะทันหันก็เป็นได้
“มีอะไรงั้นเหรอ?”
“พรุ่งนี้ผมมีงานต่างจังหวัด คุณไปกับผมหน่อยสิ”
“อ่าว...ก็ให้วีไปสิ..มาชวนฉันทำไม ไม่ไปหรอก”
“ไม่เอาหรอก ยัยนั้นทำท่าเหมือนอยากกินผมตลอดเวลาขืนไปด้วยกันสองคนแบบนั้นมีหวังเสร็จหล่อนแน่”
ฉันหรี่ตาลงเล็กน้อย
“เหรอ...ไม่ใช่ว่ากลัวตัวเองจะไปทำมิดีมิร้ายเขางั้นเหรอ”
“เอาน่า...ถือว่าผมขอร้องนะ ผมจะจ่ายค่าเสียเวลาให้พรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้า รีบนอนเถอะ”
ไม่รู้อะไรเข้าสิงฉันเหมือนกัน ถึงได้ตกลงไปซะอย่างนั้น
“ก็ได้...นาย...นอนห้องรับแขกชั้นล่างนี่ก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันขึ้นไปเอาหมอนกับผ้าห่มลงมาให้”
เขารับคำโดยไม่บ่นสักคำที่ต้องนอนบนโซฟาล้มตัวลงนอนบนโซฟาแทบจะทันที
แต่ทว่า... ความเงียบงันกลับไม่เป็นใจให้นอนหลับลงได้เลยพอกำลังจะเคลิ้มหลับไปได้ไม่ทันไร หูฉันก็แว่วเสียงน้ำไหลฉันสะดุ้งตื่นแล้วลุกเดินงัวเงียออกไปดู เพราะคิดว่าตัวเองลืมปิดน้ำในห้องน้ำ ฉันรีบผลักประตูพรวดเข้าไป
“อร๊ายยยยยย”
ฉันหลับตาและส่งเสียงร้องลั่นบ้านเมื่อภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือนายดินกำลังยืนเปลือยกายล่อนจ้อนอาบน้ำสระผมอยู่ใต้ฝักบัวอย่างสบายใจเฉิบ พอเขาเห็นฉันร้องก็พุ่งเข้ามาเอามือปิดปากฉันไว้แน่นในสภาพที่เนื้อตัวเปียกโชกและโป๊เปลือยไร้สิ่งปกปิดฉันพยายามทุบตีดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอด
“คุณ!จะร้องกรี๊ดเสียงดังทำไมเนี่ย เดี๋ยวข้างบ้านเขาก็ตกใจกันหมดหรอก!”
ดินทำเสียงดุใส่
“นาย...นาย...นายทำอะไรเนี่ย”
“ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยคุณนั่นแหละอยู่ๆ ก็เปิดพรวดเข้ามาแถมยังแหกปากร้องลั่นบ้านซะขนาดนี้”
“ก็...ก็นายแก้ผ้าอาบน้ำอยู่นี่นา!”
“ก็คนอาบน้ำมันก็ต้องถอดเสื้อผ้าสิคุณจะให้ผมใส่สูทใส่กางเกง ยืนอาบน้ำใต้ฝักบัวอยู่หรือไง”
ฉันยืนกะพริบตาปริบๆ มันก็จริงอย่างที่เขาว่าใครจะบ้าใส่เสื้อผ้าอาบน้ำ ฉันยิ้มแหย่ๆ ก่อนจะค่อยๆ ถอยออกจาห้องน้ำอย่างเขินอาย เพราะอยู่คนเดียวมานาน เลยไม่ชินกับการมีคนอื่นมาอยู่ด้วย
แต่แล้ว เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น ป้ามนยืนอยู่หน้าบ้านด้วยความตื่นตระหนกเพราะได้ยินเสียงฉันกรีดร้องโวยวายเมื่อครู่ฉันต้องรีบแก้ตัวในทันที
“พอดี...ชาเจอตุ๊กแกน่ะค่ะขอโทษนะคะที่เสียงดัง”
“ป้าก็นึกว่ามีโจรขึ้นบ้านซะอีกตกอกตกใจหมดเลย”
ป้ามนบ่นพร้อมกับชะโงกหน้ามองเข้าไปด้านในตัวบ้าน และจังหวะนั้นเองนายดินเจ้ากรรมนายเวรดันเดินนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวเปียกโชกหยดติ๋งๆ โผล่พรวดออกมา ป้ามนชะงักกึกมองหน้าฉันสลับกับนายดินแล้วส่งยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งก่อนจะยอมเดินกลับบ้านตัวเองไปเหมือนรู้กัน
*¨**¨*•.¸❤︎¸.•*¨**¨*