“ห้าปีก่อนยังมีอัจฉริยะคนหนึ่งอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้” ชายชราเอ่ยขึ้นระหว่างนำทางไปสุสาน “ชายคนนั้นคืออดีตหัวหน้าหมู่บ้านของพวกเรา เขาเป็อัจฉริยะในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็การต่อสู้ การบริหาร หรือแม้กระทั่งการค้า ด้วยความอัจฉริยะนั้นทำให้เขาเกิดมาพร้อมกับโรคประหลาดบางอย่าง มันทำให้เขาจากไปก่อนวัยอันควร สิ่งเดียวที่ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเหลือไว้คือมอนสเตอร์สองตัวที่ท่านเลี้ยง พวกมันทั้งฉลาดและแข็งแกร่ง จะเห็นได้ว่าบริเวณแถบนี้ไม่ค่อยมีมอนสเตอร์ย่างกรายเข้ามา สาเหตุก็เพราะพวกมันได้ทำตามคำสั่งสุดท้ายของท่านหัวหน้าคือการปกป้องเขตแดนของหมู่บ้านแห่งนี้จากมอนสเตอร์ หากแต่เมื่อท่านหัวหน้าจากไปพวกมันทั้งคู่ค่อย ๆ ตรอมใจ พวกมันไม่กินอาหาร ไม่ให้เข้าใกล้ เอาแต่นอนเฝ้าหลุมศพของท่านหัวหน้าและปกป้องอาณาเขตตามคำสั่งสุดท้าย จากวันเป็เดือน จากเดือนเป็ปี จนในที่สุดพวกมันก็เริ่มอ่อนแอและตายลงข้าง ๆ หลุมศพของท่านหัวหน้าหมู่บ้าน เมื่อพวกเรารู้ข่าวจึงเข้าไปตรวจสอบและก็พบกับเ้าสิ่งนี้” เมื่อเล่ามาถึงจุดนี้ชายชราหยุดเท้าลงและมองไปยังกรงไม้ขนาดเล็กภายในเขตสุสานของหมู่บ้าน
“มันคือลูกหมาป่า ทายาทของมอนสเตอร์ที่หัวหน้าหมู่บ้านคนเก่าเลี้ยงไว้ ท่านผู้ปลดปล่อยโปรดรับมันไว้ด้วย ช่วยเลี้ยงดูมันให้เติบโตดังเช่นพ่อแม่ของมัน” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เลี้ยงหมาหรือ? ผมต้องขอโทษจริง ๆ ถ้าเป็เื่อื่นผมจะต้องทำตามคำขอของปู่แน่นอน แต่เวลานี้ผมอยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งยากเกินกว่าจะดูแลใครจริง ๆ” โคลนปฏิเสธด้วยความเกรงใจ
“ตะแต่นี้มันเป็หมาป่าเลยนะ ท่านผู้ปลดปล่อยโปรดรับมันไว้เถอะ” ชายชราเริ่มเกลี้ยกล่อม เขาอุส่าห์มอบของล้ำค่าหนึ่งเดียวที่เหลือทิ้งไว้ของอดีตหัวหน้าหมู่บ้านให้ แต่ชายตรงหน้ากลับบอกว่าไม่้า
“นี้มันหมาป่าเลยนะ ลูกของมอนสเตอร์ประเภทหมาป่าที่ทำให้หมู่บ้านนี้สงบสุขมาเป็สิบ ๆ ปี”
“ผมก็อยากรับไว้นะปู่ แต่ชีวิตผมเอาแน่เอานอนไม่ได้หากรับมันไว้อาจจะซ้ำรอยหัวหน้าหมู่บ้านคนเก่า นี่ไม่น่าสงสารไปหน่อยเหรอ” โคลนสรรหาเหตุผลมาอธิบายเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมีภาระเพิ่ม หากพวกชาวบ้านมอบหมาป่าสองตัวนั้นให้ก็ว่าไปอย่าง พวกมันคงปกป้องเขาได้ แต่กับลูกหมาเขาต้องเป็ฝ่ายปกป้องเลี้ยงดูมันแทน นี่จะทำให้ชีวิตเขาอยู่ตกอยู่ในความเสี่ยงเข้าไปใหญ่
เมื่อเฮนรี่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินเข้าไปใกล้ ๆ โคลน
“แต่ลูกหมาป่าตัวนี้ ข้าบอกได้เลยว่ามันแข็งแกร่งมาก ดีไม่ดีอาจจะแข็งแกร่งกว่าพ่อแม่ของมันด้วยซ้ำ หากท่านโคลนรับมันไปดูแล ข้ารับรองเลยว่าชีวิตของท่านจะไม่มีความเสี่ยงอีกต่อไป” เฮนรี่กระซิบที่ข้างหูชายหนุ่ม
“ฮะ? ไม่มีความเสี่ยงอีกต่อไป? แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวเหรอ” โคลนหันไปกระซิบกระซาบกับเฮนรี่
“ใช่แล้ว พวกมอนสเตอร์นั้นดุร้ายก็จริง แต่หากเป็ประเภทหมาป่าที่ถูกเลี้ยงดูมาั้แ่ยังเล็ก จะมีความซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นายอย่างสูง หากท่านเลี้ยงดูมันจนเติบโต รับรองได้ว่ามันจะต้องมีประโยชน์กับท่านแน่นอน ข้าเคยเห็นหมาป่าสองตัวนั้นในตอนที่อดีตหัวหน้าหมู่บ้านยังมีชีวิตอยู่ ข้าบอกได้เลยว่าพวกมันน่าเกรงขามอย่างมาก” เฮนรี่เห็นโคลนเริ่มไขว้เขวก็หยิบยกแม่น้ำทั้งห้าทันที
‘การจะตามหาตัวฉันอีกคนเห็นทีคงไม่ง่ายและต้องใช้เวลา ยิ่งใช้เวลามากเท่าไหร่หมายความว่าฉันยิ่งเสี่ยงอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ถ้าหากเ้าหมาตัวนี้มันแข็งแกร่งจริง การเลี้ยงลูกหมาป่าตัวหนึ่งคงไม่ใช่เื่แย่เท่าไหร่’ โคลนคิด
“เอาล่ะ ๆ ฉันจะรับมันไว้ก็ได้ ที่จริงไม่ค่อยอยากได้เลยน้า...” โคลนพูดเสร็จก็เดินตัวลอยไปทางบ้านไม้ขนาดเล็ก
‘แกอยากได้เห็น ๆ เลยไม่ใช่เหรอ’ ทุกคนคิดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ผู้เล่น ได้รับสัตว์เลี้ยง โปรดตั้งชื่อ” โคลนไม่ได้สนใจเสียงสังเคราะห์ที่ดังขึ้น ่หลังมานี้เขาเริ่มชินกับเสียงที่จู่ ๆ ก็ดังขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้ว
“ลูกหมาป่าเหรอ ไหนขอดูซิ...”
เมื่อโคลนเปิดกรงไม้ สิ่งมีชีวิตขนาดหนึ่งฟุตลำตัวสีขาวล้วนราวกับก้อนเมฆค่อย ๆ เปิดเปลือกตาอย่างสะลึมสะลือ หลังจากเห็นว่ามีคนเข้ามารบกวน มันซู๊ดน้ำลายที่ไหลยืดเจิ่งนองเต็มพื้นจนทำให้ขนสีขาวเปียก เมื่อดวงตาของมันเปิดเต็มที่จนสังเกตเห็นผู้มาเยื่อนได้ชัดถนัดตา ร่างของมันสั่นเทาไม่หยุด
‘หากไม่นับปฏิกิริยาที่มันแสดงออกก็นับว่ามันเป็ลูกหมาที่น่ารักดี...ก็บ้าแล้ว!!!!’
โคลนรีบวิ่งกลับไปหาเฮนรี่และหัวหน้าหมู่บ้านทันที ทั้งสองเหมือนรู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว คนหนึ่งแกล้งผิวปาก คนหนึ่งแกล้งยืนชมนกชมไม้ไม่มีใครยอมสบตากับชายหนุ่ม
“นี่มันไม่ใช่หมาป่าแล้วเฮนรี่ มันคือหมาบ้านธรรมดา ๆ แถมมัน...แถมมันยังกินเครื่องสั่นเข้าไปหรืออย่างไร ทำไมมันถึงได้สั่นเป็เ้าเข้าอย่างนั้น!! ยังมีอีก...มันยังนอนน้ำลายยืดอีกต่างห่าง นี่แกกำลังหาวิธีกำจัดหมาที่เป็โรคพิษสุนัขบ้าออกจากหมู่บ้านอยู่ใช่ไหม แกเห็นฉันหลอกง่ายเลยใช้วิธีการนี้สินะ!!” โคลนก่นด่าทั้งคู่
“เอ่อ...ใจเย็น ๆ ก่อนท่านผู้ปลดปล่อย”
“เย็นก็บ้าแล้ว พิษสุนัขบ้าเชียวนะเฮ้ย”
ในระหว่างที่ทั้งสามก็กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น สุนัขสีขาวก็เดินตัวสั่นมาหยุดที่ขาของโคลนอย่างทุลักทุเล มันทิ้งตัวลงนอนที่ข้างเท้าของชายหนุ่มราวกับว่าเป็หมอนหนุนและก็สั่นเป็เ้าเข้าเช่นเดิม อาการของมันแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังกลัว มันกลัวแม้กระทั่งหญิงสาวที่ชื่อหมวยที่กำลังพยายามเข้าไปััขนสีขาวของมัน
“พวกแกดูซิ นี่มันหมาป่าหรือหมาอะไร” โคลนชี้ไปที่เครื่องนวดเท้าที่มีขนสีขาว
“บางทีมันอาจจะไม่ใช่ลูกของมอนสเตอร์สองตัวนั้น บางทีพวกมันอาจจะคาบลูกหมามาทิ้งไว้ก็ได้” ชายหนุ่มคาดเดา
เมื่อได้ยินคำพูดของโคลนชายชราก็ทำตาโตสีหน้าเหมือนเข้าใจบางอย่าง
“หรือว่ามันจะคาบลูกหมาธรรมดามาทิ้งไว้จริง ๆ” ชายชราหันไปกระซิบกระซาบกับเฮนรี่
“นั้นไง! พวกแกก็คิดแบบนั้นใช่ไหม ฉันดูสีหน้าพวกแกออก” โคลนชี้ไปที่ใบหน้าของทั้งสองคนอย่างเอาเื่
“จะอย่างไร มันก็ดูชอบท่านโคลนนะ” เฮนรี่ชี้ไปทางสุนัขสีขาวที่กำลังตัวสั่นและพยายามเอาศีรษะถูขาของชายหนุ่ม เมื่อโคลนก้มลงมอง เ้าตัวขาวก็ครางหงิง ๆ แล้วอ้าปากหาว โคลนเห็นแล้วก็ได้แต่กุมขมับพลาดคิดในใจว่าต้องเลี้ยงเ้าหมาน้ำลายยืดนี้จริง ๆ หรือ
“มันก็น่ารักดี อย่างน้อยก็เลี้ยงไว้แก้เหงา” หมวยพูดขึ้น NPC ทั้งสองเห็นดังนั้นก็ช่วยกันเกลี้ยกล่อมโคลนอยู่พักใหญ่จนในที่สุดชายหนุ่มก็ยอมตกลงรับเลี้ยงมัน
เมื่อโคลนเรียกหน้าต่างสัตว์เลี้ยงขึ้นมา มันมีช่องว่างให้ใส่ชื่อสัตว์เลี้ยง เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะใส่ชื่อ “Cloudy” ลงไป
“ผู้เล่น สามารถเรียกหรือเก็บสัตว์เลี้ยงได้ตาม้า เพียงแค่ขานชื่อหรือกล่าวคำว่า เก็บสัตว์เลี้ยง” เสียงสังเคราะห์ดังขึ้นหลังจากที่ตั้งชื่อให้คลาวดี้
โคลนเห็นอาการหวาดระแวงและสั่นกลัวของมันก็นึกสงสารจึงออกคำสั่งเก็บสัตว์เลี้ยง ไม่นานร่างของคลาวดี้ก็หายไป
เมื่อหมดเื่ทุกคนก็ตัวแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว กลุ่มของหมวยบอกว่าพวกเธอจะออกจากและได้นัดเจอกับโคลนในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นเพื่อเดินทางไปที่เมืองเรนเดียร์ ในระหว่างนี้โคลนไม่มีอะไรให้ทำจึงกลับบ้านพักที่ชาวบ้านเตรียมไว้ให้ ตัวเขาไม่กล้าเสี่ยงล็อกเอ้าออกจากเกมเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชายหนุ่มผมสีเทาเลือกที่จะเรียกดลาวดี้ออกมาแก้เบื่อ ตัวของมันยังสั่นและน้ำลายยืดเช่นเคยถึงแม้ว่าจะอยู่กับเขาสองคนก็ตาม โคลนเดาว่าดลาวดี้คงจะมีนิสัยขี้กลัวและหวาดระแวงกับทุกสิ่ง เมื่อเขาลองอุ้มมันขึ้นมา เสียงครางหงิง ๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างกายที่สั่นหนักกว่าเดิม โคลนเห็นแล้วสงสารจึงปล่อยให้มันลงไปเดินเล่นเพื่อทำความคุ้นเคย
“ตัก ตัก ตัก กะต๊าก” เสียงโหวกเหวกของไก่อ้วนดังขึ้นั้แ่เช้าตรู่ เมื่อโคลนตื่นขึ้นสิ่งแรกที่เขาทำคือวิ่งไปหาเฮนรี่เพื่อขอของกิน จากนั้นจึงไปบอกลาคนในหมู่บ้าน ถึงแม้จะเป็่เวลาสั้น ๆ แต่ชายหนุ่มก็รู้สึกผูกพันกับชาวบ้านเหล่านี้ไม่มากก็น้อย พอถึงเวลาเจ็ดนาฬิกากลุ่มของหมวยก็ทยอยเข้าเกมมาทีละคนจากนั้นการเดินทางสู่เมืองเรนเดียร์จึงเริ่มขึ้น
สองชั่วโมงแรกของการเดินทางเป็ไปด้วยความราบรื่น ทั้งสี่เพียงเดินไปตามทางถนนลูกรังเพื่อข้ามเขาลูกที่พวกพ่อค้ามักจะใช้ในการเดินทางไปมาระหว่างหมู่บ้าน แต่หลังจากผ่านเขตูเาไปแล้วกลุ่มของโคลนต้องเดินตัดผ่านเข้าไปในป่า ซึ่งป่าบริเวณนี้อยู่นอกเขตแดนของหมู่บ้านเป็ที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาจึงต้องเดินทางด้วยความระมัดระวังกว่าเดิม จอนนี้สั่งตั้งขบวนใหม่ทันทีโดยให้โคลนเดินนำหน้าสุดตามมาด้วยจอนนี่ซึ่งเป็คนบอกทิศทาง เนื่องจากเขาเป็คนเดียวที่มีแผนที่ที่ได้รับมาจากภารกิจของหมู่บ้าน หมวยคือลำดับที่สามและตี๋เป็คนปิดท้ายขบวน ก่อนออกเดินทางทั้งสี่คนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลพลังรบของกันและกัน
ตี๋เลเวล 5 ค่า STR 13 VIT 12 AGI 5 INT 5 LUK 5
หมวยเลเวล 5 ค่า STR 25 VIT 5 AGI 5 INT 5 LUK 5
จอนนี่เลเวล5 ค่า STR 9 VIT 9 AGI 9 INT 9 LUK 9
โคลนเลเวล 4 ค่า STR 4 VIT 19 AGI 4 INT 4 LUK 4
ด้วยเหตุนี้เองโคลนจึงได้รับหน้าที่อยู่หน้าสุด ชายหนุ่มบ่นอิดออดแต่ก็ยอมทำตาม ความจริงเขาอยากจะอยู่หลังสุดเพื่อความปลอดภัยในชีวิตมากกว่า ที่เขาใช้โบนัสพอยต์ทั้งหมดไปที่ค่า VIT ไม่ใช่เพราะเขา้ารับความเสียหายให้กับทีมหรือคนอื่น ๆ เขาเพียงแค่้าความปลอดภัยในชีวิตเท่านั้น แต่คนอื่น ๆ เข้าใจในเจตนาการใช้โบนัสพอยต์ของเขาผิด พวกนั้นคิดว่าโคลน้าเล่นเป็สายแทงค์ (ผู้ที่คอยรับแดเมจ) เมื่อจอนนี่เห็นดังนั้นจึงแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา หนุ่มแว่นคิดว่าโคลนนั้นเห็นแก่ตัวและไม่ยอมไว้ใจทีมของพวกเขา เพราะโดยปกติแล้วผู้เล่นสายแทงค์ไม่มีทาง้าอยู่แนวหลังแน่นอน จะมีเพียงแค่กรณีเดียวคือพวกเขานั้นคิดว่าปาร์ตี้ไม่สามารถทำแดเมจได้เพียงพอหรือขาดความสามรถในการสังหารศัตรู
“โฮก!!” เสียงคำรามของมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายหมี มันมีความสูงถึงสามเมตร ขนสั้นสีนิลบนใบหน้าดุร้ายนั้นถูกประดับด้วยดวงตาแดงฉาน เพียงมองดูภายนอกทั้งสี่ก็รับรู้ได้ทันทีว่ามันแข็งแกร่งมาก
โคลนมีปฏิกิริยาไว้สุด เขาเรียกอาวุธมาั้แ่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ แต่ตอนนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่ถือดาบสั้นในมือ หลังจากหนุ่มผมเทาหลบกรงเล็บได้อย่างฉิวเฉียดเขาเสือกแทงดาบเล่มนั้นเข้าไปที่ท้องของหมีั์
“ปึกกก” ดาบสั้นแทงลึกเข้าไปเพียงแค่หนึ่งเิเหนังของมันทั้งเหนียวและแข็ง โคลนมีเวลาให้ใเพียงแค่ครู่เดียวก็ต้องหลบการโจมตีของมันอีกครั้ง
“วูบ” เขาฉีกตัวออกไปทางด้านขวาเพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่น ๆ ได้มีโอกาสลองโจมตีดูบ้าง
“ปึก ๆ ๆ” ดาบทั้งสามเล่มแทงเข้าไปที่แผ่นหลังของหมีั์ มีเพียงแค่เล่มเดียวเท่านั้นที่สามารถสร้างความเสียหายได้ มันคือดาบของหมวยผู้มีค่า STR ที่ยี่สิบห้าหน่วย
“ทุกคนใช้แผนเหยื่อล่อ ผลัดกันดึงความสนใจ หมวยรับหน้าที่โจมตีเมื่อมีโอกาส” จอนนี่สั่งการทันทีหลังจากเห็นความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ตรงหน้า
“เฮ้...เ้าหมีบ้า” ตี๋ะโเสียงดังลั่น หมีั์ที่กำลังโจมตีโคลนก็เปลี่ยนเป้าหมายทันที
“เคร้ง!” ตี๋ใช้ดาบรับกรงเล็บที่ฟาดมาได้ทันเวลาแต่ร่างตุ้ยนุ้ยก็ถอยกระเด็นไปเล็กน้อย
“รุนแรงมาก! แค่ทีเดียวมือของผมก็ชาไปหมดเลย” ตี๋บ่นอุบหลังจากที่รับการโจมตีไปตรง ๆ
“ฉับ ฉับ ฉับ” หมวยฟันใส่หลังของหมีั์ไปสามทีติด
“เน้นไปที่การแทงเท่านั้นหมวย ผิวของมันเหนียวเกินไปที่จะฟันเข้า” จอนนี่กำชับ
“โฮก!!” หมีั์รู้สึกหงุดหงิด มันคำรามใส่ตี๋ก่อนจะโจมตีอย่างต่อเนื่องทันที ตี๋รับการโจมตีไปอีกสามสี่ทีก็เริ่มมือชาจนทนไม่ไหว เขาตัดสินใจหลบการโจมตีแต่ไม่พ้น แขนของชายหนุ่มถูกปลายกรงเล็บเกี่ยวไปนิดหน่อย มันตัดผ่านเนื้อได้ราวกับเต้าหู้ ของเหลวสีแดงไหลออกมาราวกับลาวา จอนนี่เห็นดังนั้นก็ระดมโจมตีไปที่แขนของมอนสเตอร์ คนใช้สมองแบบจอนนี่ทราบดีอยู่แล้วว่าการโจมตีนั้นไม่เพียงพอต่อการล้มเป้าหมาย แต่ถ้าเป็การเรียกความสนใจก็อีกเื่หนึ่ง หนุ่มแว่นไม่ได้รับการโจมตีตรง ๆ เขาเพียงแค่ะโถอยหนีเป็วงกลมเท่านั้น การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้รวดเร็วแต่ชายหนุ่มรู้ว่าควรเว้นระยะห่างจากมอนสเตอร์เท่าไหร่ถึงจะไม่โดนโจมตีราวกับมีตลับเมตรเคลื่อนที่ แต่การหลอกล่อของจอนนี่ก็มีข้อเสียเช่นกัน ด้วยการเคลื่อนที่ที่ต่อเนื่องของเขาทำให้หมวยไม่สามารถโจมตีได้ถนัดนัก แต่เธอก็ยังพยายามทำหน้าที่ต่อไป
ผ่านไปไม่นานโคลนสังเกตเห็นได้ถึงความเร็วที่ลดลงของจอนนี่ ผมหางม้าสะบัดพลิ้วไปตามสายลมร่างสูงของโคลนพุ่งออกไปด้วยความเร็ว ดาบสั้นตวัดวาดไปยังลำตัวของหมีั์สามสีที่มันก็หันไปโจมตีชายหนุ่มทันที
‘ฉันกำลังจะขอความช่วยเหลือเพราะอีกหนึ่งวินาทีถัดไปความเร็วของฉันจะเริ่มลดลง แต่หมอนี่กลับพุ่งเข้ามาก่อน’ จอนนี่ตกอยู่ในภวังค์ความคิด ‘เป็ไปไม่ได้ หมอนั่นจะรู้ได้อย่างไร’
เมื่อเห็นว่าการโจมตีของตนไม่ได้ผล โคลนจึงใช้สมาธิทั้งหมดไปกับการตั้งรับเท่านั้น การโจมตีของมอนสเตอร์หมีั์รุนแรงก็จริงแต่ก็ไม่สามารถตามการเคลื่อนไหวของโคลนได้ โคลนไม่ได้ถอยหนีแบบเดียวกับจอนนี่ เขารอให้มอนสเตอร์โจมตีเข้ามาก่อนจากนั้นจึงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อเพื่อหลบการโจมตี นี่จึงทำให้หมวยสามารถสร้างความเสียหายแก่ศัตรูได้เต็มที่ ทุกคนได้แต่ตะลึงกับการเคลื่อนไหวของโคลน น้อยครั้งที่เขาจะเคลื่อนไหวผิดพลาดและหลบการโจมตีไม่พ้น แต่ชายหนุ่มก็จะยกดาบขึ้นมาป้องกันไว้ได้เสมอ นี่จึงทำให้เขาไม่ได้รับาแภายนอกเลยสักครั้ง
“โคลนนายสุดยอดเกินไปแล้ว” หมวยอดไม่ได้ที่จะต้องชื่นชมหลังจากแทงดาบไปที่แผ่นหลังของหมีั์จนเป็รูทั่วแผ่นหลัง เมื่อเห็นการหลอกล่อขั้นเทพของโคลน จอนนี่และตี๋จึงมาสมทบกับหมวยเพื่อโจมตีหมีั์
แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยปกติแล้วทุกครั้งที่หมีั์กำลังจะเปลี่ยนเป้าหมายไปโจมตีหมวย โคลนก็จะระดมโจมตีจนกว่ามันจะโมโหและหันมาโจมตีเขาใหม่ แต่คราวนี้โคลนโจมตีอย่างไรก็ไม่เป็ผล มันละความสนใจจากโคลนอย่างสิ้นเชิง ราวกับมันรู้แล้วว่าใครคือคนที่มันต้องจัดการเป็ลำดับแรก
“โฮกกกก” มันคำรามลั่นก่อนจะจู่โจมไปที่หมวยอย่างบ้าคลั่ง เพียงแค่รับการโจมตีอย่างเดียวเธอก็แทบยืนไม่ไหวแล้ว ไม่ต้องพูดถึงการทำความเสียหายอีกต่อไป ไม่ว่าโคลน ตี๋ และจอนนี่จะโจมตีเ้าหมีั์อย่างไรมันก็ยังคงมุ่งหน้าโจมตีหญิงสาวต่อไป
“เฮ่ ไอหมีบ้า มองฉันสิ” โคลนะโพลางเสือกดาบแทงสุดแรงเกิดแต่ก็ไม่เป็ผล
ดวงตาแดงฉานยังคงจับจ้องไปที่หมวย มันกรีดร้องเสียงดังก่อนจะวาดกรงเล็บแหลมคมไปที่เธอไม่หยุด ราวกับกำลังระบายโทสะที่เธอเคยทำกับมันไว้
“กรี๊ดดดดด” ไม่นานร่างของหญิงสาวก็ลอยไปไกลกว่าสามเมตร เธอกระแทกเข้ากับต้นไม้เสียงดังสนั่น เืสีแดงสดกระเด็นเปรอะต้นไม้ ร่างเล็กทรุดลงไปกับพื้น เ้าหมีั์วิ่งตึกตักไปหาหญิงสาว เมื่อมันเงื้อมือขึ้นมาเงาดำก็ทาบทับร่างของหญิงสาวจนมิด เธอเ็ปจนไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืนความตายตรงหน้าได้อีกแล้ว หญิงสาวหลับตายอมรับสภาพ แต่ในเวลาเดียวกันนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ไอเวรนี่ แกกล้าเมินฉันอย่างนั้นเหรอ!!” โคลนะโเสียงดังก่อนจะพุ่งไปด้วยความเร็ว พริบตาระยะห่างของเขาและสัตว์ร้ายตรงหน้าก็ถูกย่นระยะลงราวกับเขาหายตัวไป่หนึ่ง
“ลองรับดาบนี้เข้าไป แล้วดูซิแกยังจะกล้าเมินฉันอยู่ไหม” ดาบสั้นของโคลนแทงลึกเข้าไปจนมิดด้าม สัตว์ร้ายครางลั่นป่าอย่างโหยหวน สัตว์น้อยใหญ่ที่ได้ยินเสียงนี้รับรู้ได้ถึงความเ็ปสุดขั้วหัวใจของผู้เป็เ้าของเสียงร้อง ดาบสั้นเสียบเข้าไปที่ก้นของหมีั์จนสุดด้าม
“หมอนี่มันเสียบไปที่ตูดของมอนสเตอร์!!” ตี๋และจอนนี่พูดขึ้นพลางจับไปที่ก้นของตนเองอย่างลืมตัว
“โฮก โฮกกก โฮกกกกกก” เสียงคำรามลั่นจนแสบแก้วหู ดวงตาแดงฉานของหมีั์ปูดโปน มันวิ่งไล่โคลนอย่างไม่คิดชีวิตอีกต่อไป
“มันคลุ้มคลั่งแล้ว!!”