ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 55 ต่อรองราคา

                “พี่ชาย ท่านดูอักษรที่ข้าคัด ก้าวหน้าขึ้นแล้วใช่หรือไม่ข้าคิดว่าข้าก้าวหน้าขึ้น ตัวอักษรที่คัดไม่อ้วนเหมือนเมื่อเช้าแล้ว” เจินเจินเห็นกู้อวี้ฟื้นแล้วก็วิ่งปรี่เข้าไปหาอย่างดีใจพร้อมกับชูกระดาษคัดอักษรให้อีกฝ่ายดู

                กู้อวี้ที่กำลังจะพูดคำว่าไม่ กลับต้องชะงักไปไม่ใช่เพราะไม่อยากพูดจาทำร้ายจิตใจนางหากแต่เป็นเพราะเวลานี้เขารู้สึกเจ็บขามากต่างหาก จึงกล่าวแต่เพียงว่า“เจ้าไปหาท่านแม่ ให้ท่านพาไปอาบน้ำชำระกายเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด”

                เจินเจินได้ยินดังนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเวลานี้ใบหน้าของนางคงจะเลอะน้ำหมึกอีกแล้วเป็นแน่เด็กหญิงรีบวิ่งออกไปอย่างเชื่อฟัง ทั้งยังตะโกนไปตลอดทางว่า “พี่ชายฟื้นแล้ว!”

                “ท่านพี่ฟื้นแล้วหรือ”กู้เอ้อร์หลางวิ่งมาจากด้านหน้าบ้าน ครั้นเห็นใบหน้าซึ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำหมึกของเจินเจินก็หันไปตะโกนเรียกน้องสาม“เจ้าสาม รีบนำยาไปให้ท่านพี่เร็วเข้า!” จากนั้นเข้าไปจูงมือเจินเจิน “ไปพี่รองจะพาเจ้าไปล้างหน้าล้างตา”

                เจินเจินยอมให้กู้เอ้อร์หลางจูงมือแต่โดยดีทว่าขณะเดียวกันกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังว่า “ตกลงกันแล้วมิใช่หรือว่าพวกเจ้าจะเรียกข้าว่าลูกพี่”

                เอ้อร์หลางชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยคำ “นั่นมันก่อนหน้านี้เวลานี้ท่านพ่อท่านแม่ของข้ารับเจ้าเป็นบุตรสาวบุญธรรมแล้วก็เท่ากับว่ายามนี้เจ้าคือน้องสาวบุญธรรมของข้า ฉะนั้นตามธรรมเนียมเจ้าสมควรต้องเรียกข้าว่าพี่รองเจ้าลองคิดดู มีบ้านใดบ้างที่พี่ชายเรียกน้องสาวว่าลูกพี่ เช่นนี้มันผิดธรรมเนียมแต่เจ้าวางใจเถิด ในใจข้าเจ้าคือลูกพี่”

                เจินเจินเอียงศีรษะคิดตามรู้สึกว่าที่อีกฝ่ายพูดมานั้นก็ฟังมีเหตุผล แต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่อยากเรียกอีกฝ่ายว่าพี่รองเพราะกู้เอ้อร์หลางตัวอวบอ้วนไม่หล่อเหลา

                “ไม่เอา ข้าจะเรียกว่าเจ้ารอง รอให้เจ้าโตไปแล้วหน้าตาดีเมื่อใดข้าถึงจะเรียกเจ้าว่าพี่รอง”

                กู้เอ้อร์หลาง “…”

                พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเพราะเขาตัวอ้วนหน้าตาไม่หล่อเลยไม่เหมาะจะเป็นพี่ชายเช่นนั้นหรือ?

                ช่างทำร้ายจิตใจกันเกินไปแล้ว!

                กู้เอ้อร์หลางที่ถูกเจินเจินทำร้ายจิตใจพาเจ้าตัวเข้าไปในห้องครัวก่อนจะรองน้ำใส่กะละมังแล้วนำมาช่วยล้างหน้าล้างตาให้ ตั้งแต่ต้นจนจบเขาทำให้อีกฝ่ายอย่างเอาใจใส่ยิ่งครั้นใบหน้าของเจินเจินกลับมาสะอาดดังเดิม หยวนเหล่าเอ้อร์ได้เดินมากวักมือเรียกบุตรสาวที่หน้าห้องครัว“เจินเจิน รีบมาหาพ่อ พ่อมีเรื่องจะปรึกษา”

                “เรื่องใดหรือ”เจินเจินเอียงศีรษะถาม

                “คุณชายหลิ่วบอกว่าวันรุ่งขึ้นจะขึ้นเขาแต่เช้าเดินทางครั้งนี้ต้องอ้างแรมบนนั้นครึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือนเจ้าว่าพวกเราควรไปด้วยดีหรือไม่”

                “ไฉนต้องขึ้นไปนานถึงเพียงนั้น”เจินเจินถามต่ออย่างไม่เข้าใจ

                หยวนเหล่าเอ้อร์ทำหน้ามึนงงเช่นกัน“พ่อเองก็ไม่ทราบ คุณชายหลิ่วจะให้ค่าตอบแทนถึงยี่สิบตำลึงเจ้าว่าพวกเราควรไปด้วยดีหรือไม่ ไม่ว่าจะนอนที่ใดก็เหมือนกันนอนบนเขาก็คงไม่แตกต่างกับนอนบนเตียงที่บ้านกระมัง”

                เจินเจินไม่สนใจบิดาวิ่งไปหาหมอเทวดาชวีที่ห้อง “ท่านปู่ ท่านอยากได้สมุนไพรใดหรือวาดรูปให้ข้าดูได้หรือไม่ ข้าขึ้นเขาไปเที่ยวเล่นบ่อยๆ ไม่แน่ว่าอาจจะเคยเห็น”

                ครึ่งเดือนสำหรับนางเป็นระยะเวลาที่นานมากยิ่งไม่ต้องพูดถึงหนึ่งเดือนเลย เพราะนางไม่อยากจากพี่ชายไปนานถึงเพียงนั้น

                “ได้สิข้าจะวาดให้เจ้าดูประเดี๋ยวนี้”หมอเทวดาชวีมิได้คาดหวังอันใดกับเด็กหญิงผู้นี้มากมายนักทว่าเขาเชื่อว่าดวงตาหลายคู่ย่อมดีกว่าคู่เดียว ชายชราจึงวาดสมุนไพรที่ต้องการลงบนกระดาษพร้อมทั้งวางแผนในใจว่าจะนำไปให้คนอื่นดูด้วยเช่นกัน

                สมุนไพรที่เขากำลังตามหานั้นไม่ใช่สมุนไพรธรรมดาหากแต่เป็นสมุนไพรในตำนานซึ่งอยู่ในตำรับสมุนไพรที่เขาได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษเช่นดองซวงเซิงฮวา เถาวัลย์เซียวเหยา ต้นเทพไท่ซุ่ยหยกขาว และดอกฉีซิงเซียนเหลียน หมอเทวดาชวีคาดเดาว่าสมุนไพรล้ำค่าที่สกุลกู้มีในครอบครองนั้นน่าจะเป็นสมุนไพรประเภทเดียวกับต้นเทพไท่ซุ่ยหยกขาว

                เจินเจินรับรูปภาพไปดูแล้วเอียงคอถามอย่างสงสัย“หากต้องการรักษาพี่ชายให้หายดีต้องใช้สมุนไพรหลายชนิดถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

                หมอเทวดาชวียิ้มตอบ “ไม่ใช่สมุนไพรเหล่านี้มีบางชนิดที่ใช้รักษาพี่ชายของเจ้า แต่มีบางชนิดที่คนไข้คนอื่นของข้าจำเป็นต้องใช้ข้าคิดว่าอย่างไรก็ต้องขึ้นเขาอยู่แล้ว มิสู้หาไปพร้อมกันเลยดีกว่าข้าไม่ได้มาที่นี่บ่อยครั้งนัก หลังจากรักษาขาให้พี่ชายของเจ้าจนหายดี ข้าก็ต้องกลับไปแล้ว”

                เจินเจินคิดตามพบว่าที่ชายชราพูดมานั้นมีเหตุผลมิใช่น้อยเห็นแก่ที่อีกฝ่ายช่วยรักษาขาให้พี่ชาย เช่นนั้นนางจะพาเขาขึ้นไปหาสมุนไพรเหล่านี้ก็แล้วกัน

                ความจริงแล้วในบรรดาสมุนไพรที่ชายชราวาดให้ดูนั้นมีบางตัวที่นางเคยเห็นมาก่อนไม่ใช่แค่เคยเห็นเท่านั้น หากแต่มีอยู่ชนิดหนึ่งจากในภาพวาดที่เคยนำมาทำมงกุฎดอกไม้ให้แก่เสี่ยวไป๋ด้วยซ้ำทว่ามันกลับไม่ชอบใจเลยทำลายทิ้งจนสิ้น ตอนหลังนางก็ไม่เคยเห็นดอกไม้ชนิดนี้อีกเลย

                มีอีกชนิดหนึ่งคือดอกไม้สีขาวที่ชายชรากล่าวว่าตัวดอกจะมีสีขาวดุจหยกนางก็เคยนำดอกไม้นั้นมาเล่นอย่างสนุกสนานเลยทีเดียวไม่ว่าจะขยำอย่างไรมันก็ไม่แหลกละเอียดคามือ และนิ่มประดุจโคลนที่พอบีบก็จะไปโผล่ที่ซอกนิ้วแทน

                เพียงแต่ฟันของเสี่ยวไป๋แหลมคมมาก มันกัดกระชากแค่ไม่กี่ครั้งก็ทำให้ดอกไม้ดอกนั้นขาดละเอียดนับว่าเป็นของดีมีพลังวิญญาณ เพียงแต่รสชาติแย่ไปสักเล็กน้อยอย่าว่าแต่เสี่ยวไป๋กินไม่ลงเลย แม้แต่นางก็กินไม่ลงเช่นกันเมื่อเล่นจนเล่นไม่ได้อีกนางก็โยนทิ้งไปน่าเสียดายที่ต่อมาตอนหลังนางก็มิได้พบเห็นมันอีกเลย

                นอกจากนี้แล้วยังมี…

                เจินเจินหยิบรูปวาดสามรูปจากทั้งหมดขึ้นมา“สมุนไพรสามชนิดนี้ข้าเคยเห็นบนเขา”

                เป็นสมุนไพรสามชนิดที่นางยังไม่มีโอกาสได้เด็ดมาเล่น…

                หมอเทวดาชวีตาโตด้วยความดีอกดีใจเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น “เจ้า…เจ้าเคยเห็นพวกมันจริงหรือ”

                สมุนไพรสามชนิดที่เด็กหญิงบอกว่าเคยเจอบนเขานั้นมีสองชนิดที่เขาจะนำไปถอนพิษให้แก่นายท่านหกส่วนอีกชนิดคือดอกฉีซิงเซียนเหลียนซึ่งมีแต่ในตำนานเท่านั้น หากเขาสามารถหาดอกไม้ชนิดนี้มาได้จริงก็จะช่วยถอนพิษของนายท่านหกได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่ออายุขัยและการมีทายาท ชายชราคิดในใจว่าเด็กหญิงผู้นี้คงไม่ได้มองผิดไปใช่หรือไม่

                “ใช่ ข้าเคยเห็นไม่ผิดแน่ มันสวยมาก” เจินเจินยืนยัน รูปลักษณ์ของดอกไม้นั้นไม่เพียงแค่สวยงาม ทว่ายังมีพลังวิญญาณมากเพียงแต่ตำแหน่งที่ขึ้นค่อนข้างอันตราย นางเลยไม่มีความคิดจะไปเด็ดมาเล่น แม้ว่า ‘เห็ดสีม่วง’ ที่นางเก็บมาจะมีพลังวิญญาณไม่เท่าดอกไม้ที่ว่านี้ แต่หากเก็บมาหลายๆดอกก็จะได้พลังวิญญาณเท่ากันแล้วมิใช่หรือ

                หยวนเหล่าเอ้อร์รีบไล่บุตรสาวออกจากห้อง โดยอ้างว่าให้นำของไปให้กู้อวี้เพียงแค่ได้ยินประโยคนี้เจินเจินก็รีบวิ่งแจ้นออกไปแล้ว

                “ท่านหมอชวีคุณชายหลิ่ว หากเจินเจินสามารถพาพวกท่านไปหาดอกไม้ที่ว่านี้พบ…”

                “ข้าให้หนึ่งพันตำลึง”หยวนเหล่าเอ้อร์ไม่ปิดบังท่าทีโลภมากของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ทว่ายังไม่ทันพูดจบหลิ่วตี๋ก็เสนอผลประโยชน์ออกมาอย่างรู้ทันเสียก่อน

                หยวนเหล่าเอ้อร์ “…”

                เท่าใดนะ?

                เขามิได้ฟังผิดใช่หรือไม่?

                หนึ่งพันตำลึงคือเท่าใด? ไอ้หยาเขานับไม่เป็น

                หลิ่วตี๋ขมวดคิ้วหนึ่งพันตำลึงยังรังเกียจว่าน้อยไปอีกหรือ?

                หมอเทวดาชวีนึกว่าที่หยวนเหล่าเอ้อร์ไม่พูดไม่จาเพราะรังเกียจว่าน้อยเกินไปกล่าวว่า “หากดอกไม้ที่เจินเจินบอกว่าเคยเห็นคือดอกไม้ที่ข้ากำลังตามหาอยู่จริงอย่าว่าแต่หนึ่งพันตำลึงเลย สองพันตำลึงก็สามารถจ่ายให้ได้ เพียงแต่ไม่เคยมีผู้ใดเคยพบดอกฉีซิงเซียนเหลียนในโลกมนุษย์มาก่อนไม่แน่ว่าเจินเจินอาจจะมองผิดไป ไม่สู้พวกเราขึ้นเขาไปดูก่อน”

                หยวนเหล่าเอ้อร์ดีใจจนพูดไม่ออกได้แต่พยักหน้ารัวๆ ขณะคิดในใจว่า บุตรสาวคนดีของพ่อ เจ้าห้ามเข้าใจผิดเชียวนะ!หาไม่แล้วเงินเยอะถึงเพียงนั้นได้ลอยหายไปแน่

                “ได้เพียงแต่หากใช่ดอกไม้ที่ท่านกำลังตามหา ต้องจ่ายข้าเป็นก้อนตำลึงเงิน ไม่ๆตำลึงทองดีกว่า!” ตำลึงเงินเขานับไม่เป็น แต่หากเป็นตำลึงทองนั้นเขานับเป็น

    คล้ายกับเรื่องไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ] ที่คุณอ่าน