ทุกคนแยกย้ายกันไปตามคู่ของตัวเองอย่างระมัดระวัง ทั้งทีมของฟารัสและทีมของลูเทียร์ ต่างฝ่ายต่างก็จ้องมองท่าทีของคนตรงข้ามอย่างไม่วางตา
“นี่ไอ้หนุ่ม ฉันว่าเรามาสู้กันตรงนี้ดีกว่า” ร็อคได้พูดขึ้น
สถานที่ที่ร็อคและลอยด์อยู่นั้นรอบๆมีต้นไม้บางตากว่าจุดอื่นที่พวกเขาเดินผ่านา พื้นดินที่มีดินร่วนทรุยกว่าปรกติ พร้อมกับกิ้งไม้ที่ไร้ใบเหมือนกับเข้าสู่่ฤดูใบไม้ร่วง แต่กลับไม่มีใบใม้อยู่บนพื้นสักใบ
“ตรงนี้มันถูกเรียกว่าดินแดนร่วงโรยน่ะ ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าใครเป็คนแรกที่ตั้งชื่อให้มัน แต่ที่ได้ยินมาคนที่อยู่บริเวณนี้นานๆจะถูกดูดมานาจนเสียชีวิตได้ ดังนั้นฉันเลยคิดว่าถ้าไม่อยากให้การต่อสู้นี้มันยืดเยื้อจนเกินไป สถานที่ตรงนี้คงเหมาะสมที่สุด” ร็อคพูดไปพร้อมกับเช็คอุปกรณ์บนร่างกาย ส่วนลอยด์ก็ได้ตรวจสอบเหมือนกัน
“งั้นเรามาเริ่มกันดีกว่าครับ จะได้รีบกลับไปหาคนอื่นเร็วๆ” ลอยด์พูดออกไปพร้อมกับเตรียมตัวด้วยโล่มือซ้าย ดาบมือขวา และลินดาที่ชูคอพร้อมโจมตี
“ชักสนุกแล้วซิ” ร็อคยิ้มออกมา ก่อนจะหายตัวไปภายในเสี้ยววินาที
ตึ้ง
เขาวาร์ปมาข้างๆลอยด์ก่อนจะเหวี่ยงขวานเต็มแรง แต่ก็ถูกโล่สกัดเอาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนจะผลักกลับไปอย่างเต็มกำลัง
‘แรงเยอะเป็บ้า เมื่อกี้ถ้าโดนจังๆคงสลบไปแล้ว’ หลักฐานอยู่ที่รอยเท้าของลอยด์ที่ไถลไปไกลจากจุดเดิม จากแรงปะทะเมื่อครู่
ตานี้ลอยด์เป็คนบุกบ้างโดยะโเข้าไปฟันพร้อมกับหลบขวานที่ถูกเหวี่ยงมา ทั้งคู่ผลัดกันโจมตีไปเรื่อยๆจนต่างฝ่ายต่างถอยไปตั้งหลักกันอีกครั้ง
‘คุณลินดาครับ สงสัยว่าเราคงจะเอาชนะเขาไม่ได้ง่ายๆแน่ คุณช่วยสร้างจังหวะให้ผมหน่อยนะครับ’
‘ระวังตัวด้วยล่ะ’
ลอยด์พุ่งตัวไปฟันอีกครั้งพร้อมกับให้ลินดายิงลูกดินสร้างความสับสนไปด้วย จนสุดท้ายร็อคก็เริ่มจะโดนไล่ต้อนจนหลังติดต้นไม้ และจังหวะที่จะฟันโดนนั้นเอง ร็อคก็ได้หายตัวไปพร้อมกับโผล่มาจาก้า ก่อนจะกระแทกเข้าที่แผ่นหลังของลอยด์จนล้มลง
ร็อคที่เห็นลินดาอยู่บนพื้นก็ได้เหวี่ยงให้ออกห่างทันที แต่ในจังหวะที่เหวี่ยงนั้นเองเธอก็ได้ฉกลงไปที่ข้อมือของเขา ซึ่งปรากฏว่ามันไม่เข้า นั้นจึงทำให้ลินดารู้ได้ว่าร็อคสามารถใช้เวทย์คงกระพันได้ แต่มันก็เหมือนจะไม่ใช่ประเด็นสักเท่าไหร่ในตอนนี้ เพราะตอนนี้ลอยด์กำลังโดนล็อคคอจากด้านหลังและดำลังดิ้นทุรนทุรายจากอาการจะหมดสติ ก่อนที่ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายลอยด์จะสามารถใช้เวทย์อัมพาตช็อตอีกฝ่ายจนหลุดออกมาได้
เมื่อหลุดออกมาได้ก็ไม่รอช้าที่จะวาร์ปหนีให้ห่างมากที่สุดพร้อมกับสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะรีบไปรับลินดากลับมาทันที ซึ่งพอเธอได้บอกว่าร็อคนั้นใช้เวทย์คงกระพันได้ลอยด์ก็ถึงกับหน้าเสีย เพราะมันเป็เวทย์ที่ทำให้อาวุธของมีคมทุกอย่างโจมตีไม่เข้า มันคล้ายกับการทำให้ผู้ใช้กึ่งไร้เทียมทานในทันที ลอยด์จึงต้องคิดหนักว่าควรจะใช้แผนอย่างไรถึงจัดการอีกฝ่ายได้
‘ถ้าแทงไม่เข้าก็ทุบเอาก็ได้นิ’ ลินดาเสนอความคิดเห็น ก่อนที่ลอยด์จะตบหน้าผากตัวเองว่าทำไมเขาถึงคิดไม่ได้
หลังจากคิดวิธีที่น่าจะจัดการอีกฝ่ายได้ ก็ไม่รอช้ารีบวิ่งตรงไปหาร็อคที่กำลังร่างกายชาจากเวทย์อัมพาตอยู่ แต่ก่อนจะได้ถึงตัวมากกว่านี้แท่งดินก็ได้พุ่งขึ้นมาจากพื้นกระแทกเข้าที่คางของลอยด์ จนถึงกับเดินเซถอยหลังไปยืนตัั้งสติอีกครั้ง และก็ทำให้รู้อีกว่าอีกฝ่ายใช้เวทย์ดินได้
ทั้งสองเงยหน้ามาสบตากัน ก่อนที่ลอยด์จะวิ่งเข้าใส่อีกครั้งพร้อมกับร็อคที่ก็เตรียมเหวี่ยงขวานเหมือนกัน และเมื่อจังหวะที่จะขวานปะทะกับร่างนั้นเอง ลอยด์ก็ได้วารป์หลบได้ทันก่อนจะโผล่มา้าของร็อค แต่ก็เหมือนว่าร็อคนั้นก็จะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจึงได้เหวี่ยงตัวเพิ่มเพื่อให้ขวานนั้นไปปะทะกับลอยด์ที่ลอยอยู่บนอากาศ ซึ่งขวานก็ได้โจมตีที่บริเวณขาซ้ายของลอยด์เข้ายังจัง จนเ้าตัวกระเด็นตีลังกาหล่นกระแทกพื้นไปเลย แต่ในขณะที่ร็อคคิดว่าตัวเองได้จัดการอีกฝ่ายไปเรียบร้อยแล้วนั้น อะไรบางอย่างก็ได้ตกมากระทบกับศรีษะของเขา จนทำให้เกิดอาการมึนในเวลาต่อมาทันที
“ได้ผลแหะ” ลอยด์ยิ้มออกมา เพราะสิ่งที่กระแทกศรีษะของร็อคนั้นคือก้อนดินขนาดใหญ่ ที่ลินดาเสกออกมาอย่างรวดเร็วขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งตอนแรกลอยด์ก็กะจะทุ้มด้วยแรงของเขาเอง แต่ก็ถูกขัดจังหวะเลยจำเป็ต้องโยนขึ้นไปข้างบนแทน
ลอยด์ลุกขึ้นแม้จะเจ็บขาซ้ายมากๆ ก่อนจะวาร์ปไปตรงหน้าของร็อคพร้อมกับหวดโล่ใส่หน้าของอีกฝ่ายเต็มแรง ซึ่งก็สามารถทำให้ร็อคนั้นปากแตกได้ ก่อนที่จะโดนเวทย์ดินสวนกลับมาเข้าที่ท้องอย่างแรงจนกระเด็นไปอีกรอบ
สองฝั่งสภาพทุลักทุเลแต่ก็ไม่มีใครยอมใครเพราะมันคือศึกตัดสิน ส่วนลินดานั้นถึงแม้จะไม่ได้ทำอะไรมาก แต่การสร้างก้อนดินเมื่อครู่ก็ทำให้เธอนั้นสูญเสียมานาไปเป็จำนวนมาก รวมกับพื้นที่บริเวณนี้อีกจึงทำให้เธอหมดสภาพในการต่อสู้ไปทันที และศึกตัดสินจึงเหลือแค่สองคนเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าใครจะเป็ชนะ
ลอยด์ที่รู้ตัวว่ามานาในตัวนั้นเหลือไม่มากพอที่จะใช้เวทย์พร่ำเพลื่อแล้ว เขาจึงจำเป็ต้องตัดสินศึกครั้งนี้ทันที ดาบในมือจึงถูกโยนทิ้งไปเหลือแค่โล่ ก่อนจะเดินตรงไปหาร็อคอย่างช้าๆ ส่วนร็อคที่เริ่มจะหายมึนแล้วนั้นก็ได้ประคองตัวเองขึ้นมายืน และเดินไปหาลอยด์เหมือนกัน ซึ่งพอมาถึงจุดจุดหนึ่งขวานก็ได้ถูกจามแต่ก็ได้โล่กันเอาไว้กัน ก่อนที่หมัดจะกระแทกเข้าที่ใบหน้าของร็อคไปสองหมัด
“ไอ้หนู แกใช้เวทย์นี้ได้ด้วยหรอ?” ร็อคพูดออกมาพร้อมกับหันไปมองลอยด์สองคน ขณะที่ตัวเองเืกลบปาก
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมีลอยด์สองคนในตอนนี้ มันคือเวทย์จำลองตัวตน ที่จะสร้างตัวตนใครก็ได้ตามความนึกคิด แต่ไม่ใช่ว่านึกถึงใครก็จะสร้างได้ง่ายๆ เพราะจำเป็ต้องรู้สรีระร่างกายของเป้าหมายก่อน แถมมานาที่ใช้ก็เยอะใช่เล่น จึงไม่ค่อยมีใครอยากจะใช้เวทย์นี้สักเท่าไหร่
เพื่อไม่ให้เสียเวลาลอยด์ทั้งคู่ได้พุ่งเข้าไปสาวหมัดไม่ยั้งใส่ร็อค ส่วนคนที่โดนรุมก็ไม่ยอมเหมือนกัน เขาได้เหวี่ยงขวานไปมาแต่ก็ได้ถูกสกัดเอาไว้แถมยังถูกต่อยมาอีก ถึงแม้จะกันคนหนึ่งได้แต่ก็มีอีกคนที่หลุดและเข้าโจมตี สถานการณ์ในตอนนี้ร็อคจึงแทบจะแพ้เรียบร้อย เพราะอาการมึนจากการโดนโล่กระแทกหลายครั้งเริ่มส่งผลให้การทรงตัวเริ่มยากขึ้น จนสุดท้ายนั้นเองก็มาถึงฉากจบ
“จบกันสักที x2” ลอยด์ทั้งคู่ะโเสียงดังก่อนจะหวดโล่เต็มแรงประกบกับศีรษะของร็อค และผลก็คือลอยด์เอาชนะไปได้อย่างฉิวเฉียด
“พวกเราโคตรเจ๋ง x2” ทั้งคู่ชนหมัดกัน ก่อนที่ตัวที่ถูกสร้างขึ้นจะค่อยๆสลายไป
ชัยชนะทำให้เด็กหนุ่มดีใจจนยิ้มออกมาไม่หยุด เพราะเขาก็ไม่ค่อยจะได้สู้กับคนสักเท่าไหร่ แต่พอมาสู้ดันสามารถเอาชนะมาได้จึงเป็ความภูมิใจสุดๆ และเมื่อหมดธุระจากตรงนี้แล้วลอยด์จึงเดินไปอุ้มลินดามาพันคอ ก่อนจะไปลากขาของร็อคเดินกลับไปยังจุดที่จะรวมตัวกัน แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวเ้าตัวก็ได้ทรุดลงกับพื้น
ทางฝั่งของอีฟและจูเลียร์
ตอนนี้ทั้งสองได้สู้กันมาระยะหนึ่งแล้ว โดยจะเรียกว่าสู้กันก็ไม่เชิง เพราะทั้งคู่นั้นไม่ได้ขยับไปไหนกันเลย เนื่องจากที่อีฟมีเวทย์ล่องหนคิดว่าจะรอให้อีกฝ่ายเริ่มก่อนและค่อยดักโจมตี แต่พอผ่านไปสักระยะหนึ่งก็ทำให้รู้ว่าจูเลียร์นั้นก็ใช้เวทย์ล่องหนได้เหมือนกัน ทั้งคู่จึงเสียเวลาไปพักใหญ่ๆกับการนั่งนิ่งรออีกฝ่ายขยับ จนอีฟได้ะโจะยื่นข้อเสนอให้มาสู้กันแบบเห็นตัวโดยไม่ใช้เวทย์ล่องหน ซึ่งจูเลียร์ก็ตกลงทันที และเมื่อตกลงกันเสร็จธนูดอกหนึ่งก็ได้พุ่งตรงมาตำแหน่งที่อีฟอยู่ เด็กสาวหลบได้ก่อนจะะโลงพื้นเพื่อเปลี่ยนตำแหน่ง
ฟึบ ฟึบ ฟึบ
ธนูสามดอกพุ่งตามหลังอีฟไปติดๆ แต่เธอก็ใช้ไหวพริบและเวทย์ป้องกันสกัดเอาไว้ได้หมด ก่อนจะวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ต้นหนึ่งเพื่อจับทิศทางที่ยิงมา ซึ่งอีฟนั้นเธอไม่รู้เลยว่าจูเลียร์สามารถใช้เวทย์ควบคุมได้ การรอให้อีกฝ่ายยิงธนูมาและหลบก่อนหาตำแหน่งนั้นมันเป็ไปไม่ได้เลย เพราะทิศทางนั้นจะผิดเพี้ยนไปหมด
อีฟที่ไม่รู้ว่าตัวเองเสียเปรียบเต็มประตูก็ได้รอให้ลูกธนูยิงมา ก่อนวิ่งไปยังทิศที่ธนูได้พุ่งมาแต่ก็หาอีกฝ่ายไม่เจอ จนได้ลองทำแบบนี้ไปอีกสองครั้งถึงจะรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมันไร้ประโยชน์สิ้นดี และทันทีที่รู้ตัวว่ามันมีจุดผิดสังเกตอีฟจึงได้สร้างตัวเองจากเวทย์ลวงตาให้วิ่งไปอีกทางหนึ่ง โดย่เวลาที่เฝ้ารอก็มาถึงเมื่อลูกธนูได้ถูกยิงออกมาและได้โค้งตามร่างปลอมไป นั้นเป็จังหวะที่ทำให้รู้ว่าจูเลียร์ใช้เวทย์ควบคุมได้ และก็รู้อีกว่าตำแหน่งที่จูเลียร์อยู่ตรงไหน
“เวทย์ลวงตาหรอ?” จูเลียร์ที่ยืนอยู่บนกิ่งไม้สบถออกมาเมื่อรู้ว่าหลงกล ก่อนที่เสียงกิ่งไม้หักจะดังขึ้นใกล้ๆและปรากฎเป็อีฟที่กำลังวิ่งมาพร้อมกับหน้าไม้
ลูกธนูยิ่งไล่จูเลียร์จนลงจากกิ่งไม้ได้ และทันทีที่เท้าแตะพื้นอีฟก็ได้เข้าโจมตีทันที มีดสั้นถูกหยิบขึ้นมาใช้ในการต่อสู้ระยะประชิดของทั้งคู่ ก่อนที่อีฟจะพุ่งเข้าเล่นงานก่อนที่จูเลียร์จะใช้เวทย์ควบคุม
ทักษะที่ถูกฝึกมาจากลุคนั้นช่วยให้การต่อสู้ระยะประชิดของอีฟดีขึ้นมาก เนื่องจากลุครู้ว่าอีฟนั้นมีแรงที่น้อยกว่านักสู้คนอื่น การใช้อุปกรณ์หลายๆอย่างมาประยุกต์ในการต่อสู้จะยกระดับความเก่งของเ้าตัวขึ้น ทั้งโล่มือซ้ายที่เอาไว้ป้องกันและกระแทกศัตรู หน้าไม้ที่หยิบมายิงเมื่ออีกฝ่ายออกห่างระยะการฟันของมีดสั้น และด้วยทักษะการเข้าประชิดตัวที่จะไม่ยอมให้ศัตรูได้ตั้งตัว
‘ยัยเด็กนี่มันฝึกมาจากไหนเนี่ย’ จูเลียร์เธอเสียเปรียบอย่างมากเพราะปกติเธออยู่แต่แนวหลังและทำจังหวะให้ทีม การมาต่อสู้ระยะประชิดอย่างนี้จึงเป็อะไรที่เธอนั้นไม่ชินเอามากๆ
เด็กสาวยังคงพุ่งเข้าใส่อย่างไม่ยั้ง ส่วนนักธนูสาวก็ได้แต่ทำการหลบและสวนกลับได้บางครั้ง แต่จำนวนครั้งที่โดนโจมตีมานั้นมันเทียบไม่ได้เลย ดังนั้นวิธีที่จะเอาชนะนักสู้ที่เก่งกาจได้คงต้องทำลายจังหวะที่ต่อเนื่องไม่หยุด ซึ่งจูเลียร์เธอก็หาช่องว่างนั้นได้ทันและได้ผลักอีฟด้วยเวทย์จนกระเด็นไปไกล
ส่วนทางด้านอีฟพอโดนเล่นงานจนกระเด็นมาไกลก็ได้หยิบหน้าไม้ขึ้นมายิง แต่จังหวะที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบที่ด้านหลังนั้นเอง ตรงหน้าก็ได้ปรากฏเป็ลูกธนูสามดอกที่ลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนจะพุ่งตรงเข้าหาอย่างรวดเร็วและก็ได้โดนธนูปักเข้าไปที่แขนขวาหนึ่งดอก
“จบกันซะยัยหนู” จูเลียร์พูดขึ้นก่อนที่อีฟจะหันไปมอง และร่างของเธอก็ได้ลอยถอยหลังไปกระแทกกับต้นไม้อย่างแรงจนสลบไป
“ยอมรับเลยว่าเก่งจริงๆ แถมยังโจมตีได้แม้กำลังจะแพ้ก็ตาม แต่เธอยังตัดสินใจไม่เด็ดขาดนะยัยหนู” จูเลียร์เธอยอมรับว่าอีฟนั้นเก่งเอาเื่มากๆ แม้ในตอนสุดท้ายที่โดนเวทย์ควบคุมไปก็ยังสามารถหยิบหน้าไม้ขึ้นมายิงได้ทัน แม้จะไม่โดนก็ตาม และสิ่งที่อีฟควรพัฒนาก็คือยังไม่เด็ดขาดพอที่จะทำร้ายศัตรู เพราะตอนที่สู้กันอีฟเอาแต่โจมตีเข้าที่จุดที่ทำให้อีกฝ่ายสลบ ทั้งท้องและศีรษะ ทั้งที่เอาจริงๆเล่นงานที่คอหรือลิ้นปี่จะง่ายกว่า ดังนั้นจูเลียร์เธอจึงรู้ว่าอีฟนั้นยังไม่ได้เจอของจริงสักเท่าไหร่
และเมื่อการต่อสู้จบลงจูเลียร์เธอก็ได้ปฐมพยาบาลให้อีฟ ก่อนจะแบกขึ้นไหล่และเดินกลับไปยังจุดรวมตัว
“ไม่เจอแค่ไม่กี่วันเก่งขึ้นเยอะเลยนะครับ” ฟารัสพูดขณะที่กำลังตัวเองกำลังหลบอยู่หลังต้นไม้ ส่วนลูเทียร์ก็ได้พยายามพุ่งเข้าโจมตีไม่หยุด
ทั้งสองยังคงผลัดกันรุกและรับ สาเหตุก็คงมาจากทักษะและเวทย์ของลูเทียร์ชำนาญขึ้นมาก จึงพอจะปะมือกับฟารัสที่อยู่แรงค์แพลตตินั่มได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เหมือนว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้เอาจริงสักเท่าไหร่ การต่อสู้เลยยืดเยื้อนานกว่าปกติ
ลูเทียร์ที่เริ่มทนไม่ไหวเพราะอีกฝ่ายเอาแต่หลบ จึงได้วาร์ปไปฟันแต่ก็พลาดเพราะฟารัสกลิ้งหลบได้ทัน ก่อนจะโดนปาก้อนหินเล็กๆใส่หน้า ซึ่งก็ทำให้เ้าตัวเสียจังหวะไปเล็กน้อยแต่อีกฝ่ายก็ยังคงไม่ทำอะไรอยู่ดี และตอนนี้เขาก็ได้หายตัวไปอีกครั้งทิ้งให้ลูเทียร์งงว่าเขา้าทำอะไรกันแน่
ทุกอย่างอยู่ในความสงบพร้อมกับเสียงลมที่พัดใบไม้ตามพื้น ก่อนที่อยู่ๆจะมีก้อนหินขนาดเล็กพุ่งมากระแทกที่ชุดเกราะของลูเทียร์ และในจังหวะที่เธอกำลังก้มมองว่าอะไรมาชนนั้น ฟารัสก็ได้วาร์ปมาด้านหลังก่อนจะฟาดกระบองไม้เต็มแรงใส่แขนซ้าย ซึ่งด้วยความแรงและไม่ทันตั้งตัวของลูเทียร์ก็ได้ทำให้เธอกระเด็นเซไปชนกับต้นไม้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะวิ่งหนีไป
“บ้าเอ้ย” แขนซ้ายของลูเทียร์ในตอนนี้เจ็บมากๆ แม้จะลดแรงด้วยเกราะแขนแต่ด้วยความแรงก็อาจทำให้กระดูกหักได้ โดยตอนนี้เธอก็ได้พยายามเร่งรักษาให้เร็วที่สุด ก่อนที่อีกฝ่ายจะเริ่มโจมตีอีกครั้ง
และไม่ทันที่จะได้พักเท่าไหร่ ฟารัสก็ได้เริ่มโจมตีอีกครั้งโดยการขว้างดาบจำนวนมากใส่ แต่ลูเทียร์ก็สามารถหลบได้หมด ก่อนจะหลบไปรักษาแขนซ้ายและรอให้อีกฝ่ายแสดงท่าทีบางอย่างออกมา
เวลาผ่านไประยะหนึ่งฟารัสก็ได้เดินออกมาจากที่หลบซ่อน ก่อนจะเดินไปหยิบดาบที่ข้วางไปสักครู่ขึ้นมาปักลงบนพื้น ซึ่งมันก็มีจำนวนเยอะพอที่จะเอาไปปาเล่นกันได้ แต่นั้นก็คงไม่ใช่เหตุผลที่เขาสร้างมันขึ้นมาเยอะขนาดนี้หรอก
“ตีมาซะแรงเลยนะ” ลูเทียร์เดินออกมาพร้อมกับนวดแขนซ้ายตัวเองไปพลาง
“พอดีมันจำเป็น่ะ” ฟารัสที่ยืนท่ามกลางดงดาบก็ได้หยิบดาบขึ้นมาเล่มหนึ่ง ก่อนจะขว้างมันไปหาลูเทียร์ซึ่งเธอก็หลบได้ง่ายๆ
“เอาล่ะ ผมว่าเรามาเอาจริงกันดีกว่า คนอื่นจะได้ไม่รอนาน” พอพูดจบเ้าตัวก็ได้หยิบดาบขึ้นมาขว้างเรื่อยๆ แต่ผลมันก็ยังคงเหมือนเดิม ซึ่งลูเทียร์ก็งงเอาอย่างมากว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ จนท้ายที่สุดเธอก็ได้รู้เมื่อฟารัสได้วาร์ปมาอยู่ตรงหน้า
ชายหนุ่มฟันดาบอย่างพริ้วไหวเหมือนกับการเต้นรำ ส่วนทางด้านของลูเทียร์นั้นก็ตั้งรับเอาไว้ได้อย่างไม่ยากนัก แต่แล้วสถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนไป เพราะฟารัสได้เริ่มขว้างดาบที่ถืออยู่และก้มหยิบดาบที่พื้นขึ้นมาฟัน ซึ่งมันทำให้จังหวะในการป้องกันของลูเทียร์นั้นเสียไป และแม้ว่าเธอจะเห็นช่องว่างที่จะสามารถเข้าโจมตีได้ แต่อีกฝ่ายก็จะปาดาบและวาร์ปหลบเรื่อยๆ สถานการณ์ในตอนนี้จึงวุ่นวายอย่างมากเพราะลูเทียร์เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะโจมตีแบบไหนกันแน่
‘เล่นอย่างนี้ก็ได้’ ลูเทียร์ล้วงกระเป๋าคาดเอวของตัวเองก่อนจะหยิบะเิบางอย่างออกมา มันคือะเิแสงที่จะทำให้ศัตรูตาบอดชั่วคราว ซึ่งเธอคิดว่ามันอาจจะทำให้สถานการณ์นี้ดีขึ้นหน่อย แต่แล้วก็เกิดเื่ไม่คาดคิด เพราะในจังหวะที่ลูกะเิกำลังจะตกลงพื้นจากการปา ฟารัสก็ได้เตะะเิแสงนั้นออกไปจนไปะเิกลางอากาศ
แสงจ้าทำให้ตาของลูเทียร์นั้นพล่าไปหมดเพราะหลับตาไม่ทัน ซึ่งพอรู้ตัวว่าตอนนี้สถานการร์ดันแย่ลงอย่างมาก เธอจึงต้องหาทางป้องกันตัวให้เร็วที่สุด ซึ่งวิธีที่คิดได้ตอนนี้ก็คงมีเพียงเวทย์ป้องกันที่ถูกสร้างล้อมตัวเอาไว้ แต่ก็ดูเหมือนว่าลูเทียร์จะลืมไปว่าฟารัสนั้นใช้เวทย์วาร์ปได้ และตอนนี้เขาก็ได้เข้ามาอยู่ด้านในเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ลูเทียร์ถูกต่อยไปหลายหมัดก่อนจะผลักอีกฝ่ายให้กระเด็นไปชนกำแพงด้วยเวทย์ควบคุม และก็เหมือนว่าจังหวะจะพอดีมากที่ตาเริ่มกลับมามองเห็น เธอจึงล้วงมือเข้าไปหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าและปาลงพื้น ซึ่งคราวนี้มันคือะเิกาว ฟารัสที่ตอนแรกไม่กล้าเข้ามาเพราะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่พอเห็นว่ามันคือะเิกาวก็ได้โล่งใจ ก่อนจะวาร์ปไปที่ด้านหลังของลูเทียร์อีกครั้ง
“คิดจะเล่นมุกเดิมได้หรอ” ครั้งนี้หญิงสาวรู้ทันว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร เธอจึงได้คิดล่วงหน้าเอาไว้ก่อนแล้ว
ก่อนที่จะใช้เวทย์ควบคุมผลักตัวเองกระแทกเข้าหาฟารัสที่เพิ่งจะวาร์ปมา หลังจากที่ทั้งคู่ชนกันเข้าเต็มแรงใส่กำแพง และก็เหมือนว่าชายหนุ่มจะเจ็บหนักกว่ามากเพราะโดนศอกไปด้วย เขาจึงได้วาร์ปออกจากที่ตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อจังหวะดีๆมาอย่างนี้ใครจะปล่อยให้รอดไปได้ล่ะ ลูเทียร์จึงได้วาร์ปตามก่อนจะหลบดาบที่ถูกปามาได้อย่างเฉียดฉิว
“ไม่คิดว่าจะโดนต้อนแบบนี้เลยนะเนี่ย” เขายังพูดติดตลกแม้ตัวเองจะเจ็บอยู่ก็ตาม
ทั้งสองจ้องหน้ากันครู่หนึ่งก่อนที่ลูเทียร์จะใช้เวทย์ควบคุม แต่ฟารัสก็สามารถกลิ้งหลบและไปหยิบดาบขึ้นมาขว้างได้ ซึ่งมันก็ได้บังเอิญไปโดนแขนขวาของลูเทียร์พอดี พอเห็นช่องว่างนั้นเองฟารัสก็ได้วาร์ปหยิบดาบที่ตกอยู่ข้างลูเทียร์ก่อนจะเข้าไปฟันหวังจบศึกครั้งนี้ให้ได้ แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ
“บ้าเอ้ย!” ฟารัสโดนจับอยู่กลางอาการก่อนจะถูกโยนขึ้นไปชนกับต้นไม้สูงและถูกปล่อยลงมา
เขาไม่คิดจะยอมแพ้ง่ายๆ โดยจังหวะที่กำลังจะตกพื้นนั้นเองเ้าตัวก็ได้วาร์ปไปตรงหน้าลูเทียร์อีกรอบ และหวังว่าครั้งนี้จะเผด็จศึกให้ได้ แต่สุดท้ายผลมันก็ออกมาแล้ว เมื่อเขาถูกโยนลอยขึ้นอากาศอีกรอบก่อนจะถูกปล่อยลงมากระแทกพื้นเสียงดัง
“ยัง…ไม่…จบ…หรอก อัก” ฟารัสพยายามดันตัวเองขึ้นจากพื้น แต่ลูเทียร์ก็ได้วิ่งไปะโทับซ้ำอีกรอบ
“เกือบแพ้แหนะ” เ้าตัวได้นอนทับร่างไปพร้อมกับหายใจหอบ
“หือ นั้นร็อคไม่ใช่หรอนั้น” จูเลียร์พูดออกมาขณะเห็นร็อคอยู่ไกลๆกำลังนอนพิงต้นไม้อยู่ ก่อนที่ตัวเธอจะเดินไปใกล้เรื่อยๆและก็เห็นลอยด์นั้นนอนสลบอยู่เหมือนกััน
จูเลียร์เธอไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งคู่ถึงนอนสลบอยู่ตรงนี้ แต่ถ้านึกถึงความเป็ไปได้ก็คือมีคนแอบโจมตีทั้งคู่และพาตัวมา แต่ที่เธอแปลกใจคือทำไมถึงต้องพามาตรงจุดนัดพบ ซึ่งไม่ทันที่จะได้คลายความสงสัย อยู่ๆก็ได้มีชายสวมชุดคล้ายนินจาะโลงมาจากต้นไม้
“ทางเด็กหนุ่มนั้นเป็ผู้ชนะ” เขาพูดออกไปพร้อมกับชี้ไปที่ลอยด์ที่นอนอยู่
“นายเป็ใคร?” จูเลียร์ถามพร้อมกับวางอีฟลงและหยิบมีดขึ้นมาป้องกันตัว
“เป็ผู้ดูแล และก็กำลังรอทีมที่แพ้ จะได้พาออกจากป่านี้ไป”
พอจูเลียร์รู้ว่าชายตรงหน้าเป็ใครก็ได้ลดมีดลงก่อนจะเดินไปดูร็อคว่าเป็ยังไง ซึ่งพอตรวจสอบาแแล้วก็ไม่มีมีแผลใหญ่อะไรมากมาย จะมีก็แต่แผลเล็กๆน้อยๆ ก่อนที่เสียงเดินจะดังขึ้นพร้อมปรากฏเป็ลูเทียร์ที่แบกฟารัสขึ้นหลังมา
“เอาจริงดิ” จูเลียร์เธอเก็บอาการไม่อยู่จนต้องไปต่อยต้นไม้ เพราะเธอคิดว่าคนอย่างฟารัสนั้นคงไม่แพ้ใครง่ายๆแน่ แต่ผลลัพธ์ดันผิดคาดอย่างที่เห็น
“รู้ผลแพ้ชนะแล้วก็ได้เตรียมตัวออกจากป่าได้” ผู้ดูแลพูดขึ้นก่อนจะเดินไปแบกร็อคขึ้นไหล่
ลูเทียร์ที่เดินมาถึงก็ได้ส่งฟารัสให้ชายคนนั้นไป เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็ใครและรู้ว่าเขามาทำอะไรที่นี่ และตลอดทางจูเลียร์ก็ได้โวยวายจนเสียงของเธอได้หายไปตามระยะทางที่ไกลออกไป
“ไม่น่าเชื่อว่าพวกเราจะเอาชนะได้ แต่สภาพแต่ละคนพรุ่งนี้จะไหวกันไหมเนี่ย ” ลูเทียร์หันไปมองสมาชิกทีมที่นอนสลบกันอย่างน่าเหนื่อยใจ
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงทั้งคู่ก็ได้ฟื้นขึ้นมาซึ่งก็เป็เวลาที่เกือบเย็นแล้ว สองเพื่อนสนิทหันมามองหน้ากันก่อนจะมองไปรอบๆว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน ก่อนที่เสียงะเิเล็กๆจากกองไฟก็ทำให้ทั้งคู่หันไปมองและพบกับลูเทียร์ที่กำลังนั่งปิ้งปลาอยู่ ซึ่งเมื่อรู้ตัวว่าลูกทีมทั้งสองตื่นแล้วเธอจึงได้เรียกให้ไปทานปลาย่าง
“พวกเราชนะหรอคะ!?” อีฟใพร้อมกับมือที่ยังถือปาปิ้งอยู่หลังจากรู้เื่ราวที่เกิดขึ้น
ทั้งสามเริ่มเล่าเื่ที่ตัวเองได้สู้ว่าเป็ยังไงบ้าง ซึ่งมันเป็ความคิดของลูเทียร์เพราะเธอคิดว่าจะต้องอยู่กับเด็กสองคนนี้อีกนานแน่ๆ การรู้ความสามารถที่พัฒนาและเื่ราวของกันและกันคงจะเป็อะไรที่สำคัญแน่ๆ และตลอดการเล่าเื่ของแต่ละคนนั้นทุกคนก็ได้ช่วยกันบอกจุดอ่อนของคนนั้นๆ เพื่อหลังจากจบกิจกรรมนี้ทั้งหมดจะได้ไปฝึกเพิ่มเพื่อแก้จุดอ่อนของตัวเอง
เช้าวันใหม่ได้มาถึงทั้งสามได้เตรียมร่างกายกันแต่เช้าเพื่อเร่งรีบจัดการมอนสเตอร์ ที่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะหมดเวลาของกิจกรรม และเมื่อเตรียมตัวกันเสร็จแล้วทั้งหมดก็ได้เร่งรีบไปจัดการมอนสเตอร์ในทันที จนเวลาล่วงเลยไป่เที่ยงของวัน
“หนูว่าพอได้แล้วมั้งค่ะ เราเดินมาหลายชั่วโมงแล้วแต่ก็ไม่เจอพวกมันสักตัวเลย” อีฟบอกแก่ลูเทียร์ที่เป็หัวหน้าทีม
“พี่ก็ว่าจะหยุดเหมือนกันแหละ งั้นเราเดินกลับเมืองกันดีกว่า และถ้าโชคดีระหว่างทางก็อาจจะเจอบ้าง”
ทุกคนออกเดินทางกันอีกครั้งโดยจุดหมายคือที่เมือง แต่แล้วระหว่างทางนั้นเองทุกคนก็ได้เจอกับคนที่ไม่คาดคิดอีกครั้ง นั้นก็คือเอลฟ์ผมดำที่ยืนดักทั้งสามคนอยู่ ทั้งหมดหยุดเดินก่อนที่ลูเทียร์จะะโถามออกไป
“นาย้าอะไร”
“พอดีข้า้าขอความช่วยเหลือซักหน่อยน่ะ” โลเวลเดินมาใกล้ๆทุกคน ก่อนจะวาร์ปไปด้านหลังของทั้งสาม
“พอดีข้าอยากเข้าเมืองน่ะ” โลเวลเข้าไปกอดคอทั้งสามคนพร้อมกับทำท่าเหมือนสนิทกันมาเนิ่นนาน
“พวกเธอคงจะสงสัยซินะว่าทำไม พอดีมันเป็เื่ที่ซับซ้อนนะ โดยเื่มันเริ่มขึ้นตอนที่พวกมอนสเตอร์ที่บุกมาครั้งก่อน ข้าได้เแอบดูพวกเธอสู้กับพวกมัน” ก่อนจะทำท่าป้องปากเหมือนกลัวใครได้ยิน “ที่จริงก็อยากจะช่วยอยู่นะ แต่มันเป็กฏน่ะ ขอโทษที” แล้วก็ทำการเดินวนรอบๆทั้งสามคน พร้อมกับสาธยายเื่มากมายทั้งเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง
“พอเลย ฉันเข้าใจและ คือนาย้าจะเข้าเมืองไปเดินสำรวจเมืองแค่นั้นใช่ไหม” ลูเทียร์ที่เริ่มรำคาญอีกฝ่ายได้หยุดการพูดอะไรไปเรื่อยของเอลฟ์พูดมาก
“ก็ตามนั้นแหละ ข้ามั่นใจว่าพวกเ้าต้องพาข้าเข้าเมืองได้ ถึงแม้ข้าจะเข้าไปเองได้ก็ตาม” ที่จริงแล้วโลเวลก็เข้าไปเองได้นั้นแหละ แต่ติดอยู่ว่าเ้าตัว้าเดินสำรวจเมืองแบบเปิดเผย ดังนั้นการเข้าไปแบบล่องหนมันจะสนุกอะไรสำหรับเขา ดังนั้นเขาจึงได้มาขอให้ทั้งสามพาเข้าเมืองและ้าจะพักอยู่ด้านในด้วยเล็กน้อย
ลูเทียร์ อีฟ และลอยด์ถึงกับต้องใช้หัวคิดกันอย่างหนักว่าจะเอายังไงดี เพราะชายตรงหน้าก็เป็ผู้มีพระคุณ แต่เื่ที่จะลักลอบพาเอลฟ์เข้าเมืองนั้นก็ไม่เคยมีมาก่อน ถ้าโดนจับได้พวกเขาทั้งสามคนต้องโดนกล่าวหาว่าเป็ฏแน่ๆ ซึ่งสุดท้ายชื่อของชายคนหนึ่งก็ได้ปรากฏออกมาที่ทำให้ทุกคนคิดว่าเขาต้องช่วยได้แน่ๆ
“เื่พาเข้าเมืองนั้นฉันไม่รับปาก เพราะในป่าตอนนี้มีพวกนักผจญภัยอยู่ การจะพานายเข้าเมืองนั้นเป็อะไรที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน แต่น่าจะมีคนหนึ่งที่ช่วยนายได้ อ้อแล้วนายชื่ออะไรนะฉันจำไม่ค่อยได้”
“โลเวล ข้าชื่อโลเวล”