ยามเหมาเซี่ยห้าวไห่กับหลิวซิ่นที่กลับไปเอาเงินและเอาของก็กลับมาถึงเมืองเฟิง เนื่องจากเร่งเดินทางไปกลับจึงยังไม่ได้พัก ทั้งสองจึงตัดสินใจเข้าไปนอนพักก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงสาย พอดีกับฟางไฉ่ที่จะออกไปจองโต๊ะนั่งด้านล่างเจอเข้ากับเซี่ยห้าวไห่พอดี
เซี่ยซูเหยารู้ว่าบิดาของนางกลับมาแล้วทว่าก็ไม่ได้เข้าไปปลุก นางรอให้เขาตื่นดีกว่า หลังจากรับประทานอาหารมื้อเช้าเสร็จนางก็สั่งอาหารไว้สองสามอย่าง รอให้ทั้งสองคนตื่น
“เห็นทีคงต้องกลับแล้ว” เซี่ยซูเหยาพึมพัม
นางต้องกลับไปเตรียมของใช้และอาหารบางส่วนเพื่อนำมาเก็บในจวนหลังใหม่ ถึงนางต้องการจะใช้ชีวิตในเมืองเฟิง ทว่านางก็ไม่คิดที่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายหรอก อะไรที่สามารถเก็บไว้นาน ๆ ได้ นางก็จะนำมาจากบ้าน
“อาเหยาว่าอย่างไรนะ” เซี่ยซูเหยียนหันมาถามน้องสาวอย่างง ๆ
“ไม่มีอันใดเจ้าค่ะ” เซี่ยซูเหยาส่ายหน้า
สองพี่น้องนั่งรออยู่บนเหลาอาหารชั้นสองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของโรงเตี๊ยมที่พวกนางเข้าพัก เซี่ยซูเหยานั่งรอบิดาตื่น ทว่าจะให้นั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมมันก็คงจะแปลก ๆ นางจึงข้ามมาอีกฝั่งเพื่อจิบน้ำชารอแทน
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่การกระทำของเซี่ยซูเหยาเปลี่ยนไป ตั้งแต่เด็กที่เซี่ยซูเหยียนจำได้ก็คือ น้องสาวของเขาเป็นเด็กขี้อาย ไม่กล้าพูดและคิดว่าตัวเองเป็นภาระของครอบครัวมาตลอด ทว่าอยู่ ๆ น้องสาวของเขากลับเปลี่ยนไปราวกับว่าเป็นคนละคน อาการป่วยที่เคยมีก็หายสนิท
และก็เป็นอาเหยาที่ทำให้เขาสามารถเข้าเรียนในสำนักศึกษาในเมืองเฟิงได้ ไหนจะสร้างบ้านหลังใหม่ ซื้อเหลาอาหารและจวนอีก
“จริงสิ!” เซี่ยซูเหยียนร้องเมื่อนึกขึ้นได้
“เจ้าคะ?”
“พรุ่งนี้พี่ชายคงต้องกลับไปเรียนแล้ว อาเหยาจะกลับบ้านเลยหรือไม่เล่า หรือจะรอต่อเติมเหลาอาหารให้เสร็จก่อน” เซี่ยซูเหยียนถาม
นั่นสินะ เซี่ยซูเหยาลืมเรื่องนี้ไปเลย เห็นทีคงต้องปรึกษากับบิดาใหม่ เหลาอาหารกับจวนยังมีที่ต้องซ่อมแซมหลายจุด
“เอาไว้ปรึกษากับท่านพ่อก่อนเจ้าค่ะ”
“อืม”
ทั้งสองนั่งสนทนา นั่งเงียบบ้างจนถึงยามซื่อ ฟางไฉ่ที่นั่งรออยู่ด้านล่างจึงพาเซี่ยห้าวไห่กับหลิวซิ่นที่รับประทานอาหารแล้วมายังชั้นบนของเหลาอาหาร เหลาอาหารที่เซี่ยซูเหยาเปิดห้องส่วนตัว
นางก็ใช้เงินไปหลายตำลึงเงินเลยทีเดียว ไหนจะซื้อน้ำชาและของว่างอีกเล็กน้อยอีก ซึ่งหากไม่ซื้อก็ไม่ได้เพราะนางต้องการนั่งรอบิดา
“ท่านพ่อ” เซี่ยซูเหยาเอ่ยทัก
“อาเหยา”
“ท่านพ่อนำเงินมาครบแล้วใช่หรือไม่ขอรับ ข้าได้สัญญาจากท่านอาจารย์ของข้ามาแล้ว” เซี่ยซูเหยียนเอ่ยบอกบิดา
เนื่องจากว่าท่านปู่ซ่งชรามากแล้ว เซี่ยซูเหยาจึงกระซิบให้พี่ชายหาคนที่ไว้ใจได้เขียนสัญญาข้อตกลงให้ อันที่จริงเซี่ยซูเหยียนก็สามารถเขียนสัญญาเองได้ ทว่าด้วยความที่เขาเพิ่งเรียนได้ไม่นาน ลายมือของเขาจึงแย่มาก ระหว่างนั่งรอบิดาเขาจึงรีบไปขอให้ท่านอาจารย์ที่เดินผ่านหน้าเหลาอาหารพอดีเขียนให้
เซี่ยห้าวไห่หันไปสบตาบุตรสาวก่อนจะถอนหายใจออกมา คงไม่พ้นนางที่บอกพี่ชาย ทว่าเขาอ่านหนังสือไม่ออก
“เก่งมากอาเหยียน” เซี่ยห้าวไห่พยักหน้า ก่อนจะส่งสัญญาไปให้ฟางไฉ่ถือ และเดินทางไปเหลาอาหารที่พวกเขาต้องการซื้อ
หลังจากจัดการเรื่องเหลาอาหารและจวนเสร็จ เซี่ยห้าวไห่ก็รีบเข้าไปติดต่อเรื่องการเข้าพักของเซี่ยซูเหยียนทันที โชคดีที่อีกสองวันต้องจ่ายค่าห้องพักแล้ว ทางสำนักศึกษาจึงเดินเรื่องเร็ว จากที่ควรใช้เวลาเดินเรื่องหลายวันก็เสร็จลงเพียงหนึ่งชั่วยาม
“พ่อกับน้องจะกลับไปเตรียมของ ระหว่างนี้ก็เก็บของในห้องพัก หากพ่อกลับมาไม่ทันที่ต้องออกจากสำนักศึกษาก็ให้อยู่ในห้องพักไปก่อน พ่อแจ้งสำนักศึกษาไว้แล้ว”
“ขอรับ”
เนื่องจากพื้นที่จำกัดทำให้หนึ่งห้องพักมีศิษย์พักรวมกันถึงสามคน และโชคดีที่ศิษย์ร่วมห้องต่างเป็นสหายกับเซี่ยซูเหยียน หากบิดาไม่เอ่ยเรื่องนี้เขาก็สามารถพักอยู่ต่อได้
“กลับกันเถอะ”
“เจ้าค่ะ”
ทั้งหมดตัดสินใจออกจากโรงเตี๊ยมก่อนกำหนดและได้เงินคืนห้องละหนึ่งตำลึงเงิน จึงยกมันให้เซี่ยซูเหยียน ก่อนจะไปส่งเซี่ยซูเหยียนที่หน้าสำนักศึกษาและเดินทางกลับ
เซี่ยซูเหยามองรถม้าสองคันและเกวียนวัวหนึ่งเล่มที่จอดแวะพักก่อนทางเข้าหมู่บ้านไม่ไกล นางรู้สึกปวดท้องจึงขอจอดพักก่อนสักครู่ โชคดีที่พี่หลิวซิ่นยังสามารถบังคับเกวียนวัวที่ไม่ได้บังคับนานแล้วได้อยู่ พวกนางจึงสามารถนำกลับมาได้ทั้งรถม้าและเกวียนวัว
พอทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ออกเดินทางต่อ เซี่ยซูเหยาขึ้นไปนั่งบนรถม้าที่บิดาของนางเป็นคนบังคับ ซึ่งอันที่จริงนางต้องการนั่งรถม้าที่ฟางไฉ่บังคับ ทว่าบิดาของนางไม่ยอม
‘รถม้า!’
‘สวรรค์! ข้าเห็นรถม้าใกล้ ๆ!”’
‘นั่นเซี่ยห้าวไห่!’
‘ฮ้า! ใช่จริง ๆ ด้วย!’
‘มาดู ๆ'
ชาวบ้านที่ทำงานในแปลงนาต่างทิ้งของในมือแล้ววิ่งขึ้นมาดูรถม้าที่เซี่ยห้าวไห่บังคับอยู่ มีคนไม่น้อยที่เคยเห็นทว่าก็เคยเห็นไกล ๆ เท่านั้น พอเจอใกล้ ๆ กับตาก็ทำพวกเขาตะลึงไม่น้อย! ม้าตัวใหญ่และงดงามเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีตั้งสองตัว สองตัวเชียวนะ! บ้านเซี่ยมีปัญญาซื้อหรือ
เซี่ยซูเหยาที่นั่งบนรถม้าท้าวคางมองด้านนอกอย่างเบื่อหน่าย ช่วยไม่ได้ที่บนรถม้าไม่ได้มีของให้นางหายเบื่อเลย แม้แต่ผ้าม่านปิดหน้าต่างที่ควรมีก็ยังไม่มี
“เฮ้อ”
นางถอนหายใจออกมาเมื่อมองด้านหลังแล้วเห็นชาวบ้านเดินตาม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง จากที่เคยหวาดกลัวนางก็หายกลัวไปดื้อ ๆ
“อาเหยาใกล้ถึงแล้ว” เซี่ยห้าวให้บอกลูกสาว
“เจ้าค่ะ”
ไม่ถึงหนึ่งเค่อเซี่ยซูเหยาก็กลับมาถึงบ้านเซี่ยอย่างปลอดภัย เซี่ยห้าวไห่เห็นว่าชาวบ้านที่ตามมามีคนสกุลเซี่ยอยู่ จึงให้ลูกสาวเข้ามาในบ้านก่อน และเขายืนรับมืออยู่นอกบ้าน
“คุณหนู”
“คุณหนู”
“คุณหนู”
หม่าลี่ปิง หม่าลี่หลิน และมี่ถิงที่ช่วยกันทำความสะอาดลานหน้าบ้านต่างรีบเดินมาช่วยคนที่กลับมาจากในเมือง พลางเอ่ยทักผู้เป็นนาย
“พี่ลี่ปิง พี่ลี่หลิน พี่มี่ถิง” เซี่ยซูเหยาเอ่ยเรียกพร้อมยิ้มกว้าง
“คุณหนูกลับมาเหนื่อย ๆ นั่งพักก่อนนะเจ้าคะ! บ่าวจะไปตักน้ำเย็น ๆ มาให้ดื่ม” หม่าลี่หลินรีบเอ่ยเมื่อเห็นว่าคุณหนูของนางมีเหงื่อไหลทั้งที่อากาศเย็น
“อืม”
‘เสี่ยวเฮยยยยย!
เซี่ยซูเหยารีบผินหน้าไปมองเสียงที่มาก่อนตัว เป็นเจ้าเสี่ยวเฮยที่วิ่งนำหน้ามี่ถง โดยที่มี่ถงเปียกไปทั้งตัว ทั้งยังต้องวิ่งตามสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของนางอีก
“เสี่ยวเฮย!”
ไม่เจอกันหลายวันทำเอานางคิดถึงไม่น้อย เซี่ยซูเหยายิ้มกว้างก่อนนั่งลงกอดเจ้าเสี่ยวเฮยที่วิ่งมาหา คงจะได้ยินเสียงนาง
“คุณหนูรอง”
“มี่ถง”
ดูเหมือนว่าเจ้าเสี่ยวเฮยกับมี่ถงจะเริ่มเข้ากันได้แล้ว ไม่รู้ว่าระหว่างที่นางไม่อยู่มันเกิดอะไรขึ้น เซี่ยซูเหยาพยักหน้าให้มี่ถงเล็กน้อย พลางยื่นมือไปรับแก้วไม้จากหม่าลี่หลิน
“เกี่ยมฉ่าย ซึงไฉ่ เนื้อรมควัน รวมถึงแยมและของแห้งอื่น ๆ ที่มี พรุ่งนี้เช้าให้นำออกวางเรียงกัน”
“อันไหนที่ถูกแสงไม่ได้ก็วางในครัว ข้าจะนำของเข้าไปในเมือง” เซี่ยซูเหยาสั่ง นางไม่คิดจะเพิ่มงานให้ตัวเองเหนื่อย พรุ่งนี้นางถึงจะเริ่มเตรียมของ วันนี้คงต้องพักแล้ว
“เจ้าค่ะ”
“ขอรับ”
เซี่ยห้าวไห่ เซี่ยซูเหยานั่งรับประทานอาหารที่หม่าลี่หลินและมี่ถิงเพิ่งทำขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คงเห็นว่าพวกนางกลับมาถึงเย็นแล้ว อีกทั้งพรุ่งนี้เช้าต้องปลูกผักก่อนจะเตรียมของอีก จึงต้องเข้านอนเร็ว ๆ
เซี่ยซูเหยาตื่นขึ้นมายามเฉิน ยามที่นางตื่นทุกคนก็เริ่มปลูกผักที่เตรียมไว้กันแล้ว นางจึงเดินไปตักอาหารในห้องครัวโดยไม่เรียกใช้คนอื่น อันที่จริงนางก็ไม่ค่อยชินที่มีคนอื่นมาทำนู่น ทำนี่ให้ ทว่านางต้องไปยังเมืองหลวง จึงต้องฝึกเอาไว้
“คุณหนูตื่นแล้ว เหตุใดไม่เรียกบ่าวเล่าเจ้าคะ” หลิวซิ่นที่บังเอิญเดินมาเอาของในห้องครัวร้องถามเซี่ยซูเหยาที่นั่งรับประทานอาหารเงียบ ๆ
“แค่นี้เอง” เซี่ยซูเหยาส่ายหน้า
“หากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว วางไว้ตรงนี้นะเจ้าคะ ไม่ต้องเก็บหรือนำไปล้าง บ่าวจะจัดการเอง” หลิวซิ่นบอกก่อนจะหยิบของที่นางเข้ามาเอา
“อืม”
รับประทานอาหารเสร็จเซี่ยซูเหยาก็ทำตามที่หลิวซิ่นบอก นางวางถ้วยอาหารของนางไว้บนแคร่ไม้ไผ่อย่างเรียบร้อย
ก่อนจะเดินไปล้างมือแล้วไปเปลี่ยนชุดที่รัดกุมเพื่อไปช่วยทุกคนทำงาน เซี่ยซูเหยาปลุกเจ้าเสี่ยวเฮยที่นอนอยู่หน้าบ้านไปด้วย
“ท่านพ่อ”
“อาเหยา”
แปลงผักที่ต้องปลูกมียี่สิบแปลงพอดี ระหว่างที่เซี่ยซูเหยายังไม่ตื่นและทำธุระส่วนตัว ทุกคนก็ช่วยกันปลูกไปหลายแปลงแล้ว
“อาเหยาช่วยเจ้าค่ะ” เซี่ยซูเหยาใช้เสียมกลบเมล็ดผักที่หย่อนลงหลุมด้วยฝีมือของหลิวซิ่น
ทุกคนแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน งานจึงเดินเร็วมาก บุรุษเป็นคนขุดหลุมทั้งหลาย สตรีแบ่งกันหว่านเมล็ดและหย่อนเมล็ดลงหลุม
ส่วนเซี่ยซูเหยากับมี่ถงช่วยกันกลบเมล็ดผัก ทว่าก็มีคนอื่น ๆ มาช่วย ไม่อย่างนั้นมันคงเสร็จไม่ทันพร้อมคนอื่น
ระหว่างพักทานอาหารกลางวันเซี่ยซูเหยาก็บอกให้เอาของที่สั่งไว้ออกมาดู ส่วนปลูกผักที่เหลือนางจะปลูกช่วงบ่าย ๆ แทน อีกอย่างก็สามารถให้พวกผู้ชายไปทำได้ อีกไม่นานก็เสร็จแล้ว
เกี่ยมฉ่าย ซึงไฉ่ เหลืออย่างละสามไห เห็นทีนางคงต้องทำเพิ่มเพราะมันสามารถนำไปทำอาหารขายได้ อีกอย่างเซี่ยซูเหยาคิดว่านางคงต้องใช้เกี่ยมฉ่ายกับซึงไฉ่ในการปรุงอาหารขาย
แยมผลไม้มีมากนับสิบไหเพราะเซี่ยซูเหยาชอบนำผลไม้มาทำแยมมาก กล่าวได้ว่าเจอผลไม้ที่ไหนมันก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากเซี่ยซูเหยาไปได้
เซี่ยซูเหยาสั่งให้หม่าลี่ปิงไปซื้อผักมาให้ นางจะทำเกี่ยมฉ่ายและซึงไฉ่เพิ่ม และนางจะยังไม่นำของที่ทำใหม่ไปด้วย นางจะทิ้งไว้ที่นี่ เมื่อไหร่ที่มันใช้ได้นางจะให้บิดาของนางนำไปส่งที่เหลาอาหาร
“คุณหนู! บ่าวเอาน้ำไปให้ม้าแล้ว”
“อือ”
เซี่ยซูเหยาพยักหน้าให้มี่ถงที่วิ่งมาบอก หน้าที่ของมี่ถงเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือให้อาหารม้าและวัว มันไม่ใช่งานที่หนักเลย
เนื่องจากหญ้าและน้ำถูกเตรียมไว้ใกล้ ๆ บริเวณที่ม้าและวัวอยู่ ง่าย ๆ ก็คือเพียงหิ้วน้ำใส่ถังและหอบหญ้าให้เท่านั้น
“บ่าวซื้อของมาแล้วขอรับ” ฟางไฉ่ที่ไปซื้อของรอบที่เท่าไรของวันแล้วก็ไม่รู้กล่าวบอก
“อืม เอาผักไปให้พี่หลิวซิ่น”
“ขอรับ”