ตอนที่ 3 เรียกข้าว่าลูกพี่ !
ในขณะที่นางกำลังคุ้นคิดอยู่นั้นนางก็สังเกตว่าตรงตรอกลึกเข้าไป เหมือนกับมีกลุ่มขอทานอยู่
ใช่แล้วขอทาน!
หากจะบอกว่าในเมืองเช่นนี้ผู้ที่รู้เื่ราวมากมายยิ่งกว่าขุนนางในท้องที่ก็คงหนีไม่พ้นเหล่าของทานกระมัง
เพราะในชาติที่แล้วในละครย้อนยุคเหล่าขุนนางก็มักจะมาถามข่าวสารจากพวกขอทานหรือไม่บางทีพวกเขาก็อาจจะปลอมตัวเป็ขอทานเพื่อสืบข่าว
ยิ่งไปกว่านั้นสภาพของนางตอนนี้คงไม่ต่างอันใดกับขอทาน
แต่นางผู้เป็ถึงหัวหน้ามาเฟียใหญ่จะเป็ขอทานเล็กๆ ได้ยังไง อย่างนางจะต้องเป็ลูกพี่ของเหล่าขอทานถึงจะถูก
เร็วกว่าความคิดนางก็รีบเดินเข้าไปในตรอกนั้นทันที
ฟิ้ว
รองเท้าแตะข้างหนึ่งผ่านหน้านางไปเมื่อเดินเข้าไปใกล้นางก็เด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางถูกเด็กหนุ่มห้าคนที่รุ่นราวคราวเดียวกันลุ่มรังแก
นางยืนดูพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้ว่าเด็กหนุ่มที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ผิดคล้ำ มีผ้าโพกหัวดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของทานในย่านนี้แน่ ๆมิเช่นนั้นก็คงเป็ลูกหลานของหัวหน้าของทาน
เมื่อคิดได้แบบนั้นนางก็หยิบรองเท้าแตะที่ปลิวผ่านหน้าของนางไปเมื่อครู่ปาเข้าไปที่ศีรษะของชายที่นางคิดว่าเป็หัวโจก
โป๊ก!
โอ๊ย!
“ผู้ใดผู้ใดบังอาจทำลอบทำร้ายข้า”
เด็กหนุ่มคนนั้นเอะอะโวยวายทันทีพร้อมกับหันมองไปทั่วแต่ก็ไม่เห็นใครเห็นแต่หญิงบ้าคนหนึ่งที่ดูอ่อนแอนางจากกล้าลอบทำร้ายเขาได้ยังไง
“ข้าเอง!”
ตอนนั้นเองลูกสมุนอีก4 คนของเขา ก็หยุดรังแกเด็กคนนั้น และกำลังมองมาทางนาง
พวกเขาถึงกับตกตะลึงกับความอัปลักษณ์ของนางที่เพียงแค่เห็นหน้าก็ทำให้รู้สึกอยากอาเจียนขึ้นมา
“นังบ้าเ้าช่างบังอาจนัก วันนี้หากของมิตีเ้าให้ตาย อย่าเรียกข้าว่า เฮ่อฉาง”
“ใช่พี่ฉางตีนางให้ตายไปเลย อยู่ดีมิว่าดีกลับมารนหาที่ตาย”
“ใช่ั้แ่ของเกิดมา ข้ายังมิเคยเห็นสตรีนางใด น่าเกลียดเพียงนี้มาก่อน”
“ใช่ใช่ ข้าเองก็เช่นกัน นอกจากอัปลักษณ์แล้วนางยังเป็บ้าด้วย”
“พี่ฉางงั้นให้ข้าจัดการตีนางเอง” เด็กหนุ่มที่เหมือนตัวเล็กที่สุดในกลุ่มนามว่าเค่อมู่ได้พูดขึ้น
“เยี่ยงนั้นรึ? ฮ่าฮ่า” จ้าวซิงเหยียนหัวเราะเสียงดังออกมา
“นังบ้าเ้าหัวเราะอันใดกัน ? ” เค่อมู่เอ่ยถามขึ้นด้วยความโมโห
“ก็หัวเราะพวกเ้าอย่างไรเล่าที่นี่ยังมีใครอื่นนอกจากพวกเ้าอีกหรือ ? ”
“หัวเราะพวกข้า? ”
“ใช่พวกเ้าช่างขี้ขลาด 5 คนรุมรักแกคนคนเดียว เยี่ยงนี้อย่าเรียกตนเองว่าบุรุษเลยเอากระโปรงสตรีไปสวมเถอะ เอาไหมล่ะข้าจะถอดให้”
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้พวกเขาทั้งห้าก็รู้สึกโมโหจนพูดไม่ออก
“เ้าเ้า... ช่างบังอาจนัก”
“ข้าบังอาจแล้วอย่างไรเล่า? พวกเ้าทำอันใดข้าเยี่ยงนั้นหรือ ? ” จ้าวซิงเหยียนพูดเยาะเย้ยและมองด้วยสายตาดูถูก
“หึหึเป็สตรีกลับกล้าท้าทายบุรุษ ช่างไม่รู้ฟ้าสู้แผ่นดินต่ำเสียจริง”
“เยี่ยงนั้นรึ? ” นางโน้มตัวไปข้างหน้าเอวมือเท้าสะเอวพร้อมกับทำหน้าล้อเลียน
“เ้าเ้า...พวกเราไปตีนางให้ตายแล้วลากไปให้หมากิน” ตอนนี้เฮ่อฉางทนไม่ไหวอีกต่อไปก่อนที่เขาจะเป็คนแรกที่พุ่งเข้าหาจ้าวซิงเหยียน และตามมาด้วยทั้ง 4 คน
“ช้าก่อนเรามาตกลงกันหน่อยดีหรือไม่” ขณะที่เฮ่อฉาง ห่างจากนางเพียงห้าก้าวนางก็ได้พูดขึ้น ทำให้เท้าของเฮ่อฉางหยุดชะงักลงทันที
“ตกลงอันใดเ้าอย่ามาเล่นลิ้นกับพวกข้า”
กริ่งกริ่ง
จ้าวซิงเหยียนเอาถุงเงินที่นางได้มาจากบุรุษชายเ้าเมืองเมื่อคืนออกมาโยนไปมาในมือ
เมื่อเหล่าขอทานทั้ง5 เห็นเงินดวงตาเป็ประกายขึ้นมา
“ส่งเงินมาแล้วข้าจะปล่อยเ้าไป”
“ได้ข้าให้เ้าแน่นอน หากพวกเ้าเอาชนะข้าได้ ข้าจะให้เงินกับพวกเ้าทั้งหมดแต่ถ้าพวกเ้าแพ้พวกเ้าจะต้องมาเป็บ่าวรับใช้ข้า”
นางเป็หัวหน้ามาเฟียมาก่อนนางชินกับการเป็มีลูกนาง ดังนั้นการที่นางจะทำการใหญ่ได้ ต้องมีเงินและลูกน้องเป็แขนเป็ขาเสียก่อน
“ฮ่าฮ่า เ้าละเมออยู่หรืออย่างไร” เฮ่อฉางหัวเราะเยาะออกมา
“หึหึละเมอหรือไม่ เดี๋ยวพวกเ้าก็รู้ พวกเ้าจะตกลงหรือไม่”
“ได้ในเมื่อเ้ากล้าท้า ชายอกสามศอกอย่างพวกข้าจะเล่นกับเ้าก็ได้”
“งั้นก็เข้ามาทั้งห้าคนเลยก็ได้...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งห้าก็ไม่ได้คัดค้านก่อนพุ่งเข้าหาจ้างซิงเหยียนอย่างรวดเร็ว
ผลัวะผลัวะ ตุบ ตุบ
ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วเมื่อฝุ่นจางลงก็เห็นเด็กหนุ่มทั้งห้าคนนอนกองอยู่กับพื้น พร้อมกับร้องโอดครวญ
โอ๊ยโอ๊ย
ในขณะที่พวกเขาร้องโอดครวญอยู่นั้นจ้าวซิงเหยียนโยนบางอย่างเข้าไปในปากของพวกเขา
อ่ะอึก
เสียงที่โอดครวญหยุดชะงักไปเพราะมีบางอย่างลงไปในลำคอของพวกเขา
“เ้าเอาสิ่งใดให้พวกข้ากิน!”เฮ่อฉางถามออกมา
“หึหึพวกเ้าแพ้แล้ว มาเป็ลูกน้องของข้าเสียดี ๆ ”
“ลูกน้อง! ” ชายคนนั้นพึมพำด้วยความมึนงง
“ใช่พวกเ้าต้องมาเป็ลูกน้องข้า ค่อยรับใช้ข้า”
“ในเมื่อพวกเ้าแพ้ข้าแล้วและสิ่งที่ข้าให้พวกเ้านั้นก็แค่เป็สิ่งที่ทำให้พวกเ้าเชื่อฟังข้า”
ทำให้เชื่อฟัง?
“เ้าหมายความอย่างไร? ”
“ฮ่าฮ่า ข้าจะบอกเ้าก็ได้สิ่งที่ข้าให้เ้าทานนั้นเป็ยาพิษที่จะออกฤทธิ์ในวันพระจันทร์เดือนดับ หาพวกเ้าไม่ได้รับยาถอนพิษจากข้าในคืนเดือนดับเ้าจะทุกข์ทรมานจนตายไป”
เมื่อได้ยินคำพูดของนางทั้งห้าคนก็นิ่งงันก่อนที่จะล้วงคอตัวเอง
“ฮ่าฮ่าล้วงคอไปก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อพวกเ้าแพ้แล้วก็ยอมมาเป็บ่าวรับใช้ให้ข้าเสียข้าจะให้ยาถอนพิษแก้พวกเ้า ซึ่งพวกเ้าจะต้องทานติดกันเป็เวลา 6เดือนถึงจะถอนพิษได้”
ยิ่งนางพูดพวกเขาก็ยิ่งกลัวจนตัวสั่น
“ยอมแล้วพวกข้ายอมแล้วขอรับ”
ยอมเชื่อง่ายๆเยี่ยงนี้เลยหรือ
พวกเขาไม่สงสัยสิ่งที่นางเอ่ยเลยหรืออย่างไรแค่ลูกกวาดก็เชื่อแล้วหรือ
อีกอย่างด้วยภาพลักษณ์คนบ้าเยี่ยงนางพวกเขายังเชื่อด้วยหรือ นางคิดว่าต้องแสดงความสามารถมากกว่านี้เสียอีกพวกเขาถึงจะยอมแพ้
จ้าวซิงเหยียนอดที่จะคิดในใจไม่ได้ก่อนจะหัวเราะออกมา
“ฮ่าฮ่า...ดีเยี่ยงนั้นพวกเ้าก็เรียกข้าว่าลูกพี่”