รุ่งสางมาถึง แสงอาทิตย์สาดส่อง ณ ห้องพักของหุบเขาเร้นลับ ห้องของลู่เซียนกับหวังเหยา
ชายหนุ่มกำลังนั่งกอดหญิงสาวไว้ทั้งคืนจนรุ่งสาง ลู่เซียนบัดนี้ สีหน้าของนางกลับมาเป็ปกติจากที่สีผิวขาวซีดราวกับศพ กลับมามีน้ำมีนวลอีกครั้ง
ไอเย็นที่กระจายออกมาจากตัวนาง บัดนี้ไม่มีวี่แววที่จะกระจายออกมา นางค่อยๆลืมตาขึ้นมา และรู้สึกตัว
นางััได้ว่าตนเองกำลังโดนสวมกอด ภายในลูกตาของนางเหลือมไปมองชายหนุ่มที่กำลังสวมกอดนางเอาไว้..จากนั้นนางก็ยิ้มอ่อนหวานเบาๆออกมาแล้วขยับตัวลุกขึ้นจากการโดนสวมกอด
"อาจารย์...ท่านรู้สึกตัวแล้ว..
"อาการท่านเป็เช่นใดบ้าง..เมื่อคืน..ไอเย็นกระจายออกมาจากตัวท่าน ข้าเห็นท่านกำลังนอนตัวสั่นเทาทรมาน..
"ข้าใช้พลังเวทย์ก็แล้ว..ใช้ผ้าห่มให้ท่านก็แล้ว..แต่ก็ยังไม่เป็ผล
"ข้าจึงได้ลองวิธีถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านทางร่างกายดู..แล้ววิธีนี้กลับได้ผล..!!!
เมื่อหวังเหยารู้สึกตัว เขาก็เอ่ยถามลู่เซียนผู้เป็อาจารย์และกล่าววอธิบายให้นางฟัง
"เ้าเห็นข้ากำลังอ่อนแอ..จึงฉวยโอกาสนี้เพื่อถึงเนื้อถึงตัวอาจารย์รึ...!! ลู่เซียนกล่าวตอบรับหวังเหยาด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย หวังเหยาไม่ทราบได้ว่านางโกรธหรือเปล่า หรือนางกำลังคิดสิ่งใด เพราะน้ำเสียงของนางนั้น เรียบเฉยเกินจะคาดเดาได้..
อันที่จริงนางมิได้โกรธหวังเหยา แต่กลับกัน นางกลับรู้สึกอบอุ่นภายในส่วนลึกของดวงจิต..
"เอิ่ม..ข้า..ข้า...!!ข้าเพียงเป็ห่วงอาจารย์ หาได้มีเจตนาคิดเป็สิ่งอื่นใดไม่.. หวังเหยาเอ่ยออกมาแบบประหม่า..!!
"คิคิคิ...ลู่เซียนเมื่อนางเห็นท่าทางของหวังเหยา นางก็หัวเราะออกมา รอยยิ้มนี้และเสียงหัวเราะของนาง มีเพียงไป๋หลานกับหวังเหยาเท่านั้น ที่จะได้ัั
เพราะเวลาที่นางอยู่ต่อหน้าคนอื่น นางจะกลายเป็หญิงเ็าไร้ใจอำมหิตเด็ดขาด..!!
"เห้ออ...เมื่อหวังเหยาเห็นนางหัวเราะออกมา เขาก็ถอนหายใจโล่งอก ตอนแรกเขากำลังคิดว่านางโกรธตนเสียแล้ว
"ว่าแต่..อาจารย์...ไอเย็นที่กระจายออกมาจากตัวท่าน...
วูบบ..หวังเหยายังพูดไม่ขาดคำ ลู่เซียนก็เผลอปล่อยจิตสังหารออกมา เมื่อนางได้สติ นางก็ดึงจิตสังหารกลับ
"เห้ออ...พิษไอเย็นนี้ เป็ผลข้างเคียงจากการใช้วิชาลับในการต่อสู้กับเ้าตำหนักมืด..นางกล่าวอธิบายให้หวังเหยาได้ฟังที่มาของไอเย็นในตัวนาง
"ทุกๆหนึ่งปีของเดือนแปดในคืนที่จันทร์เต็มดวง ไอเย็นที่อยู่ในตัวจะปะทุกำเริบขึ้นมา...นางกล่าวมาถึงจุดนี้แล้วลุกขึ้นยืน
"อาจารย์..แต่เดิมทีพลังธาตุของท่านคือธาตุลม..แล้วเหตุใด..ภายในร่างกลับมีไอเย็นซ่อนอยู่..??
หวังเหยากล่าวถามนางด้วยความสงสัย
"เ้าเด็กโง่..เดิมทีร่างกายมนุษย์ พลังหยินคือตัวแทนของอิสตรี
"ส่วนหยางคือตัวเเทนของบุรุษ...วิชาลับที่อาจารย์ใช้ มันต้องใช้พลังหยินที่มีภายในตัว บังคับใช้ออกมาเพื่อจุดพลังเวทย์เฮือกสุดท้ายในการหลบหนี..!!
"แต่ผลข้างเคียงที่ต้องรับ..มันไม่คุ้มเสีย..!!ลู่เซียนกล่าวอธิบายให้หวังเหยาฟังอย่างละเอียด
"แล้วเ้าปรับสมดุลพลังเวทย์หรือยัง..อีกสองวันก็จะเริ่มงานชุมนุมแล้ว..นางกล่าวถามความพร้อมของหวังเหยา
"อื่มม..อาจารย์วางใจเถอะ..ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน
"จริงสิ...ทำไมข้านึกไม่ออกนะ..อยู่ๆหวังเหยาก็นึกอะไรบางอย่างออกมา
"ตัวข้านั้นภายในจุดตันเถียร..มีพลังธาตุแสงอยู่ คุณสมบัติของมันสามารถฟื้นฟูได้..!!
"อาจารย์..ให้ข้าลองดู..บางที..มันอาจจะรักษาพิษไอเย็นที่อยู่ในตัวท่านได้..!!!
หวังเหยาเพิ่งจะนึกได้ เขาจึงเอ๋ยออกมาเพื่อจะขอลองดู..
ลู่เซียนนางเมื่อได้ฟัง นางเพียงสายหัวไปมา
"เอาไว้กลับไปที่หุบเขาเร้นลับของเรา..ค่อยให้เ้าลองเถอะ อีกไม่กี่วันก็จะเริ่มงานแล้ว..ไม่ต้องใส่ใจกับพิษไอเย็นนี้ของอาจารย์
"จงมุ่งสมาธิไปที่การประลองในสนามเถอะ...
"อืมมม...เช่นนั้นเอาตามที่ท่านพูดเถอะ..หวังเหยาตอบรับอย่างว่าง่าย
สองวันได้ผ่านพ้นไป ในเช้าของวันที่สาม วันนี้เป็วันเริ่มงานชุมนุมของมหาสี่ขั้วอำนาจของอาณาจักรชิงหู่
ใจกลางเมืองมีสนามที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างใหญ่โต เหล่าผู้คนต่างก็มานั่งเพื่อรอชมงานชุมนุ่มในครั้งนี้ๆ
"ไปกันเถอะ...เมื่อทุกคนของหุบเขาเร้นลับมารวมตัวกันหมดแล้ว เสียงของลู่เซียนก็ออกคำสั่งให้ทุกคนเข้าไปในงาน..
ณ สนามชุมนุม บัดนี้ทั้งสี่มหาขั้วอำนาจแห่งอาณาจักรได้มากันครบแล้ว บนแท่นชั้นบนสุด หลี่ซุ่นเ้าตำหนักมืด หนิงเซียนเซียนผู้นำนิกายหนิงหวง เหมยอิงเ้าสำนักอัสนี และลู่เซียนเ้าหุบเขาเร้นลับ
ต่างก็นั่งเรียงกันอยู่ชั้นบนสุดของงาน ทั้งสี่ท่านล้วนเป็ปรมาจารย์เวทย์ทั้งหมด
ส่วนเหล่าบรรดาศิษย์ ที่นั่งนั้นรองลงมาจากชั้นบน ส่วนชั้นล่างเป็ที่นั่งของเหล่าผู้คนที่มาชมงานชุมนุมในครั้งนี้..
พืบบ...หยางเซีย..ผู้ปกครองเมืองแห่งนี้ ปรากฏตัวที่ใจกลางสนาม ลอยอยู่บนอากาศ..
"คารวะทุกท่าน..วันนี้เป็วันชุมนุมของมหาอำนาจแห่งอาณาจักรชิงหู่ของพวกเรา..กติกายังเหมือนเดิมเหมือนทุกปีที่เคยจัดงาน
"คนที่ยืนหยัดเป็คนสุดท้าย คือผู้แข่งแกร่งอันดับหนึ่ง
"พวกท่านทั้งสี่อำนาจ สามารถส่งศิษย์ของตนเข้าร่วมต่อสู้ในสนามได้สองคน..
"ส่วนของรางวัลในปีนี้พิเศษหน่อย...ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในสนาม จักได้แก่นอสูรสิงโตเพลิงระดับเจ็ด..และเคล็ดวิชาระดับดินหนึ่งม้วน ส่วนจะเป็เคล็ดวิชาประเภทใด สิ่งนี้เป็ความลับ มีเพียงผู้ชนะเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์รู้...หยางเซียกล่าวอธิบายให้เหล่าผู้คนฟัง
เคล็ดวิชาแบ่งเป็สี่ระดับ เงิน ทอง ดิน ฟ้า
"แก่นอสูรระเจ็ด..!!
"ระดับเจ็ดอย่างนั้นหรือ..!!
"ให้ตายเถอะ..ข้าไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน..!!
เมื่อผู้คนต่างได้ยินของรางวัล ต่างก็พากันใ สัตว์อสูรระดับเจ็ดนั้น พลังของมันเทียบเคียงกับจักรพรรดิเวทย์ การที่จะได้มามิใช่เื่ง่าย ขนาดจักพรรดิเวทย์แท้ๆยังยากที่จะเอาชนะมันได้
สัตว์อสูรนะดับเจ็ดขึ้นไป พวกมันจะมีความรู้สึกนึกคิด มีสติสัมปชัญญะเหมือนดังมนุษย์..
"ส่วนอันดับสองสามสี่ ไม่ต้องน้อยใจไป ทางเมืองชิงหู่มีของปลอบใจ ของปลอบใจจะเป็แก่นอสูรระดับหกสองแก่น
"ท่านทั้งสี่..เริ่มส่งตัวแทนเข้าสนามประลองได้นะบัดนี้..เชิญ..!!
หยางเซีย เ้าเมืองชิงหู่กล่าวจบ ก็หายวับไปนั่งบนชั้นบน ใกล้ทั้งสี่
----------------------------------------------------
(ไรท์ลืมใส่พลังของสัตว์อสูรในตอนแรกนะครับ สัตว์อสูรมีทั้งหมด9ระดับ)
เคล็ดวิชาแบ่งเป็สี่ระดับ เงิน ทอง ดิน ฟ้า
ไรท์เขียนทันวันละตอนนะครับ แต่วางพอตเื่ใกล้จบแล้ว เพียงแต่ไรท์เขียนบ่ทัน อย่าเพิ่งหนีไรท์ไปไหนหละครับ อยู่อ่านเื่ราวของบักหวังเหยาดวงนารีอุปถัมภ์ ให้จบก่อนน๊าา