ยามเฉินวันถัดมา ตามเวลานัดหมายไม่ขาดไม่เกิน ไท่จื่อมาที่จวนของแม่ทัพไป๋พร้อมของเยี่ยมมากมายที่นำมาให้พระคู่หมั้น
ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าที่โถงรับรองจวนแม่ทัพขาดก็แต่คนถูกเยี่ยมอย่างไป๋เฟยจู
“จูเอ๋อร์ยังไม่มาอีกหรือ เมื่อวานเห็นดีขึ้นแล้วนี่นาหรือวันนี้จะไข้ขึ้นอีกแล้ว”ประมุขจวนกล่าวขึ้นสีหน้าแสดงความกังวลออกมาเล็กน้อย
“ฮึ่ จูเอ๋อร์ไม่รู้จักรักษาเวลาเลยนะเ้าคะคงคิดว่าวันนี้ตนเองเป็คนสำคัญ”ฮูหยินรองอดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงความผิดของไป๋เฟยจูออกมาไม่ดัง ไม่เบา ให้ทุกคนได้ยินเพื่อเป็การทำให้ไป๋เฟยจูดูไม่ดีต่อหน้าในสายตาของไท่จื่อด้วย
ไป๋ซูฉีก้มหน้าเม้มปากแน่นเพื่อกดความอยากยิ้มไม่ให้ปรากฏต่อสายตาทุกคน เมื่อได้ยินคำตำหนิถึงไป๋เฟยจู
‘ดี กล่าวได้ดีเ้าค่ะท่านแม่’ นางกล่าวชมมารดาในใจนางอยากจะกล่าวผสมโรงกับมารดาของนางยิ่งนักแต่ติดที่ว่านางกำลังรักษาภาพพจน์ความเป็สตรีอ่อนหวานอยู่จะกล่าวคำว่าร้ายออกมาไม่ได้เด็ดขาด
“จูเอ๋อร์ยังไม่หายดี อาจจะช้าไปบ้างก็ได้”ไป๋เฟยิพูดเสียงเรียบแก้ตัวแทนน้องสาว
“จะให้ใครไปตามนางดีหรือไม่เ้าคะท่านพี่”ฮูหยินรองกล่าวถามแม่ทัพไป๋
แม่ทัพไป๋ยังไม่ทันเอ่ยตอบก็เห็นชุดสีฟ้าครามพลิ้วปลิวมาพร้อมกับร่างบอบบางบนใบหน้าของนางมีผ้าคลุมปิดบังใบหน้าสีเดียวกันกับชุด ปิดบังใบหน้าไว้เกินครึ่งเห็นเพียงดวงตากลมโตใสแวววาวเท่านั้น มีร่องรอยทาแป้งแต่งหน้าบางๆ
มองเห็นดวงตากลมโตคู่นั้น ใจของไท่จื่อเกิดสั่นไหว ‘ข้ารู้สึกว่าภายใต้ผ้าคลุมผืนนั้นต้องงดงามมากแน่ๆแล้วไยฉีเอ๋อร์จึงกล่าวว่านางอัปลักษณ์เล่า’
ไป๋ซูฉีกำมือแน่นใต้แขนเสื้อกว้างที่คลุมยาวเมื่อมองเห็นความสั่นไหวในดวงตาของไท่จื่อ ‘นังเฟยจู! นังมารหัวใจไท่จื่ออย่าหลงกลนังจิ้งจอกนะเพคะ’
ฮูหยินรองมองตาบุตรสาวและพยายามปรามนางด้วยสายตา‘ระงับอารมณ์ไว้ อดทนไว้นะฉีเอ๋อร์’
ซ่งอี๋เหนียงและไป๋ลี่มีแอบมองทุกคนซ่งอี๋เหนียงแอบยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าที่พยายามระงับความกรุ่นโกรธของไป๋ซูฉี ‘ฮึ่! กีดกันลี่เอ๋อร์ของข้านัก สมน้ำหน้า’
แต่ละคนต่างความคิดภายใต้หน้ากากคนละอัน ไป๋เฟยจูเก็บทุกอย่างไว้ในสายตาแล้วแอบอมยิ้มจากนั้นย่อตัวลงถวายความเคารพต่อไท่จื่อ และหันไปกล่าวคารวะทุกคน“ถวายพระพรไท่จื่อเพคะ” จากนั้นหันไปกล่าวทักทายคนอื่นๆ “ลูกคารวะท่านพ่อเ้าค่ะลูกคารวะท่านแม่เ้าค่ะ น้องคารวะท่านพี่เ้าค่ะ” นางไม่ได้กล่าวคารวะอี๋เหนียงเพราะนางมีศักดิ์ต่ำกว่าจริงๆ แล้วนางอยากจะพูดว่า ‘คารวะทุกคนเ้าค่ะ’ เพื่อรวบรัดตัดความแต่เกรงว่าจะโดนให้คัดบทมารยาทกุลสตรีไม่รู้กี่จบ เลยต้องยอมเสียเวลาสักเล็กน้อย
“ตามสบายเถอะจูเอ๋อร์”แม่ทัพไป๋กล่าวกับบุตรสาวอย่างปรานี
“ลูกขออภัยที่มาช้าเ้าค่ะ” ไป๋เฟยจูชิงกล่าวขออภัยก่อนที่ใครจะตำหนิ
“ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร เ้าเพิ่งหายป่วยไข้อย่ากังวลจนเกินไปจะทำให้ไข้กลับมาอีก”แม่ทัพไป๋รีบกล่าวเอาใจบุตรสาวโดยไม่ถามสาเหตุการมาช้าแม้สักครึ่งคำ
คนอื่นๆเมื่อเห็นประมุขจวนไม่กล่าวดุว่าอะไรจะไปกล่าวอะไรได้
ไท่จื่อมองสำรวจพระคู่หมั้นตรงหน้าั้แ่เจอกันตอนยังเด็กก็นานมากแล้ว ไม่ได้เจอนางอีกเลย นึกหน้านางไม่ออกเสียแล้วแล้วนางยังมาปิดบังใบหน้าอีกเขาอยากเห็นใบหน้าของนางนักว่าจะอัปลักษณ์ดังคำกล่าวของฉีเอ๋อร์ของเขาถึงเพียงใด
แค่เห็นดวงตากลมโตก็ใจสะท้านเสียแล้วมือขาวเรียวที่โผล่ออกมานอกชายแขนเสื้อนั่นดูนุ่มนวลน่าััเส้นเสียงก็ช่างน่ารักเสียจริง เสียงหวานใสปานระฆังเงินก็มิปานนางคงหายป่วยแล้วเสียงจึงใสเสียขนาดนี้
เขาแอบอมยิ้มพอใจกับรูปร่างลักษณะของพระคู่หมั้นของพระองค์
ยิ่งไท่จื่ออมยิ้มไป๋ซูฉีก็ยิ่งหน้าแดงด้วยต้องพยายามระงับอารมณ์โกรธถึงขั้นสุดมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ คราแรกพระองค์ก็ยังมองนางบ้างแต่หลังจากที่นังเด็กสารเลวเฟยจูนั่นโผล่มาสายตาของไท่จื่อก็หยุดอยู่ที่ไป๋เฟยจูตลอดเวลาเป็เช่นนี้แล้วจะไม่ให้นางโกรธได้เยี่ยงไร
“ทำไมวันนี้เ้าคลุมผ้าปิดหน้าเล่า” แม่ทัพไป๋เอ่ยถามไป๋ซูฉีทำลายความคิดของแต่ละคนที่เริ่มกระจัดกระจายอยู่ในใจ
“เกิดเหตุนิดหน่อยเ้าค่ะ”ไป๋เฟยจูตอบแบบที่เตรียมมาแล้วว่าจะต้องถูกถาม
“เหตุอะไรหรือ” แม่ทัพไป๋ยังคงถามต่อ
“คือ....” ไป๋เฟยจูเม้มปากแน่น ไม่ยอมพูดต่อ
ไป๋เฟยิ ก็จ้องรอคำตอบ
ไป๋เฟยจูพยายามเม้มปากสุดพลัง แล้วก้มหน้าลงไม่พูดไม่จาไหล่สั่นไหวเบาๆ
เมื่อทุกคนเห็นไป๋เฟยจูไหล่สั่นต่างก็มองหน้ากันรวมถึงคนที่กำลังแค้นอย่างไป๋ซูฉีก็ไม่เว้นแล้วหันไปมองไป๋เฟยจูอีกครั้ง
“เกิดอะไรขึ้น จูเอ๋อร์ บอกพี่” ไป๋เฟยิร้อนรนที่เห็นนางมีอาการเช่นนั้นนางต้องร้องไห้แน่ๆ ขณะที่กำลังจะลุกไปหานางไป๋เฟยจูก็เงยหน้าขึ้น แล้วยกมือค่อยๆ ปลดผ้าคลุมหน้าออก
เมื่อใบหน้าถูกเปิดเผยสู่สายตาของทุกคนทำให้บางคนถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตาเบิ่งกว้างหลังจากหายตะลึงแต่ละคนต่างสูดลมหายใจเข้าปอดลึก
ไป๋ซูฮวาและไป๋ซูฉีแอบมองหน้ากันแล้วอมยิ้มสะใจ
ซ่งอี๋เหนียงและไป๋ลี่มี่ยังคงยกมือปิดปากด้วยความใที่ยังไม่คลาย
ไท่จื่อทำหน้าใและเสียดาย
แม่ทัพไป๋และไป๋เฟยิ ลุกยืนพูดพร้อมกัน“เกิดอะไรขึ้น/จูเอ๋อร์เกิดอะไรขึ้น”
ไป๋เฟยจูรีบหยิบผ้าคลุมหน้าขึ้นมาปิดดังเดิมแล้วโบกมือกับบิดาและพี่ชาย “ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ท่านพ่อไม่ต้องเป็กังวลลูกจัดการได้”
“จะไม่ให้พ่อเป็กังวลได้อย่างไรเล่าในเมื่อใบหน้าของเ้า....”ไป๋หนิงเทียนและไป๋เฟยิต่างพากันหน้าเคร่งเครียดมืดครึ้ม
จะไม่ให้ทุกคนตื่นใกันได้อย่างไรในเมื่อบนใบหน้าของไป๋เฟยจู มีรอยแผลที่เหมือนเพิ่งถูกฟันเมื่อไม่นานเป็รอยแผลยาวและลึกจนเนื้อเปิด รอยแผลพาดั้แ่กลางแก้ม ผ่านมุมปาก จนถึงปลายคาง
“ใคร ใครทำเ้า” เหมือนมีไฟสุมอยู่ในอกของไปเฟยิเขาเค้นเสียงกล่าวออกมาอย่างยากลำบากอย่าให้รู้นะว่าเป็ใครเขาไม่เอาไว้แน่มันต้องตายเท่านั้น มันจึงจะสาสมกับความแค้นของเขา
“ไม่ ไม่มีใครทำเ้าค่ะ ลูกทำเอง” ไป๋เฟยจูตอบบิดา
คำตามของนางทำให้แม่ทัพไป๋และไป๋เฟยิถึงกับมืดมน
“จริงๆแล้วอ้ายเยว่จะแต่งหน้าให้ข้าเพื่อให้ไท่จื่อประทับใจแต่ข้ารั้นขอทำเองเลยผิดพลาดแล้วเป็อย่างที่เห็นนี่แหละเ้าค่ะ” นางตอบเสียงแบบสำนึกผิดแล้วก้มหน้าลง ไหล่สั่นอีกครั้ง ครั้งนี้สั่นแรงกว่าเดิม
ไป๋เฟยจูรู้สึกว่านางจะทนไม่ไหวแล้วจึงลุกขึ้นแล้วกล่าว“พวกท่านไม่ต้องตามข้ามา ไม่ต้องตามใครให้มาดูข้านะเ้าคะ ข้าจัดการเองได้”กล่าวจบนางก็รีบวิ่งออกจากโถงรับรองไปโดยไม่รอใครอนุญาต อ้ายเยว่รีบวิ่งตามออกไป“คุณหนูรอง คุณหนูรองเ้าคะรอบ่าวด้วย”
“จูเอ๋อร์” ไป๋เฟยิเตรียมจะวิ่งตามน้องสาวไปแต่แม่ทัพไป๋ดึงเขาไว้และส่ายหน้า
“ปล่อยนางไปก่อน อย่าเพิ่งไปรบกวนนางนางคงยังทำใจไม่ได้” บิดาปลอบ
ไป๋เฟยิใบหน้าเศร้าหมอง รู้สึกสงสารน้องสาวเหลือเกิน
“เกิดเหตุเช่นนี้ต้องขอประทานอภัยไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะที่จวนของกระหม่อมเกิดเื่เสียแล้ว ทำให้การรับรองพระองค์ทำได้ไม่ดี”แม่ทัพไป๋กล่าวแก่ไท่จื่อ
“มิเป็ไร เปิ่นหวางเข้าใจ เป็ใครก็ต้องเสียใจทั้งนั้นเช่นนั้นวันนี้เปิ่นหวางต้องขอกลับก่อน หาก้าความช่วยเหลือใดๆบอกซูฉีให้มาแจ้งแก่เปิ่นหวางได้นางเรียนที่สำนักศึกษาเดียวกันกับเปิ่นหวางอยู่แล้ว” ปากกล่าวกับแม่ทัพไป๋และไม่ลืมหันไปสบตากับไป๋ซูฉี
ไป๋ซูฉีซึ่งแอบมองไท่จื่อแทบตลอดเวลามีหรือจะไม่เห็นแววตานั้นนางจึงรู้สึกเขินอายใบหน้าขึ้นสี
แม้จะเป็เพียงการแอบมองของทั้งคู่แต่ก็หาได้พ้นสายตาเหยี่ยวที่มากประสบการณ์ของแม่ทัพไป๋ไปได้จนเขาต้องย่นคิ้วเล็กน้อย ‘อย่างไรกันนี่ มีสิ่งใดที่ข้าผิดพลาดไปหรือไม่’แม่ทัพไป๋รู้สึกว่าอาจจะมีอะไรในกอไผ่
ทุกคนต่างใกับาแของไป๋เฟยจูจนลืมนึกไปเลยว่านางไม่ได้แสดงอาการเ็ปใดๆออกมาแม้เพียงน้อย ทั้งที่าแใหญ่ถึงเพียงนั้น
หมายเหตุ
ไท่จื่อ หมายถึง รัชทายาท