หลังจากเจ้าหน้าที่ทำการฉีดยุงเสร็จดนัยก็รีบวิ่งไปจัดการเก็บเตียงที่ทิ้งเอาไว้หน้าลิฟท์ชั้นบนสุดให้เรียบร้อยก่อนจะลงมาผ่าตัดตามตารางจนเวลาเกือบห้าทุ่มในที่สุดดนัยก็ผ่าตัดวันนี้เสร็จแต่ทว่าดนัยก็ยังไม่ได้ตรงกลับห้องไปพักผ่อนเขาเลือกที่จะไปหาหมออิจิโนเสะเพื่อนแจ้งเรื่องวันนี้ให้หมออิจิโนเสะรู้ก่อน
“นี่หมอยูมิรู้แล้วแถมตอนนี้เธอก็ย้ายฮิคาริไปที่ห้องของหมอยูมิแล้วด้วย !!!” หมออิจิโนเสะอุทานออกมาหลังจากดนัยมาเล่าให้ฟังว่ามีคนรู้เรื่องของฮิคาริแล้วแน่นอนดนัยไม่ได้เล่าว่าเขาเผลอลืมฮิคาริเอาไว้จนเธอเกือบตาย
“ครับพอดีวันนี้มีเจ้าหน้าที่มาฉีดยุงผมเลยต้องย้ายเธอจังหวะที่ผมกำลังจะย้ายนั่นเองจู่ๆหมอยูมิก็โผล่มา” ดนัยพูด
“เฮ้อ...ดีนะเป็นหมอยูมิถ้าเป็นหมอคนอื่นล่ะก็เป็นเรื่องแน่แต่คิดไปคิดมาเธอย้ายฮิคาริไปก็ดีเหมือนกันเพราะฉันก็ไม่รู้ว่านากิสะจะเจอฮิคาริเมื่อไหร่เพราะตอนนี้ฉันก็ป่วยแถมผู้อำนวยการก็ไม่อยู่” หมออิจิโนเสะถอนหายใจออกมา
“หมอยูมิเธอสัญญาว่าจะช่วยครับเธอจะไม่บอกใคร” ดนัยพูด
“อืมเธอเป็นเพื่อนสนิทฮิคาริเธอคงไม่บอกใครหรอกแถมเธอยังพอจะรู้เรื่องในเครือทาเคนากะด้วยเธอคงเข้าใจว่าทำไมฉันกับผู้อำนวยการถึงปกปิดเรื่องนี้เอาไว้” หมออิจิโนเสะพยักหน้า
“ครับหมอยูมิเล่าให้ฟังแล้วว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทกับฮิคาริ” ดนัยพูด
“เอาล่ะนี่ก็ดึกมากแล้วเธอกลับไปพักผ่อนเถอะส่วนผู้อำนวยการพรุ่งนี้เช้าฉันจะโทรแจ้งให้ตอนนี้ก็ให้ฮิคาริอยู่ที่ห้องหมอยูมิไปก่อนรอผู้อำนวยการกลับมาแล้วเดี๋ยวค่อยหาที่อยู่ใหม่ให้ฮิคาริ” หมออิจิโนเสะบอก
“เข้าใจแล้วครับ” ดนัยพูดก่อนจะขอตัวและกลับห้องเพื่อไปพักผ่อนเตรียมลุยงานหนักในวันพรุ่งนี้
ที่ห้องพัก
เมื่อดนัยกลับมาถึงห้องเขาก็รีบถอดเสื้อผ้าก่อนจะเดินไปเปิดน้ำร้อนในอ่างและลงไปแช่ทันที
“อ่าแช่น้ำร้อนหลังเลิกงานนี่แหละเป็นอะไรที่มีความสุขที่สุดแล้ว” ดนัยครางออกมาเบาๆหลังจากได้ลงแช่น้ำร้อนจนสบายตัว
ทว่าตอนนั้นเองจู่ๆก็มีเสียงใครบางคนดังขึ้นมา
“งือฉันอยากแช่บ้างจัง !!”
“เฮ้ย !!” ดนัยอุทานอย่างตกใจเขาจำเสียงนี้ได้มันคือเสียงฮิคารินั่นเอง
“เธออยู่ไหนฮิคาริออกมานะ !!” ดนัยรีบหยิบผ้าขนหนูมาปิดของสงวนเขาเอาไว้ก่อนจะตะโกนลั่นห้องน้ำ
“อยู่นี่ไงล่ะ” เสียงฮิคาริดังขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าก่อนร่างของเธอจะค่อยๆปรากฎขึ้นมา
“มาอยู่นี่ได้ไงออกไปนะยัยผีลามกออกไป” ดนัยรีบบอกให้ฮิคาริออกไปจากห้องน้ำ
“ชิออกไปก็ได้ไม่เห็นมีอะไรให้ดูสักหน่อย” ฮิคาริพูดก่อนร่างของเธอจะค่อยๆหายไป
มาอยู่นี่ได้ไงฟระหรือจะตามร่างตัวเองมา ดนัยคิดในใจก่อนจะรีบขึ้นจากอ่างตอนนี้ดนัยไม่มีอารมณ์มานั่งแช่น้ำเล่นแล้วเขารีบอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนจะรีบแต่งตัวออกมาและเมื่ออกมาข้างนอกห้องน้ำเขาก็เจอกับฮิคาริกำลังนั่งเล่นอยู่ที่ระเบียงห้องเขา
ครืด !! ดนัยเปิดประตูระเบียงออกไปก่อนฮิคาริจะหันมา
“ทำไมอาบน้ำไวจังไม่แช่น้ำต่ออีกหน่อยล่ะฉันไม่ไปแอบดูหรอกนะ” ฮิคาริพูด
“ใครจะไปบ้าอาบต่อเล่า...ว่าแต่เธอมาอยู่นี่ได้ไง” ดนัยถาม
“ไม่รู้สิตอนที่อยู่ในห้องฉุกเฉินกับนายเมื่อตอนเช้าจู่ๆฉันก็รู้สึกหายใจไม่ออกแล้วภาพทุกอย่างก็มืดไปพอรู้สึกตัวอีกทีก็เย็นแล้วแถมตัวฉันเองก็มาอยู่ที่หอพักแพทย์นี่อ่ะฉันเองก็ยังงงๆอยู่เลยว่ามาโผล่นี่ได้ไง” ฮิคาริบอก
หรือว่าเป็นเพราะเราย้ายร่างของเธอมาไว้ที่นี่วิญญาณเธอเลยตามติดมา ดนัยคิด
“แล้วเธอลองกลับไปที่โรงพยาบาลยัง” ดนัยถามฮิคาริ
“ลองแล้วฉันไปไม่ได้อ่ะมันเหมือนตอนที่ฉันติดอยู่ที่โรงพยาบาลเลยฉันก็ออกไปไหนไม่ได้เช่นกัน” ฮิคาริตอบ
“อย่างนั้นเหรอ” ดนัยพยักหน้าเข้าใจ
“อ๊ะจริงสิดูเหมือนเจ้าที่ของหอพักจะไม่อนุญาตให้ฉันไปไหนมาไหนเท่าไหร่ฉันลองสำรวจหอพักแล้วฉันขึ้นไปได้แค่ชั้นห้าเองอ่ะชั้นหกฉันขึ้นไปไม่ได้” ฮิคาริพูด
“หือชั้นหกงั้นเหรอ” ดนัยอุทานเบาๆก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าร่างของฮิคารินั้นนอนอยู่ในห้องของหมอยูมิที่ชั้นหก
แสดงว่าเหมือนกับตอนที่เธออยู่ที่โรงพยาบาลสินะร่างของเธออยู่ชั้นบนสุดเธอก็ขึ้นไปชั้นบนสุดไม่ได้พอย้ายมานี่เธอก็ขึ้นไปไม่ได้เหมือนเดิมมันเพราะอะไรกันนะแปลกจริงๆหรือว่าโชคชะตาเล่นตลกไม่ต้องการให้เธอพบร่างตัวเองเพราะกลัวความจำเธอกลับมาหลังจากเห็นร่างของตัวเอง ดนัยยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไม
“ว่าแต่ดนัยนั่นบะหมี่หรือเปล่า” ฮิคาริพูดพลางชี้ไปที่ชั้นในห้องครัว
“หือมาม่าเหรอ” ดนัยมองตามนิ้วของฮิคาริไปก่อนจะเห็นมาม่ากระป๋องที่เอาติดมาด้วยจากไทย
“มาม่า ???” ฮิคาริทำหน้างง
“บะหมี่ถ้วยนั่นแหละพอดีคนไทยนิยมเรียกชื่อยี่ห้อมันน่ะ” ดนัยอธิบายเมื่อเห็นฮิคาริงงที่เขาเรียกบะหมี่ถ้วยว่ามาม่า
“เหรอแปลกดีแฮะ” ฮิคาริพูด
“ว่าแต่ถามทำไมอยากกินเหรอ ???” ดนัยถามเธอ
“อืม” ฮิคาริพยักหน้า
“ก็ได้ซักหน่อยแล้วกันวันนี้ฉันเองก็ไม่ค่อยได้กินอะไรเหมือนกันเพราะงานยุ่งมากเลย” ดนัยพูดวันนี้เขาเองก็ไม่ค่อยได้กินอะไรเท่าไหร่เหมือนกันเพราะไม่ว่างทั้งวัน
จากนั้นดนัยก็เดินไปต้มน้ำร้อนส่วนฮิคาริเองก็เข้ามานั่งรอที่โต๊ะอย่างว่าง่ายไม่นานน้ำร้อนก็เริ่มเดือดดนัยจัดการหยิบมาม่ากระป๋องรสต้มยำมาก่อนจะเปิดฝาออกฉีกซองเครื่องปรุงและเทน้ำร้อนลงไป
“นี่ดนัยจุดธูปส่งมาเลยได้หรือเปล่าฉันชอบโมเม้นที่ต้องนั่งรอสามนาทีน่ะให้เส้นสุกน่ะ” ฮิคาริบอกดนัย
“เรื่องมากจริงนะเธอนี่รอเดี๋ยวแล้วกัน” ดนัยบ่นออกมาแต่ก็เดินไปหยิบธูปมาจากกระเป๋ากางเกงที่ถอนเอาไว้
วู่บ !! ดนัยจัดการจุดธูปและอธิษฐานส่งมาม่าถ้วยไปให้ก่อนจะเอาธูปไปปักไว้ที่ระเบียง
“เย่ !! มาแล้ว” ฮิคาริร้องดีใจออกมาเหมือนกับเด็กๆดนัยที่เห็นดังนั้นก็อดอมยิ้มออกมาไม่ได้
นี่น่ะเหรอเจเนอรัลลิสต์นิสัยบ๊องชะมัด ดนัยคิดก่อนจะหยิบมาม่าของตนเดินไปนั่งตรงข้ามกับฮิคาริ
ทั้งคู่นั่งรอเวลาให้ครบสามนาทีอย่างใจจดใจจ่อและเมื่อครบสามนาทีแล้วฮิคาริก็รีบเปิดฝาออกทันที
“อ๊ะทำไมกลิ่นเครื่องเทศมันฉุนจัง” ทันทีที่เปิดฝาออกฮิคาริก็ได้กลิ่นเครื่องเทศลอยขึ้นมาจากถ้วยทันที
“มันเป็นรสต้มยำน่ะกินได้หรือเปล่ามันเผ็ดนะ” ดนัยลืมไปว่ามันเป็นรสต้มยำแถมเขาเองก็มีแต่รสนี้ด้วยเพราะเขาชอบมัน
“เผ็ดกว่าพะแพงหรือเปล่า” ฮิคาริถาม
“สำหรับคนต่างชาติคงเผ็ดกว่าแหละ” ดนัยตอบ
“ถ้าอย่างนั้นนายไปเตรียมนมมาด้วยเลยฉันกินเผ็ดไม่เก่งนะ” ฮิคาริพูด
“ได้ๆจะเตรียมมาให้” ดนัยพยักหน้าก่อนจะเดินไปดูในตู้เย็นว่ามีนมสดอยู่หรือไม่โชคดีที่มันยังเหลืออยู่และยังไม่หมดอายุดนัยจัดการส่งนมสดให้ฮิคาริด้วยธูปเช่นเคย
“จริงสิถ้าเธอกลัวเผ็ดจะใส่นมสดลงไปในถ้วยก็ได้นะ” ดนัยนึกขึ้นได้ว่ามาม่ารสต้มยำนั้นบางคนก็ชอบใส่นมสดลงไปเพื่อลดความเผ็ดแถมมาม่ามันยังกลายเป็นต้มยำน้ำข้นด้วย
“หือมันใส่ได้ด้วยเหรอ” ฮิคาริแปลกใจ
“ใช่ต้มยำน่ะพอใส่นมสดลงไปก็จะกลายเป็นต้มยำน้ำข้นเธอลองชิมดูก่อนแล้วกันถ้ามันเผ็ดเกินไปก็ใส่นมสดลงไปหน่อยอย่าเยอะล่ะเดี๋ยวมันจะจืด” ดนัยเตือนไม่ให้ฮิคาริใส่นมสดเยอะเกินไป
ฮิคาริที่พยักหน้าเบาๆก่อนจะยกถ้วยมาม่าขึ้นมาก่อนจะค่อยชิมน้ำซุป
“อ๊าเผ็ดอ่ะแถมกลิ่นสมุนไพรนี่ฉุนมากเลยรสอะไรเนี่ย !!” ฮิคาริร้องออกมาหลังจากได้ลองชิมมาม่ารสต้มยำเธอยกขวดนมขึ้นมาก่อนจะดื่มไปหลายอึกเพื่อให้คลายความเผ็ด
“มันคงเผ็ดไปสำหรับคนญี่ปุ่นสินะ” ดนัยพยักหน้าเข้าใจ
หลังจากฮิคาริหายเผ็ดแล้วเธอก็ตัดสินใจใส่นมสดลงไปก่อนจะใช้ส้อมคนจนนมและน้ำซุปในถ้วยเข้ากันคราวนี้เธอลองชิมน้ำซุปอีกครั้ง
“อ๊ะไม่เผ็ดแล้วไม่สิมันก็ยังเผ็ดอยู่แต่รสชาติเบาลงแล้วแถมยังรู้สึกมันๆกลมกล่อมด้วย” ฮิคาริพูดอธิบายความรู้สึกหลังจากชิมเข้าไปอีกรอบให้ดนัยฟัง
“ดีนะนี่เป็นแค่บะหมี่ถ้วยรสต้มยำน่ะถ้าเธอกินต้มยำจริงๆไม่ร้องจ๊ากเลยเหรอเนี่ย” ดนัยพูดเพราะต้มยำจริงๆนั้นจะเผ็ดร้อนกว่านี้มากเพราะมันใช้พริกขี้หนูสดๆแถมบางเจ้ายังมีการใส่พริกแห้งลงไปเพื่อเพิ่มความหอมอีกด้วย
“มันยังมีเผ็ดกว่านี้อีกงั้นเหรอคนไทยกินเผ็ดเก่งขนาดไหนกันเนี่ย !!” ฮิคาริตกใจมากที่มันมีอะไรที่เผ็ดกว่านี้
“เหอะๆเอาไว้ถ้าฉันหาพริกแกงใต้ได้จะลองทำอาหารใต้จากประเทศไทยให้กินแล้วกันนั่นน่ะเผ็ดนรกเลยล่ะว่าแต่อร่อยมั้ย” ดนัยพูดพลางถามเธอว่ามาม่าที่กินอร่อยมั้ย
“อร่อยสิขอบใจนะดนัยที่ทำดีกับฉันเสมอมา” ฮิคาริพูดขอบคุณดนัยจากใจจริง
“ขอบจงขอบใจอะไรเล่าขนลุกน่าฉันต่างหากที่ต้องขอบใจเธอถ้าไม่ได้เธอล่ะก็ฉันทำคนไข้ตายไปหลายคนแล้ว” ดนัยพูด
“อืม...แต่ยังไงก็ขอบใจแล้วกัน” ฮิคาริพยักหน้าเธอนั้นอยากจะขอบใจดนัยจริงๆเพราะพักหลังมานี้เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะอยู่กับดนัยได้อีกนานแค่ไหน
ที่ฉันต้องพูดขอบใจนายเพราะฉันกลัวว่าฉันจะหายไปโดยไม่ได้พูดคำๆนี้กับนาย...ขอบใจนะดนัยทั้งๆที่ฉันเป็นผีแท้ๆแต่นายก็ยังปฏิบัติกับฉันเสมือนกับเพื่อนคนหนึ่งฉันไม่รู้ว่าฉันจะอยู่แบบนี้ได้อีกนานเท่าไหร่พักหลังมานี้ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้เดี๋ยวหน้ามืดเดี๋ยวเจ็บหน้าอกแล้วจู่ๆภาพก็ตัดไป ฮิคาริคิดอยู่ในใจมากมาย
จบ...
อาหารหลักช่วงนี้ของไรท์เองครับ รูปภาพจาก Google นะ