เพียงใจซ่อนรัก

    ตอนที่ 33 รวิพามาตามน้องสาวกลับ

    “หลังจากวันนี้ไป พ่อฝากหนูมิตาดูแลคินทร์ ลูกชายของพ่อด้วยนะ” หญิงสาวได้ยินดังนั้น จึงเงยหน้ามองชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้ม แล้วพยักหน้ารับด้วยความปลาบปลื้ม หารู้ไม่ว่าเวลาอันแสนสุขของเธอนั้นจะอยู่ได้อีกไม่นาน เพราะรวิพากำลังนั่งรอเที่ยวบินด่วนที่ตรงมายังเมืองไทย พร้อมกับกดมือถือโทรหาน้องสาวเกือบตลอดเวลา


    “นคินทร์...นับจากนี้พ่อถือว่าแกเป็นฝั่งเป็นฝา มีเมียเป็นตัวเป็นตน จะทำตัวเหลวไหลเหมือนก่อนอีกไม่ได้ นิสัยเดิม ๆ ที่เคยมีให้เปลี่ยนซะ” ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าราบเรียบ


    “นิสัยอะไรเหรอครับ”


    “ก็นิสัยชอบเอาชนะ และชอบแค้นเคือง เวลาใครทำให้แกไม่พอใจ แกชอบเอาคืนเขาหลายเท่าตัว จำไม่ได้หรือไง ไม่รู้ว่าป่านนี้หมดไปหรือยัง แต่...” ชายกลางคนชี้มือมาที่ชายหนุ่มแล้วจับจ้องอย่างมีความหมาย


    “ตอนนี้รมิตาเป็นภรรยาของแก อย่าเอานิสัยพวกนี้มาใช้กับภรรยา มีอะไรให้คุยกัน อย่าใช้อารมณ์ ที่สำคัญอย่าเอาชนะในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะมิตาไม่ใช่คนอื่น ให้แกจำไว้ ว่าเธอคือภรรยาของแก” ชายหนุ่มเลื่อนสายตาไปยังรมิตา ก่อนจะพยักหน้ารับคำบิดา

    หลังจากประตูห้องหอปิดลง รมิตาเลื่อนสายตามองไปยังเตียงนอนที่โรยด้วยกุหลาบสีขาว พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องหอมโชยมา ก่อนที่ร่างบางจะเดินมานั่งยังเตียงนอน แล้วค่อย ๆ เอื้อมไปจับดอกไม้ขึ้นมา


    “สวยจังค่ะ” นคินทร์เอามือล้วงกระเป๋ากางเกง แล้วยกยิ้มมุมปาก


    “เราแต่งงานกันแล้ว มิตารักพี่มากแค่ไหน”


    “รักเท่าชีวิตค่ะ” คำตอบของเธอทำให้เขาชะงักนิ่งไป รอยยิ้มมุมปากค่อย ๆ หุบลง แล้วเลื่อนเท้าเข้าไปนั่งลงด้านข้าง ยกมือหนาจับผมเธออย่างช้า ๆ


    “ถ้าวันหนึ่ง พี่ทำให้มิตาเสียใจ...” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มพูดจบ รมิตาจึงเอ่ยขึ้นพร้อมกับดวงตากลมแป๋ว


    “อย่างเช่นอะไรเหรอคะ”


    “อย่างเช่น พี่ทิ้งมิตาไป”


    “ไปมีคนอื่นเหรอคะ”


    “ไม่มี”


    “แล้วทิ้งทำไม” คนสวยพูดอย่างไม่เข้าใจ ก่อนเธอจะปล่อยยิ้ม แล้วเลื่อนมาจับมือเขาแนบไว้กับแก้มนวล พร้อมส่งยิ้มให้


    “มิตารู้ค่ะ ว่าพี่คินทร์จะไม่ทิ้งมิตาไป พี่คินทร์รักมิตาจะตาย ไม่มีเหตุผล ที่พี่คินทร์จะทิ้งมิตาจริงไหมคะ” เขาพยักหน้าขึ้นลง พร้อมกับสีหน้าเรียบเฉยที่ดูเปลี่ยนไป ก่อนมือบางของหญิงสาวจะเลื่อนมาจับหน้าผากเขาด้วยความเป็นห่วง


    “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นคะ ไม่สบายหรือเปล่า”


    “ทำไมถึงดีกับพี่นัก” เขาเอ่ยถาม ก่อนที่หญิงสาวจะส่งยิ้มให้เขา


    “ก็เพราะว่ารักไงคะ คนรักกันก็ต้องทำดีต่อกัน ถูกต้องแล้วไม่ใช่เหรอคะ” นคินทร์จับมือของรมิตาแล้วถอนหายใจเข้าจนสุด เพราะรู้ว่าอีกไม่นาน ความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผย


    “งั้นพี่ถามอีกข้อจะได้ไหม”


    “ค่ะ”


    “ถ้าพี่หลอกให้มิตารัก มิตาจะทำยังไง” หญิงสาวปล่อยยิ้มหวาน แล้วกำมือเขาแน่น


    “มิตารู้ว่าเป็นไปไม่ได้ และถ้าเป็นแบบนั้นจริง มิตาก็จะขอพร...” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว


    “ขอพรอะไร”


    “ขอพรให้ความทรงจำทั้งหมดของมิตาหายไป ถ้าความทรงจำหายไป มิตาก็จะไม่เจ็บปวดไงคะ” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าความรู้สึกของนคินทร์กลับใจหายวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


    “เปลี่ยนชุดกันดีกว่า มิตาคงอึดอัดแล้ว” เขาทำเปลี่ยนเรื่อง แล้วค่อย ๆ เลื่อนซิปลงอย่างเบามือ


    ค่ำคืนแห่งความสุขได้ผ่านพ้นไป หลังจากคืนนั้นรมิตาจึงได้ชื่อว่าเป็นสะใภ้ของตระกูลธีรพิทักษ์โดยสมบูรณ์ เธอยังคงนอนหลับภายใต้อ้อมกอดของเขาอย่างสบาย


    หลังจากเที่ยวบินดังกล่าวถึงเมืองไทย รวิพาจ้ำอ้าวพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่ ตรงมาขึ้นรถแท็กซี่แล้วมุ่งตรงไปยังโรงแรม เพื่อจองห้องพัก ในขณะนั้นเธอยังคงโทรหาน้องสาวด้วยความเป็นห่วง ก่อนปลายสายจะกดรับ


    “มิตา อยู่ที่ไหน ทำไมไม่รับสายพี่ รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงมากแค่ไหน” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลอย่างถึงที่สุด ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น


    “มิตาหลับอยู่” นคินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่รวิพาจะทิ้งตัวลงนั่งลงบนเตียงอย่างคนอ่อนแรง สายตากลมไหวระริก พร้อมกับน้ำตาเอ่อขึ้นอย่างไม่ต้องบังคับ


    “คินทร์”


    “คุณอาของผมถือว่าใช้ได้เลยนะ ส่งข่าวให้กับโยธินไวเหลือเกิน...” น้ำเสียงเยาะเย้ยของเขาทำให้รวิพาใจหายวาบ


    “คินทร์ทำแบบนี้ กับน้องสาววิพาได้ยังไง”


    “วิพา...เคยหักหลังคินทร์ได้ยังไงล่ะ ใจเหี้ยมขนาดไหนถึงทำกับคินทร์แบบนั้นได้ ทำไมยังกล้าทวงถามความยุติธรรม”


    “รมิตาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ คินทร์ลากเธอเข้ามาได้ยังไง รู้ไหมว่ามิตาอ่อนต่อโลกขนาดไหน”


    “ร้องไห้อยู่เหรอ” เสียงเย็นชาของนคินทร์ทำให้รวิพาได้สติ แล้วชะงักนิ่งไป ก่อนหวนนึกถึงน้ำตาของนคินทร์ในวันนั้น เขาร้องไห้แทบเป็นสายเลือด ไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะลุกเดินจากไป


    “เสียใจมากไหม” คำถามของนคินทร์ทำให้รวิพาจำใจเอ่ยบางอย่างออกมา


    “ต้องให้วิพาขอโทษคินทร์อีกกี่ครั้ง ถึงจะยอมจบเรื่องนี้” หญิงสาวเค้นเสียงพร้อมกับหยดน้ำตาไหลลงอาบแก้ม นคินทร์เลื่อนสายตาไปยังร่างเล็กของรมิตา ที่ยังคงหลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะปล่อยยิ้มออกมาอย่างคนได้รับชัยชนะ


    “คินทร์อยากให้วิพาเจ็บปวด คำขอโทษ คินทร์ไม่รับ เท่านี้นะ”


    “ตอนนี้วิพาอยู่ไทยแล้ว ถ้าคินทร์ไม่ยอมจบเกมนี้ วิพาจะเป็นคนบอกทุกอย่างกับมิตาด้วยตัวเอง”


    “กล้าเหรอ วิพารู้ไหมว่ามิตารักคินทร์มากแค่ไหน เธอรักคินทร์มากเทียบเท่าชีวิต” คำพูดของชายหนุ่มทำให้รวิพาก้มหน้าร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด ภายใต้รอยยิ้มของนคินทร์ ซ่อนความรู้สึกสะใจเอาไว้ หลังจากได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของอีกฝ่าย


    “วิพาขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม” น้ำเสียงของหญิงสาวเอ่ยขึ้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะถอนหายใจออกมา


    “คุยตอนนี้ไม่สะดวกด้วยสิ ถ้ามิตาตื่นมาได้ยิน เธอคงเสียใจจนอยากจบชีวิตเลยล่ะ” รวิพากำมือแน่น รู้สึกผิด ที่เป็นต้นเหตุให้น้องสาว ต้องตกอยู่ในอำนาจเขา


    “ไปเจอคินทร์ที่คอนโดฯ แล้วกันนะ คินทร์อยากเห็นน้ำตาของวิพาใจจะขาดแล้ว” ชายหนุ่มพูดจบ พลางกดตัดสาย แล้วเก็บมือถือของรมิตาไว้กับตัว ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วรีบจ้ำอ้าวออกจากบ้านหลังใหญ่ไปด้วยความรีบร้อน ภายในรถคันหรูของชายหนุ่ม เขาเฝ้าวนเวียนคิดถึงเรื่องของรวิพา ที่เคยหักหลังเขาอย่างเลือดเย็น ภาพที่หญิงสาวลุกขึ้นมาพร้อมกับโยธินในลักษณะไร้เสื้อผ้าปกคลุม ทำให้หัวใจของเขาแทบสลาย ความรักที่นคินทร์มีให้กับรวิพาเหมือนคนโง่ที่ทุ่มเททุกอย่างไปอย่างไร้ค่า มือหนากำแน่น พร้อมกับทุบพวงมาลัยไปหลายทีด้วยความคับแค้นใจ