ครั้นเมื่อ เช้าวันประลอง5ยอดเขามาถึง หมู่ชนไม่น้อยก็ต่างพร้อมใจกันออกจากการปิดขั้นพลัง มาดูชมเรื่องสนุก หนึ่งยอดเขา มักจะมีตัวแทนเป็นของตน เพื่อไม่ให้ขายหน้า ยอดเขาอื่นๆ แถมภายในยอดเขาต่างๆ ยังมีทรัพยากร ล้ำค่า เป็นของตน เหล่าผู้อาวุโส จึงมีการท้าพนัน แลกเปลี่ยนสิทธิ์ล้ำค่า เพื่อเพิ่มศักยภาพของเหล่าศิษย์ที่ลงประลอง มันก็คือผลพลอยได้จากการประลองนั่นเอง
ทว่ายอดเขาที่5 ที่ไร้ซึ่งสิ่งของล้ำค่า กลับมีกลุ่มคนไม่น้อยหมายตา ที่จะท้าประลอง ..ยอดเขาที่ล้อมกันเป็นกลุ่มดาว5แฉก ค่อยๆ มีจอมยุทธต่างๆ ปรากฏตัวออกมาสู่สายตาหมู่ชน ไม่เว้นแม้แต่เหล่าองค์ชาย ทั้งสองราชวงศ์ ที่เปิดเผยตัวตนออกมาสู่สาธารณชน
เหล่าหญิงสาวไม่น้อย ต่างจ้องมอง2บุรุษ ใบหน้าหล่อเหลา กันจนดวงตาหยาดเยิ้ม อยากที่จะเข้าใกล้ คลุกคลีกับผู้สูงศักดิ์ อย่างแท้จริงบนทวีปแห่งนี้
ทว่าฝ่ามือของสององค์ชาย กำหมัดไว้จนแน่น เสียดายสุดแสนที่ไม่อาจ ท้าประลองกับอี้เฉินได้ เนื่องด้วยพวกเขาทั้งสองเป็นตัวแทนของยอดเขาที่1 กับยอดเขาที่2 ก่อนองค์ชายชิงไป๋ยี่ จะกล่าวออกมาด้วยความเดือดดาล ครั้นยอดเขาที่ 5ไม่ปรากฏ ร่างชายหนุ่มผมขาว "ไอ้เวรนั้นมันช่างใจกล้าห่อฟ้านัก นี่เป็นการประลองแรกของมัน มันไม่อาจเลี่ยงได้ มันยังทำตัวโอหังเหมือนเคย"
หมู่ชนไม่น้อยเองก็ต่างจับจ้องไปที่ยอดเขาที่5 ทว่าก็มีบางคนอดที่จะกล่าวพูด เย้ยหยัน อี้เฉินไม่ได้ "ไม่ใช่ว่า มันกลัวจนไม่กล้าเข้าร่วม งานประลอง5ยอดเขาหรอกนะ แม้แต่จะโผล่หน้ามาให้เห็นก็ยังไม่มี" ทว่าคำพูดนั้นเอ่ยออกมายังไม่ทันจะสิ้นประโยค หมู่ชนไม่น้อย ก็ต่างเบิกตาออกกว้าง ครั้นเห็นยอดเขาที่5 มีร่างชายหนุ่มผมขาว เส้นผมโบกสะบัดไปกับสายลม ชายอาภรณ์สีขาวดำ โยกไหวไปมา ก่อนจะมายืมอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าในฉับพลัน ทว่าดวงตาที่ปิดสนิท หลับตาพริ้ม ไม่ได้จ้องมองสิ่งใด
"นั่น! นั่น! มันมาแล้ว ข้าไม่คิดว่ามันจะกล้าโผล่หัวออกมา" หมู่ชนที่เคยถูกอี้เฉินปั่นหัว พวกเขาต่างมีโทสะ จนรอบๆ เต็มไปด้วยอายสังหารที่โหมลุก
แม้ อี้เฉินจะหลับตาท่ามกลางอากาศ ราวกับไม่ได้สนใจผู้คน แต่จิตสัมผัสของเขากวาดออกไป สอดส่องโดยรอบ ทว่าเมื่อรับรู้ถึงตัวตน คนที่เขาคุ้นเคยหลายคน เขาอดไม่ได้ที่จะเปิดเปลือกตา ขึ้นมามอง "หืม! หลินเฟย อย่างนั้นหรือ? ข้าไม่คิดจะได้พบเจอเจ้า ยังสถานที่นี้ แถมเหมือนว่า เจ้าจะพัฒนาไปมากกว่าที่ข้าคิดเสียอีก"
ฉับพลันที่อี้เฉินจ้องมอง หลินเฟย มันก็ทำให้หนังหัว อี้เฉิน ชาวาบ ครั้นเห็นคนคุ้นเคย ที่ถูกเขาเรียกน้องหญิงในยามก่อน จะส่งรอยยิ้มเย็นชา มาให้ตัวเขา
หมู่ชนที่เห็นชายหนุ่มจ้องมองหลินเฟย อย่างไม่วางตา พวกเขากำฝ่ามือไว้แน่น สบถด่าออกมาในทันที "ไอ้เวร หรือเจ้าเล็งไข่มุกเม็ดงามอย่าง แม่นางหลินเฟยไว้ ไม่รู้หรือว่านางเป็นใคร นางเป็นถึงลูกบุญธรรมของ ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน แห่งยอดเขาที่3 ผู้มีเส้นสายภายในทวีปทางเหนือเกินครึ่ง"
ประกายตาในกรอบสายตา อี้เฉินไหววูบไม่น้อย ครั้นเห็นใบหน้างามเพริศพริ้ง ของหลินเฟย ยังอยู่ดีมีสุข อดไม่ได้ที่จะผ่อนลมหายใจออกมายาว แต่เมื่ออี้เฉิน เห็นสายตาของนางจ้องมองมาที่ตัวเขา ไม่คิดไล่ตามตัวเขาอีกต่อไป เขายกยิ้มยินดีอยู่ไม่น้อย แต่ก็อดที่จะห่วงนางไม่ได้ อย่างไรนางก็ถือเป็นผู้มีพระคุณของ อี้เฉิน เคยช่วยเขามาอยู่หลายครั้งหลายครา ใบหน้าที่มีดอกฮิกันบานะ ก็เนื่องมาจากนางดูดพิษจากเทพสวรรค์ออกจากตัวเขา หากไม่มีหลินเฟย ก็อาจจะไม่มี ตัวเขาในวันนี้ ในใจอี้เฉินจึงรู้สึกติดค้างกับตัวนางไม่น้อย
****
..ยังจุดที่ลึกที่สุดของยอดเขาที่4 กลับมีหญิงสาวนางหนึ่ง จดจำใบหน้าอี้เฉินได้เป็นอย่างดี นางนั้นก็คือ เมิ่งอี้ องค์หญิงของดินแดนจันทราทมิฬ ครั้นเห็นผมสีขาว อี้เฉินปลิวไสวไปกับสายลม จากสุดสายปรายตาของนาง นางอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาออกมา ไม่คิด คนที่พวกเขาร่ำลือ อยู่ในช่วงเวลานี้จะเป็น อี้เฉินจริงๆ
"อี้เฉินในที่สุด เจ้าก็สามารถขึ้นมายังดินแดนเบื้องบนได้ ข้าไม่คิดว่า ข้าจะได้เห็นใบหน้านั่นของเจ้าอีกครา" ก่อนเมิ่งอี้นางจะออกจากการปิดขั้นพลัง แววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง มาตลอด 2ปีค่อยๆ คายลง หมายมั่นจะไปดูชม เรื่องราวต่างๆ ให้เห็นกับตา
****
ด้านเหล่าผู้อาวุโสคุมยอดเขาต่างๆ พวกเขาที่ยืนอยู่บนท้องฟ้าสูง เตรียมจะเปิดการประลอง 5ยอดเขา ครั้นเห็นสายตาของ อี้เฉิน จ้องมอง หลินเฟย อย่างไม่วางตา ผู้อาวุโสคุมยอดเขาที่1 เขายกยิ้ม กล่าวพูดในทันที "ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน เหมือนว่า พวกเขาสองคนจะรู้จักกันมาก่อน ไม่คิดว่า โชคชะตาจะเล่นตลกกับท่านเฉกเช่นนี้ หวังว่าท่านคงจะไม่กีดกัน พวกเขาทั้งสอง" ก่อนชายชราจะขำออกมา น้อยๆ "ฮ่าๆๆ" แล้วยกน้ำเต้า ที่เต็มไปด้วยเหล้าหมักชั้นดี ขึ้นมาดื่มด่ำรสชาติความหอมหวาน
ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน นางกำฝ่ามือของนางไว้จนแน่น ก่อนที่จะผ่อนลมหายใจลง "ข้าแค้นเคืองอาจารย์ของเขาไม่ได้ แค้นที่ตัวเขา พวกท่านโปรดวางใจ ข้าจะไม่ทำอะไรที่เป็นการกลั่นแกล้ง รังแกเขา"
เหล่าชายชราครั้นได้ยินก็คลายใจลง 'ความโกรธแค้นของสตรี นั้นยากจะรับมือ' อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว
ชายชรา ผู้ที่ได้ฉายา 3นักษัตร แห่งทวีป โพ้นทะเล เขายกยิ้ม ก่อนกล่าวเปิดการประลอง 5ยอดเขาในรอบเดือน มันก็เหมือนเป็นการทดสอบศิษย์ว่า พวกเขามีพัฒนาการไปมากถึงเพียงใด ก่อนน้ำเสียงที่แหบพร่าจะกล่าวออกมา เสียงดังก้องเข้าไปภายใน โสตประสาทของผู้คน "ยอดเขาที่1 ส่งตัวแทนลงไปใจกลาง 5ยอดเขาได้"
คำพูดของ ผู้อาวุโสชราคุม5ยอดเขา เอ่ยมายังไม่ทันใด หมู่ชนไม่น้อยก็ต้องเบิกตากว้าง จ้องมองไปยังยอดเขาที่หนึ่ง ที่มีองค์ชายชิงไป๋ยี่ ยืนอยู่ กล่าวคำพูดออกมาโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน "ข้าองค์ชายชิงไป๋ยี่ ขอสละสิทธิ์ ที่จะประลอง"
ชายชรา ผู้ที่ได้ฉายา 3นักษัตร ครั้นได้ยินเขาได้แต่ส่ายหัว รู้เจตนาขององค์ชายใหญ่ได้ในทันที "เจ้าสละสิทธิ์ ที่จะไม่ลงต่อสู้อย่างนั้นหรือ ได้ๆ เจ้าสามารถปฏิเสธได้2ครั้ง หากหมดโอกาสเมื่อใด เจ้าจะถูกตัดสิทธิ์ จากสถาบันยอดเขาสวรรค์ ถูกขับไล่ออกจากสำนัก"
องค์ชายชิงไป๋ยี่ ยกยิ้ม "ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ท่านผู้อาวุโส ที่ช่วยเตือนสติข้า" หมู่ชนครั้นได้ยินพวกเขาต่างยกยิ้มรับรู้ได้เป็นอย่างดี เหมือนว่าพวกเขาอยากจะดูชม อี้เฉินท้าประลองอย่างเลี่ยงไม่ได้ จนต้องยอมสละสิทธิ์ ให้เวลาเหล่านั้นมาไวขึ้น
ทว่าเมื่อหมู่ชนเห็น องค์ชายซือจงเทียน เองก็สละสิทธิ์ ท้าประลองเช่นกัน หมู่ชนไม่น้อย ก็ต่างยกยิ้มกันอย่างบ้าคลั่ง พร้อมที่จะรอชมเรื่องสนุก จนในยามนี้อี้เฉินหน้าบูดหน้าเบี้ยว ไม่คิดตัวเขาจะกลายเป็นเป้าสายตาของหมู่ชนเฉกเช่นนี้ ทว่าเมื่อกวาดสายตาไปเห็นเยว่ชิงเซียน ยกยิ้มขึ้นมากว้างให้ตัวเขา ก่อนนางจะยกนิ้ว ชี้หน้าราวกับเป็นการท้าทาย อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ ไม่คิดเยว่ชิงเซียน ยังจะอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ด้วย "ข้าจะทำเช่นไร เหมือนว่านาง จะยังโกรธแค้นตัวข้าไม่หาย"
ยิ่งอี้เฉินเห็นยอดเขาที่3 สละสิทธิ์ การต่อสู้เช่นกัน มันยิ่งทำให้หัวใจของเขาตกลงไปอยู่ตาตุ่ม แววตารู้สึกหวั่น วิตกอยู่ไม่น้อย ก่อนอี้เฉิน จะค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ ครั้นเห็นยอดเขาที่4 ไม่ได้ สละสิทธิ์ แต่อย่างใด
จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิงยกยิ้มให้ อี้เฉิน ก่อนที่ตัวนางจะลงไปประลอง ได้ส่งคำพูดมาให้อี้เฉินทำให้อี้เฉิน หน้าบูดเบี้ยวไม่น้อย"ข้าจะขั้นเวลาให้เจ้าพักหายใจ หน่อยแล้วกัน อี้เฉิน เจ้ารีบปาดเหงื่อเย็น บนใบหน้าของเจ้าออกเสีย แล้วรอรับแรง แค้นจากพี่เยว่ชิงเซียนได้เลย" ก่อนนางจะขำออกมาน้อยๆ ส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มาให้อี้เฉิน ประหนึ่งเป็นการหยอกเย้า ในความอ่อนแอ โลเล ของเขา
อี้เฉิน เขาหนังตากระตุกถี่ยิบ ไม่คิด นางจิ้งจอกน้อยผู้นี้ จะเล่นกับความรู้สึกของเขา ฝ่ามือทั้งสองของเขากำหมัดไว้จนแน่น จ้องมองการประลองของนางอย่างไม่วางตา
ชายหนุ่มผู้ที่ท้าประลอง นามนั้น อี้เฉินจดจำ ได้เป็นอย่างดี เขานั้นก็คือคนของ ตำหนักหยิน-หยาง นามว่าหลี่หยวน ชายผู้นี้เหมือนว่าจะชมชอบ จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิง อยู่ไม่น้อย เพียงพวกเขาเอ่ยพูด พึมพำออกมาไม่กี่ประโยค ก็พุ่งเข้าใส่กันอย่างบ้าคลั่ง เสียงปะทะกันดังออกมากึกก้อง