ณ ภูผาใจกลางป่าในเขตซานเมืองแห่งหนึ่ง"ิเฉิง" เด็กหนุ่มหน้าตามอมแมมคนหนึ่งอายุ14ปีกำลังปีนหน้าผาไปเก็บสมุนไพรด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวในประกายตามีแต่ความเรียบเฉย เขาต้องเข้าป่าทุกอาทิตย์เพื่อมาหาสมุนไพรไปรักษาพี่สาวของเขาที่ป่วยเพราะถูกผู้ฝึกยุทธทำร้ายจนชีพจรขาดสะบั้นกลายเป็คนพิการ
ซ้ำยังถูกไอเย็นกัดกินพลังชีวิต เขาต้องหาสมุนไพร รากกาฬพฤษาที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งไอเย็นในร่างกายซึ่งหาได้ง่ายในป่าแห่งนี้ แต่การจะได้รากกาฬพฤษามานั้นช่างยากเย็นยิ่งนักเพราะมันจะขึ้นตามหน้าผาสูงชันแต่หน้าผาที่สูงชันหาใช่อุปสรรคของเด็กหนุ่มเพราะเขาปีนหน้าผานี้มาจะ6ปีแล้ว
เขาเติบโตมาไร้ซึ่งพ่อและแม่ จะมีก็แต่พี่สาวคนเดียวที่เป็ทั้งพ่อและแม่เป็ทั้งเพื่อนในคราเดียวเขาต้องดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอด แต่เมื่อ5ปีก่อนพี่สาวของเขาถูกผู้ฝึกยุทธกลุ่มหนึ่งทำร้ายจนกลายเป็คนพิการในโลกของผู้ฝึกยุทธนั้นสำนักต่างๆ จะออกตามหาเด็กหนุ่มสาวที่มีพรสววค์
เพื่อนำมาเป็ผู้ติดตามและอบรมวิถีฝึกตนหากขัดขืนก็จะถูกทำลายเส้นชีพจนกลายเป็คนพิการ ฝึกยุทธไม่ได้ตลอดชีวิตและเมื่อเด็กเ่าั้มีเส้นชีพจรระดับกำเนิดิญญาขั้นต้น ก็จะได้เข้าไปเป็ศิษย์เขตนอกของสำนักนั้น
"บัดซบ" ิเฉิงสบถออกมาเพราะเกือบตกหน้าผา วันนี้เขาใช้เส้นทางในการปีนขึ้นมาเป็เส้นทางอันตรายตลอด5ปีนี้เขาไม่เคยปีนมาทางนี้เลย เมื่อปีนไปได้สักพักิเฉิงก็ต้องแปลกใจเพราะสายตาเขานั้นได้มองไปเจอกระบี่เก่าๆเล่มหนึ่งในโขดหิน ทะว่าก็ต้องแปลกใจเพราะหน้าผาสูงชันขนาดนี้ใครมันจะเอากระบี่มาทิ้งใว้ เขาจึงเอื้อมมือไปดึงออกมาดูแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ''ก็แค่กระบี่เก่าๆถือว่าเ้ากับข้ามีวาสนาต่อกันก็แล้วกัน''จากนั้นก็เก็บกระบี่ใว้ที่ตระกล้า และปีนไปเก็บรากกาฬพฤษาต่อ
พอตก่เย็นิเฉิงก็กลับบ้านพร้อมตระกล้าที่หลัง
''ท่านพี่ข้ากลับมาแล้ววันนี้ข้าได้รากกาฬพฤษามาเยอะเลยละ''พอกลับมาถึงบ้านก็เรียกพี่สาวอย่างอารมณ์ดีเพราะได้รากกาฬพฤษามาค่อนข้างเยอะ
''ิเฉิงน้อยเ้ากลับมาแล้ว''ิเซียนเซียน ผู้เป็พี่สาวตอบรับด้วยแววตาที่อบอุ่น หากคนอื่นได้พบเห็นนาง..ย่อมต้องตกลงไปในภวังค์เพราะนางนั้น มีรูปโฉมที่งดงามดุจดอกไม้สีขาว ผิวของนางนั้นขาวดุจหยก ผมยาวสลวย ดวงตากลมโต นางมองไปที่ิเฉิง แล้วก็กล่าวว่า..''ไปล้างหน้าล้างตาก่อน ดูเ้าสิ โตเป็หนุ่มแล้วยังทำตัวเป็เด็กไปได้หน้าตามอมแมมไปหมดไปล้างหน้าล้างตาแล้วมาทานข้าวเย็นสิพี่ทำกับข้าวใว้รอแล้ว
''ไอ๊ย่าาา''วันนี้อากาศเย็นท่านพี่ออกมาเดินเล่นอีกแล้วเดี่ยวไอเย็นในร่างท่านก็กำเริบอีกหรอกมาๆข้าจะพยุงท่านพี่เข้าบ้าน 'เ้าเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนข้ายังอยากสูดอาการบริสุทธิ์สักพัก ไอเย็นไม่กำเริบมา2เดือนแล้วแค่สูดอากาศบริสุทธิ์คงไม่กำเริบหรอก
ิเฉิงน้อยเอาแต่กำชับให้แต่ข้าอยู่แต่ในบ้านนานๆทีจะได้ออกมาเดินเล่น "นางมองค้อนไปทาง ิเฉิง
''ก็ได้ๆ''จากนั้นิเฉิงก็ยิ้มเป็การตอบรับไปทางพี่สาวและเดินเข้าไปล้างเนื้อล้างตัว และท่านข้าวเย็น พอตกดึก ิเฉิงมักจะฝึกฝนพลังยุทธของเขาจากตำราขาดๆแผ่นหนึ่งที่เขาเผลอไปเก็บได้จากการปีนเขาในสามปีก่อนแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไร เพราะตำราไม่สมบูรณ์ขนาดขั้นต้นของการฝึกพลังยุทธเขายังฝึกไม่ได้เลย
แต่เขาก็ยังฝึกอยู่อย่างนั้นเพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง เขาจะได้เป็ผู้ฝึกตนในเส้นทางมรรคคายุทธ์เเละไปเอาคืนพวกทีี่ทำให้พี่สาวเขาพิการ ซึ่งเป็ญาติเพียงคนเดียวของิเฉิง
พอตก่ดึกิเฉิงเริ่มง่วงนอน จึงหยุดการฝึกตนที่ไร้วี่แววว่าจะก่อกำเนิดเส้นชีพจร
''เ้าหนุ่มเ้าชื่อิเฉิงสินะ ..เพื่ออำนาจแล้ว เ้าจะยอมแลกทุกสิ่งหรือไม่.. เพื่อพลังแล้วเ้าจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาหรือไม่
พอนอนไปได้สักพักในห้วงจิตของิเฉิงนั้นก็ได้ยินเสียงเรียกของหญิงนางหนึ่งที่ดังอยู่ในห้วงดวงจิต เสียงของนางนั้นช่างชวนให้ผู้ฟังติดอยู่ในภวังค์ของห้วงดวงจิตจนไม่อาจหลุดออกจากภวังค์ได้
''เ้าเป็ใคร..."ิเฉิงสะดุ้งตื่นขึ้นมา ''ออกมานะ.. เ้าเป็ใครกัน
"หึหึ..เสียงนี้ดังขึ้นอีกครั้ง ข้าเป็ใครนั้นไม่สำคัญหรอก....เ้าบอกข้าว่าเราคงมีวาสนาต่อกัน.. คงจะเป็เช่นนั้นจริงๆหลังเงียบไปสักพักิเฉิงก็ได้ยินเสียงของนางในห้วงดวงจิตอีกครั้ง
''เ้าหนู...บนตัวเ้านั้นช่างมีพร์เหนือล้ำยิ่งนัก...หากเ้ากราบข้าเป็อาจารย์ข้าสามารถชี้นำทางสว่างในการบำเพ็ญฝึกยุทธ์ชี้นำให้เ้าขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของเส้นทางมรรคคายุทธ์มองดูใต้หล้าด้วยความองอาจ...